สดุดี
Chapter 78
Freedom Bible (Thai)
vs Petrus Canisius Bi…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

สดุดี 78

Freedom Bible (Thai)
Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)
1ประชากร​ของ​ฉัน​เอ๋ย จง​ฟัง​คำ​สอน​ของ​ฉัน จง​เงี่ยหู​ฟัง​ถ้อยคำ​จาก​ปาก​ฉัน
1Een leerdicht van Asaf. Luister naar mijn onderrichting, mijn volk, Geef acht op de woorden van mijn mond;
2ฉัน​จะ​เปิด​ปาก​กล่าว​เป็น​คำ​อุปมา จะ​เอ่ย​ถ้อยคำ​ลึกลับ​จาก​สมัย​โบราณ
2Ik ga mijn mond voor een leerdicht openen, Diepzinnige lessen uit oude tijden verkonden!
3สิ่ง​ที่​เรา​ได้ยิน​และ​รู้​มา สิ่ง​ที่​บรรพบุรุษ​เล่า​ให้​เรา​ฟัง
3Wat wij hebben gehoord en vernomen, En onze vaders ons hebben verteld,
4เรา​จะ​ไม่​ปิดบัง​สิ่ง​เหล่า​นี้​จาก​ลูกหลาน​ของ​พวก​เขา แต่​จะ​เล่า​ให้​คน​รุ่น​ต่อ​ไป​ฟัง​ถึง​คำ​สรรเสริญ​พระ​ยาห์เวห์ ถึง​กำลัง​ของพระองค์ และ​สิ่งอัศจรรย์​ที่​พระองค์​ทำ
4Dat willen wij niet voor hun kinderen verbergen, Maar het verhalen aan een volgend geslacht: Jahweh’s heerlijke daden en macht, En de wonderen, die Hij deed.
5พระองค์​ตั้ง​พันธสัญญา​ไว้​ใน​ยา​โค​บ และ​กำหนด​คำ​สอน​ไว้​ใน​อิสราเอล พระองค์​บัญชา​บรรพบุรุษ​ของ​เรา ให้​บอก​สิ่ง​เหล่า​นี้​แก่​ลูกหลาน
5Hij gaf zijn geboden aan Jakob, Schonk aan Israël een wet; Hij beval onze vaderen, ze hun kinderen te leren,
6เพื่อ​คน​รุ่น​ต่อ​ไป​จะ​ได้​รู้ แม้​แต่​เด็กๆ ที่​ยัง​จะ​เกิด​มา และ​เมื่อ​โต​ขึ้น พวก​เขา​จะ​เล่า​ต่อ​ให้​ลูก​ของ​ตน
6Opdat een volgend geslacht ze zou kennen, En de kinderen, die hun werden geboren, Ze weer aan hun kinderen zouden vertellen.
7เพื่อ​ให้​พวก​เขา​วาง​ความ​หวัง​ไว้​ใน​พระเจ้า ไม่​ลืม​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ทำ แต่​รักษา​คำบัญชา​ของพระองค์
7Zij moesten vertrouwen stellen in God, Niet vergeten Gods werken, zijn geboden onderhouden;
8และ​ไม่​เป็น​เหมือน​บรรพบุรุษ​ของ​ตน คน​รุ่น​ที่​ดื้อดึง​และ​กบฏ คน​รุ่น​ที่​ใจ​ไม่​ซื่อสัตย์ และ​จิตใจ​ไม่​มั่นคง​ต่อ​พระเจ้า
8Niet worden als hun vaderen, Een lichtzinnig en opstandig geslacht: Een geslacht, onstandvastig van hart, En trouweloos van geest jegens God.
9ลูกหลาน​ของ​เอฟ​รา​อิม​มี​อาวุธ​และ​ถือ​คัน​ธนู แต่​กลับ​ถอย​หนี​ใน​วัน​รบ
9Maar Efraïms zonen waren ontrouw als schutters, Die terugtreden op de dag van de strijd.
10พวก​เขา​ไม่​รักษา​พันธสัญญา​ของ​พระเจ้า และ​ไม่​ยอม​ดำเนิน​ตาม​บทบัญญัติ​ของ​พระองค์
10Ze deden het verbond met God niet gestand, En weigerden, zijn wet te beleven.
