حزقیال
Chapter 20
Old Persian Version (ترج…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Old Persian Version (ترجمه قدیم)
Freedom Bible (Thai)
1و در روز دهم ماه پنجم از سال هفتم بعضی از مشایخ اسرائیل به جهت طلبیدن خداوند آمدند و پیش من نشستند.
1ใน​ปี​ที่​เจ็ด​ เดือน​ที่​ห้า​ วัน​ที่​สิบ​ของ​เดือน​ ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​บาง​คน​มา​ขอ​ถาม​พระ​ยาห์เวห์​ และ​นั่ง​ลง​ตรง​หน้า​ข้าพเจ้า​
2آنگاه کلام خداوند بر من نازل شده، گفت:
2พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
3«ای پسر انسان مشایخ اسرائیل را خطاب کرده، به ایشان بگو: خداوند یهوه چنین می‌فرماید: آیاشما برای طلبیدن من آمدید؟ خداوند یهوه می‌گوید: به حیات خودم قسم که از شما طلبیده نخواهم شد.
3“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​พูด​กับ​พวก​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ พวก​เจ้า​มา​เพื่อ​ถาม​เรา​หรือ​? เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​จะ​ไม่​ยอม​ให้​พวก​เจ้า​ถาม​เรา​’ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​
4‌ای پسر انسان آیا بر ایشان حکم خواهی کرد؟ آیا بر ایشان حکم خواهی کرد؟ پس رجاسات پدران ایشان را بدیشان بفهمان.
4“มนุษย์​เอ๋ย​ เจ้า​จะ​พิพากษา​พวก​เขา​ไหม​? เจ้า​จะ​พิพากษา​พวก​เขา​ไหม​? จง​ทำให้​พวก​เขา​รู้​ถึง​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ของ​บรรพบุรุษ​
5وبه ایشان بگو: خداوند یهوه چنین می‌فرماید درروزی که اسرائیل را برگزیدم و دست خود رابرای ذریت خاندان یعقوب برافراشتم و خود را به ایشان در زمین مصر معروف ساختم و دست خودرا برای ایشان برافراشته، گفتم: من یهوه خدای شما هستم،
5จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ ใน​วัน​ที่​เรา​เลือก​อิสราเอล​ เรา​ได้​ปฏิญาณ​ต่อ​เชื้อ​สาย​ของ​ชนชาติ​ยา​โคบ​ และ​สำแดง​ตัว​แก่​พวก​เขา​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ เรา​ปฏิญาณ​ว่า​ “เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​”
6در همان روز دست خود را برای ایشان برافراشتم که ایشان را از زمین مصر به زمینی که برای ایشان بازدید کرده بودم بیرون آورم. زمینی که به شیر و شهد جاری است و فخرهمه زمینها می‌باشد.
6ใน​วัน​นั้น​เรา​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ ไป​ยัง​แผ่น​ดิน​ที่​เรา​เลือก​ไว้​ให้​ เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์​ งดงาม​เหนือ​แผ่น​ดิน​ทั้ง​ปวง​
7و به ایشان گفتم: هر کس ازشما رجاسات چشمان خود را دور کند وخویشتن را به بتهای مصر نجس نسازد، زیرا که من یهوه خدای شما هستم.
7เรา​บอก​พวก​เขา​ว่า​ “ทุก​คน​จง​โยน​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ที่​ตา​ของ​พวก​เจ้า​หลงใหล​ทิ้ง​ไป​ อย่า​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ด้วย​รูป​เคารพ​ของ​อียิปต์​ เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​”
8اما ایشان از من عاصی شده، نخواستند که به من گوش گیرند. وهر کس از ایشان رجاسات چشمان خود را دورنکرد و بتهای مصر را ترک ننمود. آنگاه گفتم که خشم خود را بر ایشان خواهم ریخت و غضب خویش را در میان زمین مصر بر ایشان به اتمام خواهم رسانید.
