Johannes
Chapter 11
Petrus Canisius Bible, 1…

Read in

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Brezhoneg (Breton Gospels, 1827)Judson Burmese Bible (1840)Chamorro: Gospels, Acts and PsalmsChinese Union Version, punctuated (Simplified)Chinese Union Version, punctuated (Traditional)Coptic New TestamentCoptic New Testament (Bohairic)Kralice Bible (1613)Testamenta Marra (Dieri New Testament)Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)Asang Khongca Bible (Eastern Khumi Chin, 2019)Berean Standard BibleDouay-Rheims Bible, American Edition (1899)King James Version with ApocryphaWorld English BibleLondona Biblio (Esperanto, 1910)Louis Segond 1910Lutherbibel 1912Greek New Testament, word by word (STEPBible TAGNT)Greek New Testament: 1904 Patriarchal Text (Byzantine)Greek New Testament: Byzantine Text (Robinson–Pierpont 2018)Greek New Testament: Textus ReceptusSBL Greek New TestamentBaibala Hemolele (Hawaiian Bible, 1868 revision)Modern Hebrew BibleDiodati Bibbia 1885Freedom Bible (フリーダム・バイブル)Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Bible Mutal (Kosraean)Clementine Vulgate, 1598Baibal Olcim (Matupi Chin)Meriam Mir GospelsOld Persian Version (ترجمه قدیم)Kadede Kap (Pohnpeian New Testament and Psalms)Bíblia Portuguesa Mundial (Brazilian Portuguese)Synodal Translation (Синодальный перевод)Daničić–Karadžić Bible (1868), CyrillicReina-Valera 1909Biblia Takatifu (Swahili): New Testament portionsFreedom Bible (Thai)Tongan Bible, Revised West VersionKulish and Puluj Bible (1905)Vietnamese Bible (1923 translation)
vs Freedom Bible (Thai)

Compare with

Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)
Freedom Bible (Thai)
1Nu was er een zieke, zekere Lázarus van Betánië, uit het dorp van Maria en van Marta, haar zuster.
1มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ลาซารัส​ป่วย​อยู่ เขา​มา​จาก​เบธานี หมู่บ้าน​ของ​มารีย์​กับ​มารธา ซึ่ง​เป็น​พี่น้อง​กัน
2Het was de Maria, die den Heer met reukwerk gezalfd en zijn voeten met de haren afgedroogd heeft; de zieke Lázarus was haar broer.
2มารีย์​คน​นี้​คือ​ผู้​ที่​ชโลม​องค์​พระผู้เป็นเจ้า​ด้วย​น้ำมันหอม​และ​ใช้​ผม​เช็ด​เท้า​ของ​พระองค์ ลาซารัส​ซึ่ง​เป็น​พี่น้อง​กับ​เธอ​กำลัง​ป่วย
3De zusters lieten Hem dus berichten: Zie, Heer: hij, dien Gij liefhebt, is ziek.
3พี่น้อง​ทั้ง​สอง​จึง​ส่ง​คน​ไป​บอก​พระองค์​ว่า “องค์​พระผู้เป็นเจ้า ดูสิ คน​ที่​พระองค์​รักใคร่​มาก​กำลัง​ป่วย”
4Toen Jesus dit vernam, zeide Hij: Deze ziekte loopt niet uit op de dood, maar ze dient tot glorie van God, en om Gods Zoon te verheerlijken.
4เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน ก็​กล่าว​ว่า “โรค​นี้​ไม่​ได้​เป็นไป​เพื่อ​ความตาย แต่​เพื่อ​พระสิริ​ของ​พระเจ้า เพื่อ​ให้​พระบุตร​ของ​พระเจ้า​ได้​รับ​พระสิริ​ผ่าน​โรค​นี้”
5Jesus had Marta, haar zuster en ook Lázarus lief.
5พระเยซู​รัก​มารธา มารีย์​ซึ่ง​เป็น​พี่น้อง​กับ​มารธา และ​ลาซารัส
6Toen Hij had vernomen, dat hij ziek was, bleef Hij toch nog twee dagen ter plaatse, waar Hij zich bevond.
