رِسَالَةُ يَعْقُوبَ

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 1

رِسَالَةُ يَعْقُوبَ

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

رِسَالَةُ يَعْقُوبَ 1

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1يَعْقُوبُ، عَبْدُ ٱللهِ وَٱلرَّبِّ يَسُوعَ ٱلْمَسِيحِ، يُهْدِي ٱلسَّلَامَ إِلَى ٱلِٱثْنَيْ عَشَرَ سِبْطًا ٱلَّذِينَ فِي ٱلشَّتَاتِ.
1ยากอบ ผู้​รับใช้​ของ​พระเจ้า​และ​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​พระ​เยซู​คริสต์ เรียน สิบ​สอง​เผ่า​ที่​กระจัด​กระจาย​อยู่ ขอ​ทักทาย
2اِحْسِبُوهُ كُلَّ فَرَحٍ يَا إِخْوَتِي حِينَمَا تَقَعُونَ فِي تَجَارِبَ مُتَنَوِّعَةٍ،
2พี่น้อง​ของ​ข้าพเจ้า เมื่อ​พวกคุณ​เผชิญ​บททดสอบ​ต่าง ๆ ให้​ถือ​ว่า​เป็น​เรื่อง​น่า​ยินดี​อย่างยิ่ง
3عَالِمِينَ أَنَّ ٱمْتِحَانَ إِيمَانِكُمْ يُنْشِئُ صَبْرًا.
3เพราะ​พวกคุณ​รู้​ว่า การ​ทดสอบ​ความเชื่อ​ทำ​ให้​เกิด​ความ​อดทน
4وَأَمَّا ٱلصَّبْرُ فَلْيَكُنْ لَهُ عَمَلٌ تَامٌّ، لِكَيْ تَكُونُوا تَامِّينَ وَكَامِلِينَ غَيْرَ نَاقِصِينَ فِي شَيْءٍ.
4จง​ให้​ความ​อดทน​ทำ​งาน​จน​สมบูรณ์ เพื่อ​พวกคุณ​จะ​ได้​เป็น​คน​สมบูรณ์​และ​ครบถ้วน ไม่​ขาด​สิ่งใด
5وَإِنَّمَا إِنْ كَانَ أَحَدُكُمْ تُعْوِزُهُ حِكْمَةٌ، فَلْيَطْلُبْ مِنَ ٱللهِ ٱلَّذِي يُعْطِي ٱلْجَمِيعَ بِسَخَاءٍ وَلَا يُعَيِّرُ، فَسَيُعْطَى لَهُ.
5ถ้า​ใคร​ใน​พวกคุณ​ขาด​ปัญญา ก็​ให้​เขา​ขอ​จาก​พระเจ้า ผู้​ประทาน​แก่​ทุกคน​อย่าง​เอื้อเฟื้อ​โดย​ไม่​ตำหนิ แล้ว​พระองค์​จะ​ประทาน​ให้​เขา
6وَلَكِنْ لِيَطْلُبْ بِإِيمَانٍ غَيْرَ مُرْتَابٍ ٱلْبَتَّةَ، لِأَنَّ ٱلْمُرْتَابَ يُشْبِهُ مَوْجًا مِنَ ٱلْبَحْرِ تَخْبِطُهُ ٱلرِّيحُ وَتَدْفَعُهُ.
6แต่​เขา​ต้อง​ขอ​ด้วย​ความเชื่อ โดย​ไม่​สงสัย​เลย เพราะ​คน​ที่​สงสัย​ก็​เหมือน​คลื่น​ใน​ทะเล​ที่​ถูก​ลม​พัด​ซัด​ไปมา
7فَلَا يَظُنَّ ذَلِكَ ٱلْإِنْسَانُ أَنَّهُ يَنَالُ شَيْئًا مِنْ عِنْدِ ٱلرَّبِّ.
7คน​อย่างนั้น​อย่า​คิด​ว่า​ตน​จะ​ได้รับ​สิ่งใด​จาก​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า
8رَجُلٌ ذُو رَأْيَيْنِ هُوَ مُتَقَلْقِلٌ فِي جَمِيعِ طُرُقِهِ.