11พวก​เขา​ลืม​สิ่ง​ที่​พระองค์​ทำ ลืม​สิ่งอัศจรรย์​ที่​พระองค์​เคย​ให้​เห็น
11Ze vergaten zijn machtige werken, De wonderen, die Hij hun had getoond.
12พระองค์​ทำ​สิ่ง​มหัศจรรย์​ต่อ​หน้า​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ ที่​ทุ่ง​โศอัน
12Toch had Hij ook voor hun vaderen Wondertekenen gewrocht In het land van Egypte, In de vlakte van Sóan:
13พระองค์​แยก​ทะเล​และ​พา​พวก​เขา​ข้าม​ไป ทำให้​น้ำ​ตั้ง​ขึ้น​เป็น​กอง
13Hij kliefde de zee en voerde hen er doorheen, Zette de wateren overeind als een dam.
14กลางวัน พระองค์​นำ​พวก​เขา​ด้วย​เมฆ ตลอด​คืน​ด้วย​แสง​ไฟ
14Hij leidde hen overdag door een wolk, Door een lichtend vuur heel de nacht.
15พระองค์​ผ่า​ศิลา​ใน​ถิ่น​กันดาร และ​ให้​น้ำ​ดื่ม​อย่าง​เหลือเฟือ ราว​กับ​มา​จาก​ห้วง​ลึก
15Hij spleet in de woestijn de rotsen vaneen, En drenkte de steppen met plassen;
16พระองค์​ทำให้​ธาร​น้ำ​ไหล​ออก​จาก​ศิลา ให้​น้ำ​ไหล​ลง​มา​เหมือน​แม่น้ำ
16Uit de klippen liet Hij beken ontspringen, En er water uit vloeien bij stromen.
17แต่​พวก​เขา​ยัง​ทำบาป​ต่อ​พระองค์​ต่อ​ไป กบฏ​ต่อ​องค์​ผู้​สูง​สุด​ใน​ทะเลทราย
17Maar ze zondigden opnieuw tegen Hem, En tartten den Allerhoogste in de woestijn;
18พวก​เขา​ทดสอบ​พระเจ้า​ใน​ใจ ด้วย​การ​เรียกร้อง​อาหาร​ตามใจ​อยาก
18Ze stelden God in hun hart op de proef, Door spijs voor hun leeftocht te eisen.
19พวก​เขา​พูด​ต่อต้าน​พระเจ้า ว่า “พระเจ้า​จะ​จัด​โต๊ะ​อาหาร​ใน​ถิ่น​กันดาร​ได้​หรือ
19En krenkend spraken ze over God: “Zou God een tafel in de woestijn kunnen dekken?”
20ดู​สิ พระองค์​ตี​ศิลา น้ำ​ก็​พุ่ง​ออก​มา ลำธาร​ก็​ไหล​ล้น แล้ว​พระองค์​จะ​ให้​ขนม​ปัง​ได้​ด้วย​หรือ จะ​จัด​หา​เนื้อ​ให้​ประชากร​ของ​พระองค์​หรือ”
20“Zeker, Hij heeft wel de rotsen geslagen, En de steppen met plassen gedrenkt, Zodat er water uit vloeide, En er beken uit stroomden: Maar zal Hij ook brood kunnen schenken, En vlees aan zijn volk kunnen geven?”
21เมื่อ​พระ​ยาห์เวห์ได้ยิน พระองค์​ก็​โกรธ ไฟ​ลุก​โชน​ขึ้น​ใส่​ยา​โค​บ ความ​โกรธ​พุ่ง​ขึ้น​ต่อ​อิสราเอล
21Toen Jahweh dit hoorde, Ontstak Hij in gramschap; Er ontbrandde een vuur tegen Jakob, En tegen Israël woedde zijn toorn:
22เพราะ​พวก​เขา​ไม่​เชื่อ​พระเจ้า และ​ไม่​วางใจ​ใน​ความ​รอด​ของ​พระองค์
22Omdat ze niet in God geloofden, En niet vertrouwden op zijn hulp.
