رِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 10

رِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

رِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ 10

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ، إِنَّ مَسَرَّةَ قَلْبِي وَطَلْبَتِي إِلَى ٱللهِ لِأَجْلِ إِسْرَائِيلَ هِيَ لِلْخَلَاصِ.
1พี่น้อง ความปรารถนา​ใน​ใจ​ของ​ข้าพเจ้า และ​คำอธิษฐาน​ของ​ข้าพเจ้า​ต่อ​พระเจ้า​เพื่อ​อิสราเอล คือ​ขอ​ให้​พวกเขา​ได้รับ​ความรอด
2لِأَنِّي أَشْهَدُ لَهُمْ أَنَّ لَهُمْ غَيْرَةً لِلهِ، وَلَكِنْ لَيْسَ حَسَبَ ٱلْمَعْرِفَةِ.
2เพราะ​ข้าพเจ้า​เป็นพยาน​ได้​ว่า พวกเขา​มี​ความกระตือรือร้น​เพื่อ​พระเจ้า แต่​ความกระตือรือร้น​นั้น​ไม่​สอดคล้อง​กับ​ความรู้
3لِأَنَّهُمْ إِذْ كَانُوا يَجْهَلُونَ بِرَّ ٱللهِ، وَيَطْلُبُونَ أَنْ يُثْبِتُوا بِرَّ أَنْفُسِهِمْ لَمْ يُخْضَعُوا لِبِرِّ ٱللهِ.
3เพราะ​พวกเขา​ไม่​รู้จัก​ความชอบธรรม​ของ​พระเจ้า และ​พยายาม​ตั้ง​ความชอบธรรม​ของ​ตนเอง​ขึ้น จึง​ไม่​ยอม​อยู่​ใต้​ความชอบธรรม​ของ​พระเจ้า
4لِأَنَّ غَايَةَ ٱلنَّامُوسِ هِيَ: ٱلْمَسِيحُ لِلْبِرِّ لِكُلِّ مَنْ يُؤْمِنُ.
4เพราะ​พระคริสต์​ทรง​เป็น​ความสำเร็จสมบูรณ์​ของ​ธรรมบัญญัติ เพื่อ​ให้​ทุกคน​ที่​เชื่อ​ได้รับ​ความชอบธรรม
5لِأَنَّ مُوسَى يَكْتُبُ فِي ٱلْبِرِّ ٱلَّذِي بِٱلنَّامُوسِ: «إِنَّ ٱلْإِنْسَانَ ٱلَّذِي يَفْعَلُهَا سَيَحْيَا بِهَا».
5เพราะ​โมเสส​เขียน​ถึง​ความชอบธรรม​ที่​มา​จาก​ธรรมบัญญัติ​ว่า “ผู้​ที่​ทำ​ตาม​สิ่ง​เหล่านี้​จะ​มีชีวิต​โดย​สิ่ง​เหล่านี้”
6وَأَمَّا ٱلْبِرُّ ٱلَّذِي بِٱلْإِيمَانِ فَيَقُولُ هَكَذَا: «لَا تَقُلْ فِي قَلْبِكَ: مَنْ يَصْعَدُ إِلَى ٱلسَّمَاءِ؟» أَيْ لِيُحْدِرَ ٱلْمَسِيحَ،
6แต่​ความชอบธรรม​ที่​มา​จาก​ความเชื่อ​กล่าว​ว่า “อย่า​พูด​ใน​ใจ​ของ​ท่าน​ว่า ‘ใคร​จะ​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์’” คือ​เพื่อ​จะ​นำ​พระคริสต์​ลง​มา
7«أَوْ: مَنْ يَهْبِطُ إِلَى ٱلْهَاوِيَةِ؟» أَيْ لِيُصْعِدَ ٱلْمَسِيحَ مِنَ ٱلْأَمْوَاتِ.
