رِسَالَةُ يَعْقُوبَ

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 2

رِسَالَةُ يَعْقُوبَ

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

رِسَالَةُ يَعْقُوبَ 2

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1يَا إِخْوَتِي، لَا يَكُنْ لَكُمْ إِيمَانُ رَبِّنَا يَسُوعَ ٱلْمَسِيحِ، رَبِّ ٱلْمَجْدِ، فِي ٱلْمُحَابَاةِ.
1พี่น้อง​ของ​ข้าพเจ้า ใน​เมื่อ​พวกคุณ​มี​ความเชื่อ​ใน​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​พระ​เยซู​คริสต์​ของ​เรา ผู้​ทรง​พระสิริ ก็​อย่า​ลำเอียง​เข้าข้าง​คน
2فَإِنَّهُ إِنْ دَخَلَ إِلَى مَجْمَعِكُمْ رَجُلٌ بِخَوَاتِمِ ذَهَبٍ فِي لِبَاسٍ بَهِيٍّ، وَدَخَلَ أَيْضًا فَقِيرٌ بِلِبَاسٍ وَسِخٍ،
2สมมุติ​ว่า มี​ชาย​คนหนึ่ง​สวม​แหวนทอง​และ​เสื้อผ้า​งดงาม​เข้า​มา​ใน​ซินาโกก​ของ​พวกคุณ และ​มี​คนจน​สวม​เสื้อผ้า​สกปรก​เข้า​มา​ด้วย
3فَنَظَرْتُمْ إِلَى ٱللَّابِسِ ٱللِّبَاسَ ٱلْبَهِيَّ وَقُلْتُمْ لَهُ: «ٱجْلِسْ أَنْتَ هُنَا حَسَنًا». وَقُلْتُمْ لِلْفَقِيرِ: «قِفْ أَنْتَ هُنَاكَ» أَوِ: «ٱجْلِسْ هُنَا تَحْتَ مَوْطِىءِ قَدَمَيَّ».
3ถ้า​พวกคุณ​เอาใจใส่​คน​ที่​สวม​เสื้อผ้า​งดงาม​เป็น​พิเศษ และ​บอก​เขา​ว่า “เชิญ​นั่ง​ตรง​ที่ดี​นี่” แต่​บอก​คนจน​ว่า “ยืน​ตรงนั้น” หรือ “นั่ง​ข้าง​ที่วางเท้า​ของ​ฉัน”
4فَهَلْ لَا تَرْتَابُونَ فِي أَنْفُسِكُمْ، وَتَصِيرُونَ قُضَاةَ أَفْكَارٍ شِرِّيرَةٍ؟
4พวกคุณ​ก็​ลำเอียง​และ​แบ่งแยก​คน​กันเอง และ​กลาย​เป็น​ผู้พิพากษา​ที่​คิด​ชั่ว ไม่ใช่​หรือ?
5ٱسْمَعُوا يَا إِخْوَتِي ٱلْأَحِبَّاءَ: أَمَا ٱخْتَارَ ٱللهُ فُقَرَاءَ هَذَا ٱلْعَالَمِ أَغْنِيَاءَ فِي ٱلْإِيمَانِ، وَوَرَثَةَ ٱلْمَلَكُوتِ ٱلَّذِي وَعَدَ بِهِ ٱلَّذِينَ يُحِبُّونَهُ؟
5พี่น้อง​ที่รัก​ของ​ข้าพเจ้า ฟัง​ให้​ดี พระเจ้า​ไม่ได้​ทรง​เลือก​คนจน​ใน​โลก​นี้​ให้​ร่ำรวย​ใน​ความเชื่อ และ​เป็น​ผู้รับ​มรดก​แห่ง​อาณาจักร​ที่​พระองค์​ทรง​สัญญา​แก่​คน​ที่​รัก​พระองค์​หรือ?
