Romanos 1
Clementine Vulgate, 1598Translation
Clementine Vulgate, 1598
Freedom Bible (Thai)
1Paulus, servus Jesu Christi, vocatus Apostolus, segregatus in Evangelium Dei,
1เปาโล ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ ผู้ถูกเรียกให้เป็นอัครทูต และถูกแยกไว้สำหรับข่าวดีของพระเจ้า
2quod ante promiserat per prophetas suos in Scripturis sanctis
2ข่าวดีนี้ พระองค์ทรงสัญญาไว้ล่วงหน้าผ่านเหล่าผู้เผยพระวจนะของพระองค์ในพระคัมภีร์บริสุทธิ์
3de Filio suo, qui factus est ei ex semine David secundum carnem,
3เป็นข่าวดีเกี่ยวกับพระบุตรของพระองค์ ผู้ถือกำเนิดจากลูกหลานของดาวิดในความเป็นมนุษย์
4qui prædestinatus est Filius Dei in virtute secundum spiritum sanctificationis ex resurrectione mortuorum Jesu Christi Domini nostri:
4และโดยการฟื้นขึ้นจากความตาย พระองค์ได้รับการประกาศด้วยพลังว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ตามพระวิญญาณแห่งความบริสุทธิ์ คือพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
5per quem accepimus gratiam, et apostolatum ad obediendum fidei in omnibus gentibus pro nomine ejus,
5โดยทางพระองค์ พวกเราได้รับพระคุณและการเป็นอัครทูต เพื่อให้เกิดการเชื่อฟังด้วยความเชื่อท่ามกลางชนชาติต่าง ๆ ทั้งหมด เพื่อพระนามของพระองค์
6in quibus estis et vos vocati Jesu Christi:
6พวกคุณก็อยู่ในกลุ่มชนชาติเหล่านั้น และถูกเรียกให้เป็นของพระเยซูคริสต์ด้วย
7omnibus qui sunt Romæ, dilectis Dei, vocatis sanctis. Gratia vobis, et pax a Deo Patre nostro, et Domino Jesu Christo.
7ถึงทุกคนในกรุงโรม ผู้เป็นที่รักของพระเจ้า และถูกเรียกให้เป็นผู้บริสุทธิ์ ขอพระคุณและสันติสุขมีแก่พวกคุณ จากพระเจ้าพระบิดาของเรา และจากพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า
8Primum quidem gratias ago Deo meo per Jesum Christum pro omnibus vobis: quia fides vestra annuntiatur in universo mundo.
8ก่อนอื่น ข้าพเจ้าขอบคุณพระเจ้าของข้าพเจ้าผ่านพระเยซูคริสต์สำหรับพวกคุณทุกคน เพราะความเชื่อของพวกคุณเป็นที่กล่าวถึงทั่วโลก
9Testis enim mihi est Deus, cui servio in spiritu meo in Evangelio Filii ejus, quod sine intermissione memoriam vestri facio
9พระเจ้า ผู้ที่ข้าพเจ้ารับใช้ด้วยจิตวิญญาณของข้าพเจ้าในข่าวดีเรื่องพระบุตรของพระองค์ ทรงเป็นพยานให้ข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้ากล่าวถึงพวกคุณเสมอโดยไม่หยุดหย่อนในคำอธิษฐานของข้าพเจ้า
10semper in orationibus meis: obsecrans, si quomodo tandem aliquando prosperum iter habeam in voluntate Dei veniendi ad vos.
10ข้าพเจ้าทูลขออยู่เสมอว่า หากเป็นไปตามความประสงค์ของพระเจ้า ในที่สุดข้าพเจ้าจะได้มีโอกาสเดินทางมาหาพวกคุณ
11Desidero enim videre vos, ut aliquid impertiar vobis gratiæ spiritualis ad confirmandos vos:
11เพราะข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะพบพวกคุณ เพื่อจะได้แบ่งปันของประทานฝ่ายจิตวิญญาณบางอย่างแก่พวกคุณ ให้พวกคุณมั่นคงขึ้น
12id est, simul consolari in vobis per eam quæ invicem est, fidem vestram atque meam.