6ดังนั้น เมื่อ​พระองค์​ได้ยิน​ว่า​ลาซารัส​ป่วย ก็​ยัง​พัก​อยู่​ที่​เดิม​อีก​สอง​วัน
7Nu eerst sprak Hij tot de leerlingen: Laten we weer naar Judea gaan.
7หลัง​จาก​นั้น พระองค์​จึง​กล่าว​กับ​สาวก​ว่า “พวกเรา​กลับ​ไป​แคว้น​ยูเดีย​กัน​อีก​เถอะ”
8De leerlingen zeiden Hem: Rabbi, kort geleden zochten de Joden U te stenigen, en gaat Gij nu opnieuw daarheen?
8สาวก​ถาม​พระองค์​ว่า “รับบี เมื่อ​ไม่นาน​นี้​ชาวยิว​พยายาม​เอา​หิน​ขว้าง​ท่าน แล้ว​ท่าน​จะ​กลับ​ไป​ที่​นั่น​อีก​หรือ?”
9Jesus antwoordde: Heeft de dag geen twaalf uren?
9พระเยซู​ตอบ​ว่า “กลางวัน​มี​สิบสอง​ชั่วโมง​ไม่​ใช่​หรือ? ถ้า​ใคร​เดิน​ใน​กลางวัน เขา​ก็​ไม่​สะดุด เพราะ​เขา​เห็น​ความสว่าง​ของ​โลก​นี้
10Zo iemand wandelt bij dag, dan stoot hij zich niet, omdat hij het licht dezer wereld ziet; maar als hij wandelt bij nacht, dan stoot hij zich, omdat hij geen licht heeft.
10แต่​ถ้า​ใคร​เดิน​ใน​กลางคืน เขา​ก็​สะดุด เพราะ​ไม่​มี​ความสว่าง​อยู่​ใน​ตัว​เขา”
11Zo sprak Hij. Daarna zei Hij tot hen: Onze vriend Lázarus is ingeslapen; maar Ik ga hem wekken.
11พระองค์​กล่าว​สิ่ง​เหล่านี้ แล้ว​จึง​กล่าว​ต่อ​ว่า “ลาซารัส​เพื่อน​ของ​พวกเรา​หลับ​ไป​แล้ว แต่​เรา​กำลัง​จะ​ไป​ปลุก​เขา​ให้​ตื่น”
12Zijn leerlingen zeiden Hem: Heer, als hij slaapt, zal hij genezen.
12สาวก​จึง​กล่าว​ว่า “องค์​พระผู้เป็นเจ้า ถ้า​เขา​หลับ​อยู่ เขา​ก็​จะ​หายดี”
13Maar Jesus had van zijn dood gesproken, terwijl zij meenden, dat Hij van gewoon inslapen sprak.
13ที่​จริง​พระเยซู​กล่าว​ถึง​ความตาย​ของ​เขา แต่​พวกเขา​คิด​ว่า​พระองค์​กล่าว​ถึง​การ​นอนหลับ​พักผ่อน
14Daarom zei Jesus hun toen ronduit: Lázarus is gestorven.
14พระเยซู​จึง​บอก​พวกเขา​ตรง ๆ ว่า “ลาซารัส​ตาย​แล้ว
15En om u verheug Ik mij, dat Ik er niet aanwezig was, opdat gij geloven moogt. Maar laten we nu naar hem toegaan.
15เรา​ยินดี​เพื่อ​พวกคุณ​ที่​เรา​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นั่น เพื่อ​พวกคุณ​จะ​ได้​เชื่อ แต่​ตอนนี้​พวกเรา​ไป​หา​เขา​กัน​เถอะ”
16Toen zei Tomas, ook Didumus geheten, tot zijn medeleerlingen: Laten ook wij gaan, om met Hem te sterven.
16โธมัส ซึ่ง​มี​อีก​ชื่อ​ว่า​ดิดิมัส จึง​พูด​กับ​เพื่อน​สาวก​ว่า “พวกเรา​ไป​ด้วย​กัน​เถอะ จะ​ได้​ตาย​กับ​พระองค์”
17Maar bij zijn aankomst vond Jesus hem reeds vier dagen in het graf.
