ΚΑΤΑ ΙΩΑΝΝΗΝ 11
Greek New Testament, word by word (STEPBible TAGNT)Original language
Greek New Testament, word by word (STEPBible TAGNT)
Freedom Bible (Thai)
1Ἦν δέ τις ἀσθενῶν, Λάζαρος ἀπὸ Βηθανίας ἐκ τῆς κώμης Μαρίας καὶ Μάρθας τῆς ἀδελφῆς αὐτῆς·
1มีชายคนหนึ่งชื่อลาซารัสป่วยอยู่ เขามาจากเบธานี หมู่บ้านของมารีย์กับมารธา ซึ่งเป็นพี่น้องกัน
2ἦν δὲ Μαριὰμ ἡ ἀλείψασα τὸν κύριον μύρῳ καὶ ἐκμάξασα τοὺς πόδας αὐτοῦ ταῖς θριξὶν αὐτῆς, ἧς ὁ ἀδελφὸς Λάζαρος ἠσθένει.
2มารีย์คนนี้คือผู้ที่ชโลมองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยน้ำมันหอมและใช้ผมเช็ดเท้าของพระองค์ ลาซารัสซึ่งเป็นพี่น้องกับเธอกำลังป่วย
3ἀπέστειλαν οὖν αἱ ἀδελφαὶ πρὸς αὐτὸν λέγουσαι· κύριε, ἴδε ὃν φιλεῖς ἀσθενεῖ.¶
3พี่น้องทั้งสองจึงส่งคนไปบอกพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ดูสิ คนที่พระองค์รักใคร่มากกำลังป่วย”
4Ἀκούσας δὲ ὁ Ἰησοῦς εἶπεν· αὕτη ἡ ἀσθένεια οὐκ ἔστιν πρὸς θάνατον ἀλλ᾽ ὑπὲρ τῆς δόξης τοῦ θεοῦ ἵνα δοξασθῇ ὁ υἱὸς τοῦ θεοῦ δι᾽ αὐτῆς.¶
4เมื่อพระเยซูได้ยิน ก็กล่าวว่า “โรคนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อความตาย แต่เพื่อพระสิริของพระเจ้า เพื่อให้พระบุตรของพระเจ้าได้รับพระสิริผ่านโรคนี้”
5Ἠγάπα δὲ ὁ Ἰησοῦς τὴν Μάρθαν καὶ τὴν ἀδελφὴν αὐτῆς καὶ τὸν Λάζαρον.
5พระเยซูรักมารธา มารีย์ซึ่งเป็นพี่น้องกับมารธา และลาซารัส
6ὡς οὖν ἤκουσεν ὅτι ἀσθενεῖ, τότε μὲν ἔμεινεν ἐν ᾧ ἦν τόπῳ δύο ἡμέρας.
6ดังนั้น เมื่อพระองค์ได้ยินว่าลาซารัสป่วย ก็ยังพักอยู่ที่เดิมอีกสองวัน
7ἔπειτα μετὰ τοῦτο λέγει τοῖς μαθηταῖς· ἄγωμεν εἰς τὴν Ἰουδαίαν πάλιν.
7หลังจากนั้น พระองค์จึงกล่าวกับสาวกว่า “พวกเรากลับไปแคว้นยูเดียกันอีกเถอะ”
8λέγουσιν αὐτῷ οἱ μαθηταί· ῥαββί, νῦν ἐζήτουν σε λιθάσαι οἱ Ἰουδαῖοι, καὶ πάλιν ὑπάγεις ἐκεῖ;¶
8สาวกถามพระองค์ว่า “รับบี เมื่อไม่นานนี้ชาวยิวพยายามเอาหินขว้างท่าน แล้วท่านจะกลับไปที่นั่นอีกหรือ?”
9Ἀπεκρίθη Ἰησοῦς· οὐχὶ δώδεκα ὧραί εἰσιν τῆς ἡμέρας; ἐάν τις περιπατῇ ἐν τῇ ἡμέρᾳ, οὐ προσκόπτει, ὅτι τὸ φῶς τοῦ κόσμου τούτου βλέπει.
9พระเยซูตอบว่า “กลางวันมีสิบสองชั่วโมงไม่ใช่หรือ? ถ้าใครเดินในกลางวัน เขาก็ไม่สะดุด เพราะเขาเห็นความสว่างของโลกนี้
10ἐὰν δέ τις περιπατῇ ἐν τῇ νυκτί, προσκόπτει, ὅτι τὸ φῶς οὐκ ἔστιν ἐν αὐτῷ.