6وَأَمَّا أَنْتُمْ فَأَهَنْتُمُ ٱلْفَقِيرَ. أَلَيْسَ ٱلْأَغْنِيَاءُ يَتَسَلَّطُونَ عَلَيْكُمْ وَهُمْ يَجُرُّونَكُمْ إِلَى ٱلْمَحَاكِمِ؟
6แต่​พวกคุณ​กลับ​ดูหมิ่น​คนจน ไม่ใช่​คน​ร่ำรวย​หรือ​ที่​กดขี่​พวกคุณ และ​ลาก​พวกคุณ​ไป​ขึ้น​ศาล​ด้วย​ตนเอง?
7أَمَا هُمْ يُجَدِّفُونَ عَلَى ٱلِٱسْمِ ٱلْحَسَنِ ٱلَّذِي دُعِيَ بِهِ عَلَيْكُمْ؟
7ไม่ใช่​พวกเขา​หรือ​ที่​หมิ่นประมาท​พระนาม​อัน​ทรงเกียรติ ซึ่ง​พวกคุณ​ได้รับ​การ​เรียก​ตาม​พระนาม​นั้น?
8فَإِنْ كُنْتُمْ تُكَمِّلُونَ ٱلنَّامُوسَ ٱلْمُلُوكِيَّ حَسَبَ ٱلْكِتَابِ: «تُحِبُّ قَرِيبَكَ كَنَفْسِكَ»، فَحَسَنًا تَفْعَلُونَ.
8แต่​ถ้า​พวกคุณ​ทำ​ตาม​ธรรมบัญญัติ​ของ​กษัตริย์​ให้​ครบถ้วน ตาม​พระคัมภีร์​ที่​ว่า “จง​รัก​เพื่อนบ้าน​เหมือน​รัก​ตัวเอง” พวกคุณ​ก็​ทำ​ดี
9وَلَكِنْ إِنْ كُنْتُمْ تُحَابُونَ، تَفْعَلُونَ خَطِيَّةً، مُوَبَّخِينَ مِنَ ٱلنَّامُوسِ كَمُتَعَدِّينَ.
9แต่​ถ้า​พวกคุณ​ลำเอียง ก็​กำลัง​ทำ​บาป และ​ธรรมบัญญัติ​ก็​ตัดสิน​ว่า​พวกคุณ​เป็น​ผู้ละเมิด
10لِأَنَّ مَنْ حَفِظَ كُلَّ ٱلنَّامُوسِ، وَإِنَّمَا عَثَرَ فِي وَاحِدَةٍ، فَقَدْ صَارَ مُجْرِمًا فِي ٱلْكُلِّ.
10เพราะ​ใคร​ก็ตาม​ที่​รักษา​ธรรมบัญญัติ​ทั้งหมด แต่​พลาด​เพียง​ข้อเดียว ก็​มี​ความผิด​ต่อ​ทั้งหมด
11لِأَنَّ ٱلَّذِي قَالَ: «لَا تَزْنِ»، قَالَ أَيْضًا: «لَا تَقْتُلْ». فَإِنْ لَمْ تَزْنِ وَلَكِنْ قَتَلْتَ، فَقَدْ صِرْتَ مُتَعَدِّيًا ٱلنَّامُوسَ.
11เพราะ​พระองค์​ผู้​กล่าว​ว่า “อย่า​ล่วงประเวณี” ก็​กล่าว​ด้วย​ว่า “อย่า​ฆ่า​คน” ดังนั้น ถ้า​คุณ​ไม่​ล่วงประเวณี แต่​ฆ่า​คน คุณ​ก็​กลาย​เป็น​ผู้ละเมิด​ธรรมบัญญัติ
12هَكَذَا تَكَلَّمُوا وَهَكَذَا ٱفْعَلُوا كَعَتِيدِينَ أَنْ تُحَاكَمُوا بِنَامُوسِ ٱلْحُرِّيَّةِ.
12จง​พูด​และ​จง​ทำ​เหมือน​คน​ที่​จะ​ถูก​พิพากษา​ตาม​ธรรมบัญญัติ​แห่ง​เสรีภาพ
13لِأَنَّ ٱلْحُكْمَ هُوَ بِلَا رَحْمَةٍ لِمَنْ لَمْ يَعْمَلْ رَحْمَةً، وَٱلرَّحْمَةُ تَفْتَخِرُ عَلَى ٱلْحُكْمِ.