17เมื่อ​พระเยซู​มา​ถึง พระองค์​พบ​ว่า​ลาซารัส​อยู่​ใน​ที่​ฝังศพ​มา​สี่​วัน​แล้ว
18Daar Betánië dicht bij Jerusalem lag, op ongeveer vijftien stadiën afstand,
18เบธานี​อยู่​ใกล้​กรุง​เยรูซาเล็ม ห่าง​กัน​ประมาณ​สิบห้า​สตาดิอา
19waren er veel Joden naar Marta en Maria gekomen, om haar hun rouwbeklag te doen over haar broer.
19ชาวยิว​จำนวน​มาก​มา​หา​มารธา​กับ​มารีย์ เพื่อ​ปลอบใจ​พวกเธอ​เรื่อง​ลาซารัส
20Zodra Marta Jesus’ aankomst vernam, ging ze Hem tegemoet; Maria bleef thuis.
20เมื่อ​มารธา​ได้ยิน​ว่า​พระเยซู​กำลัง​มา เธอ​จึง​ออก​ไป​พบ​พระองค์ ส่วน​มารีย์​ยัง​นั่ง​อยู่​ใน​บ้าน
21En Marta zei tot Jesus: Heer, zo Gij hier waart geweest, was mijn broer niet gestorven.
21มารธา​กล่าว​กับ​พระเยซู​ว่า “องค์​พระผู้เป็นเจ้า ถ้า​พระองค์​อยู่​ที่​นี่ ลาซารัส​คง​ไม่​ตาย
22Maar zelfs nu weet ik nog, dat God U zal geven, wat Gij Hem vraagt.
22แต่​ถึง​ตอนนี้ ดิฉัน​ก็​รู้​ว่า​ไม่​ว่า​พระองค์​จะ​ขอ​สิ่ง​ใด​จาก​พระเจ้า พระเจ้า​จะ​ประทาน​สิ่ง​นั้น​แก่​พระองค์”
23Jesus sprak tot haar: Uw broer zal verrijzen.
23พระเยซู​กล่าว​กับ​เธอ​ว่า “ลาซารัส​จะ​ฟื้น​ขึ้นมา”
24Marta zeide Hem: Ik weet, dat hij verrijzen zal bij de opstanding op de jongste dag.
24มารธา​กล่าว​กับ​พระองค์​ว่า “ดิฉัน​รู้​ว่า​เขา​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใน​วัน​สุดท้าย เมื่อ​มี​การฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย”
25Jesus sprak tot haar: Ik ben de verrijzenis en het leven. Wie in Mij gelooft, zal leven, ook al is hij gestorven;
25พระเยซู​กล่าว​กับ​เธอ​ว่า “เรา​คือ​การฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​และ​ชีวิต ผู้​ที่​เชื่อ​ใน​เรา ถึง​เขา​ตาย​ก็​ยัง​จะ​มี​ชีวิต
26en wie leeft en in Mij gelooft, zal niet sterven voor eeuwig. Gelooft ge dit?
26และ​ทุกคน​ที่​มี​ชีวิต​และ​เชื่อ​ใน​เรา​จะ​ไม่​มี​วัน​ตาย​เลย ท่าน​เชื่อ​เรื่อง​นี้​ไหม?”
27Ze zeide Hem: Ja, Heer; ik geloof, dat Gij de Christus zijt, Gods Zoon, die in de wereld komt.
27เธอ​ตอบ​พระองค์​ว่า “เชื่อ​ค่ะ องค์​พระผู้เป็นเจ้า ดิฉัน​เชื่อ​แล้ว​ว่า​พระองค์​คือ​พระคริสต์ พระบุตร​ของ​พระเจ้า ผู้​ที่​จะ​มา​ใน​โลก”
28Na deze woorden ging ze heen, om Maria, haar zuster, te roepen; heel in stilte zeide ze haar: De Meester is daar, en roept u.
28เมื่อ​กล่าว​เช่นนี้​แล้ว เธอ​ก็​กลับ​ไป​เรียก​มารีย์​ซึ่ง​เป็น​พี่น้อง​ของ​เธอ​เป็น​การ​ส่วนตัว บอก​ว่า “อาจารย์​มา​แล้ว และ​กำลัง​เรียก​เธอ”
29Zodra deze het hoorde, stond ze haastig op, en ging naar Hem toe.
