Romanos 11
Clementine Vulgate, 1598Translation
Clementine Vulgate, 1598
Freedom Bible (Thai)
1Dico ergo: Numquid Deus repulit populum suum? Absit. Nam et ego Israëlita sum ex semine Abraham, de tribu Benjamin:
1ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าถามว่า พระเจ้าทรงปฏิเสธประชากรของพระองค์หรือ ไม่มีทางเป็นอย่างนั้น! เพราะข้าพเจ้าเองก็เป็นชาวอิสราเอล เป็นเชื้อสายของอับราฮัม จากเผ่าเบนยามิน
2non repulit Deus plebem suam, quam præscivit. An nescitis in Elia quid dicit Scriptura? quemadmodum interpellat Deum adversum Israël:
2พระเจ้าไม่ได้ทรงปฏิเสธประชากรของพระองค์ ผู้ที่พระองค์ทรงรู้จักล่วงหน้า หรือพวกคุณไม่รู้หรือว่า พระคัมภีร์กล่าวถึงเอลียาห์อย่างไร ตอนที่เขากล่าวฟ้องอิสราเอลต่อพระเจ้าว่า
3Domine, prophetas tuos occiderunt, altaria tua suffoderunt: et ego relictus sum solus, et quærunt animam meam.
3“องค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเขาฆ่าผู้เผยพระวจนะของพระองค์ และทำลายแท่นบูชาของพระองค์ ข้าพเจ้าเหลืออยู่คนเดียว และพวกเขายังตามเอาชีวิตข้าพเจ้า”
4Sed quid dicit illi divinum responsum? Reliqui mihi septem millia virorum, qui non curvaverunt genua ante Baal.
4แต่พระเจ้าทรงตอบเขาอย่างไร “เราได้เก็บคนไว้สำหรับเราเองเจ็ดพันคน ซึ่งไม่เคยคุกเข่าต่อบาอัล”
5Sic ergo et in hoc tempore reliquiæ secundum electionem gratiæ salvæ factæ sunt.
5เช่นเดียวกัน ในเวลาปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนที่เหลืออยู่ ตามการทรงเลือกโดยพระคุณ
6Si autem gratia, jam non ex operibus: alioquin gratia jam non est gratia.
6และถ้าเป็นโดยพระคุณ ก็ไม่ใช่โดยการกระทำอีกต่อไป มิฉะนั้น พระคุณก็ไม่ใช่พระคุณ แต่ถ้าเป็นโดยการกระทำ ก็ไม่ใช่โดยพระคุณอีกต่อไป มิฉะนั้น การกระทำก็ไม่ใช่การกระทำ
7Quid ergo? Quod quærebat Israël, hoc non est consecutus: electio autem consecuta est: ceteri vero excæcati sunt:
7ถ้าเช่นนั้น เป็นอย่างไร สิ่งที่อิสราเอลแสวงหา พวกเขาไม่ได้รับ แต่ผู้ที่ทรงเลือกได้รับ ส่วนคนที่เหลือถูกทำให้ใจแข็งกระด้าง
8sicut scriptum est: Dedit illis Deus spiritum compunctionis: oculos ut non videant, et aures ut non audiant, usque in hodiernum diem.
8ดังที่มีเขียนไว้ว่า “พระเจ้าประทานวิญญาณแห่งความมึนชาแก่พวกเขา มีตาแต่มองไม่เห็น มีหูแต่ฟังไม่ได้ยิน จนถึงวันนี้”
9Et David dicit: Fiat mensa eorum in laqueum, et in captionem, et in scandalum, et in retributionem illis.
9ดาวิดกล่าวว่า “ขอให้โต๊ะอาหารของพวกเขากลายเป็นบ่วง กับดัก สิ่งที่ทำให้สะดุด และการลงโทษตอบแทนแก่พวกเขา
10Obscurentur oculi eorum ne videant: et dorsum eorum semper incurva.
10ขอให้ตาของพวกเขามืดลง เพื่อพวกเขาจะมองไม่เห็น และให้หลังของพวกเขาค้อมอยู่เสมอ”
11Dico ergo: Numquid sic offenderunt ut caderent? Absit. Sed illorum delicto, salus est gentibus ut illos æmulentur.
11ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าถามว่า พวกเขาสะดุดเพื่อจะล้มลงหรือ ไม่มีทางเป็นอย่างนั้น! แต่เพราะการล้มของพวกเขา ความรอดจึงมาถึงคนต่างชาติ เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาอิจฉา
12Quod si delictum illorum divitiæ sunt mundi, et diminutio eorum divitiæ gentium: quanto magis plenitudo eorum?
