رِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 8

رِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

رِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ 8

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1إِذًا لَا شَيْءَ مِنَ ٱلدَّيْنُونَةِ ٱلْآنَ عَلَى ٱلَّذِينَ هُمْ فِي ٱلْمَسِيحِ يَسُوعَ، ٱلسَّالِكِينَ لَيْسَ حَسَبَ ٱلْجَسَدِ بَلْ حَسَبَ ٱلرُّوحِ.
1เพราะ​ฉะนั้น บัดนี้​จึง​ไม่มี​การพิพากษา​ลงโทษ​สำหรับ​ผู้​ที่​อยู่​ใน​พระเยซูคริสต์ คือ​ผู้​ที่​ไม่ได้​ดำเนิน​ตาม​เนื้อหนัง แต่​ดำเนิน​ตาม​พระวิญญาณ
2لِأَنَّ نَامُوسَ رُوحِ ٱلْحَيَاةِ فِي ٱلْمَسِيحِ يَسُوعَ قَدْ أَعْتَقَنِي مِنْ نَامُوسِ ٱلْخَطِيَّةِ وَٱلْمَوْتِ.
2เพราะ​กฎ​ของ​พระวิญญาณ​แห่ง​ชีวิต​ใน​พระเยซูคริสต์ ได้​ปลดปล่อย​ข้าพเจ้า​จาก​กฎ​ของ​บาป​และ​ความตาย
3لِأَنَّهُ مَا كَانَ ٱلنَّامُوسُ عَاجِزًا عَنْهُ، فِي مَا كَانَ ضَعِيفًا بِٱلْجَسَدِ، فَٱللهُ إِذْ أَرْسَلَ ٱبْنَهُ فِي شِبْهِ جَسَدِ ٱلْخَطِيَّةِ، وَلِأَجْلِ ٱلْخَطِيَّةِ، دَانَ ٱلْخَطِيَّةَ فِي ٱلْجَسَدِ،
3สิ่ง​ที่​ธรรมบัญญัติ​ทำ​ไม่​ได้ เพราะ​เนื้อหนัง​ทำ​ให้​ธรรมบัญญัติ​อ่อนกำลัง พระเจ้า​ทรง​ทำ​สิ่งนั้น​แล้ว โดย​ส่ง​พระบุตร​ของ​พระองค์​เอง​มา​ใน​สภาพ​เหมือน​เนื้อหนัง​ของ​มนุษย์​ที่​มี​บาป และ​ใน​เรื่อง​บาป พระเจ้า​ทรง​พิพากษา​ลงโทษ​บาป​ใน​เนื้อหนัง
4لِكَيْ يَتِمَّ حُكْمُ ٱلنَّامُوسِ فِينَا، نَحْنُ ٱلسَّالِكِينَ لَيْسَ حَسَبَ ٱلْجَسَدِ بَلْ حَسَبَ ٱلرُّوحِ.
4เพื่อ​ข้อกำหนด​ของ​ธรรมบัญญัติ​จะ​สำเร็จ​ใน​พวกเรา ผู้​ที่​ไม่ได้​ดำเนิน​ตาม​เนื้อหนัง แต่​ดำเนิน​ตาม​พระวิญญาณ
5فَإِنَّ ٱلَّذِينَ هُمْ حَسَبَ ٱلْجَسَدِ فَبِمَا لِلْجَسَدِ يَهْتَمُّونَ، وَلَكِنَّ ٱلَّذِينَ حَسَبَ ٱلرُّوحِ فَبِمَا لِلرُّوحِ.
5เพราะ​คน​ที่​ดำเนินชีวิต​ตาม​เนื้อหนัง ย่อม​มุ่งใจ​ไป​ที่​สิ่ง​ที่​เป็น​ฝ่าย​เนื้อหนัง แต่​คน​ที่​ดำเนินชีวิต​ตาม​พระวิญญาณ ย่อม​มุ่งใจ​ไป​ที่​สิ่ง​ที่​เป็น​ฝ่าย​พระวิญญาณ
6لِأَنَّ ٱهْتِمَامَ ٱلْجَسَدِ هُوَ مَوْتٌ، وَلَكِنَّ ٱهْتِمَامَ ٱلرُّوحِ هُوَ حَيَاةٌ وَسَلَامٌ.
