Ezechiel
Chapter 20
Petrus Canisius Bible, 1…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)
Freedom Bible (Thai)
1In het zevende jaar, op de tiende van de vijfde maand, kwamen enigen van Israëls oudsten Jahweh raadplegen. En toen zij voor mij zaten,
1ใน​ปี​ที่​เจ็ด​ เดือน​ที่​ห้า​ วัน​ที่​สิบ​ของ​เดือน​ ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​บาง​คน​มา​ขอ​ถาม​พระ​ยาห์เวห์​ และ​นั่ง​ลง​ตรง​หน้า​ข้าพเจ้า​
2werd het woord van Jahweh tot mij gericht:
2พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
3Mensenzoon, spreek Israëls oudsten toe, en zeg hun: Zo spreekt Jahweh, de Heer! Komt ge Mij soms raadplegen? Zo waar Ik leef, Ik laat Mij door u niet raadplegen, zegt Jahweh, de Heer.
3“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​พูด​กับ​พวก​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ พวก​เจ้า​มา​เพื่อ​ถาม​เรา​หรือ​? เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​จะ​ไม่​ยอม​ให้​พวก​เจ้า​ถาม​เรา​’ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​
4Mensenkind, wilt ge hen vonnissen, wilt ge hen vonnissen? Wijs hen dan op de gruwelen van hun vaderen, en zeg hun: Zo spreekt Jahweh, de Heer!
4“มนุษย์​เอ๋ย​ เจ้า​จะ​พิพากษา​พวก​เขา​ไหม​? เจ้า​จะ​พิพากษา​พวก​เขา​ไหม​? จง​ทำให้​พวก​เขา​รู้​ถึง​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ของ​บรรพบุรุษ​
5Toen Ik Israël uitverkoos, heb Ik mijn hand opgestoken voor de kinderen van Jakobs stam; Ik heb Mij aan hen geopenbaard in het land van Egypte, en mijn hand voor hen opgestoken met de woorden: Ik ben Jahweh, uw God!
5จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ ใน​วัน​ที่​เรา​เลือก​อิสราเอล​ เรา​ได้​ปฏิญาณ​ต่อ​เชื้อ​สาย​ของ​ชนชาติ​ยา​โคบ​ และ​สำแดง​ตัว​แก่​พวก​เขา​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ เรา​ปฏิญาณ​ว่า​ “เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​”
6In die tijd heb Ik hun met opgestoken hand beloofd, om ze uit Egypte te leiden naar een uitgezocht land, dat droop van melk en honing: de parel van alle landen.
6ใน​วัน​นั้น​เรา​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ ไป​ยัง​แผ่น​ดิน​ที่​เรา​เลือก​ไว้​ให้​ เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์​ งดงาม​เหนือ​แผ่น​ดิน​ทั้ง​ปวง​
7En Ik sprak tot hen: Laat een ieder zijn ogen van de gruwelbeelden afhouden, en niemand verontreinige zich aan de schandgoden van Egypte; Ik, Jahweh, ben uw God!
7เรา​บอก​พวก​เขา​ว่า​ “ทุก​คน​จง​โยน​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ที่​ตา​ของ​พวก​เจ้า​หลงใหล​ทิ้ง​ไป​ อย่า​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ด้วย​รูป​เคารพ​ของ​อียิปต์​ เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​”
8Maar ze verzetten zich tegen Mij, en wilden niet naar Mij luisteren: niemand hield zijn ogen van de gruwelbeelden af, en ze lieten de schandgoden van Egypte niet varen. Daarom wilde Ik mijn toorn over hen uitstorten, mijn woede op hen koelen midden in het land van Egypte.
8“‘“แต่​พวก​เขา​กบฏ​ต่อ​เรา​และ​ไม่​ยอม​ฟัง​ พวก​เขา​ไม่​ได้​ทิ้ง​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ที่​ตา​ของ​ตน​หลงใหล​กัน​ทุก​คน​ และ​ไม่​ละทิ้ง​รูป​เคารพ​ของ​อียิปต์​ เรา​จึง​คิด​จะ​เท​ความ​เดือดดาล​เหนือ​พวก​เขา​ ระบาย​ความ​โกรธ​ให้​หมด​ท่ามกลาง​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
9Maar Ik deed het niet terwille van mijn Naam, opdat die niet ontwijd zou worden in de ogen van de volken, in wier midden zij woonden, in wier bijzijn Ik Mij aan hen geopenbaard had, om ze uit Egypte te leiden.
