신명기
Chapter 1
Korean Bible, 1910 (한국어 …
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
Freedom Bible (Thai)
1이는 모세가 요단 저편 숩 맞은편의 아라바 광야 곧 바란과, 도벨과, 라반과, 하세롯과, 디사합 사이에서 이스라엘 무리에게 선포한 말씀이니라
1ต่อไปนี้​คือ​ถ้อยคำ​ที่​โมเสส​กล่าว​กับ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด ณ ฟาก​แม่น้ำจอร์แดน​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร ใน​อาราบาห์​ตรง​ข้าม​สูฟ ระหว่าง​ปาราน โทเฟล ลาบาน ฮาเซโรท และ​ดิซาฮับ
2호렙산에서 세일산을 지나 가데스 바네아에까지 열 하룻 길이었더라
2จาก​โฮเรบ​ไป​คาเดชบารเนีย​ตาม​ทาง​ภูเขา​เสอีร์ ใช้​เวลา​เดิน​ทาง​สิบเอ็ด​วัน
3제 사십년 십일월 그 달 초일일에 모세가 이스라엘 자손에게 여호와께서 그들을 위하여 자기에게 주신 명령을 다 고하였으니
3ใน​ปี​ที่​สี่สิบ เดือน​ที่​สิบเอ็ด วัน​ที่​หนึ่ง​ของ​เดือน โมเสส​กล่าว​แก่​ชาว​อิสราเอล​ตาม​ทุก​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์ ทรง​บัญชา​เขา​ให้​บอก​พวก​เขา
4때는 모세가 헤스본에 거하는 아모리 왕 시혼을 쳐 죽이고 에드레이에서 아스다롯에 거하는 바산 왕 옥을 쳐 죽인 후라
4หลัง​จาก​โมเสส​ปราบ​สิโหน​กษัตริย์​ของ​ชาว​อาโมไรต์​ผู้​อาศัย​อยู่​ใน​เฮชโบน และ​โอก​กษัตริย์​แห่ง​บาชาน​ผู้​อาศัย​อยู่​ใน​อัชทาโรท​ที่​เอเดรอี
5모세가 요단 저편 모압 땅에서 이 율법 설명하기를 시작하였더라 일렀으되
5ณ ฟาก​แม่น้ำจอร์แดน ใน​แผ่นดิน​โมอับ โมเสส​เริ่ม​อธิบาย​กฎบัญญัติ​นี้​ว่า
6우리 하나님 여호와께서 호렙산에서 우리에게 말씀하여 이르시기를 너희가 이 산에서 거한지 오래니
6“พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เรา ตรัส​กับ​เรา​ที่​โฮเรบ​ว่า ‘พวกคุณ​อยู่​ที่​ภูเขา​นี้​มา​นาน​พอแล้ว
7방향을 돌려 진행하여 아모리 족속의 산지로 가고 그 근지 곳곳으로 가고 아라바와 산지와 평지와 남방과 해변과 가나안 족속의 땅과 레바논과 큰 강 유브라데까지 가라 하셨나니
7จง​หัน​กลับ​และ​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ยัง​เขต​ภูเขา​ของ​ชาว​อาโมไรต์​และ​ดิน​แดน​ใกล้​เคียง​ทั้งหมด ทั้ง​อาราบาห์ เขต​ภูเขา ที่ราบ​เชิง​เขา แดน​ใต้ ชายทะเล แผ่นดิน​ของ​ชาว​คานาอัน และ​เลบานอน ไป​จนถึง​แม่น้ำ​ใหญ่​คือ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส
8여호와께서 너희의 열조 아브라함과 이삭과 야곱에게 맹세하사 그들과 그 후손에게 주리라 하신 땅이 너희 앞에 있으니 들어가서 얻을지니라
8ดูเถิด เรา​ได้​มอบ​แผ่นดิน​นี้​ให้​พวกคุณ​แล้ว จง​เข้าไป​ครอบครอง​แผ่นดิน​ที่​พระยาห์เวห์​ทรง​ปฏิญาณ​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกคุณ คือ​อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ ว่า​จะ​ประทาน​แก่​พวก​เขา​และ​เชื้อ​สาย ของ​พวก​เขา​ภาย​หลัง’”
9그 때에 내가 너희에게 말하여 이르기를 나는 홀로 너희 짐을 질 수 없도다
9ใน​เวลา​นั้น​ผม​บอก​พวกคุณ​ว่า “ผม​คน​เดียว​รับ​ภาระ​ดูแล​พวกคุณ​ไม่​ไหว
10너희 하나님 여호와께서 너희를 번성케 하셨으므로 너희가 오늘날 하늘의 별 같이 많거니와
10พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกคุณ​ทรง​ทำให้​มี​จำนวน​เพิ่ม​ขึ้น จน​วัน​นี้​พวกคุณ​มี​มากมาย​เหมือน​ดวงดาว​บน​ท้องฟ้า
11너희 열조의 하나님 여호와께서 너희를 현재보다 천배나 많게 하시며 너희에게 허락하신 것과 같이 너희에게 복 주시기를 원하노라 !