6เพราะ​จิตใจ​ที่​มุ่ง​ตาม​เนื้อหนัง​คือ​ความตาย แต่​จิตใจ​ที่​มุ่ง​ตาม​พระวิญญาณ​คือ​ชีวิต​และ​สันติสุข
7لِأَنَّ ٱهْتِمَامَ ٱلْجَسَدِ هُوَ عَدَاوَةٌ لِلهِ، إِذْ لَيْسَ هُوَ خَاضِعًا لِنَامُوسِ ٱللهِ، لِأَنَّهُ أَيْضًا لَا يَسْتَطِيعُ.
7เพราะ​จิตใจ​ที่​มุ่ง​ตาม​เนื้อหนัง​เป็น​ศัตรู​ต่อ​พระเจ้า ไม่​ยอม​อยู่​ใต้​ธรรมบัญญัติ​ของ​พระเจ้า และ​ที่จริง​ก็​ทำ​เช่นนั้น​ไม่​ได้
8فَٱلَّذِينَ هُمْ فِي ٱلْجَسَدِ لَا يَسْتَطِيعُونَ أَنْ يُرْضُوا ٱللهَ.
8คน​ที่​อยู่​ฝ่าย​เนื้อหนัง​ไม่​สามารถ​ทำ​ให้​พระเจ้า​พอใจ​ได้
9وَأَمَّا أَنْتُمْ فَلَسْتُمْ فِي ٱلْجَسَدِ بَلْ فِي ٱلرُّوحِ، إِنْ كَانَ رُوحُ ٱللهِ سَاكِنًا فِيكُمْ. وَلَكِنْ إِنْ كَانَ أَحَدٌ لَيْسَ لَهُ رُوحُ ٱلْمَسِيحِ، فَذَلِكَ لَيْسَ لَهُ.
9แต่​พวกคุณ​ไม่ได้​อยู่​ฝ่าย​เนื้อหนัง แต่​อยู่​ฝ่าย​พระวิญญาณ ถ้า​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​อาศัย​อยู่​ใน​พวกคุณ แต่​ถ้า​ใคร​ไม่มี​พระวิญญาณ​ของ​พระคริสต์ คน​นั้น​ก็​ไม่ใช่​ของ​พระองค์
10وَإِنْ كَانَ ٱلْمَسِيحُ فِيكُمْ، فَٱلْجَسَدُ مَيِّتٌ بِسَبَبِ ٱلْخَطِيَّةِ، وَأَمَّا ٱلرُّوحُ فَحَيَاةٌ بِسَبَبِ ٱلْبِرِّ.
10ถ้า​พระคริสต์​อยู่​ใน​พวกคุณ ร่างกาย​ก็​ตาย​เพราะ​บาป แต่​วิญญาณ​มีชีวิต​เพราะ​ความชอบธรรม
11وَإِنْ كَانَ رُوحُ ٱلَّذِي أَقَامَ يَسُوعَ مِنَ ٱلْأَمْوَاتِ سَاكِنًا فِيكُمْ، فَٱلَّذِي أَقَامَ ٱلْمَسِيحَ مِنَ ٱلْأَمْوَاتِ سَيُحْيِي أَجْسَادَكُمُ ٱلْمَائِتَةَ أَيْضًا بِرُوحِهِ ٱلسَّاكِنِ فِيكُمْ.
11และ​ถ้า​พระวิญญาณ​ของ​พระองค์​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้นขึ้นจากความตาย อาศัย​อยู่​ใน​พวกคุณ พระองค์​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​พระเยซูคริสต์​ฟื้นขึ้นจากความตาย ก็​จะ​ประทาน​ชีวิต​แก่​ร่างกาย​ที่​ต้อง​ตาย​ของ​พวกคุณ​ด้วย โดย​ทาง​พระวิญญาณ​ของ​พระองค์​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​พวกคุณ
12فَإِذًا أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ نَحْنُ مَدْيُونُونَ لَيْسَ لِلْجَسَدِ لِنَعِيشَ حَسَبَ ٱلْجَسَدِ.
12เพราะ​ฉะนั้น พี่น้อง เรา​ไม่​ได้​เป็น​หนี้​เนื้อหนัง​ที่​จะ​ต้อง​ดำเนินชีวิต​ตาม​เนื้อหนัง
13لِأَنَّهُ إِنْ عِشْتُمْ حَسَبَ ٱلْجَسَدِ فَسَتَمُوتُونَ، وَلَكِنْ إِنْ كُنْتُمْ بِٱلرُّوحِ تُمِيتُونَ أَعْمَالَ ٱلْجَسَدِ فَسَتَحْيَوْنَ.