9แต่​เรา​ได้​กระทำ​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ เพื่อ​ไม่​ให้​พระนาม​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​ที่​พวก​เขา​อาศัย​อยู่​ท่ามกลาง​ เพราะ​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​เหล่า​นั้น​ เรา​ได้​สำแดง​ตัว​แก่​พวก​เขา​ด้วย​การนำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
10Dus leidde Ik hen uit Egypte, en bracht hen in de woestijn.
10เรา​จึง​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​และ​พา​เข้า​สู่​ถิ่น​ทุรกันดาร​
11Ik gaf hun mijn wetten en openbaarde hun mijn geboden, die de mens moet onderhouden, om te blijven leven.
11เรา​ให้​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ และ​ทำให้​พวก​เขา​รู้​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ซึ่ง​ถ้า​คน​ใด​ทำ​ตาม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​
12Ook gaf Ik hun mijn sabbatten: het teken tussen Mij en hen, waaraan zij zouden erkennen, dat Ik, Jahweh, het ben, die hen heilig maak.
12เรา​ยัง​ให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​แก่​พวก​เขา​ เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่าง​เรา​กับ​พวก​เขา​ เพื่อ​พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ผู้​ทำให้​พวก​เขา​ศักดิ์สิทธิ์​
13Maar het huis van Israël verzette zich tegen Mij in de woestijn; naar mijn wetten leefden ze niet; ze verachtten mijn geboden, die de mens moet onderhouden om te blijven leven, en mijn sabbatten hebben ze schromelijk ontwijd. Daarom wilde Ik in de woestijn mijn toorn over hen uitstorten, en ze verdelgen.
13“‘“แต่​ชน​อิสราเอล​กบฏ​ต่อ​เรา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ ไม่​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ และ​ปฏิเสธ​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ซึ่ง​ถ้า​คน​ใด​ทำ​ตาม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ พวก​เขา​ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​อย่าง​ยิ่ง​ เรา​จึง​คิด​จะ​เท​ความ​เดือดดาล​เหนือ​พวก​เขา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​เพื่อ​ทำลาย​พวก​เขา​
14Maar Ik deed het niet terwille van mijn Naam, opdat die niet ontwijd zou worden in de ogen van de volken, in wier bijzijn Ik hen had weggeleid.
14แต่​เรา​ได้​กระทำ​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ เพื่อ​ไม่​ให้​พระนาม​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​ ซึ่ง​เห็น​เรา​เป็น​ผู้นำ​พวก​เขา​ออก​มา​
15Wel stak Ik in de woestijn mijn hand tegen hen op, dat Ik ze niet zou brengen in het land, dat Ik hun had toegedacht: dat druipt van melk en honing, de parel van alle landen;
15ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​เรา​ยัง​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ไม่​นำ​พวก​เขา​เข้าไป​ใน​แผ่น​ดิน​ที่​เรา​ให้​ไว้​ เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์​ งดงาม​เหนือ​แผ่น​ดิน​ทั้ง​ปวง​
16omdat ze mijn geboden verachtten, naar mijn wetten niet leefden, mijn sabbatten ontwijdden, en hun hart aan hun schandgoden gehecht was.
16เพราะ​พวก​เขา​ปฏิเสธ​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ไม่​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ และ​ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ เพราะ​ใจ​ของ​พวก​เขา​ตาม​รูป​เคารพ​ไป​
17Maar Ik zag er van af, hen te verdelgen; en zo heb Ik ze niet afgemaakt in de woestijn.
17ถึง​กระนั้น​เรา​ยัง​ปรานี​พวก​เขา​ ไม่​ทำลาย​และ​ไม่​กวาดล้าง​จน​หมด​สิ้น​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​
18Daarna sprak Ik in de woestijn tot hun kinderen: Naar de wijze van uw ouders moogt ge niet leven, aan hun gewoonten niet vasthouden, en aan hun schandgoden u niet verontreinigen.