29เมื่อ​มารีย์​ได้ยิน เธอ​ก็​ลุก​ขึ้น​อย่าง​รวดเร็ว​และ​ไป​หา​พระองค์
30Jesus was nog niet in het dorp gekomen, maar bevond Zich nog op de plaats. waar Marta Hem had ontmoet.
30ตอนนั้น​พระเยซู​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​หมู่บ้าน แต่​ยัง​อยู่​ตรง​ที่​มารธา​พบ​พระองค์
31De Joden, die bij Maria in huis waren, om hun rouwbeklag te doen, zagen haar ijlings opstaan en heengaan; zij volgden haar, in de mening, dat ze naar het graf ging, om er te wenen.
31ชาวยิว​ที่​อยู่​กับ​มารีย์​ใน​บ้าน​และ​กำลัง​ปลอบใจ​เธอ เมื่อ​เห็น​เธอ​ลุก​ขึ้น​อย่าง​รวดเร็ว​แล้ว​ออก​ไป ก็​ตาม​เธอ​ไป เพราะ​คิด​ว่า “เธอ​กำลัง​ไป​ยัง​ที่​ฝังศพ​เพื่อ​ร้องไห้​ที่​นั่น”
32Zodra Maria kwam, waar Jesus was, en Hem zag, viel ze voor zijn voeten neer, en sprak tot Hem: Heer, zo Gij hier waart geweest, was mijn broer niet gestorven.
32เมื่อ​มารีย์​มา​ถึง​ที่​ที่​พระเยซู​อยู่​และ​เห็น​พระองค์ เธอ​ก็​หมอบ​ลง​ที่​เท้า​ของ​พระองค์ แล้ว​กล่าว​ว่า “องค์​พระผู้เป็นเจ้า ถ้า​พระองค์​อยู่​ที่​นี่ ลาซารัส​คง​ไม่​ตาย”
33Toen Jesus haar zag wenen, en de Joden zag wenen, die haar vergezelden, werd Hij hevig bewogen en ontroerd.
33เมื่อ​พระเยซู​เห็น​เธอ​ร้องไห้ และ​เห็น​ชาวยิว​ที่​มา​กับ​เธอ​ร้องไห้​ด้วย พระองค์​รู้สึก​สะเทือน​อย่าง​รุนแรง​ใน​จิตวิญญาณ และ​รู้สึก​หนักใจ
34Hij sprak: Waar hebt gij hem begraven? Ze zeiden Hem: Heer, kom het zien.
34แล้ว​ถาม​ว่า “พวกคุณ​วาง​เขา​ไว้​ที่​ไหน?” พวกเขา​ตอบ​พระองค์​ว่า “องค์​พระผู้เป็นเจ้า มา​ดู​เถอะ”
35En Jesus weende.
35พระเยซู​ร้องไห้
36De Joden zeiden: Zie, hoe Hij hem liefhad.
36ชาวยิว​จึง​พูด​ว่า “ดูสิ พระองค์​รักใคร่​เขา​มาก​เพียง​ใด!”
37Maar sommigen hunner zeiden: Kon Hij, die de ogen van den blinde heeft geopend, niet even goed zorgen, dat deze niet stierf?
37แต่​บางคน​พูด​ว่า “คน​นี้​เปิด​ตา​ของ​ชาย​ตาบอด​ได้ แล้ว​จะ​ทำ​ให้​ชาย​คน​นี้​ไม่​ตาย​ไม่​ได้​หรือ?”
38Jesus dan, opnieuw hevig bewogen, kwam bij het graf. Het was een grot, en een steen sloot de ingang af.
38พระเยซู​ยัง​รู้สึก​สะเทือน​อย่าง​รุนแรง​อยู่​ภายใน​อีก​ครั้ง แล้ว​มา​ถึง​ที่​ฝังศพ ซึ่ง​เป็น​ถ้ำ​และ​มี​ก้อนหิน​ปิด​อยู่
39Jesus sprak: Neemt de steen weg. Marta, de zuster van den overledene, zeide Hem: Heer, hij riekt al; want het is reeds de vierde dag.
