Psalmorum 107
Clementine Vulgate, 1598Translation
Clementine Vulgate, 1598
Freedom Bible (Thai)
1Canticum Psalmi, ipsi David.
1จงขอบคุณพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ดี เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่ตลอดไป
2[Paratum cor meum, Deus, paratum cor meum; cantabo, et psallam in gloria mea.
2ให้ผู้ที่พระยาห์เวห์ไถ่ไว้กล่าวเช่นนี้ คือผู้ที่พระองค์ไถ่จากมือศัตรู
3Exsurge, gloria mea; exsurge, psalterium et cithara; exsurgam diluculo.
3และรวบรวมมาจากแผ่นดินต่าง ๆ จากตะวันออกและตะวันตก จากเหนือและใต้
4Confitebor tibi in populis, Domine, et psallam tibi in nationibus:
4พวกเขาเร่ร่อนในถิ่นกันดาร บนทางเปลี่ยวร้าง หาเมืองที่จะอาศัยไม่ได้
5quia magna est super cælos misericordia tua, et usque ad nubes veritas tua.
5ทั้งหิวทั้งกระหาย เรี่ยวแรงหมดสิ้นอยู่ภายใน
6Exaltare super cælos, Deus, et super omnem terram gloria tua:
6แล้วพวกเขาร้องหาพระยาห์เวห์ท่ามกลางความทุกข์ พระองค์ช่วยให้พ้นจากความคับแค้น
7ut liberentur dilecti tui. Salvum fac dextera tua, et exaudi me.
7นำพวกเขาไปตามทางตรง จนไปถึงเมืองที่จะอาศัย
8Deus locutus est in sancto suo: Exsultabo, et dividam Sichimam; et convallem tabernaculorum dimetiar.
8ให้พวกเขาสรรเสริญพระยาห์เวห์เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ เพราะกิจการอัศจรรย์ที่พระองค์ทำเพื่อมนุษย์ทั้งหลาย!
9Meus est Galaad, et meus est Manasses, et Ephraim susceptio capitis mei. Juda rex meus;
9เพราะพระองค์ทำให้ผู้โหยหาได้อิ่ม และเติมสิ่งดีให้ผู้หิวโหยจนเต็ม
10Moab lebes spei meæ: in Idumæam extendam calceamentum meum; mihi alienigenæ amici facti sunt.
10บางคนนั่งอยู่ในความมืดและเงาแห่งความตาย ถูกจองจำด้วยความทุกข์และโซ่เหล็ก
11Quis deducet me in civitatem munitam? quis deducet me usque in Idumæam?
11เพราะพวกเขากบฏต่อถ้อยคำของพระเจ้า และดูหมิ่นคำปรึกษาขององค์ผู้สูงสุด
12nonne tu, Deus, qui repulisti nos? et non exibis, Deus, in virtutibus nostris?
12พระองค์จึงทำให้ใจพวกเขาตกต่ำด้วยงานหนัก พวกเขาล้มลง และไม่มีใครช่วย
13Da nobis auxilium de tribulatione, quia vana salus hominis.
13แล้วพวกเขาร้องหาพระยาห์เวห์ท่ามกลางความทุกข์ พระองค์ช่วยให้พ้นจากความคับแค้น
14In Deo faciemus virtutem; et ipse ad nihilum deducet inimicos nostros.]
14พาออกจากความมืดและเงาแห่งความตาย แล้วหักโซ่ที่ล่ามพวกเขา
no verse 15 in this text
15ให้พวกเขาสรรเสริญพระยาห์เวห์เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ เพราะกิจการอัศจรรย์ที่พระองค์ทำเพื่อมนุษย์ทั้งหลาย!
no verse 16 in this text
16เพราะพระองค์พังประตูทองสัมฤทธิ์ และตัดดาลเหล็กขาด
no verse 17 in this text
17คนโง่ต้องทุกข์เพราะการกบฏของตน และเพราะความชั่วของตน
no verse 18 in this text
18พวกเขารังเกียจอาหารทุกอย่าง และเข้าใกล้ประตูแห่งความตาย
no verse 19 in this text
19แล้วพวกเขาร้องหาพระยาห์เวห์ท่ามกลางความทุกข์ พระองค์ช่วยให้พ้นจากความคับแค้น
no verse 20 in this text
20พระองค์ส่งถ้อยคำของพระองค์มารักษาพวกเขา และช่วยพวกเขาให้พ้นจากหลุมศพ
no verse 21 in this text
21ให้พวกเขาสรรเสริญพระยาห์เวห์เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ เพราะกิจการอัศจรรย์ที่พระองค์ทำเพื่อมนุษย์ทั้งหลาย!