8เขา​เป็น​คน​ที่​ใจ​แบ่ง​เป็น​สอง​ฝ่าย ไม่​มั่นคง​ใน​ทุก​ทาง​ที่​ดำเนิน
9وَلْيَفْتَخِرِ ٱلْأَخُ ٱلْمُتَّضِعُ بِٱرْتِفَاعِهِ،
9พี่น้อง​ที่​อยู่​ใน​ฐานะ​ต่ำต้อย​จง​ภูมิใจ​ใน​ฐานะ​สูง​ที่​ตน​ได้รับ
10وَأَمَّا ٱلْغَنِيُّ فَبِٱتِّضَاعِهِ، لِأَنَّهُ كَزَهْرِ ٱلْعُشْبِ يَزُولُ.
10ส่วน​คน​ร่ำรวย​จง​ภูมิใจ​เมื่อ​ตน​ถูก​ทำ​ให้​ต่ำลง เพราะ​เขา​จะ​ล่วง​ไป​เหมือน​ดอกไม้​ใน​ทุ่งหญ้า
11لِأَنَّ ٱلشَّمْسَ أَشْرَقَتْ بِٱلْحَرِّ، فَيَبَّسَتِ ٱلْعُشْبَ، فَسَقَطَ زَهْرُهُ وَفَنِيَ جَمَالُ مَنْظَرِهِ. هَكَذَا يَذْبُلُ ٱلْغَنِيُّ أَيْضًا فِي طُرُقِهِ.
11ดวงอาทิตย์​ขึ้น​พร้อม​กับ​ลม​ร้อน​จัด หญ้า​จึง​เหี่ยว ดอกไม้​ร่วง และ​ความงาม​ของ​รูปลักษณ์​นั้น​ก็​สูญ​ไป คน​ร่ำรวย​ก็​จะ​ร่วงโรย​ไป​เช่นกัน​ท่ามกลาง​สิ่ง​ที่​เขา​มุ่ง​ทำ
12طُوبَى لِلرَّجُلِ ٱلَّذِي يَحْتَمِلُ ٱلتَّجْرِبَةَ، لِأَنَّهُ إِذَا تَزَكَّى يَنَالُ «إِكْلِيلَ ٱلْحَيَاةِ» ٱلَّذِي وَعَدَ بِهِ ٱلرَّبُّ لِلَّذِينَ يُحِبُّونَهُ.
12คน​ที่​อดทน​ต่อ​บททดสอบ​ย่อม​เป็น​สุข เพราะ​เมื่อ​เขา​ผ่าน​การ​ทดสอบ​แล้ว เขา​จะ​ได้รับ​มงกุฎ​แห่ง​ชีวิต ซึ่ง​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​สัญญา​ไว้​แก่​คน​ที่​รัก​พระองค์
13لَا يَقُلْ أَحَدٌ إِذَا جُرِّبَ: «إِنِّي أُجَرَّبُ مِنْ قِبَلِ ٱللهِ»، لِأَنَّ ٱللهَ غَيْرُ مُجَرَّبٍ بِٱلشُّرُورِ، وَهُوَلَا يُجَرِّبُ أَحَدًا.
13เมื่อ​ใคร​ถูก​ล่อใจ อย่า​ให้​เขา​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​ถูก​พระเจ้า​ล่อใจ” เพราะ​พระเจ้า​ไม่​อาจ​ถูก​ความชั่ว​ล่อใจ​ได้ และ​พระองค์​เอง​ก็​ไม่​ล่อใจ​ใคร
14وَلَكِنَّ كُلَّ وَاحِدٍ يُجَرَّبُ إِذَا ٱنْجَذَبَ وَٱنْخَدَعَ مِنْ شَهْوَتِهِ.