23ถึง​อย่าง​นั้น พระองค์​บัญชา​ท้อง​ฟ้า​เบื้องบน และ​เปิด​ประตู​สวรรค์
23Toch gaf Hij de wolken daarboven bevel, En ontsloot de poorten des hemels;
24พระองค์​โปรย​มา​นา​ลง​มา​ให้​พวก​เขา​กิน และ​ให้​อาหาร​จาก​ฟ้า​แก่​พวก​เขา
24Hij regende manna als spijs op hen neer, En schonk hun het hemelse koren:
25มนุษย์​ได้​กิน​ขนม​ปัง​ของ​ทูต​สวรรค์ พระองค์​ส่ง​อาหาร​มา​ให้​พวก​เขา​จน​อิ่ม
25De mensen aten het brood der engelen, Hij zond hun voedsel tot verzadiging toe.
26พระองค์​ทำให้​ลม​ตะวัน​ออก​พัด​ใน​ท้อง​ฟ้า และ​ใช้​ฤทธิ์​นำ​ลม​ใต้​มา
26Hij liet ook aan de hemel de oostenwind waaien, En zweepte de zuidenwind op door zijn kracht:
27พระองค์​โปรย​เนื้อ​ลง​มา​เหมือน​ฝุ่น และ​นก​มี​ปีก​มากมาย​เหมือน​ทราย​ที่​ชายทะเล
27Hij regende vlees als stof op hen neer, Gevleugelde vogels als het zand van de zee;
28พระองค์​ให้​มัน​ตกลง​กลาง​ค่าย​ของ​พวก​เขา รอบ​ที่​พัก​ของ​พวก​เขา
28Hij liet ze midden in hun legerplaats vallen, En rond hun tenten.
29พวก​เขา​กิน​จน​อิ่มหนำ พระองค์​ให้​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​อยาก​ได้
29Zij aten, en werden ten volle verzadigd: Hij had hun geschonken, wat ze begeerden;
30แต่​พวก​เขา​ยัง​ไม่​เลิก​ความ​อยาก อาหาร​ยัง​อยู่​ใน​ปาก
30Maar nog was hun lust niet voldaan, en de spijs in hun mond,
31เมื่อ​ความ​โกรธ​ของ​พระเจ้า​พุ่ง​ขึ้น​ต่อ​พวก​เขา พระองค์​ฆ่า​คน​ที่​แข็งแรง​ที่สุด​บาง​คน และ​ตี​คน​หนุ่ม​ของ​อิสราเอล​ให้​ล้ม​ลง
31Of Gods gramschap barstte tegen hen los; Hij richtte een slachting aan onder hun sterksten, En velde de bloem van Israël neer.
32ถึง​อย่าง​นั้น พวก​เขา​ยัง​ทำบาป​ต่อ​ไป และ​ไม่​เชื่อ​ใน​สิ่งอัศจรรย์​ของพระองค์
32Ondanks dit alles, bleven ze in hun zonden volharden, En niet aan zijn wonderen geloven.
33พระองค์​จึง​ทำให้​วัน​เวลา​ของ​พวก​เขา​สิ้น​ไป​อย่าง​ไร้​ค่า และ​ปี​ชีวิต​จบ​ลง​ด้วย​ความ​หวาดกลัว
33Toen liet Hij doelloos hun dagen verlopen, En in ontgoocheling hun jaren.
34เมื่อ​พระองค์​ฆ่า​พวก​เขา พวก​เขา​จึง​หัน​มา​หา​พระองค์ กลับ​มา​แสวง​หา​พระเจ้า​อย่าง​จริงจัง
34Ze zochten Hem enkel, wanneer Hij ze sloeg; Dan bekeerden ze zich, en vroegen naar God.
35พวก​เขา​ระลึก​ได้​ว่า​พระเจ้า​คือ​ศิลา​ของ​ตน และ​พระเจ้า​ผู้​สูง​สุด​คือ​ผู้​ไถ่​ของ​ตน
35Maar zelfs als ze gedachten, dat God hun Rots was, De allerhoogste God hun Verlosser,
36แต่​ปาก​ของ​พวก​เขา​พูด​เอาใจ​พระองค์ แต่​ลิ้น​กลับ​โกหก​พระองค์
36Ook dan nog vleiden ze Hem met hun mond, En belogen Hem met hun tong.