10แต่ถ้าใครเดินในกลางคืน เขาก็สะดุด เพราะไม่มีความสว่างอยู่ในตัวเขา”
11ταῦτα εἶπεν καὶ μετὰ τοῦτο λέγει αὐτοῖς· Λάζαρος ὁ φίλος ἡμῶν κεκοίμηται· ἀλλὰ πορεύομαι ἵνα ἐξυπνίσω αὐτόν.¶
11พระองค์กล่าวสิ่งเหล่านี้ แล้วจึงกล่าวต่อว่า “ลาซารัสเพื่อนของพวกเราหลับไปแล้ว แต่เรากำลังจะไปปลุกเขาให้ตื่น”
12εἶπαν οὖν οἱ μαθηταὶ αὐτῷ· κύριε, εἰ κεκοίμηται, σωθήσεται.
12สาวกจึงกล่าวว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าเขาหลับอยู่ เขาก็จะหายดี”
13εἰρήκει δὲ ὁ Ἰησοῦς περὶ τοῦ θανάτου αὐτοῦ· ἐκεῖνοι δὲ ἔδοξαν ὅτι περὶ τῆς κοιμήσεως τοῦ ὕπνου λέγει.¶
13ที่จริงพระเยซูกล่าวถึงความตายของเขา แต่พวกเขาคิดว่าพระองค์กล่าวถึงการนอนหลับพักผ่อน
14Τότε οὖν εἶπεν αὐτοῖς ὁ Ἰησοῦς παρρησίᾳ· Λάζαρος ἀπέθανεν.
14พระเยซูจึงบอกพวกเขาตรง ๆ ว่า “ลาซารัสตายแล้ว
15καὶ χαίρω δι᾽ ὑμᾶς, ἵνα πιστεύσητε, ὅτι οὐκ ἤμην ἐκεῖ· ἀλλ᾽ ἄγωμεν πρὸς αὐτόν.¶
15เรายินดีเพื่อพวกคุณที่เราไม่ได้อยู่ที่นั่น เพื่อพวกคุณจะได้เชื่อ แต่ตอนนี้พวกเราไปหาเขากันเถอะ”
16Εἶπεν οὖν Θωμᾶς ὁ λεγόμενος Δίδυμος τοῖς συμμαθηταῖς· ἄγωμεν καὶ ἡμεῖς ἵνα ἀποθάνωμεν μετ᾽ αὐτοῦ.
16โธมัส ซึ่งมีอีกชื่อว่าดิดิมัส จึงพูดกับเพื่อนสาวกว่า “พวกเราไปด้วยกันเถอะ จะได้ตายกับพระองค์”
17ἐλθὼν οὖν ὁ Ἰησοῦς εὗρεν αὐτὸν τέσσαρας ἤδη ἡμέρας ἔχοντα ἐν τῷ μνημείῳ.
17เมื่อพระเยซูมาถึง พระองค์พบว่าลาซารัสอยู่ในที่ฝังศพมาสี่วันแล้ว
18ἦν δὲ ἡ Βηθανία ἐγγὺς τῶν Ἱεροσολύμων ὡς ἀπὸ σταδίων δεκαπέντε.¶
18เบธานีอยู่ใกล้กรุงเยรูซาเล็ม ห่างกันประมาณสิบห้าสตาดิอา
19Πολλοὶ ἐκ τῶν Ἰουδαίων ἐληλύθεισαν πρὸς τὴν Μάρθαν καὶ Μαριὰμ ἵνα παραμυθήσωνται αὐτὰς περὶ τοῦ ἀδελφοῦ
19ชาวยิวจำนวนมากมาหามารธากับมารีย์ เพื่อปลอบใจพวกเธอเรื่องลาซารัส
20Ἡ οὖν Μάρθα, ὡς ἤκουσεν ὅτι Ἰησοῦς ἔρχεται, ὑπήντησεν αὐτῷ· Μαριὰμ δὲ ἐν τῷ οἴκῳ ἐκαθέζετο.
20เมื่อมารธาได้ยินว่าพระเยซูกำลังมา เธอจึงออกไปพบพระองค์ ส่วนมารีย์ยังนั่งอยู่ในบ้าน
21εἶπεν οὖν ἡ Μάρθα πρὸς τὸν Ἰησοῦν· κύριε, εἰ ἦς ὧδε, οὐκ ἂν ἀπέθανεν ὁ ἀδελφός μου.