13เพราะ​คน​ที่​ไม่​แสดง​ความเมตตา จะ​ถูก​พิพากษา​โดย​ปราศจาก​ความเมตตา ความเมตตา​มีชัย​เหนือ​การ​พิพากษา
14مَا ٱلْمَنْفَعَةُ يَا إِخْوَتِي إِنْ قَالَ أَحَدٌ إِنَّ لَهُ إِيمَانًا وَلَكِنْ لَيْسَ لَهُ أَعْمَالٌ، هَلْ يَقْدِرُ ٱلْإِيمَانُ أَنْ يُخَلِّصَهُ؟
14พี่น้อง​ของ​ข้าพเจ้า จะ​มี​ประโยชน์​อะไร ถ้า​ใคร​บอก​ว่า​ตน​มี​ความเชื่อ แต่​ไม่มี​การกระทำ? ความเชื่อ​นั้น​จะ​ช่วย​เขา​ให้​รอด​ได้​หรือ?
15إِنْ كَانَ أَخٌ وَأُخْتٌ عُرْيَانَيْنِ وَمُعْتَازَيْنِ لِلْقُوتِ ٱلْيَوْمِيِّ،
15ถ้า​พี่น้อง​ชาย​หรือ​หญิง​ไม่มี​เสื้อผ้า​สวม​ใส่ และ​ขาด​อาหาร​ประจำวัน
16فَقَالَ لَهُمَا أَحَدُكُمُ: «ٱمْضِيَا بِسَلَامٍ، ٱسْتَدْفِئَا وَٱشْبَعَا»، وَلَكِنْ لَمْ تُعْطُوهُمَا حَاجَاتِ ٱلْجَسَدِ، فَمَا ٱلْمَنْفَعَةُ؟
16แล้ว​คน​หนึ่ง​ใน​พวกคุณ​บอก​พวกเขา​ว่า “ไป​อย่าง​สงบสุข​เถอะ ขอ​ให้​อบอุ่น​และ​อิ่ม​เถอะ” แต่​ไม่ได้​ให้​สิ่ง​ที่​ร่างกาย​ต้องการ จะ​มี​ประโยชน์​อะไร?
17هَكَذَا ٱلْإِيمَانُ أَيْضًا، إِنْ لَمْ يَكُنْ لَهُ أَعْمَالٌ، مَيِّتٌ فِي ذَاتِهِ.
17ความเชื่อ​ก็​เช่นกัน ถ้า​ไม่มี​การกระทำ ความเชื่อ​นั้น​ก็​ตาย​อยู่​ใน​ตัวเอง
18لَكِنْ يَقُولُ قَائِلٌ: «أَنْتَ لَكَ إِيمَانٌ، وَأَنَا لِي أَعْمَالٌ. أَرِنِي إِيمَانَكَ بِدُونِ أَعْمَالِكَ، وَأَنَا أُرِيكَ بِأَعْمَالِي إِيمَانِي».
18แต่​บางคน​จะ​พูด​ว่า “คุณ​มี​ความเชื่อ ส่วน​ฉัน​มี​การกระทำ” จง​แสดง​ความเชื่อ​ของ​คุณ​ที่​ไม่มี​การกระทำ​ให้​ข้าพเจ้า​เห็น แล้ว​ข้าพเจ้า​จะ​แสดง​ความเชื่อ​ของ​ข้าพเจ้า​ให้​คุณ​เห็น​ด้วย​การกระทำ​ของ​ข้าพเจ้า
19أَنْتَ تُؤْمِنُ أَنَّ ٱللهَ وَاحِدٌ. حَسَنًا تَفْعَلُ. وَٱلشَّيَاطِينُ يُؤْمِنُونَ وَيَقْشَعِرُّونَ!