12กล่าวอีกอย่างคือ เมื่อเราอยู่ด้วยกัน พวกเราจะได้หนุนใจกันด้วยความเชื่อของกันและกัน ทั้งความเชื่อของพวกคุณและของข้าพเจ้า
13Nolo autem vos ignorare fratres: quia sæpe proposui venire ad vos (et prohibitus sum usque adhuc) ut aliquem fructum habeam et in vobis, sicut et in ceteris gentibus.
13พี่น้อง ข้าพเจ้าอยากให้พวกคุณรู้ไว้ว่า ข้าพเจ้าตั้งใจมาหาพวกคุณหลายครั้งแล้ว แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังมีสิ่งขัดขวาง เพื่อข้าพเจ้าจะได้มีผลท่ามกลางพวกคุณบ้าง เช่นเดียวกับท่ามกลางคนต่างชาติกลุ่มอื่น ๆ
14Græcis ac barbaris, sapientibus, et insipientibus debitor sum:
14ข้าพเจ้าเป็นหนี้ทั้งชาวกรีกและผู้ที่ไม่ใช่ชาวกรีก ทั้งคนมีปัญญาและคนไร้ปัญญา
15ita (quod in me) promptum est et vobis, qui Romæ estis, evangelizare.
15เพราะฉะนั้น ในส่วนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงกระตือรือร้นที่จะประกาศข่าวดีแก่พวกคุณที่อยู่ในกรุงโรมด้วย
16Non enim erubesco Evangelium. Virtus enim Dei est in salutem omni credenti, Judæo primum, et Græco.
16เพราะข้าพเจ้าไม่ละอายต่อข่าวดีเรื่องพระคริสต์ เพราะข่าวดีนี้เป็นพลังของพระเจ้าที่นำความรอดมาสู่ทุกคนที่เชื่อ แก่ชาวยิวก่อน และแก่ชาวกรีกด้วย
17Justitia enim Dei in eo revelatur ex fide in fidem: sicut scriptum est: Justus autem ex fide vivit.
17เพราะในข่าวดีนี้ ความชอบธรรมของพระเจ้าถูกเปิดเผย จากความเชื่อไปสู่ความเชื่อ ดังที่มีเขียนไว้ว่า “แต่คนชอบธรรมจะมีชีวิตอยู่โดยความเชื่อ”
18Revelatur enim ira Dei de cælo super omnem impietatem, et injustitiam hominum eorum, qui veritatem Dei in injustitia detinent:
18เพราะความโกรธของพระเจ้าที่มีต่อความไม่ยำเกรงพระเจ้าและความไม่ชอบธรรมทุกอย่างของมนุษย์ ผู้ใช้ความไม่ชอบธรรมกดความจริงไว้ ถูกเปิดเผยจากสวรรค์
19quia quod notum est Dei, manifestum est in illis. Deus enim illis manifestavit.
19สิ่งที่อาจรู้ได้เกี่ยวกับพระเจ้าก็ปรากฏชัดอยู่ในพวกเขา เพราะพระเจ้าทรงทำให้สิ่งนั้นปรากฏแก่พวกเขา
20Invisibilia enim ipsius, a creatura mundi, per ea quæ facta sunt, intellecta, conspiciuntur: sempiterna quoque ejus virtus, et divinitas: ita ut sint inexcusabiles.
20ตั้งแต่พระองค์ทรงสร้างโลก สิ่งที่มองไม่เห็นของพระองค์ คือพลังนิรันดร์และความเป็นพระเจ้าของพระองค์ ก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเข้าใจได้จากสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีข้อแก้ตัว
21Quia cum cognovissent Deum, non sicut Deum glorificaverunt, aut gratias egerunt: sed evanuerunt in cogitationibus suis, et obscuratum est insipiens cor eorum:
21เพราะแม้พวกเขารู้จักพระเจ้า แต่ก็ไม่ได้ถวายพระสิริแด่พระองค์ในฐานะพระเจ้า และไม่ได้ขอบคุณพระองค์ แต่ความคิดของพวกเขากลับไร้สาระ และใจที่ไร้ความเข้าใจของพวกเขาก็มืดมัวลง
22dicentes enim se esse sapientes, stulti facti sunt.
22ทั้งที่อ้างว่าตนมีปัญญา พวกเขากลับกลายเป็นคนโง่
23Et mutaverunt gloriam incorruptibilis Dei in similitudinem imaginis corruptibilis hominis, et volucrum, et quadrupedum, et serpentium.