12ถ้าการล้มของพวกเขาเป็นความมั่งคั่งของโลก และความสูญเสียของพวกเขาเป็นความมั่งคั่งของคนต่างชาติ แล้วความบริบูรณ์ของพวกเขาจะยิ่งกว่านั้นสักเพียงใด
13Vobis enim dico gentibus: Quamdiu quidem ego sum gentium Apostolus, ministerium meum honorificabo,
13ข้าพเจ้ากำลังพูดกับพวกคุณที่เป็นคนต่างชาติ ในเมื่อข้าพเจ้าเป็นอัครทูตไปหาคนต่างชาติ ข้าพเจ้าจึงยกย่องงานรับใช้ของข้าพเจ้า
14si quomodo ad æmulandum provocem carnem meam, et salvos faciam aliquos ex illis.
14เผื่อว่าข้าพเจ้าจะกระตุ้นญาติพี่น้องทางสายเลือดของข้าพเจ้าให้อิจฉา และช่วยบางคนในพวกเขาให้รอด
15Si enim amissio eorum, reconciliatio est mundi: quæ assumptio, nisi vita ex mortuis?
15เพราะถ้าการปฏิเสธพวกเขาทำให้โลกคืนดี แล้วการยอมรับพวกเขาจะเป็นอะไรได้ นอกจากชีวิตจากความตาย
16Quod si delibatio sancta est, et massa: et si radix sancta, et rami.
16ถ้าผลแรกบริสุทธิ์ แป้งทั้งก้อนก็บริสุทธิ์ และถ้ารากบริสุทธิ์ กิ่งทั้งหลายก็บริสุทธิ์
17Quod si aliqui ex ramis fracti sunt, tu autem cum oleaster esses, insertus es in illis, et socius radicis, et pinguedinis olivæ factus es,
17แต่ถ้ากิ่งบางกิ่งถูกหักออก และท่าน ซึ่งเป็นกิ่งมะกอกป่า ถูกต่อกิ่งเข้าไปท่ามกลางกิ่งเหล่านั้น และได้มีส่วนร่วมกับพวกเขาในรากและความอุดมสมบูรณ์ของต้นมะกอก
18noli gloriari adversus ramos. Quod si gloriaris: non tu radicem portas, sed radix te.
18ก็อย่าอวดตัวข่มกิ่งเหล่านั้น แต่ถ้าท่านอวดตัว จงจำไว้ว่า ไม่ใช่ท่านที่ค้ำจุนราก แต่รากต่างหากที่ค้ำจุนท่าน
19Dices ergo: Fracti sunt rami ut ego inserar.
19แล้วท่านจะพูดว่า “กิ่งเหล่านั้นถูกหักออก เพื่อเราจะถูกต่อกิ่งเข้าไป”
20Bene: propter incredulitatem fracti sunt. Tu autem fide stas: noli altum sapere, sed time.
20จริงอยู่ พวกเขาถูกหักออกเพราะความไม่เชื่อ ส่วนท่านยืนอยู่ได้เพราะความเชื่อ อย่าหยิ่งผยอง แต่จงเกรงกลัว
21Si enim Deus naturalibus ramis non pepercit: ne forte nec tibi parcat.
21เพราะถ้าพระเจ้าไม่ทรงละเว้นกิ่งตามธรรมชาติ พระองค์ก็จะไม่ทรงละเว้นท่านเช่นกัน
22Vide ergo bonitatem, et severitatem Dei: in eos quidem qui ceciderunt, severitatem: in te autem bonitatem Dei, si permanseris in bonitate, alioquin et tu excideris.
22เพราะฉะนั้น จงพิจารณาความดีงามและความเข้มงวดของพระเจ้า ต่อคนที่ล้มลง คือความเข้มงวด แต่ต่อท่าน คือความดีงาม ถ้าท่านยังคงอยู่ในความดีงามของพระองค์ มิฉะนั้น ท่านก็จะถูกตัดออกด้วย
23Sed et illi, si non permanserint in incredulitate, inserentur: potens est enim Deus iterum inserere illos.
23ส่วนพวกเขา ถ้าไม่คงอยู่ในความไม่เชื่อ ก็จะถูกต่อกิ่งเข้าไป เพราะพระเจ้าทรงสามารถต่อกิ่งพวกเขาเข้าไปอีก
24Nam si tu ex naturali excisus es oleastro, et contra naturam insertus es in bonam olivam: quanto magis ii qui secundum naturam inserentur suæ olivæ?
