에스겔 20
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Translation
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
Freedom Bible (Thai)
1제 칠년 오월 십일에 이스라엘 장로 두어 사람이 여호와께 물으려고 와서 내 앞에 앉으니
1ในปีที่เจ็ด เดือนที่ห้า วันที่สิบของเดือน ผู้อาวุโสของอิสราเอลบางคนมาขอถามพระยาห์เวห์ และนั่งลงตรงหน้าข้าพเจ้า
2여호와의 말씀이 내게 임하여 가라사대
2พระดำรัสของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าว่า
3인자야 이스라엘 장로들에게 고하여 이르기를 주 여호와의 말씀에 너희가 내게 물으려고 왔느냐 나 주 여호와가 말하노라 내가 나의 삶을 두고 맹세하노니 너희가 내게 묻기를 내가 용납지 아니하리라 하셨다 하라
3“มนุษย์เอ๋ย จงพูดกับพวกผู้อาวุโสของอิสราเอลว่า ‘พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ พวกเจ้ามาเพื่อถามเราหรือ? เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราจะไม่ยอมให้พวกเจ้าถามเรา’ พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้
4인자야 네가 그들을 국문하려느냐 네가 그들을 국문 하려하느냐 너는 그들로 그 열조의 가증한 일을 알게 하여
4“มนุษย์เอ๋ย เจ้าจะพิพากษาพวกเขาไหม? เจ้าจะพิพากษาพวกเขาไหม? จงทำให้พวกเขารู้ถึงสิ่งน่ารังเกียจของบรรพบุรุษ
5이르기를 주 여호와의 말씀에 옛날에 내가 이스라엘을 택하고 야곱 집의 후예를 향하여 맹세하고 애굽 땅에서 그들에게 나타나서 맹세하여 이르기를 나는 여호와 너희 하나님이라 하였었노라
5จงบอกพวกเขาว่า ‘พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ ในวันที่เราเลือกอิสราเอล เราได้ปฏิญาณต่อเชื้อสายของชนชาติยาโคบ และสำแดงตัวแก่พวกเขาในแผ่นดินอียิปต์ เราปฏิญาณว่า “เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า”
6그 날에 내가 그들에게 맹세하기를 애굽 땅에서 인도하여 내어서 그들을 위하여 찾아 두었던 땅 곧 젖과 꿀이 흐르는 땅이요 모든 땅 중의 아름다운 곳에 이르게 하리라 하고
6ในวันนั้นเราปฏิญาณว่าจะนำพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ ไปยังแผ่นดินที่เราเลือกไว้ให้ เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ งดงามเหนือแผ่นดินทั้งปวง
7또 그들에게 이르기를 너희는 눈을 드는바 가증한 것을 각기 버리고 애굽의 우상들로 스스로 더럽히지 말라 나는 여호와 너희 하나님이니라 하였으나
7เราบอกพวกเขาว่า “ทุกคนจงโยนสิ่งน่ารังเกียจที่ตาของพวกเจ้าหลงใหลทิ้งไป อย่าทำให้ตัวเองเป็นมลทินด้วยรูปเคารพของอียิปต์ เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า”
8그들이 내게 패역하여 내 말을 즐겨 듣지 아니하고 그 눈을 드는 바 가증한 것을 각기 버리지 아니하며 애굽의 우상들을 떠나지 아니하므로 내가 말하기를 내가 애굽 땅에서 나의 분을 그들의 위에 쏟으며 노를 그들에게 이루리라 하였었노라