37ใจ​ของ​พวก​เขา​ไม่​ซื่อตรง​ต่อ​พระองค์ และ​ไม่​ซื่อสัตย์​ต่อ​พันธสัญญา​ของ​พระองค์
37Neen, hun hart was Hem toch niet verknocht, Ze bleven zijn verbond niet getrouw.
38แต่​พระองค์​มี​เมตตา อภัย​ความ​ชั่วช้า และ​ไม่​ทำลาย​พวก​เขา หลาย​ครั้ง​พระองค์​ยับยั้ง​ความ​โกรธ​ไว้ ไม่​ปล่อย​ความ​กริ้ว​ทั้งหมด​ให้​ปะทุ​ขึ้น
38Maar Hij bleef barmhartig, Vergaf hun de schuld en vernielde ze niet. Hoe dikwijls bedwong Hij zijn toorn, En liet zijn volle gramschap niet woeden:
39พระองค์​ระลึก​ว่า​พวก​เขา​เป็น​เพียง​เนื้อ​หนัง เป็น​เหมือน​ลม​ที่​ผ่าน​ไป​แล้ว​ไม่​กลับ​มา
39Hij dacht er aan, dat ze maar vlees zijn, Een zucht,; die vervliegt, en niet keert.
40พวก​เขา​กบฏ​ต่อ​พระองค์​ใน​ถิ่น​กันดาร​กี่​ครั้ง​แล้ว ทำให้​พระองค์​โศกเศร้า​ใน​ทะเลทราย​กี่​หน
40Hoe dikwijls nog hebben ze in de woestijn Hem verbitterd, En Hem in de steppe gekrenkt;
41ครั้ง​แล้ว​ครั้ง​เล่า พวก​เขา​ทดสอบ​พระเจ้า และ​ยั่วยุ​พระองค์​ผู้​บริสุทธิ์​แห่ง​อิสราเอล
41Hebben ze God beproefd, Israëls Heilige gegriefd?
42พวก​เขา​ไม่​ระลึก​ถึง​มือ​ของ​พระองค์ ไม่​ระลึก​ถึง​วัน​ที่​พระองค์​ไถ่​พวก​เขา​จาก​ศัตรู
42Neen, ze dachten niet terug aan de macht van zijn hand, Aan de dag, waarop Hij ze van den vijand verloste.
43วัน​ที่​พระองค์​ตั้ง​หมาย​สำคัญ​ใน​อียิปต์ และ​ทำ​สิ่งอัศจรรย์​ใน​ทุ่ง​โศอัน
43En toch, wat voor tekenen had Hij in Egypte gedaan, En wonderen in de vlakte van Sóan!
44พระองค์​เปลี่ยน​แม่น้ำ​ของ​พวก​เขา​ให้​เป็น​เลือด เปลี่ยน​ลำธาร​จน​ดื่ม​ไม่​ได้
44Hun stromen had Hij in bloed veranderd, En hun beken ondrinkbaar gemaakt;
45พระองค์​ส่ง​ฝูง​แมลงวัน​มา​ท่ามกลาง​พวก​เขา​และ​กัด​กิน​พวก​เขา ส่ง​กบ​มา​ทำลาย​พวก​เขา
45Gulzige muggen op hen afgezonden, En kikvorsen, om ze te gronde te richten.
46พระองค์​ยก​ผล​ผลิต​ของ​พวก​เขา​ให้​หนอน​ผีเสื้อ และ​ยก​ผล​จาก​แรงงาน​ให้​ตั๊กแตน
46Hij had hun gewas aan den sprinkhaan gegeven, En aan den schrokker hun vruchten;
47พระองค์​ทำลาย​เถา​องุ่น​ด้วย​ลูกเห็บ และ​ต้น​มะเดื่อ​ไซ​คา​มอร์​ด้วย​น้ำค้างแข็ง
47Hun ranken door hagel vernield, Hun moerbei door ijzel;
48พระองค์​มอบ​ปศุสัตว์​ของ​พวก​เขา​ให้​ลูกเห็บ และ​ฝูง​สัตว์​ให้​สายฟ้า​ร้อน​แรง
48Hun vee een prooi der pest gemaakt, Hun kudde een buit der besmetting.
