Romanos
Chapter 8
Clementine Vulgate, 1598
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

Romanos 8

Clementine Vulgate, 1598
Freedom Bible (Thai)
1Nihil ergo nunc damnationis est iis qui sunt in Christo Jesu: qui non secundum carnem ambulant.
1เพราะ​ฉะนั้น บัดนี้​จึง​ไม่มี​การพิพากษา​ลงโทษ​สำหรับ​ผู้​ที่​อยู่​ใน​พระเยซูคริสต์ คือ​ผู้​ที่​ไม่ได้​ดำเนิน​ตาม​เนื้อหนัง แต่​ดำเนิน​ตาม​พระวิญญาณ
2Lex enim spiritus vitæ in Christo Jesu liberavit me a lege peccati et mortis.
2เพราะ​กฎ​ของ​พระวิญญาณ​แห่ง​ชีวิต​ใน​พระเยซูคริสต์ ได้​ปลดปล่อย​ข้าพเจ้า​จาก​กฎ​ของ​บาป​และ​ความตาย
3Nam quod impossibile erat legi, in quo infirmabatur per carnem: Deus Filium suum mittens in similitudinem carnis peccati et de peccato, damnavit peccatum in carne,
3สิ่ง​ที่​ธรรมบัญญัติ​ทำ​ไม่​ได้ เพราะ​เนื้อหนัง​ทำ​ให้​ธรรมบัญญัติ​อ่อนกำลัง พระเจ้า​ทรง​ทำ​สิ่งนั้น​แล้ว โดย​ส่ง​พระบุตร​ของ​พระองค์​เอง​มา​ใน​สภาพ​เหมือน​เนื้อหนัง​ของ​มนุษย์​ที่​มี​บาป และ​ใน​เรื่อง​บาป พระเจ้า​ทรง​พิพากษา​ลงโทษ​บาป​ใน​เนื้อหนัง
4ut justificatio legis impleretur in nobis, qui non secundum carnem ambulamus, sed secundum spiritum.
4เพื่อ​ข้อกำหนด​ของ​ธรรมบัญญัติ​จะ​สำเร็จ​ใน​พวกเรา ผู้​ที่​ไม่ได้​ดำเนิน​ตาม​เนื้อหนัง แต่​ดำเนิน​ตาม​พระวิญญาณ
5Qui enim secundum carnem sunt, quæ carnis sunt, sapiunt: qui vero secundum spiritum sunt, quæ sunt spiritus, sentiunt.
5เพราะ​คน​ที่​ดำเนินชีวิต​ตาม​เนื้อหนัง ย่อม​มุ่งใจ​ไป​ที่​สิ่ง​ที่​เป็น​ฝ่าย​เนื้อหนัง แต่​คน​ที่​ดำเนินชีวิต​ตาม​พระวิญญาณ ย่อม​มุ่งใจ​ไป​ที่​สิ่ง​ที่​เป็น​ฝ่าย​พระวิญญาณ
6Nam prudentia carnis, mors est: prudentia autem spiritus, vita et pax:
6เพราะ​จิตใจ​ที่​มุ่ง​ตาม​เนื้อหนัง​คือ​ความตาย แต่​จิตใจ​ที่​มุ่ง​ตาม​พระวิญญาณ​คือ​ชีวิต​และ​สันติสุข
7quoniam sapientia carnis inimica est Deo: legi enim Dei non est subjecta, nec enim potest.
7เพราะ​จิตใจ​ที่​มุ่ง​ตาม​เนื้อหนัง​เป็น​ศัตรู​ต่อ​พระเจ้า ไม่​ยอม​อยู่​ใต้​ธรรมบัญญัติ​ของ​พระเจ้า และ​ที่จริง​ก็​ทำ​เช่นนั้น​ไม่​ได้
8Qui autem in carne sunt, Deo placere non possunt.
8คน​ที่​อยู่​ฝ่าย​เนื้อหนัง​ไม่​สามารถ​ทำ​ให้​พระเจ้า​พอใจ​ได้
9Vos autem in carne non estis, sed in spiritu: si tamen Spiritus Dei habitat in vobis. Si quis autem Spiritum Christi non habet, hic non est ejus.
9แต่​พวกคุณ​ไม่ได้​อยู่​ฝ่าย​เนื้อหนัง แต่​อยู่​ฝ่าย​พระวิญญาณ ถ้า​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​อาศัย​อยู่​ใน​พวกคุณ แต่​ถ้า​ใคร​ไม่มี​พระวิญญาณ​ของ​พระคริสต์ คน​นั้น​ก็​ไม่ใช่​ของ​พระองค์
10Si autem Christus in vobis est, corpus quidem mortuum est propter peccatum, spiritus vero vivit propter justificationem.