39พระเยซู​กล่าว​ว่า “เอา​ก้อนหิน​ออก” มารธา​พี่สาว​ของ​ผู้ตาย​กล่าว​กับ​พระองค์​ว่า “องค์​พระผู้เป็นเจ้า ตอนนี้​คง​มี​กลิ่นเหม็น​แล้ว เพราะ​เขา​ตาย​มา​สี่​วัน”
40Jesus sprak tot haar: Heb Ik u niet gezegd: Wanneer ge gelooft, zult ge Gods heerlijkheid zien?
40พระเยซู​กล่าว​กับ​เธอ​ว่า “เรา​ไม่​ได้​บอก​ท่าน​หรือ​ว่า ถ้า​ท่าน​เชื่อ ท่าน​จะ​เห็น​พระสิริ​ของ​พระเจ้า?”
41Men nam dus de steen weg. Toen sloeg Jesus de ogen omhoog, en sprak: Vader, Ik dank U, omdat Gij Mij hebt verhoord.
41พวกเขา​จึง​เอา​ก้อนหิน​ออก​จาก​ที่​ที่​ผู้ตาย​นอน​อยู่ พระเยซู​เงยตา​ขึ้น​และ​กล่าว​ว่า “พระบิดา เรา​ขอบคุณ​พระองค์​ที่​พระองค์​ฟัง​เรา
42Ik wist wel, dat Gij Mij altijd verhoort; maar Ik zeg het terwille van de omstaande menigte, opdat ze mogen geloven, dat Gij Mij gezonden hebt.
42เรา​รู้​ว่า​พระองค์​ฟัง​เรา​เสมอ แต่​เรา​กล่าว​เช่นนี้​เพราะ​ฝูงชน​ที่​ยืน​อยู่​รอบ ๆ เพื่อ​พวกเขา​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระองค์​ส่ง​เรา​มา”
43Na deze woorden riep Hij met luider stem: Lázarus, kom uit.
43เมื่อ​กล่าว​เช่นนี้​แล้ว พระองค์​ร้อง​เสียงดัง​ว่า “ลาซารัส ออก​มา!”
44En de dode kwam te voorschijn, de voeten en handen in windsels gewikkeld, en zijn gezicht met een zweetdoek omwonden. Jesus zei hun: Maakt hem los, en laat hem gaan.
44คน​ที่​ตาย​แล้ว​ก็​ออก​มา มือ​และ​เท้า​ยัง​พัน​ด้วย​ผ้า​พันศพ และ​ใบหน้า​มี​ผ้า​พัน​อยู่ พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “แก้​ผ้า​ให้​เขา แล้ว​ปล่อย​เขา​ไป”
45Velen van de Joden, die naar Maria waren gekomen, en gezien hadden, wat Jesus gedaan had, geloofden daarom in Hem.
45ดังนั้น ชาวยิว​จำนวน​มาก​ที่​มา​หา​มารีย์​และ​เห็น​สิ่ง​ที่​พระเยซู​ทำ ก็​เชื่อ​ใน​พระองค์
46Maar sommigen van hen liepen naar de farizeën, en deelden hun mee, wat Jesus gedaan had.
46แต่​บางคน​ใน​พวกเขา​ไป​หา​พวก​ฟาริสี และ​บอก​สิ่ง​ที่​พระเยซู​ทำ
47Toen riepen de opperpriesters en farizeën de Hoge Raad bijeen. Ze zeiden: Wat doen we? Want die man doet veel wonderen.
47พวก​หัวหน้า​ปุโรหิต​และ​ฟาริสี​จึง​เรียก​ประชุม​สภา แล้ว​พูด​ว่า “พวกเรา​กำลัง​ทำ​อะไร​กัน​อยู่? คน​นี้​ทำ​หมายสำคัญ​มากมาย
48Als we Hem zó laten begaan, zullen ze allemaal in Hem geloven; dan zullen de Romeinen komen, en ons land en volk verdelgen.
48ถ้า​พวกเรา​ปล่อย​เขา​ไว้​อย่าง​นี้ ทุกคน​จะ​เชื่อ​ใน​เขา แล้ว​พวก​โรมัน​จะ​มา​ยึด​ทั้ง​สถานที่​ของ​เรา​และ​ชนชาติ​ของ​เรา”
49Maar één hunner, Káifas, die dat jaar de hogepriester was, sprak tot hen: Weet gij geen uitkomst?