13เพราะ​ถ้า​พวกคุณ​ดำเนินชีวิต​ตาม​เนื้อหนัง พวกคุณ​จะ​ต้อง​ตาย แต่​ถ้า​โดย​พระวิญญาณ พวกคุณ​ทำ​ให้​การกระทำ​ของ​ร่างกาย​ตาย พวกคุณ​จะ​มีชีวิต
14لِأَنَّ كُلَّ ٱلَّذِينَ يَنْقَادُونَ بِرُوحِ ٱللهِ، فَأُولَئِكَ هُمْ أَبْنَاءُ ٱللهِ.
14เพราะ​ทุกคน​ที่​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​ทรง​นำ คน​เหล่านั้น​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า
15إِذْ لَمْ تَأْخُذُوا رُوحَ ٱلْعُبُودِيَّةِ أَيْضًا لِلْخَوْفِ، بَلْ أَخَذْتُمْ رُوحَ ٱلتَّبَنِّي ٱلَّذِي بِهِ نَصْرُخُ: «يَا أَبَا ٱلْآبُ».
15เพราะ​พวกคุณ​ไม่ได้​รับ​วิญญาณ​แห่ง​การเป็นทาส​ให้​กลับ​ไป​กลัว​อีก แต่​พวกคุณ​ได้รับ​พระวิญญาณ​แห่ง​การรับเป็นบุตร โดย​พระวิญญาณ​นั้น​เรา​ร้อง​ว่า “อับบา! พระบิดา!”
16اَلرُّوحُ نَفْسُهُ أَيْضًا يَشْهَدُ لِأَرْوَاحِنَا أَنَّنَا أَوْلَادُ ٱللهِ.
16พระวิญญาณ​เอง​ทรง​เป็นพยาน​ร่วม​กับ​วิญญาณ​ของ​เรา​ว่า เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า
17فَإِنْ كُنَّا أَوْلَادًا فَإِنَّنَا وَرَثَةٌ أَيْضًا، وَرَثَةُ ٱللهِ وَوَارِثُونَ مَعَ ٱلْمَسِيحِ. إِنْ كُنَّا نَتَأَلَّمُ مَعَهُ لِكَيْ نَتَمَجَّدَ أَيْضًا مَعَهُ.
17และ​ถ้า​เรา​เป็น​ลูก เรา​ก็​เป็น​ทายาท คือ​เป็น​ทายาท​ของ​พระเจ้า และ​เป็น​ทายาท​ร่วม​กับ​พระคริสต์ ถ้า​เรา​ได้​ร่วม​ทนทุกข์​กับ​พระองค์​จริง เพื่อ​เรา​จะ​ได้รับ​พระสิริ​ร่วม​กับ​พระองค์​ด้วย
18فَإِنِّي أَحْسِبُ أَنَّ آلَامَ ٱلزَّمَانِ ٱلْحَاضِرِ لَا تُقَاسُ بِٱلْمَجْدِ ٱلْعَتِيدِ أَنْ يُسْتَعْلَنَ فِينَا.
18เพราะ​ข้าพเจ้า​เห็น​ว่า ความทุกข์​ใน​เวลา​ปัจจุบัน​นี้ ไม่​ควร​นำ​มา​เทียบ​กับ​พระสิริ​ที่​จะ​ปรากฏ​แก่​เรา
19لِأَنَّ ٱنْتِظَارَ ٱلْخَلِيقَةِ يَتَوَقَّعُ ٱسْتِعْلَانَ أَبْنَاءِ ٱللهِ.
19เพราะ​สิ่ง​ที่​ถูก​สร้าง​ทั้งปวง​กำลัง​เฝ้ารอ​อย่าง​ใจจดใจจ่อ ให้​ลูก​ของ​พระเจ้า​ปรากฏ
20إِذْ أُخْضِعَتِ ٱلْخَلِيقَةُ لِلْبُطْلِ - لَيْسَ طَوْعًا، بَلْ مِنْ أَجْلِ ٱلَّذِي أَخْضَعَهَا - عَلَى ٱلرَّجَاءِ،
20เพราะ​สิ่ง​ที่​ถูก​สร้าง​ทั้งปวง​ถูก​ทำ​ให้​ตก​อยู่​ใน​ความสูญเปล่า ไม่ใช่​เพราะ​สมัครใจ​เอง แต่​เพราะ​พระองค์​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​เป็น​เช่นนั้น โดย​มี​ความหวัง
21لِأَنَّ ٱلْخَلِيقَةَ نَفْسَهَا أَيْضًا سَتُعْتَقُ مِنْ عُبُودِيَّةِ ٱلْفَسَادِ إِلَى حُرِّيَّةِ مَجْدِ أَوْلَادِ ٱللهِ.