10ถ้า​พระคริสต์​อยู่​ใน​พวกคุณ ร่างกาย​ก็​ตาย​เพราะ​บาป แต่​วิญญาณ​มีชีวิต​เพราะ​ความชอบธรรม
11Quod si Spiritus ejus, qui suscitavit Jesum a mortuis, habitat in vobis: qui suscitavit Jesum Christum a mortuis, vivificabit et mortalia corpora vestra, propter inhabitantem Spiritum ejus in vobis.
11และ​ถ้า​พระวิญญาณ​ของ​พระองค์​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้นขึ้นจากความตาย อาศัย​อยู่​ใน​พวกคุณ พระองค์​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​พระเยซูคริสต์​ฟื้นขึ้นจากความตาย ก็​จะ​ประทาน​ชีวิต​แก่​ร่างกาย​ที่​ต้อง​ตาย​ของ​พวกคุณ​ด้วย โดย​ทาง​พระวิญญาณ​ของ​พระองค์​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​พวกคุณ
12Ergo fratres, debitores sumus non carni, ut secundum carnem vivamus.
12เพราะ​ฉะนั้น พี่น้อง เรา​ไม่​ได้​เป็น​หนี้​เนื้อหนัง​ที่​จะ​ต้อง​ดำเนินชีวิต​ตาม​เนื้อหนัง
13Si enim secundum carnem vixeritis, moriemini: si autem spiritu facta carnis mortificaveritis, vivetis.
13เพราะ​ถ้า​พวกคุณ​ดำเนินชีวิต​ตาม​เนื้อหนัง พวกคุณ​จะ​ต้อง​ตาย แต่​ถ้า​โดย​พระวิญญาณ พวกคุณ​ทำ​ให้​การกระทำ​ของ​ร่างกาย​ตาย พวกคุณ​จะ​มีชีวิต
14Quicumque enim Spiritu Dei aguntur, ii sunt filii Dei.
14เพราะ​ทุกคน​ที่​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​ทรง​นำ คน​เหล่านั้น​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า
15Non enim accepistis spiritum servitutis iterum in timore, sed accepistis spiritum adoptionis filiorum, in quo clamamus: Abba (Pater).
15เพราะ​พวกคุณ​ไม่ได้​รับ​วิญญาณ​แห่ง​การเป็นทาส​ให้​กลับ​ไป​กลัว​อีก แต่​พวกคุณ​ได้รับ​พระวิญญาณ​แห่ง​การรับเป็นบุตร โดย​พระวิญญาณ​นั้น​เรา​ร้อง​ว่า “อับบา! พระบิดา!”
16Ipse enim Spiritus testimonium reddit spiritui nostro quod sumus filii Dei.
16พระวิญญาณ​เอง​ทรง​เป็นพยาน​ร่วม​กับ​วิญญาณ​ของ​เรา​ว่า เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า
17Si autem filii, et hæredes: hæredes, quidem Dei, cohæredes autem Christi: si tamen compatimur ut et conglorificemur.
17และ​ถ้า​เรา​เป็น​ลูก เรา​ก็​เป็น​ทายาท คือ​เป็น​ทายาท​ของ​พระเจ้า และ​เป็น​ทายาท​ร่วม​กับ​พระคริสต์ ถ้า​เรา​ได้​ร่วม​ทนทุกข์​กับ​พระองค์​จริง เพื่อ​เรา​จะ​ได้รับ​พระสิริ​ร่วม​กับ​พระองค์​ด้วย
18Existimo enim quod non sunt condignæ passiones hujus temporis ad futuram gloriam, quæ revelabitur in nobis.
18เพราะ​ข้าพเจ้า​เห็น​ว่า ความทุกข์​ใน​เวลา​ปัจจุบัน​นี้ ไม่​ควร​นำ​มา​เทียบ​กับ​พระสิริ​ที่​จะ​ปรากฏ​แก่​เรา
19Nam exspectatio creaturæ revelationem filiorum Dei exspectat.
19เพราะ​สิ่ง​ที่​ถูก​สร้าง​ทั้งปวง​กำลัง​เฝ้ารอ​อย่าง​ใจจดใจจ่อ ให้​ลูก​ของ​พระเจ้า​ปรากฏ
20Vanitati enim creatura subjecta est non volens, sed propter eum, qui subjecit eam in spe:
20เพราะ​สิ่ง​ที่​ถูก​สร้าง​ทั้งปวง​ถูก​ทำ​ให้​ตก​อยู่​ใน​ความสูญเปล่า ไม่ใช่​เพราะ​สมัครใจ​เอง แต่​เพราะ​พระองค์​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​เป็น​เช่นนั้น โดย​มี​ความหวัง
21quia et ipsa creatura liberabitur a servitute corruptionis in libertatem gloriæ filiorum Dei.