23และเอาพระสิริของพระเจ้าผู้ไม่เสื่อมสลายไปแลกกับรูปจำลองที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ที่เสื่อมสลายได้ เหมือนนก สัตว์สี่เท้า และสัตว์เลื้อยคลาน
24Propter quod tradidit illos Deus in desideria cordis eorum, in immunditiam, ut contumeliis afficiant corpora sua in semetipsis:
24ดังนั้น พระเจ้าจึงปล่อยพวกเขาให้ตกอยู่ในความไม่บริสุทธิ์ตามความใคร่ในใจของตน จนร่างกายของพวกเขาถูกทำให้เสื่อมเกียรติระหว่างกัน
25qui commutaverunt veritatem Dei in mendacium: et coluerunt, et servierunt creaturæ potius quam Creatori, qui est benedictus in sæcula. Amen.
25พวกเขาเอาความจริงของพระเจ้าไปแลกกับคำโกหก แล้วนมัสการและรับใช้สิ่งที่ถูกสร้าง แทนพระผู้สร้าง ผู้สมควรได้รับคำสรรเสริญตลอดไป อาเมน
26Propterea tradidit illos Deus in passiones ignominiæ: nam feminæ eorum immutaverunt naturalem usum in eum usum qui est contra naturam.
26ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงปล่อยพวกเขาให้ตกอยู่ในความปรารถนาที่น่าอับอาย ผู้หญิงของพวกเขาเปลี่ยนความสัมพันธ์ตามธรรมชาติไปเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติ
27Similiter autem et masculi, relicto naturali usu feminæ, exarserunt in desideriis suis in invicem, masculi in masculos turpitudinem operantes, et mercedem, quam oportuit, erroris sui in semetipsis recipientes.
27เช่นเดียวกัน ผู้ชายก็ละทิ้งความสัมพันธ์ตามธรรมชาติกับผู้หญิง และเร่าร้อนด้วยความใคร่ต่อกัน ผู้ชายทำสิ่งที่ไม่สมควรกับผู้ชายด้วยกัน และได้รับโทษที่สมควรกับความผิดของพวกเขาในตัวของตนเอง
28Et sicut non probaverunt Deum habere in notitia, tradidit illos Deus in reprobum sensum, ut faciant ea quæ non conveniunt,
28เมื่อพวกเขาไม่เห็นว่าควรรู้จักพระเจ้า พระเจ้าจึงปล่อยพวกเขาให้ตกอยู่ในความคิดเสื่อมทราม เพื่อทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม
29repletos omni iniquitate, malitia, fornicatione, avaritia, nequitia, plenos invidia, homicidio, contentione, dolo, malignitate: susurrones,
29พวกเขาเต็มไปด้วยความไม่ชอบธรรมทุกอย่าง การผิดศีลธรรมทางเพศ ความชั่วร้าย ความโลภ และความมุ่งร้าย เต็มไปด้วยความอิจฉา การฆ่า การทะเลาะวิวาท การหลอกลวง และนิสัยชั่ว ชอบนินทาลับหลัง
30detractores, Deo odibiles, contumeliosos, superbos, elatos, inventores malorum, parentibus non obedientes,
30ใส่ร้ายผู้อื่น เป็นที่น่าเกลียดชังต่อพระเจ้า หยิ่งยโส จองหอง ชอบโอ้อวด คิดค้นสิ่งชั่วร้าย ไม่เชื่อฟังพ่อแม่
31insipientes, incompositos, sine affectione, absque fœdere, sine misericordia.
31ไร้ความเข้าใจ ไม่รักษาพันธสัญญา ไร้ความรักใคร่ตามธรรมชาติ ไม่ยอมให้อภัย และไร้ความเมตตา
32Qui cum justitiam Dei cognovissent, non intellexerunt quoniam qui talia agunt, digni sunt morte: et non solum qui ea faciunt, sed etiam qui consentiunt facientibus.
32แม้พวกเขารู้ข้อกำหนดของพระเจ้าว่า คนที่ทำสิ่งเหล่านี้สมควรตาย พวกเขาไม่เพียงทำเองเท่านั้น แต่ยังเห็นชอบกับคนที่ทำสิ่งเหล่านี้ด้วย
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.