24เพราะถ้าท่านถูกตัดออกจากต้นมะกอกป่าตามธรรมชาติ และถูกต่อกิ่งเข้ากับต้นมะกอกดีโดยผิดธรรมชาติ ยิ่งกว่านั้นอีก กิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นกิ่งตามธรรมชาติ จะถูกต่อกิ่งเข้ากับต้นมะกอกของตนเองได้ง่ายเพียงใด
25Nolo enim vos ignorare, fratres, mysterium hoc (ut non sitis vobis ipsis sapientes), quia cæcitas ex parte contigit in Israël, donec plenitudo gentium intraret,
25พี่น้อง ข้าพเจ้าอยากให้พวกคุณรู้ความลับนี้ เพื่อพวกคุณจะไม่คิดว่าตนเองฉลาด คืออิสราเอลมีใจแข็งกระด้างไปบางส่วน จนกว่าคนต่างชาติจะเข้ามาครบถ้วน
26et sic omnis Israël salvus fieret, sicut scriptum est: Veniet ex Sion, qui eripiat, et avertat impietatem a Jacob.
26และเช่นนี้ อิสราเอลทั้งหมดจะได้รับความรอด ดังที่มีเขียนไว้ว่า “ผู้ช่วยกู้จะมาจากศิโยน และจะขจัดความไม่ยำเกรงพระเจ้าออกจากยาโคบ
27Et hoc illis a me testamentum: cum abstulero peccata eorum.
27นี่คือพันธสัญญาของเรากับพวกเขา เมื่อเราจะเอาบาปของพวกเขาออกไป”
28Secundum Evangelium quidem, inimici propter vos: secundum electionem autem, carissimi propter patres.
28ในเรื่องข่าวดี พวกเขาเป็นศัตรูเพื่อประโยชน์ของพวกคุณ แต่ในเรื่องการทรงเลือก พวกเขาเป็นที่รักเพราะเห็นแก่บรรพบุรุษ
29Sine pœnitentia enim sunt dona et vocatio Dei.
29เพราะของประทานและการทรงเรียกของพระเจ้าไม่มีวันถูกถอนคืน
30Sicut enim aliquando et vos non credidistis Deo, nunc autem misericordiam consecuti estis propter incredulitatem illorum:
30เพราะเมื่อก่อน พวกคุณไม่เชื่อฟังพระเจ้า แต่บัดนี้พวกคุณได้รับความเมตตาเพราะการไม่เชื่อฟังของพวกเขา
31ita et isti nunc non crediderunt in vestram misericordiam: ut et ipsi misericordiam consequantur.
31เช่นเดียวกัน บัดนี้พวกเขาก็ไม่เชื่อฟัง เพื่อว่าโดยความเมตตาที่พวกคุณได้รับ พวกเขาจะได้รับความเมตตาด้วย
32Conclusit enim Deus omnia in incredulitate, ut omnium misereatur.
32เพราะพระเจ้าทรงผูกมัดทุกคนไว้กับการไม่เชื่อฟัง เพื่อพระองค์จะทรงเมตตาทุกคน
33O altitudo divitiarum sapientiæ, et scientiæ Dei: quam incomprehensibilia sunt judicia ejus, et investigabiles viæ ejus !
33โอ ความมั่งคั่งแห่งสติปัญญาและความรู้ของพระเจ้าช่างลึกซึ้งเพียงใด! การพิพากษาของพระองค์สุดจะหยั่งรู้ และหนทางของพระองค์เกินกว่าจะสืบค้นได้
34Quis enim cognovit sensum Domini? aut quis consiliarius ejus fuit?
34“เพราะใครเคยรู้ความคิดขององค์พระผู้เป็นเจ้า หรือใครเคยเป็นที่ปรึกษาของพระองค์”
35aut quis prior dedit illi, et retribuetur ei?
35“หรือใครเคยให้สิ่งใดแก่พระองค์ก่อน จนพระองค์ต้องตอบแทนเขาอีก”
36Quoniam ex ipso, et per ipsum, et in ipso sunt omnia: ipsi gloria in sæcula. Amen.
36เพราะทุกสิ่งมาจากพระองค์ ผ่านพระองค์ และมีไว้เพื่อพระองค์ ขอพระสิริมีแด่พระองค์ตลอดไป อาเมน
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.