8“‘“แต่พวกเขากบฏต่อเราและไม่ยอมฟัง พวกเขาไม่ได้ทิ้งสิ่งน่ารังเกียจที่ตาของตนหลงใหลกันทุกคน และไม่ละทิ้งรูปเคารพของอียิปต์ เราจึงคิดจะเทความเดือดดาลเหนือพวกเขา ระบายความโกรธให้หมดท่ามกลางแผ่นดินอียิปต์
9그러나 내가 그들의 거하는 이방인의 목전에서 그들에게 나타나서 그들을 애굽 땅에서 인도하여 내었었나니 이는 내 이름을 위 함이라 내 이름을 그 이방인의 목전에서 더럽히지 않으려 하여 행하였음이로라
9แต่เราได้กระทำเพื่อเห็นแก่พระนามของเรา เพื่อไม่ให้พระนามของเราเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าประชาชาติที่พวกเขาอาศัยอยู่ท่ามกลาง เพราะต่อหน้าประชาชาติเหล่านั้น เราได้สำแดงตัวแก่พวกเขาด้วยการนำพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์
10그러므로 내가 그들로 애굽 땅에서 나와서 광야에 이르게 하고
10เราจึงนำพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์และพาเข้าสู่ถิ่นทุรกันดาร
11사람이 준행하면 그로 인하여 삶을 얻을 내 율례를 주며 내 규례를 알게 하였고
11เราให้ข้อกำหนดของเรา และทำให้พวกเขารู้คำตัดสินของเรา ซึ่งถ้าคนใดทำตาม เขาจะมีชีวิตอยู่โดยสิ่งเหล่านั้น
12또 나는 그들을 거룩하게 하는 여호와인 줄 알게 하려하여 내가 내 안식일을 주어 그들과 나 사이에 표징을 삼았었노라
12เรายังให้วันพักอันศักดิ์สิทธิ์ของเราแก่พวกเขา เป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับพวกเขา เพื่อพวกเขาจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ผู้ทำให้พวกเขาศักดิ์สิทธิ์
13그러나 이스라엘 족속이 광야에서 내게 패역하여 사람이 준행하면 그로 인하여 삶을 얻을 나의 율례를 준행치 아니하며 나의 규례를 멸시하였고 나의 안식일을 크게 더럽혔으므로 내가 이르기를 내가 내 분노를 광야에서 그들의 위에 쏟아 멸하리라 하였으나
13“‘“แต่ชนอิสราเอลกบฏต่อเราในถิ่นทุรกันดาร ไม่ดำเนินตามข้อกำหนดของเรา และปฏิเสธคำตัดสินของเรา ซึ่งถ้าคนใดทำตาม เขาจะมีชีวิตอยู่โดยสิ่งเหล่านั้น พวกเขาทำให้วันพักอันศักดิ์สิทธิ์ของเราเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เราจึงคิดจะเทความเดือดดาลเหนือพวกเขาในถิ่นทุรกันดารเพื่อทำลายพวกเขา
14내가 내 이름을 위하여 달리 행하였었나니 내가 그들을 인도하여 내는 것을 목도한 열국 앞에서 내 이름을 더럽히지 아니하려 하였음이로라
14แต่เราได้กระทำเพื่อเห็นแก่พระนามของเรา เพื่อไม่ให้พระนามของเราเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าประชาชาติ ซึ่งเห็นเราเป็นผู้นำพวกเขาออกมา
15또 내가 광야에서 그들에게 맹세하기를 내가 그들에게 허한 땅 곧 젖과 꿀이 흐르는 땅이요 모든 땅 중의 아름다운 곳으로 그들을 인도하여 들이지 아니하리라 한 것은
15ในถิ่นทุรกันดารเรายังปฏิญาณว่าจะไม่นำพวกเขาเข้าไปในแผ่นดินที่เราให้ไว้ เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ งดงามเหนือแผ่นดินทั้งปวง