18เรา​บอก​ลูก​หลาน​ของ​พวก​เขา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ว่า​ “อย่า​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​บรรพบุรุษ​ อย่า​รักษา​คำ​ตัดสิน​ของ​พวก​เขา​ และ​อย่า​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ด้วย​รูป​เคารพ​ของ​พวก​เขา​
19Ik, Jahweh, ben uw God; leeft volgens mijn wetten, onderhoudt nauwkeurig mijn geboden,
19เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​ จง​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ รักษา​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ และ​ปฏิบัติ​ตาม​
20houdt mijn sabbatten heilig, opdat ze een teken zijn tussen u en Mij, waaraan gij erkent, dat Ik, Jahweh, uw God ben.
20จง​รักษา​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​ให้​บริสุทธิ์​ วัน​เหล่า​นี้​จะ​เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่าง​เรา​กับ​พวก​เจ้า​ เพื่อ​พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​”
21Maar ook de kinderen verzetten zich tegen Mij: ze leefden niet naar mijn wetten, ze hebben mijn geboden veracht, die de mens moet onderhouden om te blijven leven, en mijn sabbatten hebben ze ontwijd. Daarom wilde Ik mijn toorn over hen uitstorten, in de woestijn mijn woede op hen koelen.
21“‘“แต่​ลูก​หลาน​ของ​พวก​เขา​ก็​กบฏ​ต่อ​เรา​ ไม่​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ และ​ไม่​รักษา​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​เพื่อ​ปฏิบัติ​ตาม​ ซึ่ง​ถ้า​คน​ใด​ทำ​ตาม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ พวก​เขา​ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ เรา​จึง​คิด​จะ​เท​ความ​เดือดดาล​เหนือ​พวก​เขา​ ระบาย​ความ​โกรธ​ให้​หมด​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​
22Maar Ik trok mijn hand terug, en deed het niet terwille van mijn Naam, opdat die niet ontwijd zou worden in de ogen der volken, in wier bijzijn Ik hen uitgeleid had.
22ถึง​กระนั้น​เรา​ยั้ง​มือ​ไว้​ และ​กระทำ​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ เพื่อ​ไม่​ให้​พระนาม​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​ ซึ่ง​เห็น​เรา​เป็น​ผู้นำ​พวก​เขา​ออก​มา​
23Wel stak Ik in de woestijn mijn hand tegen hen op, om ze onder de volken te verstrooien en ze over de landen te verspreiden;
23ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​เรา​ยัง​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​กระจาย​พวก​เขา​ไป​ท่ามกลาง​ประชาชาติ​ และ​ทำให้​กระจัดกระจาย​ตาม​ดิน​แดน​ต่าง​ ๆ
24omdat zij mijn geboden niet opvolgden, mijn wetten verachtten, mijn sabbatten ontwijdden, en hun ogen aan de schandgoden van hun ouders bleven gehecht.
24เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ทำ​ตาม​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ปฏิเสธ​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ และ​ตา​ของ​พวก​เขา​ตาม​รูป​เคารพ​ของ​บรรพบุรุษ​
25Ook gaf Ik hun wetten, die niet goed waren, geboden waarbij ze niet leven konden:
25เรา​ยัง​ให้​ข้อ​กำหนด​ที่​ไม่​ดี​แก่​พวก​เขา​ และ​คำ​ตัดสิน​ที่​ทำ​ตาม​แล้ว​ไม่​อาจ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​
26door hun geschenken, door hun overgave van al wat de moederschoot opent, heb Ik hen verontreinigd, opdat ze zelf versteld zouden staan en erkennen, dat Ik Jahweh ben.
26เรา​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​เป็น​มลทิน​ด้วย​ของ​ถวาย​ของ​ตน​ เมื่อ​พวก​เขา​ให้​บุตร​หัวปี​ทุก​คน​ผ่าน​ไฟ​ เพื่อ​เรา​จะ​ทำให้​พวก​เขา​พินาศ​ร้าง​เปล่า​ และ​ให้​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​”’
27Spreek daarom, mensenkind, tot het huis van Israël en zeg: Zo spreekt Jahweh, de Heer! Ook in een ander opzicht hebben uw vaderen Mij gehoond door hun trouweloze afval.