no verse 22 in this text
22ให้พวกเขาถวายเครื่องบูชาแห่งการขอบคุณ และเล่ากิจการของพระองค์ด้วยเสียงเพลง
no verse 23 in this text
23บางคนลงเรือออกทะเล ทำมาหากินในผืนน้ำกว้างใหญ่
no verse 24 in this text
24คนเหล่านี้ได้เห็นกิจการของพระยาห์เวห์ และสิ่งอัศจรรย์ของพระองค์ในห้วงลึก
no verse 25 in this text
25เพราะพระองค์ตรัส ลมพายุก็ลุกขึ้น ยกคลื่นทะเลให้สูง
no verse 26 in this text
26พวกเขาขึ้นไปถึงฟ้า แล้วลงไปถึงห้วงลึก ใจของพวกเขาละลายด้วยความทุกข์
no verse 27 in this text
27พวกเขาโซเซไปมาเหมือนคนเมา หมดปัญญา ไม่รู้จะทำอย่างไร
no verse 28 in this text
28แล้วพวกเขาร้องหาพระยาห์เวห์ท่ามกลางความทุกข์ พระองค์พาออกจากความคับแค้น
no verse 29 in this text
29พระองค์ทำให้พายุสงบ คลื่นทะเลก็นิ่ง
no verse 30 in this text
30พวกเขาดีใจเมื่อทะเลสงบ พระองค์จึงนำไปถึงท่าเรือที่ปรารถนา
no verse 31 in this text
31ให้พวกเขาสรรเสริญพระยาห์เวห์เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ เพราะกิจการอัศจรรย์ที่พระองค์ทำเพื่อมนุษย์ทั้งหลาย!
no verse 32 in this text
32ให้พวกเขายกย่องพระองค์ในที่ประชุมของประชาชน และสรรเสริญพระองค์ในที่ประชุมของผู้อาวุโส
no verse 33 in this text
33พระองค์เปลี่ยนแม่น้ำให้เป็นทะเลทราย เปลี่ยนตาน้ำให้เป็นแผ่นดินกระหายน้ำ
no verse 34 in this text
34เปลี่ยนแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ให้เป็นดินเค็มรกร้าง เพราะความชั่วของผู้ที่อาศัยอยู่ที่นั่น
no verse 35 in this text
35พระองค์เปลี่ยนทะเลทรายให้เป็นสระน้ำ เปลี่ยนแผ่นดินแห้งให้มีตาน้ำ
no verse 36 in this text
36พระองค์ให้คนหิวโหยตั้งถิ่นฐานที่นั่น พวกเขาสร้างเมืองเพื่ออยู่อาศัย
no verse 37 in this text
37หว่านพืช ปลูกสวนองุ่น และเก็บเกี่ยวผลผลิต
no verse 38 in this text
38พระองค์อวยพรจนพวกเขาเพิ่มจำนวนอย่างมาก และไม่ปล่อยให้ฝูงสัตว์ลดลง
no verse 39 in this text
39ต่อมา พวกเขากลับลดจำนวนและตกต่ำ เพราะการกดขี่ ความทุกข์ และความเศร้า
no verse 40 in this text
40พระองค์ทำให้บรรดาเจ้านายตกเป็นที่ดูหมิ่น ทำให้พวกเขาเร่ร่อนในที่รกร้างไร้ทาง
no verse 41 in this text
41แต่ยกคนขัดสนขึ้นจากความทุกข์ และเพิ่มพูนครอบครัวของพวกเขาให้มากเหมือนฝูงแกะ
no verse 42 in this text
42คนเที่ยงตรงเห็นแล้วก็ยินดี คนชั่วทั้งสิ้นจะต้องปิดปากเงียบ
no verse 43 in this text
43ใครมีปัญญา จงใส่ใจสิ่งเหล่านี้ และพิจารณาว่าพระยาห์เวห์แสดงความรักมั่นคงอย่างไรบ้าง
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.