21ว่า​สิ่ง​ที่​ถูก​สร้าง​ทั้งปวง​เอง​ก็​จะ​ได้รับ​การปลดปล่อย​จาก​การเป็นทาส​ของ​ความเสื่อมสลาย และ​เข้า​สู่​เสรีภาพ​ใน​พระสิริ​ของ​ลูก​ของ​พระเจ้า
22Scimus enim quod omnis creatura ingemiscit, et parturit usque adhuc.
22เพราะ​เรา​รู้​ว่า สิ่ง​ที่​ถูก​สร้าง​ทั้งปวง​คร่ำครวญ​และ​เจ็บปวด​เหมือน​หญิง​กำลัง​คลอด​ร่วมกัน​มา​จนถึง​บัดนี้
23Non solum autem illa, sed et nos ipsi primitias spiritus habentes: et ipsi intra nos gemimus adoptionem filiorum Dei exspectantes, redemptionem corporis nostri.
23ไม่​เพียง​เท่านั้น แม้​แต่​เรา​เอง ผู้​มี​ผลแรก​ของ​พระวิญญาณ ก็​ยัง​คร่ำครวญ​อยู่​ภายใน ขณะ​รอคอย​การรับเป็นบุตร คือ​การไถ่​ร่างกาย​ของ​เรา
24Spe enim salvi facti sumus. Spes autem, quæ videtur, non est spes: nam quod videt quis, quid sperat?
24เพราะ​เรา​ได้รับ​ความรอด​ใน​ความหวัง แต่​ความหวัง​ที่​มอง​เห็น​แล้ว​ก็​ไม่ใช่​ความหวัง เพราะ​ใคร​จะ​หวัง​ใน​สิ่ง​ที่​ตน​มอง​เห็น​แล้ว
25Si autem quod non videmus, speramus: per patientiam exspectamus.
25แต่​ถ้า​เรา​หวัง​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ยัง​มอง​ไม่​เห็น เรา​ก็​รอคอย​ด้วย​ความอดทน
26Similiter autem et Spiritus adjuvat infirmitatem nostram: nam quid oremus, sicut oportet, nescimus: sed ipse Spiritus postulat pro nobis gemitibus inenarrabilibus.
26เช่นเดียวกัน พระวิญญาณ​ก็​ทรง​ช่วย​เรา​ใน​ความอ่อนแอ​ทั้งหลาย​ของ​เรา เพราะ​เรา​ไม่​รู้​ว่า​ควร​อธิษฐาน​อย่างไร แต่​พระวิญญาณ​เอง​ทรง​วิงวอน​แทน​เรา​ด้วย​ความคร่ำครวญ​ที่​ไม่​อาจ​กล่าว​เป็น​คำ​ได้
27Qui autem scrutatur corda, scit quid desideret Spiritus: quia secundum Deum postulat pro sanctis.
27และ​พระองค์​ผู้​ทรง​สำรวจ​ใจ ย่อม​ทรง​รู้​ความคิด​ของ​พระวิญญาณ เพราะ​พระวิญญาณ​ทรง​วิงวอน​เพื่อ​ผู้บริสุทธิ์​ตาม​ความประสงค์​ของ​พระเจ้า
28Scimus autem quoniam diligentibus Deum omnia cooperantur in bonum, iis qui secundum propositum vocati sunt sancti.
28เรา​รู้​ว่า ทุกสิ่ง​ร่วมกัน​ก่อ​ให้​เกิด​ผลดี​แก่​คน​ที่​รัก​พระเจ้า คือ​คน​ที่​ถูก​เรียก​ตาม​ความมุ่งหมาย​ของ​พระองค์
29Nam quos præscivit, et prædestinavit conformes fieri imaginis Filii sui, ut sit ipse primogenitus in multis fratribus.
29เพราะ​คน​ที่​พระองค์​ทรง​รู้จัก​ล่วงหน้า พระองค์​ก็​ทรง​กำหนด​ไว้​ล่วงหน้า​ให้​เป็น​เหมือน​พระฉายา​ของ​พระบุตร​ของ​พระองค์ เพื่อ​พระบุตร​จะ​เป็น​บุตรหัวปี​ท่ามกลาง​พี่น้อง​จำนวน​มาก
30Quos autem prædestinavit, hos et vocavit: et quos vocavit, hos et justificavit: quos autem justificavit, illos et glorificavit.