7หรือ “ใคร​จะ​ลง​ไป​ใน​เหวลึก” คือ​เพื่อ​จะ​นำ​พระคริสต์​ขึ้น​มา​จาก​ความตาย
8لَكِنْ مَاذَا يَقُولُ؟ «اَلْكَلِمَةُ قَرِيبَةٌ مِنْكَ، فِي فَمِكَ وَفِي قَلْبِكَ» أَيْ كَلِمَةُ ٱلْإِيمَانِ ٱلَّتِي نَكْرِزُ بِهَا:
8แต่​ความชอบธรรม​นั้น​กล่าว​ว่า​อย่างไร “ถ้อยคำ​อยู่​ใกล้​ท่าน อยู่​ใน​ปาก​ของ​ท่าน และ​อยู่​ใน​ใจ​ของ​ท่าน” คือ​ถ้อยคำ​แห่ง​ความเชื่อ​ที่​เรา​ประกาศ
9لِأَنَّكَ إِنِ ٱعْتَرَفْتَ بِفَمِكَ بِٱلرَّبِّ يَسُوعَ، وَآمَنْتَ بِقَلْبِكَ أَنَّ ٱللهَ أَقَامَهُ مِنَ ٱلْأَمْوَاتِ، خَلَصْتَ.
9เพราะ​ถ้า​ท่าน​กล่าว​ยอมรับ​ด้วย​ปาก​ว่า พระเยซู​ทรง​เป็น​องค์พระผู้เป็นเจ้า และ​เชื่อ​ใน​ใจ​ว่า พระเจ้า​ทรง​ทำ​ให้​พระองค์​ฟื้นขึ้นจากความตาย ท่าน​จะ​ได้รับ​ความรอด
10لِأَنَّ ٱلْقَلْبَ يُؤْمَنُ بِهِ لِلْبِرِّ، وَٱلْفَمَ يُعْتَرَفُ بِهِ لِلْخَلَاصِ.
10เพราะ​คนเรา​เชื่อ​ด้วย​ใจ จึง​ได้รับ​ความชอบธรรม และ​กล่าว​ยอมรับ​ด้วย​ปาก จึง​ได้รับ​ความรอด
11لِأَنَّ ٱلْكِتَابَ يَقُولُ: «كُلُّ مَنْ يُؤْمِنُ بِهِ لَا يُخْزَى».
11เพราะ​พระคัมภีร์​กล่าว​ว่า “ทุกคน​ที่​เชื่อ​ใน​พระองค์​จะ​ไม่​ผิดหวัง”
12لِأَنَّهُ لَا فَرْقَ بَيْنَ ٱلْيَهُودِيِّ وَٱلْيُونَانِيِّ، لِأَنَّ رَبًّا وَاحِدًا لِلْجَمِيعِ، غَنِيًّا لِجَمِيعِ ٱلَّذِينَ يَدْعُونَ بِهِ.
12เพราะ​ไม่มี​ความแตกต่าง​ระหว่าง​ชาวยิว​กับ​ชาวกรีก องค์พระผู้เป็นเจ้า​องค์เดียวกัน​ทรง​เป็น​เจ้า​เหนือ​ทุกคน และ​ทรง​อุดมบริบูรณ์​สำหรับ​ทุกคน​ที่​ร้องเรียก​พระองค์
13لِأَنَّ «كُلَّ مَنْ يَدْعُو بِٱسْمِ ٱلرَّبِّ يَخْلُصُ».
13เพราะ “ทุกคน​ที่​ร้องเรียก​พระนาม​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​จะ​ได้รับ​ความรอด”
14فَكَيْفَ يَدْعُونَ بِمَنْ لَمْ يُؤْمِنُوا بِهِ؟ وَكَيْفَ يُؤْمِنُونَ بِمَنْ لَمْ يَسْمَعُوا بِهِ؟ وَكَيْفَ يَسْمَعُونَ بِلَا كَارِزٍ؟
14ถ้า​อย่างนั้น พวกเขา​จะ​ร้องเรียก​พระองค์​ได้​อย่างไร ถ้า​ยัง​ไม่​เชื่อ​ใน​พระองค์ และ​จะ​เชื่อ​ใน​พระองค์​ได้​อย่างไร ถ้า​ยัง​ไม่​เคย​ได้ยิน​พระองค์ และ​จะ​ได้ยิน​ได้​อย่างไร ถ้า​ไม่มี​ผู้ประกาศ
15وَكَيْفَ يَكْرِزُونَ إِنْ لَمْ يُرْسَلُوا؟ كَمَا هُوَ مَكْتُوبٌ: «مَا أَجْمَلَ أَقْدَامَ ٱلْمُبَشِّرِينَ بِٱلسَّلَامِ، ٱلْمُبَشِّرِينَ بِٱلْخَيْرَاتِ».