8“‘“แต่​พวก​เขา​กบฏ​ต่อ​เรา​และ​ไม่​ยอม​ฟัง​ พวก​เขา​ไม่​ได้​ทิ้ง​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ที่​ตา​ของ​ตน​หลงใหล​กัน​ทุก​คน​ และ​ไม่​ละทิ้ง​รูป​เคารพ​ของ​อียิปต์​ เรา​จึง​คิด​จะ​เท​ความ​เดือดดาล​เหนือ​พวก​เขา​ ระบาย​ความ​โกรธ​ให้​หมด​ท่ามกลาง​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
9لیکن محض خاطر اسم خودعمل نمودم تا آن در نظر امت هایی که ایشان درمیان آنها بودند و در نظر آنها خود را به بیرون آوردن ایشان از زمین مصر، به ایشان شناسانیدم، بی‌حرمت نشود.
9แต่​เรา​ได้​กระทำ​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ เพื่อ​ไม่​ให้​พระนาม​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​ที่​พวก​เขา​อาศัย​อยู่​ท่ามกลาง​ เพราะ​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​เหล่า​นั้น​ เรา​ได้​สำแดง​ตัว​แก่​พวก​เขา​ด้วย​การนำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
10پس ایشان را از زمین مصربیرون آورده، به بیابان رسانیدم.
10เรา​จึง​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​และ​พา​เข้า​สู่​ถิ่น​ทุรกันดาร​
11و فرایض خویش را به ایشان دادم و احکام خود را که هر‌که به آنها عمل نماید به آنها زنده خواهد ماند، به ایشان تعلیم دادم.
11เรา​ให้​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ และ​ทำให้​พวก​เขา​รู้​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ซึ่ง​ถ้า​คน​ใด​ทำ​ตาม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​
12و نیز سبت های خود را به ایشان عطا فرمودم تا علامتی در میان من و ایشان بشود و بدانند که من یهوه هستم که ایشان راتقدیس می‌نمایم.
12เรา​ยัง​ให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​แก่​พวก​เขา​ เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่าง​เรา​กับ​พวก​เขา​ เพื่อ​พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ผู้​ทำให้​พวก​เขา​ศักดิ์สิทธิ์​
13«لیکن خاندان اسرائیل در بیابان از من عاصی شده، در فرایض من سلوک ننمودند. واحکام مرا که هر‌که به آنها عمل نماید از آنها زنده ماند، خوار شمردند و سبت هایم را بسیاربی حرمت نمودند. آنگاه گفتم که خشم خود را بر ایشان ریخته، ایشان را در بیابان هلاک خواهم ساخت.
13“‘“แต่​ชน​อิสราเอล​กบฏ​ต่อ​เรา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ ไม่​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ และ​ปฏิเสธ​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ซึ่ง​ถ้า​คน​ใด​ทำ​ตาม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ พวก​เขา​ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​อย่าง​ยิ่ง​ เรา​จึง​คิด​จะ​เท​ความ​เดือดดาล​เหนือ​พวก​เขา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​เพื่อ​ทำลาย​พวก​เขา​
14لیکن محض خاطر اسم خود عمل نمودم تا آن به نظر امت هایی که ایشان را به حضور آنها بیرون آوردم بی‌حرمت نشود.
14แต่​เรา​ได้​กระทำ​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ เพื่อ​ไม่​ให้​พระนาม​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​ ซึ่ง​เห็น​เรา​เป็น​ผู้นำ​พวก​เขา​ออก​มา​
15ومن نیز دست خود را برای ایشان در بیابان برافراشتم که ایشان را به زمینی که به ایشان داده بودم، داخل نسازم. زمینی که به شیر و شهدجاری است و فخر تمامی زمینها می‌باشد.
15ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​เรา​ยัง​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ไม่​นำ​พวก​เขา​เข้าไป​ใน​แผ่น​ดิน​ที่​เรา​ให้​ไว้​ เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์​ งดงาม​เหนือ​แผ่น​ดิน​ทั้ง​ปวง​
16زیرا که احکام مرا خوار شمردند وبه فرایضم سلوک ننمودند و سبت های مرا بی‌حرمت ساختند، چونکه دل ایشان به بتهای خود مایل می‌بود.
16เพราะ​พวก​เขา​ปฏิเสธ​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ไม่​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ และ​ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ เพราะ​ใจ​ของ​พวก​เขา​ตาม​รูป​เคารพ​ไป​
17لیکن خشم من بر ایشان رقت نموده، ایشان را هلاک نساختم و ایشان را در بیابان، نابودننمودم.
17ถึง​กระนั้น​เรา​ยัง​ปรานี​พวก​เขา​ ไม่​ทำลาย​และ​ไม่​กวาดล้าง​จน​หมด​สิ้น​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​
18و به پسران ایشان در بیابان گفتم: به فرایض پدران خود سلوک منمایید و احکام ایشان را نگاه مدارید و خویشتن را به بتهای ایشان نجس مسازید.
18เรา​บอก​ลูก​หลาน​ของ​พวก​เขา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ว่า​ “อย่า​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​บรรพบุรุษ​ อย่า​รักษา​คำ​ตัดสิน​ของ​พวก​เขา​ และ​อย่า​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ด้วย​รูป​เคารพ​ของ​พวก​เขา​
19من یهوه خدای شما هستم. پس به فرایض من سلوک نمایید و احکام مرا نگاه داشته، آنها را بجا آورید.
19เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​ จง​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ รักษา​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ และ​ปฏิบัติ​ตาม​
20و سبت های مراتقدیس نمایید تا در میان من و شما علامتی باشدو بدانید که من یهوه خدای شما هستم.
20จง​รักษา​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​ให้​บริสุทธิ์​ วัน​เหล่า​นี้​จะ​เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่าง​เรา​กับ​พวก​เจ้า​ เพื่อ​พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​”
21«لیکن پسران از من عاصی شده، به فرایض من سلوک ننمودند و احکام مرا که هر‌که آنها رابجا آورد از آنها زنده خواهد ماند، نگاه نداشتند وبه آنها عمل ننمودند و سبت های مرا بی‌حرمت ساختند. آنگاه گفتم که خشم خود را بر ایشان ریخته، غضب خویش را بر ایشان در بیابان به اتمام خواهم رسانید.
21“‘“แต่​ลูก​หลาน​ของ​พวก​เขา​ก็​กบฏ​ต่อ​เรา​ ไม่​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ และ​ไม่​รักษา​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​เพื่อ​ปฏิบัติ​ตาม​ ซึ่ง​ถ้า​คน​ใด​ทำ​ตาม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ พวก​เขา​ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ เรา​จึง​คิด​จะ​เท​ความ​เดือดดาล​เหนือ​พวก​เขา​ ระบาย​ความ​โกรธ​ให้​หมด​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​
22لیکن دست خود رابرگردانیده، محض خاطر اسم خود عمل نمودم تا آن به نظر امت هایی که ایشان را به حضور آنها بیرون آوردم بی‌حرمت نشود.
22ถึง​กระนั้น​เรา​ยั้ง​มือ​ไว้​ และ​กระทำ​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ เพื่อ​ไม่​ให้​พระนาม​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​ ซึ่ง​เห็น​เรา​เป็น​ผู้นำ​พวก​เขา​ออก​มา​
23و من نیز دست خود را برای ایشان در بیابان برافراشتم که ایشان را در میان امت‌ها پراکنده نمایم و ایشان را درکشورها متفرق سازم.
23ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​เรา​ยัง​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​กระจาย​พวก​เขา​ไป​ท่ามกลาง​ประชาชาติ​ และ​ทำให้​กระจัดกระจาย​ตาม​ดิน​แดน​ต่าง​ ๆ
24زیرا که احکام مرا بجانیاوردند و فرایض مرا خوار شمردند و سبت های مرا بی‌حرمت ساختند و چشمان ایشان بسوی بتهای پدران ایشان نگران می‌بود.
24เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ทำ​ตาม​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ปฏิเสธ​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ และ​ตา​ของ​พวก​เขา​ตาม​รูป​เคารพ​ของ​บรรพบุรุษ​
25بنابراین من نیز فرایضی را که نیکو نبود و احکامی را که از آنهازنده نمانند به ایشان دادم.
25เรา​ยัง​ให้​ข้อ​กำหนด​ที่​ไม่​ดี​แก่​พวก​เขา​ และ​คำ​ตัดสิน​ที่​ทำ​ตาม​แล้ว​ไม่​อาจ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​
26و ایشان را به هدایای ایشان که هر کس را که رحم را می‌گشوداز آتش می‌گذرانیدند، نجس ساختم تا ایشان راتباه سازم و بدانند که من یهوه هستم.
26เรา​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​เป็น​มลทิน​ด้วย​ของ​ถวาย​ของ​ตน​ เมื่อ​พวก​เขา​ให้​บุตร​หัวปี​ทุก​คน​ผ่าน​ไฟ​ เพื่อ​เรา​จะ​ทำให้​พวก​เขา​พินาศ​ร้าง​เปล่า​ และ​ให้​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​”’
27«بنابراین‌ای پسر انسان خاندان اسرائیل راخطاب کرده، به ایشان بگو: خداوند یهوه چنین می‌فرماید: در این دفعه نیز پدران شما خیانت کرده، به من کفر ورزیدند.
27“เพราะ​ฉะนั้น​ มนุษย์​เอ๋ย​ จง​พูด​กับ​ชน​อิสราเอล​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า​ยัง​ดู​หมิ่น​เรา​ใน​เรื่อง​นี้​ด้วย​ คือ​ประพฤติ​ไม่​ซื่อสัตย์​ต่อ​เรา​
28زیرا که چون ایشان را به زمینی که دست خود را برافراشته بودم که آن را به ایشان بدهم در‌آوردم، آنگاه به هر تل بلند وهر درخت کشن نظر انداختند و ذبایح خود را درآنجا ذبح نمودند و قربانی های غضب انگیزخویش را گذرانیدند. و در آنجا هدایای خوشبوی خود را آوردند و در آنجا هدایای ریختنی خود را ریختند.
28เมื่อ​เรา​นำ​พวก​เขา​เข้า​สู่​แผ่น​ดิน​ที่​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ให้​ พวก​เขา​เห็น​เนิน​เขา​สูง​ทุก​แห่ง​และ​ต้นไม้​ใบ​ดก​ทุก​ต้น​ ก็​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ที่​นั่น​ นำ​ของ​ถวาย​ซึ่ง​ยั่ว​ยุ​เรา​ไป​วาง​ที่​นั่น​ ทำ​กลิ่น​หอม​ที่​นั่น​ และ​เท​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ที่​นั่น​
29و به ایشان گفتم: این مکان بلند که شما به آن می‌روید چیست؟ پس اسم آن تا امروز بامه خوانده می‌شود.
29เรา​จึง​ถาม​ว่า​ “สถาน​บูชา​บน​ที่​สูง​ที่​พวก​เจ้า​ไป​นั้น​คือ​อะไร​?” จึง​เรียก​ที่​นั้น​ว่า​ บา​มาห์​ มา​จนถึง​ทุก​วัน​นี้​’
30«بنابراین به خاندان اسرائیل بگو: خداوندیهوه چنین می‌فرماید: آیا شما به رفتار پدران خود خویشتن را نجس می‌سازید و رجاسات ایشان را پیروی نموده، زنا می‌کنید؟
30“เพราะ​ฉะนั้น​จง​บอก​ชน​อิสราเอล​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ พวก​เจ้า​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ตาม​ทาง​ของ​บรรพบุรุษ​ และ​ทำตัว​เป็น​โสเภณี​ตาม​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ของ​พวก​เขา​หรือ​?