27“เพราะ​ฉะนั้น​ มนุษย์​เอ๋ย​ จง​พูด​กับ​ชน​อิสราเอล​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า​ยัง​ดู​หมิ่น​เรา​ใน​เรื่อง​นี้​ด้วย​ คือ​ประพฤติ​ไม่​ซื่อสัตย์​ต่อ​เรา​
28Want toen Ik hen naar het land had geleid, dat Ik hun met opgestoken hand beloofd had te geven, en ze al de hoge heuvels zagen en al de schaduwrijke bomen, slachtten ze daar hun offers, brachten daar hun ergerlijke geschenken, ontstaken daar hun welriekend offervuur, en plengden daar hun drankoffers.
28เมื่อ​เรา​นำ​พวก​เขา​เข้า​สู่​แผ่น​ดิน​ที่​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ให้​ พวก​เขา​เห็น​เนิน​เขา​สูง​ทุก​แห่ง​และ​ต้นไม้​ใบ​ดก​ทุก​ต้น​ ก็​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ที่​นั่น​ นำ​ของ​ถวาย​ซึ่ง​ยั่ว​ยุ​เรา​ไป​วาง​ที่​นั่น​ ทำ​กลิ่น​หอม​ที่​นั่น​ และ​เท​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ที่​นั่น​
29En Ik sprak tot hen: Wat moet die hoogte, waar gij heen gaat? Daarom heet die nu nog “bama”.
29เรา​จึง​ถาม​ว่า​ “สถาน​บูชา​บน​ที่​สูง​ที่​พวก​เจ้า​ไป​นั้น​คือ​อะไร​?” จึง​เรียก​ที่​นั้น​ว่า​ บา​มาห์​ มา​จนถึง​ทุก​วัน​นี้​’
30Zeg daarom tot het huis van Israël: Zo spreekt Jahweh, de Heer! Verontreinigt gij u soms niet op dezelfde manier als uw vaderen; loopt ook gij hun gruwelbeelden niet achterna; hebt ge u niet aan al uw schandgoden tot de dag van heden verontreinigd,
30“เพราะ​ฉะนั้น​จง​บอก​ชน​อิสราเอล​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ พวก​เจ้า​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ตาม​ทาง​ของ​บรรพบุรุษ​ และ​ทำตัว​เป็น​โสเภณี​ตาม​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ของ​พวก​เขา​หรือ​?
31door uw gaven te brengen en uw kinderen door het vuur te doen gaan? En zou Ik mij dan door u laten raadplegen, huis van Israël? Zowaar Ik leef, zegt Jahweh de Heer, Ik laat Mij door u niet raadplegen!
31เมื่อ​พวก​เจ้า​ถวาย​ของ​และ​ให้​ลูกชาย​ของ​ตน​ผ่าน​ไฟ​ พวก​เจ้า​ยัง​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ด้วย​รูป​เคารพ​ทั้ง​ปวง​จนถึง​วัน​นี้​ แล้ว​ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ เรา​ควร​ยอม​ให้​พวก​เจ้า​มา​ถาม​เรา​หรือ​? พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ว่า​ เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​จะ​ไม่​ยอม​ให้​พวก​เจ้า​ถาม​เรา​
32Waarachtig: de verlangens van u zullen niet worden bevredigd, van u die zegt: wij willen hout en steen dienen, evenals de volken, evenals de stammen van andere landen.
32“‘“สิ่ง​ที่​ผุด​ขึ้น​ใน​ใจ​พวก​เจ้า​จะ​ไม่มี​วัน​เกิด​ขึ้น​ พวก​เจ้า​พูด​ว่า​ ‘เรา​จะ​เป็น​เหมือน​ประชาชาติ​อื่น​ เหมือน​ตระกูล​ต่าง​ ๆ ใน​ดิน​แดน​ทั้ง​หลาย​ ที่​รับ​ใช้​ไม้​และ​หิน​’
33Zowaar Ik leef, zegt Jahweh, de Heer; met krachtige hand, met uitgestrekte arm en in vlagen van toorn zal Ik u mijn macht doen gevoelen.
33พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ว่า​ เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​จะ​ปกครอง​พวก​เจ้า​ด้วย​มือ​อัน​ทรง​พลัง​ ด้วย​แขน​ที่​เหยียด​ออก​ และ​ด้วย​ความ​เดือดดาล​ที่​เท​ลง​มา​
34Ik zal u wegvoeren uit de volken, en u samenbrengen uit de landen waarover ge verstrooid zijt, met krachtige hand, met uitgestrekte arm, en in vlagen van toorn.