16그들이 마음으로 우상을 좇아 나의 규례를 업신여기며 나의 율례를 행치 아니하며 나의 안식일을 더럽혔음이니라
16เพราะพวกเขาปฏิเสธคำตัดสินของเรา ไม่ดำเนินตามข้อกำหนดของเรา และทำให้วันพักอันศักดิ์สิทธิ์ของเราเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ เพราะใจของพวกเขาตามรูปเคารพไป
17그러나 내가 그들을 아껴 보아 광야에서 멸하여 아주 없이 하지 아니하였었노라
17ถึงกระนั้นเรายังปรานีพวกเขา ไม่ทำลายและไม่กวาดล้างจนหมดสิ้นในถิ่นทุรกันดาร
18내가 광야에서 그들의 자손에게 이르기를 너희 열조의 율례를 좇지 말며 그 규례를 지키지 말며 그 우상들로 스스로 더럽히지 말라
18เราบอกลูกหลานของพวกเขาในถิ่นทุรกันดารว่า “อย่าดำเนินตามข้อกำหนดของบรรพบุรุษ อย่ารักษาคำตัดสินของพวกเขา และอย่าทำให้ตัวเองเป็นมลทินด้วยรูปเคารพของพวกเขา
19나는 여호와 너희 하나님이라 너희는 나의 율례를 좇으며 나의 규례를 지켜 행하고
19เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า จงดำเนินตามข้อกำหนดของเรา รักษาคำตัดสินของเรา และปฏิบัติตาม
20또 나의 안식일을 거룩하게 할지어다 이것이 나와 너희 사이에 표징이 되어 너희로 내가 여호와 너희 하나님인 줄 알게 하리라 하였었노라
20จงรักษาวันพักอันศักดิ์สิทธิ์ของเราให้บริสุทธิ์ วันเหล่านี้จะเป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า”
21그러나 그 자손이 내게 패역하여 사람이 준행하면 그로 인하여 삶을 얻을 나의 율례를 좇지 아니하며 나의 규례를 지켜 행하지 아니하였고 나의 안식일을 더럽혔는지라 이에 내가 이르기를 내가 광야에서 내 분을 그들의 위에 쏟으며 내 노를 그들에게 이루리라 하였으나
21“‘“แต่ลูกหลานของพวกเขาก็กบฏต่อเรา ไม่ดำเนินตามข้อกำหนด และไม่รักษาคำตัดสินของเราเพื่อปฏิบัติตาม ซึ่งถ้าคนใดทำตาม เขาจะมีชีวิตอยู่โดยสิ่งเหล่านั้น พวกเขาทำให้วันพักอันศักดิ์สิทธิ์ของเราเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ เราจึงคิดจะเทความเดือดดาลเหนือพวกเขา ระบายความโกรธให้หมดในถิ่นทุรกันดาร
22내가 내 이름을 위하여 내 손을 금하고 달리 행하였었나니 내가 그들을 인도하여 내는 것을 목도한 열국 앞에서 내 이름을 더럽히지 아니하려 하였음이로다
22ถึงกระนั้นเรายั้งมือไว้ และกระทำเพื่อเห็นแก่พระนามของเรา เพื่อไม่ให้พระนามของเราเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าประชาชาติ ซึ่งเห็นเราเป็นผู้นำพวกเขาออกมา
23또 내가 광야에서 그들에게 맹세하기를 내가 그들을 이방인 중에 흩으며 열방 중에 헤치리라 하였었나니
23ในถิ่นทุรกันดารเรายังปฏิญาณว่าจะกระจายพวกเขาไปท่ามกลางประชาชาติ และทำให้กระจัดกระจายตามดินแดนต่าง ๆ
24이는 그들이 나의 규례를 행치 아니하며 나의 율례를 멸시하며 내 안식일을 더럽히고 눈으로 그 열조의 우상들을 사모함이며
24เพราะพวกเขาไม่ทำตามคำตัดสินของเรา ปฏิเสธข้อกำหนดของเรา ทำให้วันพักอันศักดิ์สิทธิ์ของเราเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ และตาของพวกเขาตามรูปเคารพของบรรพบุรุษ