21ว่า​สิ่ง​ที่​ถูก​สร้าง​ทั้งปวง​เอง​ก็​จะ​ได้รับ​การปลดปล่อย​จาก​การเป็นทาส​ของ​ความเสื่อมสลาย และ​เข้า​สู่​เสรีภาพ​ใน​พระสิริ​ของ​ลูก​ของ​พระเจ้า
22فَإِنَّنَا نَعْلَمُ أَنَّ كُلَّ ٱلْخَلِيقَةِ تَئِنُّ وَتَتَمَخَّضُ مَعًا إِلَى ٱلْآنَ.
22เพราะ​เรา​รู้​ว่า สิ่ง​ที่​ถูก​สร้าง​ทั้งปวง​คร่ำครวญ​และ​เจ็บปวด​เหมือน​หญิง​กำลัง​คลอด​ร่วมกัน​มา​จนถึง​บัดนี้
23وَلَيْسَ هَكَذَا فَقَطْ، بَلْ نَحْنُ ٱلَّذِينَ لَنَا بَاكُورَةُ ٱلرُّوحِ، نَحْنُ أَنْفُسُنَا أَيْضًا نَئِنُّ فِي أَنْفُسِنَا، مُتَوَقِّعِينَ ٱلتَّبَنِّيَ فِدَاءَ أَجْسَادِنَا.
23ไม่​เพียง​เท่านั้น แม้​แต่​เรา​เอง ผู้​มี​ผลแรก​ของ​พระวิญญาณ ก็​ยัง​คร่ำครวญ​อยู่​ภายใน ขณะ​รอคอย​การรับเป็นบุตร คือ​การไถ่​ร่างกาย​ของ​เรา
24لِأَنَّنَا بِٱلرَّجَاءِ خَلَصْنَا. وَلَكِنَّ ٱلرَّجَاءَ ٱلْمَنْظُورَ لَيْسَ رَجَاءً، لِأَنَّ مَا يَنْظُرُهُ أَحَدٌ كَيْفَ يَرْجُوهُ أَيْضًا؟
24เพราะ​เรา​ได้รับ​ความรอด​ใน​ความหวัง แต่​ความหวัง​ที่​มอง​เห็น​แล้ว​ก็​ไม่ใช่​ความหวัง เพราะ​ใคร​จะ​หวัง​ใน​สิ่ง​ที่​ตน​มอง​เห็น​แล้ว
25وَلَكِنْ إِنْ كُنَّا نَرْجُو مَا لَسْنَا نَنْظُرُهُ فَإِنَّنَا نَتَوَقَّعُهُ بِٱلصَّبْرِ.
25แต่​ถ้า​เรา​หวัง​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ยัง​มอง​ไม่​เห็น เรา​ก็​รอคอย​ด้วย​ความอดทน
26وَكَذَلِكَ ٱلرُّوحُ أَيْضًا يُعِينُ ضَعَفَاتِنَا، لِأَنَّنَا لَسْنَا نَعْلَمُ مَا نُصَلِّي لِأَجْلِهِ كَمَا يَنْبَغِي. وَلَكِنَّ ٱلرُّوحَ نَفْسَهُ يَشْفَعُ فِينَا بِأَنَّاتٍ لَا يُنْطَقُ بِهَا.
26เช่นเดียวกัน พระวิญญาณ​ก็​ทรง​ช่วย​เรา​ใน​ความอ่อนแอ​ทั้งหลาย​ของ​เรา เพราะ​เรา​ไม่​รู้​ว่า​ควร​อธิษฐาน​อย่างไร แต่​พระวิญญาณ​เอง​ทรง​วิงวอน​แทน​เรา​ด้วย​ความคร่ำครวญ​ที่​ไม่​อาจ​กล่าว​เป็น​คำ​ได้
27وَلَكِنَّ ٱلَّذِي يَفْحَصُ ٱلْقُلُوبَ يَعْلَمُ مَا هُوَ ٱهْتِمَامُ ٱلرُّوحِ، لِأَنَّهُ بِحَسَبِ مَشِيئَةِ ٱللهِ يَشْفَعُ فِي ٱلْقِدِّيسِينَ.