21มารธากล่าวกับพระเยซูว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าพระองค์อยู่ที่นี่ ลาซารัสคงไม่ตาย
22ἀλλὰ καὶ νῦν οἶδα ὅτι ὅσα ἂν αἰτήσῃ τὸν θεὸν δώσει σοι ὁ θεός.¶
22แต่ถึงตอนนี้ ดิฉันก็รู้ว่าไม่ว่าพระองค์จะขอสิ่งใดจากพระเจ้า พระเจ้าจะประทานสิ่งนั้นแก่พระองค์”
23Λέγει αὐτῇ ὁ Ἰησοῦς· ἀναστήσεται ὁ ἀδελφός σου.
23พระเยซูกล่าวกับเธอว่า “ลาซารัสจะฟื้นขึ้นมา”
24λέγει αὐτῷ Μάρθα· οἶδα ὅτι ἀναστήσεται ἐν τῇ ἀναστάσει ἐν τῇ ἐσχάτῃ ἡμέρᾳ.¶
24มารธากล่าวกับพระองค์ว่า “ดิฉันรู้ว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย เมื่อมีการฟื้นขึ้นจากความตาย”
25Εἶπεν αὐτῇ ὁ Ἰησοῦς· ἐγώ εἰμι ἡ ἀνάστασις καὶ ἡ ζωή· ὁ πιστεύων εἰς ἐμὲ κἂν ἀποθάνῃ ζήσεται,
25พระเยซูกล่าวกับเธอว่า “เราคือการฟื้นขึ้นจากความตายและชีวิต ผู้ที่เชื่อในเรา ถึงเขาตายก็ยังจะมีชีวิต
26καὶ πᾶς ὁ ζῶν καὶ πιστεύων εἰς ἐμὲ οὐ μὴ ἀποθάνῃ εἰς τὸν αἰῶνα. πιστεύεις τοῦτο;
26และทุกคนที่มีชีวิตและเชื่อในเราจะไม่มีวันตายเลย ท่านเชื่อเรื่องนี้ไหม?”
27λέγει αὐτῷ· ναὶ κύριε· ἐγὼ πεπίστευκα ὅτι σὺ εἶ ὁ χριστὸς ὁ υἱὸς τοῦ θεοῦ ὁ εἰς τὸν κόσμον ἐρχόμενος.¶
27เธอตอบพระองค์ว่า “เชื่อค่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้า ดิฉันเชื่อแล้วว่าพระองค์คือพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า ผู้ที่จะมาในโลก”
28Καὶ τοῦτο εἰποῦσα ἀπῆλθεν καὶ ἐφώνησεν Μαριὰμ τὴν ἀδελφὴν αὐτῆς λάθρᾳ εἰποῦσα· ὁ διδάσκαλος πάρεστιν καὶ φωνεῖ σε.
28เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว เธอก็กลับไปเรียกมารีย์ซึ่งเป็นพี่น้องของเธอเป็นการส่วนตัว บอกว่า “อาจารย์มาแล้ว และกำลังเรียกเธอ”
29ἐκείνη ὡς ἤκουσεν ἠγέρθη ταχὺ καὶ ἤρχετο πρὸς αὐτόν.
29เมื่อมารีย์ได้ยิน เธอก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและไปหาพระองค์
30οὔπω δὲ ἐληλύθει ὁ Ἰησοῦς εἰς τὴν κώμην, ἀλλ᾽ ἦν ἐν τῷ τόπῳ ὅπου ὑπήντησεν αὐτῷ ἡ Μάρθα.¶
30ตอนนั้นพระเยซูยังไม่ได้เข้าหมู่บ้าน แต่ยังอยู่ตรงที่มารธาพบพระองค์
31Οἱ οὖν Ἰουδαῖοι οἱ ὄντες μετ᾽ αὐτῆς ἐν τῇ οἰκίᾳ καὶ παραμυθούμενοι αὐτήν, ἰδόντες τὴν Μαριὰμ ὅτι ταχέως ἀνέστη καὶ ἐξῆλθεν, ἠκολούθησαν αὐτῇ, δόξαντες ὅτι ὑπάγει εἰς τὸ μνημεῖον ἵνα κλαύσῃ ἐκεῖ.