31و هدایای خود را آورده، پسران خویش را از آتش می‌گذرانید و خویشتن را از تمامی بتهای خود تاامروز نجس می‌سازید؟ پس‌ای خاندان اسرائیل آیا من از شما طلبیده بشوم؟ خداوند یهوه می‌فرماید به حیات خودم قسم که از شما طلبیده نخواهم شد.
31เมื่อ​พวก​เจ้า​ถวาย​ของ​และ​ให้​ลูกชาย​ของ​ตน​ผ่าน​ไฟ​ พวก​เจ้า​ยัง​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ด้วย​รูป​เคารพ​ทั้ง​ปวง​จนถึง​วัน​นี้​ แล้ว​ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ เรา​ควร​ยอม​ให้​พวก​เจ้า​มา​ถาม​เรา​หรือ​? พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ว่า​ เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​จะ​ไม่​ยอม​ให้​พวก​เจ้า​ถาม​เรา​
32و آنچه به‌خاطر شما خطورمی کند هرگز واقع نخواهد شد که خیال می‌کنید. مثل امت‌ها و مانند قبایل کشورها گردیده، (بتهای ) چوب و سنگ را عبادت خواهید نمود.
32“‘“สิ่ง​ที่​ผุด​ขึ้น​ใน​ใจ​พวก​เจ้า​จะ​ไม่มี​วัน​เกิด​ขึ้น​ พวก​เจ้า​พูด​ว่า​ ‘เรา​จะ​เป็น​เหมือน​ประชาชาติ​อื่น​ เหมือน​ตระกูล​ต่าง​ ๆ ใน​ดิน​แดน​ทั้ง​หลาย​ ที่​รับ​ใช้​ไม้​และ​หิน​’
33زیرا خداوند یهوه می‌فرماید: به حیات خودم قسم که هرآینه با دست قوی و بازوی برافراشته وخشم ریخته شده بر شما سلطنت خواهم نمود.
33พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ว่า​ เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​จะ​ปกครอง​พวก​เจ้า​ด้วย​มือ​อัน​ทรง​พลัง​ ด้วย​แขน​ที่​เหยียด​ออก​ และ​ด้วย​ความ​เดือดดาล​ที่​เท​ลง​มา​
34و شما را از میان امت‌ها بیرون آورده، به‌دست قوی و بازوی برافراشته و خشم ریخته شده اززمینهایی که در آنها پراکنده شده‌اید جمع خواهم نمود.
34เรา​จะ​นำ​พวก​เจ้า​ออก​จาก​ชนชาติ​ต่าง​ ๆ และ​รวบรวม​จาก​ดิน​แดน​ที่​กระจัดกระจาย​ ด้วย​มือ​อัน​ทรง​พลัง​ ด้วย​แขน​ที่​เหยียด​ออก​ และ​ด้วย​ความ​เดือดดาล​ที่​เท​ลง​มา​
35و شما را به بیابان امت‌ها در‌آورده، درآنجا بر شما روبرو داوری خواهم نمود.
35เรา​จะ​นำ​พวก​เจ้า​เข้า​สู่​ถิ่น​ทุรกันดาร​ของ​ชนชาติ​ต่าง​ ๆ แล้ว​จะ​พิพากษา​พวก​เจ้า​ต่อ​หน้า​กัน​ตรง​นั้น​
36وخداوند یهوه می‌گوید: چنانکه بر پدران شما دربیابان زمین مصر داوری نمودم، همچنین بر شماداوری خواهم نمود.