27และ​พระองค์​ผู้​ทรง​สำรวจ​ใจ ย่อม​ทรง​รู้​ความคิด​ของ​พระวิญญาณ เพราะ​พระวิญญาณ​ทรง​วิงวอน​เพื่อ​ผู้บริสุทธิ์​ตาม​ความประสงค์​ของ​พระเจ้า
28وَنَحْنُ نَعْلَمُ أَنَّ كُلَّ ٱلْأَشْيَاءِ تَعْمَلُ مَعًا لِلْخَيْرِ لِلَّذِينَ يُحِبُّونَ ٱللهَ، ٱلَّذِينَ هُمْ مَدْعُوُّونَ حَسَبَ قَصْدِهِ.
28เรา​รู้​ว่า ทุกสิ่ง​ร่วมกัน​ก่อ​ให้​เกิด​ผลดี​แก่​คน​ที่​รัก​พระเจ้า คือ​คน​ที่​ถูก​เรียก​ตาม​ความมุ่งหมาย​ของ​พระองค์
29لِأَنَّ ٱلَّذِينَ سَبَقَ فَعَرَفَهُمْ سَبَقَ فَعَيَّنَهُمْ لِيَكُونُوا مُشَابِهِينَ صُورَةَ ٱبْنِهِ، لِيَكُونَ هُوَ بِكْرًا بَيْنَ إِخْوَةٍ كَثِيرِينَ.
29เพราะ​คน​ที่​พระองค์​ทรง​รู้จัก​ล่วงหน้า พระองค์​ก็​ทรง​กำหนด​ไว้​ล่วงหน้า​ให้​เป็น​เหมือน​พระฉายา​ของ​พระบุตร​ของ​พระองค์ เพื่อ​พระบุตร​จะ​เป็น​บุตรหัวปี​ท่ามกลาง​พี่น้อง​จำนวน​มาก
30وَٱلَّذِينَ سَبَقَ فَعَيَّنَهُمْ، فَهَؤُلَاءِ دَعَاهُمْ أَيْضًا. وَٱلَّذِينَ دَعَاهُمْ، فَهَؤُلَاءِ بَرَّرَهُمْ أَيْضًا. وَٱلَّذِينَ بَرَّرَهُمْ، فَهَؤُلَاءِ مَجَّدَهُمْ أَيْضًا.
30คน​ที่​พระองค์​ทรง​กำหนด​ไว้​ล่วงหน้า พระองค์​ก็​ทรง​เรียก คน​ที่​ทรง​เรียก พระองค์​ก็​ทรง​ให้​ได้รับ​ความชอบธรรม และ​คน​ที่​ทรง​ให้​ได้รับ​ความชอบธรรม พระองค์​ก็​ทรง​ให้​ได้รับ​พระสิริ
31فَمَاذَا نَقُولُ لِهَذَا؟ إِنْ كَانَ ٱللهُ مَعَنَا، فَمَنْ عَلَيْنَا؟
31ถ้า​เช่นนั้น เรา​จะ​ว่า​อย่างไร​เกี่ยวกับ​เรื่อง​เหล่านี้ ถ้า​พระเจ้า​ทรง​อยู่​ฝ่าย​เรา ใคร​จะ​ต่อต้าน​เรา​ได้
32اَلَّذِي لَمْ يُشْفِقْ عَلَى ٱبْنِهِ، بَلْ بَذَلَهُ لِأَجْلِنَا أَجْمَعِينَ، كَيْفَ لَا يَهَبُنَا أَيْضًا مَعَهُ كُلَّ شَيْءٍ؟
32พระองค์​ผู้​ไม่​ทรง​หวง​พระบุตร​ของ​พระองค์​เอง แต่​ทรง​มอบ​พระบุตร​นั้น​ไว้​เพื่อ​เรา​ทุกคน จะ​ไม่​ทรง​มอบ​ทุกสิ่ง​แก่​เรา​โดย​ไม่​คิด​สิ่งตอบแทน พร้อม​กับ​พระบุตร​ด้วย​หรือ
33مَنْ سَيَشْتَكِي عَلَى مُخْتَارِي ٱللهِ؟ ٱللهُ هُوَ ٱلَّذِي يُبَرِّرُ.