31ชาวยิวที่อยู่กับมารีย์ในบ้านและกำลังปลอบใจเธอ เมื่อเห็นเธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วออกไป ก็ตามเธอไป เพราะคิดว่า “เธอกำลังไปยังที่ฝังศพเพื่อร้องไห้ที่นั่น”
32ἡ οὖν Μαριὰμ ὡς ἦλθεν ὅπου ἦν Ἰησοῦς, ἰδοῦσα αὐτὸν ἔπεσεν αὐτοῦ πρὸς τοὺς πόδας λέγουσα αὐτῷ· κύριε, εἰ ἦς ὧδε, οὐκ ἄν μου ἀπέθανεν ὁ ἀδελφός.
32เมื่อมารีย์มาถึงที่ที่พระเยซูอยู่และเห็นพระองค์ เธอก็หมอบลงที่เท้าของพระองค์ แล้วกล่าวว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าพระองค์อยู่ที่นี่ ลาซารัสคงไม่ตาย”
33Ἰησοῦς οὖν ὡς εἶδεν αὐτὴν κλαίουσαν καὶ τοὺς συνελθόντας αὐτῇ Ἰουδαίους κλαίοντας, ἐνεβριμήσατο τῷ πνεύματι καὶ ἐτάραξεν ἑαυτὸν
33เมื่อพระเยซูเห็นเธอร้องไห้ และเห็นชาวยิวที่มากับเธอร้องไห้ด้วย พระองค์รู้สึกสะเทือนอย่างรุนแรงในจิตวิญญาณ และรู้สึกหนักใจ
34καὶ εἶπεν· ποῦ τεθείκατε αὐτόν; λέγουσιν αὐτῷ· κύριε, ἔρχου καὶ ἴδε.
34แล้วถามว่า “พวกคุณวางเขาไว้ที่ไหน?” พวกเขาตอบพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า มาดูเถอะ”
35ἐδάκρυσεν ὁ Ἰησοῦς.
35พระเยซูร้องไห้
36ἔλεγον οὖν οἱ Ἰουδαῖοι· ἴδε πῶς ἐφίλει αὐτόν.
36ชาวยิวจึงพูดว่า “ดูสิ พระองค์รักใคร่เขามากเพียงใด!”
37τινὲς δὲ ἐξ αὐτῶν εἶπαν· οὐκ ἐδύνατο οὗτος ὁ ἀνοίξας τοὺς ὀφθαλμοὺς τοῦ τυφλοῦ ποιῆσαι ἵνα καὶ οὗτος μὴ ἀποθάνῃ;¶
37แต่บางคนพูดว่า “คนนี้เปิดตาของชายตาบอดได้ แล้วจะทำให้ชายคนนี้ไม่ตายไม่ได้หรือ?”
38Ἰησοῦς οὖν πάλιν ἐμβριμώμενος ἐν ἑαυτῷ ἔρχεται εἰς τὸ μνημεῖον· ἦν δὲ σπήλαιον, καὶ λίθος ἐπέκειτο ἐπ᾽ αὐτῷ.
38พระเยซูยังรู้สึกสะเทือนอย่างรุนแรงอยู่ภายในอีกครั้ง แล้วมาถึงที่ฝังศพ ซึ่งเป็นถ้ำและมีก้อนหินปิดอยู่
39λέγει ὁ Ἰησοῦς· ἄρατε τὸν λίθον. λέγει αὐτῷ ἡ ἀδελφὴ τοῦ τετελευτηκότος Μάρθα· κύριε, ἤδη ὄζει· τεταρταῖος γάρ ἐστιν.
39พระเยซูกล่าวว่า “เอาก้อนหินออก” มารธาพี่สาวของผู้ตายกล่าวกับพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ตอนนี้คงมีกลิ่นเหม็นแล้ว เพราะเขาตายมาสี่วัน”
40λέγει αὐτῇ ὁ Ἰησοῦς· οὐκ εἶπόν σοι ὅτι ἐὰν πιστεύσῃς ὄψῃ τὴν δόξαν τοῦ θεοῦ;
40พระเยซูกล่าวกับเธอว่า “เราไม่ได้บอกท่านหรือว่า ถ้าท่านเชื่อ ท่านจะเห็นพระสิริของพระเจ้า?”