49พระองค์​เทค​วาม​โกรธ​อัน​ดุเดือด​ลง​บน​พวก​เขา ทั้ง​ความ​กริ้ว ความ​ขุ่น​เคือง และ​ความ​ทุกข์ พร้อม​กอง​ทูต​สวรรค์​แห่ง​ความ​ชั่ว​ร้าย
49En op henzelf had Hij zijn ziedende gramschap losgelaten, Zijn toorn, zijn woede en kwelling; Verderf-engelen op hen afgezonden, De vrije loop aan zijn gramschap gelaten:
50พระองค์​เปิด​ทาง​ให้​ความ​โกรธ​ของ​พระองค์ พระองค์​ไม่​ไว้​ชีวิต​พวก​เขา​ให้​พ้น​ความ​ตาย แต่​มอบ​ชีวิต​พวก​เขา​ให้​โรค​ระบาด
50Hij had ze de dood niet laten ontsnappen, Maar hun leven prijs gegeven aan de pest.
51และ​ตี​บุตร​หัว​ปี​ทั้งหมด​ใน​อียิปต์ คือ​ผู้​เป็น​ยอด​กำลัง​ของ​พวก​เขา​ใน​เต็นท์​ของ​ฮาม
51Hij had alle eerstgeborenen in Egypte geslagen, De eerstelingen der mannelijke kracht in de tenten van Cham.
52แต่​พระองค์​นำ​ประชากร​ของ​พระองค์​ออก​มา​เหมือน​ฝูง​แกะ และ​นำทาง​พวก​เขา​ใน​ถิ่น​กันดาร​เหมือน​ฝูง​สัตว์
52Maar zijn volk had Hij weggeleid als een kudde, En als schapen door de steppe gevoerd;
53พระองค์​นำ​พวก​เขา​อย่าง​ปลอดภัย พวก​เขา​จึง​ไม่​ต้อง​กลัว ส่วน​ศัตรู​ของ​พวก​เขา​ถูก​ทะเล​ท่วม​ทับ
53Hij had ze veilig doen gaan, ze behoefden niemand te vrezen: Want de zee had hun vijand bedekt.
54พระองค์​นำ​พวก​เขา​มา​ถึง​เขต​แดน​แห่ง​สถาน​บริสุทธิ์ มา​ถึง​ภูเขา​นี้​ที่​มือ​ขวา​ของ​พระองค์​ยึด​ไว้
54Zo bracht Hij hen naar zijn heilige grond, Naar de berg, die zijn rechterhand had veroverd.
55พระองค์​ขับ​ไล่​ชน​ชาติ​ต่างๆ ออก​ไป​ต่อ​หน้า​พวก​เขา แบ่ง​แผ่นดิน​ให้​เป็น​มรดก​ด้วย​เส้น​วัด และ​ให้​เผ่า​ต่างๆ ของ​อิสราเอล​อาศัย​ใน​เต็นท์​ของ​ชน​เหล่า​นั้น
55Hij dreef de volkeren voor hen uit, Gaf ze bij lot als erfdeel weg; En in hun tenten liet Hij wonen. Israëls stammen.
56ถึง​อย่าง​นั้น พวก​เขา​ยัง​ทดสอบ​และ​กบฏ​ต่อ​พระเจ้า​ผู้​สูง​สุด ไม่​รักษา​คำ​พยาน​ของ​พระองค์
56Maar ook daar beproefden en tartten ze God, En onderhielden de geboden van den Allerhoogste niet.
57พวก​เขา​หัน​กลับ​และ​ทรยศ​เหมือน​บรรพบุรุษ บิดเบี้ยว​เหมือน​คัน​ธนู​หลอกลวง
57Trouweloos vielen ze af als hun vaderen, Wispelturig als een onbetrouwbare boog;
58พวก​เขา​ยั่วยุ​พระองค์​ให้​โกรธ​ด้วย​สถาน​บูชา​บน​ที่​สูง และ​ทำให้​พระองค์​หึง​หวง​ด้วย​รูป​แกะ​สลัก
58Ze tergden Hem door hun offerhoogten, En prikkelden Hem met hun beelden.