30คน​ที่​พระองค์​ทรง​กำหนด​ไว้​ล่วงหน้า พระองค์​ก็​ทรง​เรียก คน​ที่​ทรง​เรียก พระองค์​ก็​ทรง​ให้​ได้รับ​ความชอบธรรม และ​คน​ที่​ทรง​ให้​ได้รับ​ความชอบธรรม พระองค์​ก็​ทรง​ให้​ได้รับ​พระสิริ
31Quid ergo dicemus ad hæc? si Deus pro nobis, qui contra nos?
31ถ้า​เช่นนั้น เรา​จะ​ว่า​อย่างไร​เกี่ยวกับ​เรื่อง​เหล่านี้ ถ้า​พระเจ้า​ทรง​อยู่​ฝ่าย​เรา ใคร​จะ​ต่อต้าน​เรา​ได้
32Qui etiam proprio Filio suo non pepercit, sed pro nobis omnibus tradidit illum: quomodo non etiam cum illo omnia nobis donavit?
32พระองค์​ผู้​ไม่​ทรง​หวง​พระบุตร​ของ​พระองค์​เอง แต่​ทรง​มอบ​พระบุตร​นั้น​ไว้​เพื่อ​เรา​ทุกคน จะ​ไม่​ทรง​มอบ​ทุกสิ่ง​แก่​เรา​โดย​ไม่​คิด​สิ่งตอบแทน พร้อม​กับ​พระบุตร​ด้วย​หรือ
33Quis accusabit adversus electos Dei? Deus qui justificat,
33ใคร​จะ​กล่าวหา​ผู้​ที่​พระเจ้า​ทรง​เลือก พระเจ้า​เอง​ทรง​เป็น​ผู้​ให้​ความชอบธรรม
34quis est qui condemnet? Christus Jesus, qui mortuus est, immo qui et resurrexit, qui est ad dexteram Dei, qui etiam interpellat pro nobis.
34ใคร​จะ​เป็น​ผู้​พิพากษา​ลงโทษ พระคริสต์​ต่างหาก​ที่​ตาย และ​ยิ่ง​กว่านั้น พระองค์​ทรง​ฟื้นขึ้นจากความตาย ทรง​อยู่​ทาง​ขวามือ​ของ​พระเจ้า และ​ทรง​วิงวอน​เพื่อ​เรา​ด้วย
35Quis ergo nos separabit a caritate Christi? tribulatio? an angustia? an fames? an nuditas? an periculum? an persecutio? an gladius?
35ใคร​จะ​แยก​เรา​ออก​จาก​ความรัก​ของ​พระคริสต์ ความทุกข์ยาก ความคับแค้น การข่มเหง การกันดารอาหาร ความเปลือยเปล่า อันตราย หรือ​คมดาบ จะ​ทำ​ได้​หรือ
36(Sicut scriptum est: [Quia propter te mortificamur tota die: æstimati sumus sicut oves occisionis.)]
36ดัง​ที่​มี​เขียน​ไว้​ว่า “เพราะ​เห็นแก่​พระองค์ พวกเรา​ถูก​ฆ่า​ตลอด​ทั้งวัน พวกเรา​ถูก​นับ​ว่า​เป็น​แกะ​สำหรับ​การฆ่า”
37Sed in his omnibus superamus propter eum qui dilexit nos.
37ไม่​เลย ใน​ทุกสิ่ง​เหล่านี้ เรา​มี​ชัย​อย่าง​ท่วมท้น โดย​ทาง​พระองค์​ผู้​ทรง​รัก​เรา
38Certus sum enim quia neque mors, neque vita, neque angeli, neque principatus, neque virtutes, neque instantia, neque futura, neque fortitudo,
38เพราะ​ข้าพเจ้า​มั่นใจ​ว่า ไม่​ว่า​ความตาย หรือ​ชีวิต หรือ​ทูตสวรรค์ หรือ​ผู้​มี​อำนาจปกครอง หรือ​สิ่ง​ที่​มี​อยู่​ใน​ปัจจุบัน หรือ​สิ่ง​ที่​จะ​มา หรือ​ฤทธิ์อำนาจ
39neque altitudo, neque profundum, neque creatura alia poterit nos separare a caritate Dei, quæ est in Christo Jesu Domino nostro.
39หรือ​ความสูง หรือ​ความลึก หรือ​สิ่ง​อื่น​ใด​ที่​ถูก​สร้าง ก็​ไม่​สามารถ​แยก​เรา​ออก​จาก​ความรัก​ของ​พระเจ้า ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.