41ἦραν οὖν τὸν λίθον ὁ δὲ Ἰησοῦς ἦρεν τοὺς ὀφθαλμοὺς ἄνω καὶ εἶπεν· πάτερ, εὐχαριστῶ σοι ὅτι ἤκουσάς μου.
41พวกเขาจึงเอาก้อนหินออกจากที่ที่ผู้ตายนอนอยู่ พระเยซูเงยตาขึ้นและกล่าวว่า “พระบิดา เราขอบคุณพระองค์ที่พระองค์ฟังเรา
42ἐγὼ δὲ ᾔδειν ὅτι πάντοτέ μου ἀκούεις· ἀλλὰ διὰ τὸν ὄχλον τὸν περιεστῶτα εἶπον, ἵνα πιστεύσωσιν ὅτι σύ με ἀπέστειλας.
42เรารู้ว่าพระองค์ฟังเราเสมอ แต่เรากล่าวเช่นนี้เพราะฝูงชนที่ยืนอยู่รอบ ๆ เพื่อพวกเขาจะได้เชื่อว่าพระองค์ส่งเรามา”
43καὶ ταῦτα εἰπὼν φωνῇ μεγάλῃ ἐκραύγασεν· Λάζαρε, δεῦρο ἔξω.
43เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว พระองค์ร้องเสียงดังว่า “ลาซารัส ออกมา!”
44ἐξῆλθεν ὁ τεθνηκὼς δεδεμένος τοὺς πόδας καὶ τὰς χεῖρας κειρίαις, καὶ ἡ ὄψις αὐτοῦ σουδαρίῳ περιεδέδετο. λέγει αὐτοῖς ὁ Ἰησοῦς· λύσατε αὐτὸν καὶ ἄφετε αὐτὸν ὑπάγειν.¶
44คนที่ตายแล้วก็ออกมา มือและเท้ายังพันด้วยผ้าพันศพ และใบหน้ามีผ้าพันอยู่ พระเยซูกล่าวกับพวกเขาว่า “แก้ผ้าให้เขา แล้วปล่อยเขาไป”
45Πολλοὶ οὖν ἐκ τῶν Ἰουδαίων οἱ ἐλθόντες πρὸς τὴν Μαριὰμ καὶ θεασάμενοι ἃ ἐποίησεν ἐπίστευσαν εἰς αὐτόν.
45ดังนั้น ชาวยิวจำนวนมากที่มาหามารีย์และเห็นสิ่งที่พระเยซูทำ ก็เชื่อในพระองค์
46τινὲς δὲ ἐξ αὐτῶν ἀπῆλθον πρὸς τοὺς Φαρισαίους καὶ εἶπαν αὐτοῖς ἃ ἐποίησεν Ἰησοῦς.¶
46แต่บางคนในพวกเขาไปหาพวกฟาริสี และบอกสิ่งที่พระเยซูทำ
47Συνήγαγον οὖν οἱ ἀρχιερεῖς καὶ οἱ Φαρισαῖοι συνέδριον καὶ ἔλεγον· τί ποιοῦμεν, ὅτι οὗτος ὁ ἄνθρωπος πολλὰ ποιεῖ σημεῖα;
47พวกหัวหน้าปุโรหิตและฟาริสีจึงเรียกประชุมสภา แล้วพูดว่า “พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่? คนนี้ทำหมายสำคัญมากมาย
48ἐὰν ἀφῶμεν αὐτὸν οὕτως, πάντες πιστεύσουσιν εἰς αὐτόν, καὶ ἐλεύσονται οἱ Ῥωμαῖοι καὶ ἀροῦσιν ἡμῶν καὶ τὸν τόπον καὶ τὸ ἔθνος.¶
48ถ้าพวกเราปล่อยเขาไว้อย่างนี้ ทุกคนจะเชื่อในเขา แล้วพวกโรมันจะมายึดทั้งสถานที่ของเราและชนชาติของเรา”
49Εἷς δέ τις ἐξ αὐτῶν Καϊάφας, ἀρχιερεὺς ὢν τοῦ ἐνιαυτοῦ ἐκείνου, εἶπεν αὐτοῖς· ὑμεῖς οὐκ οἴδατε οὐδέν,
49แต่คนหนึ่งในพวกเขาชื่อคายาฟาส ซึ่งเป็นมหาปุโรหิตในปีนั้น กล่าวกับพวกเขาว่า “พวกคุณไม่รู้อะไรเลย
50οὐδὲ λογίζεσθε ὅτι συμφέρει ὑμῖν ἵνα εἷς ἄνθρωπος ἀποθάνῃ ὑπὲρ τοῦ λαοῦ, καὶ μὴ ὅλον τὸ ἔθνος ἀπόληται.