34เรา​จะ​นำ​พวก​เจ้า​ออก​จาก​ชนชาติ​ต่าง​ ๆ และ​รวบรวม​จาก​ดิน​แดน​ที่​กระจัดกระจาย​ ด้วย​มือ​อัน​ทรง​พลัง​ ด้วย​แขน​ที่​เหยียด​ออก​ และ​ด้วย​ความ​เดือดดาล​ที่​เท​ลง​มา​
35Naar de woestijn der volken zal Ik u brengen, daar zal Ik u vonnissen van man tot man.
35เรา​จะ​นำ​พวก​เจ้า​เข้า​สู่​ถิ่น​ทุรกันดาร​ของ​ชนชาติ​ต่าง​ ๆ แล้ว​จะ​พิพากษา​พวก​เจ้า​ต่อ​หน้า​กัน​ตรง​นั้น​
36Zoals Ik in de woestijn van Egypte uw vaderen gevonnist heb, zo zal Ik u vonnissen, zegt Jahweh, de Heer.
36เช่น​เดียว​กับ​ที่​เรา​พิพากษา​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​แห่ง​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ เรา​ก็​จะ​พิพากษา​พวก​เจ้า​” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​
37Onder de knuppel zal Ik u door laten gaan en tuchtigen.
37“เรา​จะ​ให้​พวก​เจ้า​ผ่าน​ใต้​ไม้​เท้า​ และ​จะ​นำ​พวก​เจ้า​เข้า​สู่​พันธะ​ของ​พันธ​สัญญา​
38Zo zal Ik uit u verwijderen oproerlingen en kwaadwilligen; uit het land waar ze als vreemden vertoeven, zal Ik ze uitleiden, maar in het land van Israël komen ze niet. Zo zult ge erkennen, dat Ik Jahweh ben!
38เรา​จะ​คัด​พวก​กบฏ​และ​ผู้​ไม่​เชื่อ​ฟัง​เรา​ออก​จาก​ท่ามกลาง​พวก​เจ้า​ เรา​จะ​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​ที่​อาศัย​อยู่​ แต่​พวก​เขา​จะ​ไม่​ได้​เข้า​แผ่น​ดิน​อิสราเอล​ แล้ว​พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​
39Maar gij, huis van Israël, spreekt Jahweh, de Heer: werpt al uw schandgoden weg, en luistert voortaan naar Mij. Dan zult ge mijn heilige Naam met uw gaven en door uw schandgoden niet meer ontwijden.
39“‘ส่วน​พวก​เจ้า​ ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ ไป​เถอะ​ ทุก​คน​จง​รับ​ใช้​รูป​เคารพ​ของ​ตน​ต่อ​ไป​ ถ้า​หลัง​จาก​นี้​พวก​เจ้า​ยัง​ไม่​ยอม​ฟัง​เรา​ แต่​ต่อ​ไป​พวก​เจ้า​จะ​ไม่​ทำให้​พระนาม​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ด้วย​ของ​ถวาย​และ​รูป​เคารพ​ของ​พวก​เจ้า​อีก​
40Want op mijn heilige berg, op Israëls verheven top, zegt Jahweh, de Heer, daar zal heel het huis van Israël Mij dienen; daar zal Ik mijn vreugde aan hen beleven, daar naar uw gaven verlangen, naar uw eerstelingoffers met alles wat ge Mij toewijdt.
40เพราะ​บน​ภูเขา​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​ บน​ภูเขา​สูง​แห่ง​อิสราเอล​” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ “ที่​นั่น​ชน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ ทุก​คนใน​แผ่น​ดิน​ จะ​รับ​ใช้​เรา​ ที่​นั่น​เรา​จะ​ยอมรับ​พวก​เขา​ และ​จะ​ขอรับ​เครื่อง​ถวาย​ ผล​แรก​ของ​สิ่ง​ถวาย​ และ​ของ​ศักดิ์สิทธิ์​ทั้ง​ปวง​จาก​พวก​เจ้า​
41Als aan een welriekende geur zal Ik aan u mijn vreugde beleven, als Ik u heb weggevoerd uit de volken, en u heb samengebracht uit de landen waarover gij verstrooid zijt; want zo zal Ik door u mijn heiligheid bewijzen in de ogen der volken.