25또 내가 그들에게 선치 못한 율례와 능히 살게 하지 못할 규례를 주었고
25เรายังให้ข้อกำหนดที่ไม่ดีแก่พวกเขา และคำตัดสินที่ทำตามแล้วไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้
26그들이 장자를 다 화제로 드리는 그 예물로 내가 그들을 더럽혔음은 그들로 멸망케 하여 나를 여호와인 줄 알게하려 하였음이니라
26เราปล่อยให้พวกเขาเป็นมลทินด้วยของถวายของตน เมื่อพวกเขาให้บุตรหัวปีทุกคนผ่านไฟ เพื่อเราจะทำให้พวกเขาพินาศร้างเปล่า และให้รู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์”’
27그런즉 인자야 이스라엘 족속에게 고하여 이르기를 주 여호와의 말씀에 너희 열조가 또 내게 범죄하여 나를 욕되게 하였느니라
27“เพราะฉะนั้น มนุษย์เอ๋ย จงพูดกับชนอิสราเอลว่า ‘พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ บรรพบุรุษของพวกเจ้ายังดูหมิ่นเราในเรื่องนี้ด้วย คือประพฤติไม่ซื่อสัตย์ต่อเรา
28내가 그들에게 주기로 맹세한 땅으로 그들을 인도하여 들였더니 그들이 모든 높은 산과 모든 무성한 나무를 보고 거기서 제사를 드리고 격노케 하는 제물을 올리며 거기서 또 분향하고 전제를 부어 드린지라
28เมื่อเรานำพวกเขาเข้าสู่แผ่นดินที่ปฏิญาณว่าจะให้ พวกเขาเห็นเนินเขาสูงทุกแห่งและต้นไม้ใบดกทุกต้น ก็ถวายเครื่องบูชาที่นั่น นำของถวายซึ่งยั่วยุเราไปวางที่นั่น ทำกลิ่นหอมที่นั่น และเทเครื่องดื่มบูชาที่นั่น
29이에 내가 그들에게 이르기를 너희가 다니는 산당이 무엇이냐 하였노라 (그것을 오늘날까지 바마라 일컫느니라)
29เราจึงถามว่า “สถานบูชาบนที่สูงที่พวกเจ้าไปนั้นคืออะไร?” จึงเรียกที่นั้นว่า บามาห์ มาจนถึงทุกวันนี้’
30그러므로 너는 이스라엘 족속에게 이르기를 주 여호와의 말씀에 너희가 열조의 풍속을 따라 스스로 더럽히며 그 모든 가증한 것을 좇아 행음하느냐
30“เพราะฉะนั้นจงบอกชนอิสราเอลว่า ‘พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ พวกเจ้าทำให้ตัวเองเป็นมลทินตามทางของบรรพบุรุษ และทำตัวเป็นโสเภณีตามสิ่งน่ารังเกียจของพวกเขาหรือ?
31너희가 또 너희 아들로 화제를 삼아 예물로 드려 오늘날까지 우상들로 스스로 더럽히느냐 이스라엘 족속아 너희가 내게 묻기를 내가 용납하겠느냐 나 주 여호와가 말하노라 내가 나의 삶을 두고 맹세하노니 너희가 내게 묻기를 내가 용납지 아니하리라
31เมื่อพวกเจ้าถวายของและให้ลูกชายของตนผ่านไฟ พวกเจ้ายังทำให้ตัวเองเป็นมลทินด้วยรูปเคารพทั้งปวงจนถึงวันนี้ แล้วชนอิสราเอลเอ๋ย เราควรยอมให้พวกเจ้ามาถามเราหรือ? พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราจะไม่ยอมให้พวกเจ้าถามเรา
32너희가 스스로 이르기를 우리가 이방인 곧 열국 족속 같이 되어서 목석을 숭배하리라 하거니와 너희 마음에 품은 것을 결코 이루지 못하리라
32“‘“สิ่งที่ผุดขึ้นในใจพวกเจ้าจะไม่มีวันเกิดขึ้น พวกเจ้าพูดว่า ‘เราจะเป็นเหมือนประชาชาติอื่น เหมือนตระกูลต่าง ๆ ในดินแดนทั้งหลาย ที่รับใช้ไม้และหิน’