15และ​พวกเขา​จะ​ประกาศ​ได้​อย่างไร ถ้า​ไม่ได้​ถูก​ส่ง​ไป ดัง​ที่​มี​เขียน​ไว้​ว่า “เท้า​ของ​ผู้​ประกาศ​ข่าวดี​แห่ง​สันติสุข​ช่าง​งดงาม ผู้​นำ​ข่าว​น่ายินดี​เรื่อง​สิ่งดี​ทั้งหลาย​มา!”
16لَكِنْ لَيْسَ ٱلْجَمِيعُ قَدْ أَطَاعُوا ٱلْإِنْجِيلَ، لِأَنَّ إِشَعْيَاءَ يَقُولُ: «يَارَبُّ، مَنْ صَدَّقَ خَبَرَنَا؟».
16แต่​ไม่ใช่​ทุกคน​ที่​ได้​ฟัง​ข่าว​น่ายินดี เพราะ​อิสยาห์​กล่าว​ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ใคร​ได้​เชื่อ​ข่าว​ที่​พวกเรา​นำ​มา”
17إِذًا ٱلْإِيمَانُ بِٱلْخَبَرِ، وَٱلْخَبَرُ بِكَلِمَةِ ٱللهِ.
17เพราะ​ฉะนั้น ความเชื่อ​เกิด​จาก​การได้ยิน และ​การได้ยิน​เกิด​จาก​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า
18لَكِنَّنِي أَقُولُ: أَلَعَلَّهُمْ لَمْ يَسْمَعُوا؟ بَلَى! «إِلَى جَمِيعِ ٱلْأَرْضِ خَرَجَ صَوْتُهُمْ، وَإِلَى أَقَاصِي ٱلْمَسْكُونَةِ أَقْوَالُهُمْ».
18แต่​ข้าพเจ้า​ถาม​ว่า พวกเขา​ไม่ได้​ยิน​หรือ ได้ยิน​แน่นอน “เสียง​ของ​พวกเขา​ออก​ไป​ทั่ว​แผ่นดินโลก และ​ถ้อยคำ​ของ​พวกเขา​ไป​ถึง​สุดปลาย​โลก”
19لَكِنِّي أَقُولُ: أَلَعَلَّ إِسْرَائِيلَ لَمْ يَعْلَمْ؟ أَوَّلًا مُوسَى يَقُولُ: «أَنَا أُغِيرُكُمْ بِمَا لَيْسَ أُمَّةً. بِأُمَّةٍ غَبِيَّةٍ أُغِيظُكُمْ».
19แต่​ข้าพเจ้า​ถาม​อีก​ว่า อิสราเอล​ไม่​รู้​หรือ ก่อนอื่น โมเสส​กล่าว​ว่า “เรา​จะ​ทำ​ให้​พวกเจ้า​อิจฉา​ด้วย​ชนชาติ​ที่​ไม่​เป็น​ชนชาติ เรา​จะ​ทำ​ให้​พวกเจ้า​โกรธ​ด้วย​ชนชาติ​ที่​ไร้​ความเข้าใจ”
20ثُمَّ إِشَعْيَاءُ يَتَجَاسَرُ وَيَقُولُ: «وُجِدْتُ مِنَ ٱلَّذِينَ لَمْ يَطْلُبُونِي، وَصِرْتُ ظَاهِرًا لِلَّذِينَ لَمْ يَسْأَلُوا عَنِّي».
20และ​อิสยาห์​กล้า​กล่าว​อย่าง​ตรงไปตรงมา​ว่า “คน​ที่​ไม่ได้​แสวงหา​เรา​กลับ​พบ​เรา เรา​ปรากฏ​แก่​คน​ที่​ไม่ได้​ถามหา​เรา”
21أَمَّا مِنْ جِهَةِ إِسْرَائِيلَ فَيَقُولُ: «طُولَ ٱلنَّهَارِ بَسَطْتُ يَدَيَّ إِلَى شَعْبٍ مُعَانِدٍ وَمُقَاوِمٍ».
21แต่​เกี่ยวกับ​อิสราเอล พระองค์​กล่าว​ว่า “ตลอด​ทั้งวัน เรา​ยื่น​มือ​ออก​ไป​หา​ประชาชน​ที่​ไม่​เชื่อฟัง​และ​ขัดขืน”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.