41เรา​จะ​ยอมรับ​พวก​เจ้า​เหมือน​กลิ่น​หอม​ เมื่อ​เรา​นำ​พวก​เจ้า​ออก​จาก​ชนชาติ​ต่าง​ ๆ และ​รวบรวม​จาก​ดิน​แดน​ที่​กระจัดกระจาย​ เรา​จะ​แสดง​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​ผ่าน​พวก​เจ้า​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​
42Zo zult ge erkennen, dat Ik Jahweh ben. En als Ik u op Israëls grondgebied heb gebracht, in het land, dat Ik met opgestoken hand aan uw vaderen beloofd heb,
42พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ เมื่อ​เรา​นำ​พวก​เจ้า​เข้า​แผ่น​ดิน​อิสราเอล​ ซึ่ง​เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​เรา​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ให้​แก่​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า​
43dan zult ge daar terugdenken aan uw gedrag en uw daden, waardoor ge verontreinigd werdt; dan zal de schande op uw gelaat te lezen staan om al uw vroegere boosheid.
43ที่​นั่น​พวก​เจ้า​จะ​ระลึก​ถึง​ทาง​ของ​ตน​และ​การก​ระ​ทำ​ทั้งหมด​ที่​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ แล้ว​จะ​รังเกียจ​ตัว​เอง​เพราะ​ความ​ชั่ว​ทั้ง​ปวง​ที่​ได้​ทำ​
44Zo zult ge, volk van Israël, erkennen, dat Ik Jahweh ben, doordat Ik met u gehandeld heb terwille van mijn Naam, en niet volgens uw slecht gedrag en uw boze daden, zegt Jahweh, de Heer.
44ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ เมื่อ​เรา​ปฏิบัติ​ต่อ​พวก​เจ้า​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ ไม่ใช่​ตาม​ทาง​ชั่ว​หรือ​การก​ระ​ทำ​อัน​เสื่อมทราม​ของ​พวก​เจ้า​” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​’”
45Het woord van Jahweh werd tot mij gericht:
45พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
46Mensenkind, wend uw gelaat naar het zuiden, en laat uw woord kletteren tegen het zuiden; profeteer tegen het woud in het zuiden,
46“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​หัน​หน้า​ไป​ทาง​ใต้​ กล่าว​ถ้อยคำ​ไป​ทาง​ใต้​ และ​พยากรณ์​กล่าว​โทษ​ป่า​ใน​แดน​ใต้​
47en zeg tot het woud in het zuiden: Luister naar het woord van Jahweh! Zo spreekt Jahweh, de Heer: Zie, Ik ga in u een vuur ontsteken, dat al uw groene en dorre bomen verteren zal. De laaiende vlam zal niet uitdoven; aller gelaat van zuid tot noord zal erdoor worden geschroeid.
47จง​บอก​ป่า​แห่ง​แดน​ใต้​ว่า​ ‘จง​ฟัง​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ เรา​จะ​จุด​ไฟ​ใน​เจ้า​ ไฟ​จะ​เผา​ต้นไม้​เขียว​ทุก​ต้น​และ​ต้นไม้​แห้ง​ทุก​ต้น​ เปลว​ไฟ​ที่​ลุก​โชน​จะ​ไม่​ดับ​ และ​ทุก​ใบหน้า​ตั้งแต่​ใต้​จรด​เหนือ​จะ​ถูก​มัน​เผา​
48Zo zullen alle schepselen inzien, dat Ik, Jahweh, het aangestoken heb! Neen, geblust wordt het niet!
48มนุษย์​ทุก​คน​จะ​เห็น​ว่า​เรา​ พระ​ยาห์เวห์​ เป็น​ผู้​จุด​ไฟ​นั้น​ และ​มัน​จะ​ไม่​ดับ​’”
49Maar ik sprak: Ach, Heer Jahweh, ze zeggen van mij: hij spreekt ook altijd in raadsels!
49ข้าพเจ้า​จึง​ทูล​ว่า​ “โอ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​! พวก​เขา​พูด​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​ ‘เขา​เอาแต่​พูด​เรื่อง​เปรียบ​ไม่ใช่​หรือ​?’”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.