33나 주 여호와가 말하노라 내가 나의 삶을 두고 맹세하노니 내가 능한 손과 편 팔로 분노를 쏟아 너희를 단정코 다스릴지라
33พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราจะปกครองพวกเจ้าด้วยมืออันทรงพลัง ด้วยแขนที่เหยียดออก และด้วยความเดือดดาลที่เทลงมา
34능한 손과 편 팔로 분노를 쏟아 너희를 열국 중에서 나오게 하며 너희의 흩어진 열방 중에서 모아내고
34เราจะนำพวกเจ้าออกจากชนชาติต่าง ๆ และรวบรวมจากดินแดนที่กระจัดกระจาย ด้วยมืออันทรงพลัง ด้วยแขนที่เหยียดออก และด้วยความเดือดดาลที่เทลงมา
35너희를 인도하여 열국 광야에 이르러 거기서 너희를 대면하여 국문하되
35เราจะนำพวกเจ้าเข้าสู่ถิ่นทุรกันดารของชนชาติต่าง ๆ แล้วจะพิพากษาพวกเจ้าต่อหน้ากันตรงนั้น
36내가 애굽 땅 광야에서 너희 열조를 국문한 것 같이 너희를 국문하리라 나 주 여호와의 말이니라
36เช่นเดียวกับที่เราพิพากษาบรรพบุรุษของพวกเจ้าในถิ่นทุรกันดารแห่งแผ่นดินอียิปต์ เราก็จะพิพากษาพวกเจ้า” พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้
37내가 너희를 막대기 아래로 지나게 하며 언약의 줄로 매려니와
37“เราจะให้พวกเจ้าผ่านใต้ไม้เท้า และจะนำพวกเจ้าเข้าสู่พันธะของพันธสัญญา
38너희 가운데서 패역한 자와 내게 범죄한 자를 모두 제하여 버릴지라 그들을 그 우거하던 땅에서는 나오게 하여도 이스라엘 땅에는 들어가지 못하게 하리니 너희가 나를 여호와인 줄 알리라
38เราจะคัดพวกกบฏและผู้ไม่เชื่อฟังเราออกจากท่ามกลางพวกเจ้า เราจะนำพวกเขาออกจากแผ่นดินที่อาศัยอยู่ แต่พวกเขาจะไม่ได้เข้าแผ่นดินอิสราเอล แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์
39나 주 여호와가 말하노라 이스라엘 족속아 너희가 내 말을 듣지 아니하려거든 가서 각각 그 우상을 섬기고 이 후에도 그리하려무나마는 다시는 너희 예물과 너희 우상들로 내 거룩한 이름을 더럽히지 말지니라
39“‘ส่วนพวกเจ้า ชนอิสราเอลเอ๋ย พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ ไปเถอะ ทุกคนจงรับใช้รูปเคารพของตนต่อไป ถ้าหลังจากนี้พวกเจ้ายังไม่ยอมฟังเรา แต่ต่อไปพวกเจ้าจะไม่ทำให้พระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของเราเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ด้วยของถวายและรูปเคารพของพวกเจ้าอีก
40나 주 여호와가 말하노라 이스라엘 온 족속이 그 땅에 있어서 내 거룩한 산 곧 이스라엘의 높은 산에서 다 나를 섬기리니 거기서 내가 그들을 기쁘게 받을지라 거기서 너희 예물과 너희 천신하는 첫 열매와 너희 모든 성물을 요구하리라
40เพราะบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา บนภูเขาสูงแห่งอิสราเอล” พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัส “ที่นั่นชนอิสราเอลทั้งหมด ทุกคนในแผ่นดิน จะรับใช้เรา ที่นั่นเราจะยอมรับพวกเขา และจะขอรับเครื่องถวาย ผลแรกของสิ่งถวาย และของศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงจากพวกเจ้า