14แต่​แต่ละคน​ถูก​ล่อใจ เพราะ​ความอยาก​ของ​ตนเอง​ดึง​เขา​ออกไป​และ​ล่อ​เขา
15ثُمَّ ٱلشَّهْوَةُ إِذَا حَبِلَتْ تَلِدُ خَطِيَّةً، وَٱلْخَطِيَّةُ إِذَا كَمَلَتْ تُنْتِجُ مَوْتًا.
15แล้ว​ความอยาก​เมื่อ​ตั้งครรภ์​ขึ้น ก็​ให้​กำเนิด​บาป และ​เมื่อ​บาป​โต​เต็มที่ ก็​ให้​กำเนิด​ความตาย
16لَا تَضِلُّوا يَا إِخْوَتِي ٱلْأَحِبَّاءَ.
16พี่น้อง​ที่รัก​ของ​ข้าพเจ้า อย่า​หลง​ผิด
17كُلُّ عَطِيَّةٍ صَالِحَةٍ وَكُلُّ مَوْهِبَةٍ تَامَّةٍ هِيَ مِنْ فَوْقُ، نَازِلَةٌ مِنْ عِنْدِ أَبِي ٱلْأَنْوَارِ، ٱلَّذِي لَيْسَ عِنْدَهُ تَغْيِيرٌ وَلَا ظِلُّ دَوَرَانٍ.
17ของประทาน​ที่​ดี​ทุกอย่าง และ​ของประทาน​ที่​สมบูรณ์​ทุกอย่าง มา​จาก​เบื้องบน ลง​มา​จาก​พระบิดา​แห่ง​ดวง​สว่าง​ทั้งหลาย ผู้​ไม่​ทรง​เปลี่ยนแปลง และ​ไม่​ทรง​แปร​ไป​เหมือน​เงา​ที่​เคลื่อน​เปลี่ยน
18شَاءَ فَوَلَدَنَا بِكَلِمَةِ ٱلْحَقِّ لِكَيْ نَكُونَ بَاكُورَةً مِنْ خَلَائِقِهِ.
18พระองค์​ทรง​ให้​กำเนิด​เรา​ด้วย​ถ้อยคำ​แห่ง​ความจริง ตาม​พระประสงค์​ของ​พระองค์ เพื่อ​ให้​เรา​เป็น​เสมือน​ผลแรก​ของ​สิ่งสร้าง​ทั้งหลาย​ของ​พระองค์
19إِذًا يَا إِخْوَتِي ٱلْأَحِبَّاءَ، لِيَكُنْ كُلُّ إِنْسَانٍ مُسْرِعًا فِي ٱلِٱسْتِمَاعِ، مُبْطِئًا فِي ٱلتَّكَلُّمِ، مُبْطِئًا فِي ٱلْغَضَبِ،
19ดังนั้น พี่น้อง​ที่รัก​ของ​ข้าพเจ้า ทุกคน​จง​ไว​ใน​การ​ฟัง ช้า​ใน​การ​พูด และ​ช้า​ใน​การ​โกรธ
20لِأَنَّ غَضَبَ ٱلْإِنْسَانِ لَا يَصْنَعُ بِرَّ ٱللهِ.
20เพราะ​ความโกรธ​ของ​มนุษย์​ไม่​ก่อ​ให้​เกิด​ความชอบธรรม​ของ​พระเจ้า
21لِذَلِكَ ٱطْرَحُوا كُلَّ نَجَاسَةٍ وَكَثْرَةَ شَرٍّ، فَٱقْبَلُوا بِوَدَاعَةٍ ٱلْكَلِمَةَ ٱلْمَغْرُوسَةَ ٱلْقَادِرَةَ أَنْ تُخَلِّصَ نُفُوسَكُمْ.
21เพราะฉะนั้น จง​ทิ้ง​ความสกปรก​ทุกอย่าง​และ​ความชั่ว​ที่​ท่วมท้น แล้ว​รับ​ถ้อยคำ​ที่​ปลูก​ไว้​ใน​พวกคุณ​ด้วย​ความอ่อนโยน เพราะ​ถ้อยคำ​นั้น​ช่วย​จิต​ของ​พวกคุณ​ให้​รอด​ได้
22وَلَكِنْ كُونُوا عَامِلِينَ بِٱلْكَلِمَةِ، لَا سَامِعِينَ فَقَطْ خَادِعِينَ نُفُوسَكُمْ.