36เช่น​เดียว​กับ​ที่​เรา​พิพากษา​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​แห่ง​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ เรา​ก็​จะ​พิพากษา​พวก​เจ้า​” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​
37و شما را زیر عصاگذرانیده، به بند عهد درخواهم آورد.
37“เรา​จะ​ให้​พวก​เจ้า​ผ่าน​ใต้​ไม้​เท้า​ และ​จะ​นำ​พวก​เจ้า​เข้า​สู่​พันธะ​ของ​พันธ​สัญญา​
38و آنانی را که متمرد شده و از من عاصی گردیده‌اند، ازمیان شما جدا خواهم نمود و ایشان را از زمین غربت ایشان بیرون خواهم آورد. لیکن به زمین اسرائیل داخل نخواهند شد و خواهید دانست که من یهوه هستم.»
38เรา​จะ​คัด​พวก​กบฏ​และ​ผู้​ไม่​เชื่อ​ฟัง​เรา​ออก​จาก​ท่ามกลาง​พวก​เจ้า​ เรา​จะ​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​ที่​อาศัย​อยู่​ แต่​พวก​เขา​จะ​ไม่​ได้​เข้า​แผ่น​ดิน​อิสราเอล​ แล้ว​พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​
39اما به شما‌ای خاندان اسرائیل خداوند یهوه چنین می‌گوید: «همه شما نزدبتهای خود رفته، آنها را عبادت کنید. لیکن بعد ازاین البته مرا گوش خواهید داد. و اسم قدوس مرا دیگر با هدایا و بتهای خود بی‌عصمت نخواهیدساخت.
39“‘ส่วน​พวก​เจ้า​ ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ ไป​เถอะ​ ทุก​คน​จง​รับ​ใช้​รูป​เคารพ​ของ​ตน​ต่อ​ไป​ ถ้า​หลัง​จาก​นี้​พวก​เจ้า​ยัง​ไม่​ยอม​ฟัง​เรา​ แต่​ต่อ​ไป​พวก​เจ้า​จะ​ไม่​ทำให้​พระนาม​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ด้วย​ของ​ถวาย​และ​รูป​เคารพ​ของ​พวก​เจ้า​อีก​
40زیرا خداوند یهوه می‌فرماید: در کوه مقدس من بر کوه بلند اسرائیل تمام خاندان اسرائیل جمیع در آنجا مرا عبادت خواهند کردو در آنجا از ایشان راضی شده، ذبایح جنبانیدنی شما و نوبرهای هدایای شما را با تمامی موقوفات شما خواهم طلبید.
40เพราะ​บน​ภูเขา​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​ บน​ภูเขา​สูง​แห่ง​อิสราเอล​” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ “ที่​นั่น​ชน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ ทุก​คนใน​แผ่น​ดิน​ จะ​รับ​ใช้​เรา​ ที่​นั่น​เรา​จะ​ยอมรับ​พวก​เขา​ และ​จะ​ขอรับ​เครื่อง​ถวาย​ ผล​แรก​ของ​สิ่ง​ถวาย​ และ​ของ​ศักดิ์สิทธิ์​ทั้ง​ปวง​จาก​พวก​เจ้า​
41و چون شما را ازامت‌ها بیرون آورم و شما را از زمینهایی که درآنها پراکنده شده‌اید جمع نمایم، آنگاه هدایای خوشبوی شما را از شما قبول خواهم کرد و به نظر امت‌ها در میان شما تقدیس کرده خواهم شد.
41เรา​จะ​ยอมรับ​พวก​เจ้า​เหมือน​กลิ่น​หอม​ เมื่อ​เรา​นำ​พวก​เจ้า​ออก​จาก​ชนชาติ​ต่าง​ ๆ และ​รวบรวม​จาก​ดิน​แดน​ที่​กระจัดกระจาย​ เรา​จะ​แสดง​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​ผ่าน​พวก​เจ้า​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​
42و چون شما را به زمین اسرائیل یعنی به زمینی که درباره‌اش دست خود را برافراشتم که آن را به پدران شما بدهم بیاورم، آنگاه خواهید دانست که من یهوه هستم.
42พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ เมื่อ​เรา​นำ​พวก​เจ้า​เข้า​แผ่น​ดิน​อิสราเอล​ ซึ่ง​เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​เรา​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ให้​แก่​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า​
43و در آنجا طریق های خود وتمامی اعمال خویش را که خویشتن را به آنهانجس ساخته‌اید، به یاد خواهید آورد. و از همه اعمال قبیح که کرده‌اید، خویشتن را به نظر خودمکروه خواهید داشت.
43ที่​นั่น​พวก​เจ้า​จะ​ระลึก​ถึง​ทาง​ของ​ตน​และ​การก​ระ​ทำ​ทั้งหมด​ที่​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ แล้ว​จะ​รังเกียจ​ตัว​เอง​เพราะ​ความ​ชั่ว​ทั้ง​ปวง​ที่​ได้​ทำ​
44و‌ای خاندان اسرائیل خداوند یهوه می‌فرماید: هنگامی که با شمامحض خاطر اسم خود و نه به سزای رفتار قبیح شما و نه موافق اعمال فاسد شما عمل نموده باشم، آنگاه خواهید دانست که من یهوه هستم.»
44ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ เมื่อ​เรา​ปฏิบัติ​ต่อ​พวก​เจ้า​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ ไม่ใช่​ตาม​ทาง​ชั่ว​หรือ​การก​ระ​ทำ​อัน​เสื่อมทราม​ของ​พวก​เจ้า​” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​’”
45و کلام خداوند بر من نازل شده، گفت:
45พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
46«ای پسر انسان روی خود را بسوی جنوب متوجه ساز و به سمت جنوب تکلم نما و برجنگل صحرای جنوب نبوت کن.
46“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​หัน​หน้า​ไป​ทาง​ใต้​ กล่าว​ถ้อยคำ​ไป​ทาง​ใต้​ และ​พยากรณ์​กล่าว​โทษ​ป่า​ใน​แดน​ใต้​
47و به آن جنگل جنوب بگو: کلام خداوند را بشنو. خداوند یهوه چنین می‌فرماید: اینک من آتشی درتو می‌افروزم که هر درخت سبز و هر درخت خشک را در تو خواهد سوزانید. و لهیب ملتهب آن خاموش نخواهد شد و همه رویها از جنوب تا شمال از آن سوخته خواهد شد.
47จง​บอก​ป่า​แห่ง​แดน​ใต้​ว่า​ ‘จง​ฟัง​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ เรา​จะ​จุด​ไฟ​ใน​เจ้า​ ไฟ​จะ​เผา​ต้นไม้​เขียว​ทุก​ต้น​และ​ต้นไม้​แห้ง​ทุก​ต้น​ เปลว​ไฟ​ที่​ลุก​โชน​จะ​ไม่​ดับ​ และ​ทุก​ใบหน้า​ตั้งแต่​ใต้​จรด​เหนือ​จะ​ถูก​มัน​เผา​
48و تمامی بشرخواهند فهمید که من یهوه آن را افروخته‌ام تاخاموشی نپذیرد.»
48มนุษย์​ทุก​คน​จะ​เห็น​ว่า​เรา​ พระ​ยาห์เวห์​ เป็น​ผู้​จุด​ไฟ​นั้น​ และ​มัน​จะ​ไม่​ดับ​’”
49و من گفتم: «آه‌ای خداوند یهوه ایشان درباره من می‌گویند آیا او مثلها نمی آورد؟»
49ข้าพเจ้า​จึง​ทูล​ว่า​ “โอ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​! พวก​เขา​พูด​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​ ‘เขา​เอาแต่​พูด​เรื่อง​เปรียบ​ไม่ใช่​หรือ​?’”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.