33ใคร​จะ​กล่าวหา​ผู้​ที่​พระเจ้า​ทรง​เลือก พระเจ้า​เอง​ทรง​เป็น​ผู้​ให้​ความชอบธรรม
34مَنْ هُوَ ٱلَّذِي يَدِينُ؟ اَلْمَسِيحُ هُوَ ٱلَّذِي مَاتَ، بَلْ بِٱلْحَرِيِّ قَامَ أَيْضًا، ٱلَّذِي هُوَ أَيْضًا عَنْ يَمِينِ ٱللهِ، ٱلَّذِي أَيْضًا يَشْفَعُ فِينَا.
34ใคร​จะ​เป็น​ผู้​พิพากษา​ลงโทษ พระคริสต์​ต่างหาก​ที่​ตาย และ​ยิ่ง​กว่านั้น พระองค์​ทรง​ฟื้นขึ้นจากความตาย ทรง​อยู่​ทาง​ขวามือ​ของ​พระเจ้า และ​ทรง​วิงวอน​เพื่อ​เรา​ด้วย
35مَنْ سَيَفْصِلُنَا عَنْ مَحَبَّةِ ٱلْمَسِيحِ؟ أَشِدَّةٌ أَمْ ضِيْقٌ أَمِ ٱضْطِهَادٌ أَمْ جُوعٌ أَمْ عُرْيٌ أَمْ خَطَرٌ أَمْ سَيْفٌ؟
35ใคร​จะ​แยก​เรา​ออก​จาก​ความรัก​ของ​พระคริสต์ ความทุกข์ยาก ความคับแค้น การข่มเหง การกันดารอาหาร ความเปลือยเปล่า อันตราย หรือ​คมดาบ จะ​ทำ​ได้​หรือ
36كَمَا هُوَ مَكْتُوبٌ: «إِنَّنَا مِنْ أَجْلِكَ نُمَاتُ كُلَّ ٱلنَّهَارِ. قَدْ حُسِبْنَا مِثْلَ غَنَمٍ لِلذَّبْحِ».
36ดัง​ที่​มี​เขียน​ไว้​ว่า “เพราะ​เห็นแก่​พระองค์ พวกเรา​ถูก​ฆ่า​ตลอด​ทั้งวัน พวกเรา​ถูก​นับ​ว่า​เป็น​แกะ​สำหรับ​การฆ่า”
37وَلَكِنَّنَا فِي هَذِهِ جَمِيعِهَا يَعْظُمُ ٱنْتِصَارُنَا بِٱلَّذِي أَحَبَّنَا.
37ไม่​เลย ใน​ทุกสิ่ง​เหล่านี้ เรา​มี​ชัย​อย่าง​ท่วมท้น โดย​ทาง​พระองค์​ผู้​ทรง​รัก​เรา
38فَإِنِّي مُتَيَقِّنٌ أَنَّهُ لَا مَوْتَ وَلَا حَيَاةَ، وَلَا مَلَائِكَةَ وَلَا رُؤَسَاءَ وَلَا قُوَّاتِ، وَلَا أُمُورَ حَاضِرَةً وَلَا مُسْتَقْبَلَةً،
38เพราะ​ข้าพเจ้า​มั่นใจ​ว่า ไม่​ว่า​ความตาย หรือ​ชีวิต หรือ​ทูตสวรรค์ หรือ​ผู้​มี​อำนาจปกครอง หรือ​สิ่ง​ที่​มี​อยู่​ใน​ปัจจุบัน หรือ​สิ่ง​ที่​จะ​มา หรือ​ฤทธิ์อำนาจ
39وَلَا عُلْوَ وَلَا عُمْقَ، وَلَا خَلِيقَةَ أُخْرَى، تَقْدِرُ أَنْ تَفْصِلَنَا عَنْ مَحَبَّةِ ٱللهِ ٱلَّتِي فِي ٱلْمَسِيحِ يَسُوعَ رَبِّنَا.
39หรือ​ความสูง หรือ​ความลึก หรือ​สิ่ง​อื่น​ใด​ที่​ถูก​สร้าง ก็​ไม่​สามารถ​แยก​เรา​ออก​จาก​ความรัก​ของ​พระเจ้า ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.