19คุณ​เชื่อ​ว่า​พระเจ้า​ทรง​เป็น​หนึ่ง นั่น​ก็​ถูกต้อง แม้​แต่​พวกปีศาจ​ก็​เชื่อ และ​ตัวสั่น
20وَلَكِنْ هَلْ تُرِيدُ أَنْ تَعْلَمَ أَيُّهَا ٱلْإِنْسَانُ ٱلْبَاطِلُ أَنَّ ٱلْإِيمَانَ بِدُونِ أَعْمَالٍ مَيِّتٌ؟
20คน​ไร้​แก่นสาร คุณ​อยาก​รู้​ไหม​ว่า ความเชื่อ​ที่​ไม่มี​การกระทำ​นั้น​ตาย?
21أَلَمْ يَتَبَرَّرْ إِبْرَاهِيمُ أَبُونَا بِٱلْأَعْمَالِ، إِذْ قَدَّمَ إِسْحَاقَ ٱبْنَهُ عَلَى ٱلْمَذْبَحِ؟
21อับราฮัม​บิดา​ของ​เรา​ไม่ได้​รับ​ความชอบธรรม​จาก​การกระทำ​หรือ เมื่อ​เขา​ถวาย​อิสอัค​บุตรชาย​ของ​เขา​บน​แท่นบูชา?
22فَتَرَى أَنَّ ٱلْإِيمَانَ عَمِلَ مَعَ أَعْمَالِهِ، وَبِٱلْأَعْمَالِ أُكْمِلَ ٱلْإِيمَانُ،
22คุณ​เห็น​ว่า ความเชื่อ​ทำงาน​ร่วมกับ​การกระทำ​ของ​เขา และ​การกระทำ​ทำ​ให้​ความเชื่อ​นั้น​สมบูรณ์
23وَتَمَّ ٱلْكِتَابُ ٱلْقَائِلُ: «فَآمَنَ إِبْرَاهِيمُ بِٱللهِ فَحُسِبَ لَهُ بِرًّا»، وَدُعِيَ خَلِيلَ ٱللهِ.
23ดังนั้น พระคัมภีร์​จึง​สำเร็จ​ตาม​ที่​กล่าว​ว่า “อับราฮัม​เชื่อ​พระเจ้า และ​พระองค์​ทรง​นับ​ความเชื่อ​นั้น​เป็น​ความชอบธรรม​แก่​เขา” และ​เขา​ได้รับ​การ​เรียก​ว่า​มิตร​ของ​พระเจ้า
24تَرَوْنَ إِذًا أَنَّهُ بِٱلْأَعْمَالِ يَتَبَرَّرُ ٱلْإِنْسَانُ، لَابِٱلْإِيمَانِ وَحْدَهُ.
24พวกคุณ​ก็​เห็น​ว่า คน​หนึ่ง​ได้รับ​ความชอบธรรม​จาก​การกระทำ ไม่ใช่​จาก​ความเชื่อ​เพียง​อย่างเดียว
25كَذَلِكَ رَاحَابُ ٱلزَّانِيَةُ أَيْضًا، أَمَا تَبَرَّرَتْ بِٱلْأَعْمَالِ، إِذْ قَبِلَتِ ٱلرُّسُلَ وَأَخْرَجَتْهُمْ فِي طَرِيقٍ آخَرَ؟
25ราหับ​หญิงโสเภณี​ก็​เช่นกัน นาง​ไม่ได้​รับ​ความชอบธรรม​จาก​การกระทำ​หรือ เมื่อ​นาง​ต้อนรับ​ผู้ส่งสาร และ​ส่ง​พวกเขา​ออกไป​อีก​ทางหนึ่ง?
26لِأَنَّهُ كَمَا أَنَّ ٱلْجَسَدَ بِدُونَ رُوحٍ مَيِّتٌ، هَكَذَا ٱلْإِيمَانُ أَيْضًا بِدُونِ أَعْمَالٍ مَيِّتٌ.
26เพราะ​ร่างกาย​ที่​ไม่มี​วิญญาณ​นั้น​ตาย​แล้ว​ฉันใด ความเชื่อ​ที่​ไม่มี​การกระทำ​ก็​ตาย​แล้ว​ฉันนั้น

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.