41내가 너희를 인도하여 열국 중에서 나오게 하고 너희의 흩어진 열방 중에서 모아 낼 때에 내가 너희를 향기로 받고 내가 또 너희로 말미암아 내 거룩함을 열국의 목전에서 나타낼 것이며
41เราจะยอมรับพวกเจ้าเหมือนกลิ่นหอม เมื่อเรานำพวกเจ้าออกจากชนชาติต่าง ๆ และรวบรวมจากดินแดนที่กระจัดกระจาย เราจะแสดงความศักดิ์สิทธิ์ของเราผ่านพวกเจ้าต่อหน้าประชาชาติ
42내가 너희 열조에게 주기로 맹세한 땅 곧 이스라엘 땅으로 너희를 인도하여 들일 때에 너희가 나를 여호와인줄 알고
42พวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ เมื่อเรานำพวกเจ้าเข้าแผ่นดินอิสราเอล ซึ่งเป็นแผ่นดินที่เราปฏิญาณว่าจะให้แก่บรรพบุรุษของพวกเจ้า
43거기서 너희의 길과 스스로 더럽힌 모든 행위를 기억하고 이미 행한 모든 악을 인하여 스스로 미워하리라
43ที่นั่นพวกเจ้าจะระลึกถึงทางของตนและการกระทำทั้งหมดที่ทำให้ตัวเองเป็นมลทิน แล้วจะรังเกียจตัวเองเพราะความชั่วทั้งปวงที่ได้ทำ
44이스라엘 족속아 내가 너희의 악한 길과 더러운 행위대로 하지 아니하고 내 이름을 위하여 행한 후에야 너희가 나를 여호와인 줄 알리라 나 주 여호와의 말이니라 하셨다 하라
44ชนอิสราเอลเอ๋ย พวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ เมื่อเราปฏิบัติต่อพวกเจ้าเพื่อเห็นแก่พระนามของเรา ไม่ใช่ตามทางชั่วหรือการกระทำอันเสื่อมทรามของพวกเจ้า” พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้’”
45여호와의 말씀이 또 내게 임하여 가라사대
45พระดำรัสของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าว่า
46인자야 너는 얼굴을 남으로 향하라 남으로 향하여 소리내어 남방들의 삼림을 쳐서 예언하라
46“มนุษย์เอ๋ย จงหันหน้าไปทางใต้ กล่าวถ้อยคำไปทางใต้ และพยากรณ์กล่าวโทษป่าในแดนใต้
47남방 삼림에게 이르기를 여호와의 말씀을 들을지어다 주 여호와의 말씀에 내가 너의 가운데 불을 일으켜 모든 푸른 나무와 모든 마른 나무를 멸하리니 맹렬한 불꽃이 꺼지지 아니하고 남에서 북까지 모든 얼굴이 그슬릴지라
47จงบอกป่าแห่งแดนใต้ว่า ‘จงฟังพระดำรัสของพระยาห์เวห์ พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ เราจะจุดไฟในเจ้า ไฟจะเผาต้นไม้เขียวทุกต้นและต้นไม้แห้งทุกต้น เปลวไฟที่ลุกโชนจะไม่ดับ และทุกใบหน้าตั้งแต่ใต้จรดเหนือจะถูกมันเผา
48무릇 혈기 있는자는 나 여호와가 그 불을 일으킨 줄을 알리니 그것이 꺼지지 아니하리라 하셨다 하라 하시기로
48มนุษย์ทุกคนจะเห็นว่าเรา พระยาห์เวห์ เป็นผู้จุดไฟนั้น และมันจะไม่ดับ’”
49내가 가로되 오호라 주 여호와여 그들이 나를 가리켜 말하기를 그는 비유로 말하는 자가 아니냐 하나이다 하니라
49ข้าพเจ้าจึงทูลว่า “โอ พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์! พวกเขาพูดถึงข้าพเจ้าว่า ‘เขาเอาแต่พูดเรื่องเปรียบไม่ใช่หรือ?’”
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.