50และไม่คิดหรือว่า เป็นประโยชน์สำหรับพวกเราที่คนคนเดียวจะตายเพื่อประชาชน แทนที่ชนชาติทั้งหมดจะพินาศ”
51τοῦτο δὲ ἀφ᾽ ἑαυτοῦ οὐκ εἶπεν, ἀλλ᾽ ἀρχιερεὺς ὢν τοῦ ἐνιαυτοῦ ἐκείνου ἐπροφήτευσεν ὅτι ἔμελλεν Ἰησοῦς ἀποθνῄσκειν ὑπὲρ τοῦ ἔθνους,
51เขาไม่ได้กล่าวเรื่องนี้จากตัวเขาเอง แต่เพราะเขาเป็นมหาปุโรหิตในปีนั้น เขาจึงพยากรณ์ว่าพระเยซูจะตายเพื่อชนชาตินั้น
52καὶ οὐχ ὑπὲρ τοῦ ἔθνους μόνον ἀλλ᾽ ἵνα καὶ τὰ τέκνα τοῦ θεοῦ τὰ διεσκορπισμένα συναγάγῃ εἰς ἕν.¶
52และไม่ใช่เพื่อชนชาตินั้นเท่านั้น แต่เพื่อรวบรวมลูกของพระเจ้าที่กระจัดกระจายอยู่ให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้วย
53ἀπ᾽ ἐκείνης οὖν τῆς ἡμέρας ἐβουλεύσαντο ἵνα ἀποκτείνωσιν αὐτόν.¶
53ดังนั้น ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็วางแผนกันว่าจะฆ่าพระองค์
54οὖν Ἰησοῦς οὐκέτι παρρησίᾳ περιεπάτει ἐν τοῖς Ἰουδαίοις, ἀλλ᾽ ἀπῆλθεν ἐκεῖθεν εἰς τὴν χώραν ἐγγὺς τῆς ἐρήμου εἰς Ἐφραὶμ λεγομένην πόλιν, κἀκεῖ ἔμεινεν μετὰ τῶν μαθητῶν
54เพราะเหตุนี้ พระเยซูจึงไม่เดินอย่างเปิดเผยท่ามกลางชาวยิวอีก แต่ออกจากที่นั่นไปยังเขตใกล้ถิ่นทุรกันดาร ไปยังเมืองหนึ่งชื่อเอฟราอิม และพักอยู่ที่นั่นกับสาวก
55Ἦν δὲ ἐγγὺς τὸ πάσχα τῶν Ἰουδαίων, καὶ ἀνέβησαν πολλοὶ εἰς Ἱεροσόλυμα ἐκ τῆς χώρας πρὸ τοῦ πάσχα ἵνα ἁγνίσωσιν ἑαυτούς.
55เทศกาลปัสกาของชาวยิวใกล้เข้ามาแล้ว หลายคนจากชนบทขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มก่อนเทศกาลปัสกา เพื่อชำระตนเองให้บริสุทธิ์
56ἐζήτουν οὖν τὸν Ἰησοῦν καὶ ἔλεγον μετ᾽ ἀλλήλων ἐν τῷ ἱερῷ ἑστηκότες· τί δοκεῖ ὑμῖν, ὅτι οὐ μὴ ἔλθῃ εἰς τὴν ἑορτήν;
56พวกเขาจึงตามหาพระเยซู และขณะยืนอยู่ในพระวิหารก็พูดกันว่า “พวกคุณคิดอย่างไร? เขาจะไม่มาร่วมเทศกาลเลยหรือ?”
57δεδώκεισαν δὲ οἱ ἀρχιερεῖς καὶ οἱ Φαρισαῖοι ἐντολὰς ἵνα ἐάν τις γνῷ ποῦ ἐστιν μηνύσῃ, ὅπως πιάσωσιν αὐτόν.¶
57ตอนนั้นพวกหัวหน้าปุโรหิตและฟาริสีมีคำสั่งไว้ว่า ถ้าใครรู้ว่าพระองค์อยู่ที่ไหน ให้มาแจ้ง เพื่อพวกเขาจะได้จับพระองค์
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.