49แต่​คน​หนึ่ง​ใน​พวกเขา​ชื่อ​คายาฟาส ซึ่ง​เป็น​มหาปุโรหิต​ใน​ปี​นั้น กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกคุณ​ไม่​รู้อะไร​เลย
50Beseft gij dan niet, dat het goed voor u is, dat één mens sterft voor het heil van het volk, en niet het hele volk te gronde gaat?
50และ​ไม่​คิด​หรือ​ว่า เป็น​ประโยชน์​สำหรับ​พวกเรา​ที่​คน​คน​เดียว​จะ​ตาย​เพื่อ​ประชาชน แทน​ที่​ชนชาติ​ทั้งหมด​จะ​พินาศ”
51Dit zei hij niet uit zichzelf. Maar als hogepriester van dat jaar profeteerde hij, dat Jesus sterven zou voor het heil van het volk;
51เขา​ไม่​ได้​กล่าว​เรื่อง​นี้​จาก​ตัว​เขา​เอง แต่​เพราะ​เขา​เป็น​มหาปุโรหิต​ใน​ปี​นั้น เขา​จึง​พยากรณ์​ว่า​พระเยซู​จะ​ตาย​เพื่อ​ชนชาติ​นั้น
52en niet voor het volk alleen, maar ook om de verstrooide kinderen Gods bijeen te brengen.
52และ​ไม่​ใช่​เพื่อ​ชนชาติ​นั้น​เท่านั้น แต่​เพื่อ​รวบรวม​ลูก​ของ​พระเจ้า​ที่​กระจัดกระจาย​อยู่​ให้​เป็น​หนึ่ง​เดียวกัน​ด้วย
53Van die dag af waren ze besloten, Hem te doden.
53ดังนั้น ตั้งแต่​วัน​นั้น​เป็นต้นมา พวกเขา​ก็​วางแผน​กัน​ว่า​จะ​ฆ่า​พระองค์
54Daarom trad Jesus niet meer in het openbaar onder de Joden op, maar trok Hij Zich terug in een streek nabij de woestijn, in een stad, Efrem genaamd; en daar bleef Hij met zijn leerlingen.
54เพราะ​เหตุ​นี้ พระเยซู​จึง​ไม่​เดิน​อย่าง​เปิดเผย​ท่ามกลาง​ชาวยิว​อีก แต่​ออก​จาก​ที่​นั่น​ไป​ยัง​เขต​ใกล้​ถิ่นทุรกันดาร ไป​ยัง​เมือง​หนึ่ง​ชื่อ​เอฟราอิม และ​พัก​อยู่​ที่​นั่น​กับ​สาวก
55Intussen was het paasfeest der Joden genaderd, en trokken er velen van het land nog vóór het paasfeest naar Jerusalem op, om zich te reinigen.
55เทศกาล​ปัสกา​ของ​ชาวยิว​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว หลาย​คน​จาก​ชนบท​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรูซาเล็ม​ก่อน​เทศกาล​ปัสกา เพื่อ​ชำระ​ตนเอง​ให้​บริสุทธิ์
56Ze zochten naar Jesus, en zeiden in de tempel onder elkander: Wat dunkt u? Zou Hij niet op het feest komen?
56พวกเขา​จึง​ตามหา​พระเยซู และ​ขณะ​ยืน​อยู่​ใน​พระวิหาร​ก็​พูด​กัน​ว่า “พวกคุณ​คิด​อย่างไร? เขา​จะ​ไม่​มา​ร่วม​เทศกาล​เลย​หรือ?”
57Maar de opperpriesters en de farizeën hadden bevel gegeven, het aan te brengen, wanneer iemand wist, waar Hij was; dan konden ze Hem gevangen nemen.
57ตอนนั้น​พวก​หัวหน้า​ปุโรหิต​และ​ฟาริสี​มี​คำสั่ง​ไว้​ว่า ถ้า​ใคร​รู้​ว่า​พระองค์​อยู่​ที่​ไหน ให้​มา​แจ้ง เพื่อ​พวกเขา​จะ​ได้​จับ​พระองค์

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.