59เมื่อ​พระเจ้า​ได้ยิน พระองค์​ก็​โกรธ และ​รังเกียจ​อิสราเอล​อย่าง​ยิ่ง
59God merkte het, en ziedde van gramschap, En Israël begon Hem te walgen:
60จึง​ทอดทิ้ง​พลับพลา​ที่​ชิ​โลห์ เต็นท์​ที่​พระองค์​ตั้ง​ไว้​ท่ามกลาง​มนุษย์
60Hij gaf zijn woning in Sjilo prijs, De tent, waar Hij onder de mensen verkeerde;
61พระองค์​มอบ​กำลัง​ของ​พระองค์​ให้​ตก​เป็น​เชลย และ​มอบ​ความ​รุ่งโรจน์​ให้​ตก​อยู่​ใน​มือ​ศัตรู
61Zijn majesteit gaf Hij gevangen, Zijn glorie in de hand van den vijand.
62พระองค์​มอบ​ประชากร​ของ​พระองค์​ให้​แก่​คม​ดาบ และ​โกรธ​ต่อ​มรดก​ของ​พระองค์
62Hij wierp zijn volk ten prooi aan het zwaard, En grimde van toorn op zijn erfdeel:
63ไฟ​เผา​ผลาญ​คน​หนุ่ม​ของ​พวก​เขา หญิง​สาว​ของ​พวก​เขา​ไม่​มี​เพลง​วิวาห์
63Zijn jonge mannen werden verteerd door het vuur, Zijn maagden kregen geen huwelijkslied;
64ปุโรหิต​ของ​พวก​เขา​ล้ม​ลง​ด้วย​คม​ดาบ และ​หญิง​ม่าย​ของ​พวก​เขา​ไม่​อาจ​ร้องไห้​ไว้ทุกข์
64Zijn priesters vielen door het zwaard, En zijn weduwen beweenden ze niet.
65แล้ว​องค์เจ้านาย​ตื่น​ขึ้น​เหมือน​คน​เพิ่ง​ตื่น​จาก​หลับ เหมือน​นักรบ​ผู้​ร้อง​ตะโกน​เพราะ​ฤทธิ์​เหล้า​องุ่น
65Maar eindelijk ontwaakte de Heer, als iemand die slaapt, En als een krijgsman, bevangen door wijn:
66พระองค์​ตี​ศัตรู​ให้​ถอย​หลัง ทำให้​พวก​เขา​เป็น​ที่​อับอาย​ตลอด​ไป
66Hij sloeg zijn vijanden achteruit, En bracht ze voor eeuwig tot schande.
67พระองค์​ปฏิเสธ​เต็นท์​ของ​โย​เซฟ ไม่​เลือก​เผ่า​เอฟ​รา​อิม
67Toch bleef Hij de tent van Josef versmaden, En koos de stam van Efraïm niet uit!
68แต่​เลือก​เผ่า​ยูดาห์ เลือก​ภูเขา​ศิ​โยน​ที่​พระองค์​รัก
68Neen, Juda’s stam koos Hij uit, Sions berg, die Hij liefhad;
69พระองค์​สร้าง​สถาน​บริสุทธิ์​ของ​พระองค์​ให้​สูง​ตระหง่าน มั่นคง​ดั่ง​แผ่นดิน​ที่​พระองค์​สถาปนา​ไว้​ตลอด​ไป
69Hij bouwde zijn heiligdom hoog als de hemel, Vast als de aarde voor eeuwig.
70พระองค์​เลือก​ดา​วิด​ผู้​รับใช้​ของ​พระองค์ และ​นำ​เขา​มา​จาก​คอก​แกะ
70En Hij stelde zijn keuze In David, zijn dienaar! Hij nam hem van de schaapskooien weg,
71จาก​การ​ตาม​ดูแล​แม่​แกะ​ที่​มี​ลูก​อ่อน พระองค์​นำ​เขา​มา​เป็น​ผู้​เลี้ยง​ยา​โค​บ​ประชากร​ของ​พระองค์ และ​อิสราเอล​มรดก​ของ​พระองค์
71En haalde hem van de zogende schapen, Opdat hij Jakob, zijn volk, zou weiden, En Israël, zijn erfdeel.
72ดา​วิด​จึง​เลี้ยงดู​พวก​เขา​ด้วย​ใจ​ซื่อตรง และ​นำ​พวก​เขา​ด้วย​มือ​ที่​ชำนาญ
72Hij heeft ze geweid, rechtschapen van hart, En met bekwame hand ze geleid!

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.