22จง​เป็น​คน​ที่​ลงมือ​ทำ​ตาม​ถ้อยคำ ไม่ใช่​เพียง​คน​ฟัง มิฉะนั้น​ก็​หลอก​ตัวเอง
23لِأَنَّهُ إِنْ كَانَ أَحَدٌ سَامِعًا لِلْكَلِمَةِ وَلَيْسَ عَامِلًا، فَذَاكَ يُشْبِهُ رَجُلًا نَاظِرًا وَجْهَ خِلْقَتِهِ فِي مِرْآةٍ،
23เพราะ​ถ้า​ใคร​ฟัง​ถ้อยคำ​แต่​ไม่​ทำ​ตาม เขา​ก็​เหมือน​คน​ที่​มอง​ใบหน้า​ที่​ตน​มี​มา​แต่​เกิด​ใน​กระจก
24فَإِنَّهُ نَظَرَ ذَاتَهُ وَمَضَى، وَلِلْوَقْتِ نَسِيَ مَا هُوَ.
24เขา​มอง​ตัวเอง แล้ว​เดิน​จากไป และ​ทันที​ก็​ลืม​ว่า​ตน​มี​ลักษณะ​อย่างไร
25وَلَكِنْ مَنِ ٱطَّلَعَ عَلَى ٱلنَّامُوسِ ٱلْكَامِلِ - نَامُوسِ ٱلْحُرِّيَّةِ - وَثَبَتَ، وَصَارَ لَيْسَ سَامِعًا نَاسِيًا بَلْ عَامِلًا بِٱلْكَلِمَةِ، فَهَذَا يَكُونُ مَغْبُوطًا فِي عَمَلِهِ.
25แต่​คน​ที่​พิจารณา​ธรรมบัญญัติ​อัน​สมบูรณ์​แห่ง​เสรีภาพ​อย่าง​ตั้งใจ และ​ยึด​มั่น​อยู่ ไม่ใช่​คน​ฟัง​แล้ว​ลืม แต่​เป็น​คน​ลงมือ​ทำ คน​นี้​จะ​เป็น​สุข​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ
26إِنْ كَانَ أَحَدٌ فِيكُمْ يَظُنُّ أَنَّهُ دَيِّنٌ، وَهُوَ لَيْسَ يُلْجِمُ لِسَانَهُ، بَلْ يَخْدَعُ قَلْبَهُ، فَدِيَانَةُ هَذَا بَاطِلَةٌ.
26ถ้า​ใคร​ใน​พวกคุณ​คิด​ว่า​ตน​เคร่ง​ศาสนา แต่​ไม่​ควบคุม​ลิ้น​ของ​ตน และ​กลับ​หลอก​ใจ​ตัวเอง การ​นับถือ​ศาสนา​ของ​คน​นั้น​ก็​ไร้ค่า
27اَلدِّيَانَةُ ٱلطَّاهِرَةُ ٱلنَّقِيَّةُ عِنْدَ ٱللهِ ٱلْآبِ هِيَ هَذِهِ: ٱفْتِقَادُ ٱلْيَتَامَى وَٱلْأَرَامِلِ فِي ضِيقَتِهِمْ، وَحِفْظُ ٱلْإِنْسَانِ نَفْسَهُ بِلَا دَنَسٍ مِنَ ٱلْعَالَمِ.
27การ​นับถือ​ศาสนา​ที่​บริสุทธิ์​และ​ไม่​แปดเปื้อน​ใน​สายตา​ของ​พระเจ้า​พระบิดา​ของ​เรา คือ การ​ไป​ดูแล​เด็กกำพร้า​และ​หญิงม่าย​เมื่อ​พวกเขา​เดือดร้อน และ​รักษา​ตัวเอง​ไม่​ให้​แปดเปื้อน​จาก​โลก

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.