11ขอ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกคุณ ทรง​เพิ่ม​จำนวน​อีก​พัน​เท่า​และ​อวยพร​ตาม​ที่​พระองค์​ทรง​สัญญา​ไว้
12그런즉 나 홀로 어찌 능히 너희의 괴로운 것과 너희의 무거운 짐과 너희의 다툼을 담당할 수 있으랴
12แต่​ผม​คน​เดียว​จะ​รับ​ทั้ง​ปัญหา ภาระ และ​ข้อ​พิพาท​ของ​พวกคุณ​ได้​อย่างไร
13너희의 각 지파에서 지혜와 지식이 있는 유명한 자를 택하라 내가 그들을 세워 너희 두령을 삼으리라 한즉
13จง​เลือก​คน​ที่​มี​ปัญญา มี​ความ​เข้าใจ และ​เป็น​ที่​ยอมรับ​จาก​แต่ละ​เผ่า แล้ว​ผม​จะ​ตั้ง​พวก​เขา​เป็น​ผู้นำ”
14너희가 대답하여 이르기를 당신의 말씀대로 하는 것이 좋다 하기에
14พวกคุณ​ตอบ​ผม​ว่า “สิ่ง​ที่​ท่าน​พูด​ให้​เรา​ทำ​นั้น​ดี”
15내가 너희 지파의 두령으로 지혜가 있는 유명한 자를 취하여 너희의 어른을 삼되 곧 각 지파를 따라 천부장과, 백부장과, 오십부장과, 십부장과, 패장을 삼고
15ผม​จึง​นำ​บรรดา​ผู้นำ​เผ่า​ของ​พวกคุณ ซึ่ง​เป็น​คน​มี​ปัญญา​และ​เป็น​ที่​ยอมรับ มา​ตั้ง​ให้​เป็น​ผู้นำ คือ​หัวหน้า​พัน หัวหน้า​ร้อย หัวหน้า​ห้าสิบ หัวหน้า​สิบ และ​เจ้า​หน้าที่​ประจำ​เผ่า​ต่าง ๆ
16내가 그 때에 너희 재판장들에게 명하여 이르기를 너희가 너희 형제 중에 송사를 들을 때에 양방간에 공정히 판결 할 것이며 그들 중의 타국인에게도 그리할 것이라
16ใน​เวลา​นั้น​ผม​กำชับ​ผู้พิพากษา​ว่า “จง​รับ​ฟัง​คดี​ระหว่าง​พี่​น้อง แล้ว​ตัดสิน​อย่าง​ยุติธรรม ไม่​ว่า​จะ​เป็น​คดี​ระหว่าง​คน​หนึ่ง​กับ​พี่​น้อง​ของ​เขา หรือ​กับ​คน​ต่าง​ถิ่น​ที่​อาศัย​อยู่​กับ​เขา
17재판은 하나님께 속한 것인즉 너희는 재판에 외모를 보지 말고 귀천을 일반으로 듣고 사람의 낯을 두려워 말 것이며 스스로 결단하기 어려운 일이거든 내게로 돌리라 내가 들으리라 하였고
17เวลา​ตัดสิน​อย่า​ลำเอียง จง​รับ​ฟัง​ทั้งคน​เล็ก​คน​น้อย​และ​คน​ใหญ่​คน​โต​อย่าง​เท่า​เทียม อย่า​กลัว​มนุษย์ เพราะ​การ​พิพากษา​เป็น​ของ​พระเจ้า ส่วน​คดี​ใด​ที่​ยาก​เกิน​จะ​ตัดสิน ให้​นำ​มา​หา​ผม แล้ว​ผม​จะ​รับ​ฟัง”
18내가 너희의 행할 모든 일을 그 때에 너희에게 다 명하였느니라
18เวลา​นั้น​ผม​ได้​สั่ง​ทุก​อย่าง​ที่​ต้อง​ทำ​ไว้​แล้ว
19우리 하나님 여호와께서 우리에게 명하신 대로 우리가 호렙산에서 발행하여 너희의 본바 크고 두려운 광야를 지나 아모리 족속 산지 길로 가데스 바네아에 이른 때에
19จาก​นั้น​เรา​ออก​จาก​โฮเรบ เดิน​ผ่าน​ถิ่น​ทุรกันดาร​อัน​กว้าง​ใหญ่​และ​น่า​กลัว​ที่​พวกคุณ​เห็น ไป​ตาม​ทาง​สู่​เขต​ภูเขา​ของ​ชาว​อาโมไรต์ ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เรา​ทรง​บัญชา จน​มา​ถึง​คาเดชบารเนีย
20내가 너희에게 이르기를 우리 하나님 여호와께서 우리에게 주신 아모리 족속의 산지에 너희가 이르렀나니
20ผม​บอก​พวกคุณ​ว่า “พวกคุณ​มา​ถึง​เขต​ภูเขา​ของ​ชาว​อาโมไรต์​แล้ว ซึ่ง​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เรา​กำลัง​ประทาน​แก่​เรา
21너희 하나님 여호와께서 이 땅을 너희 앞에 두셨은즉 너희 열조의 하나님 여호와께서 너희에게 이르신 대로 올라가서 얻으라 두려워 말라 ! 주저하지 말라 ! 한즉
21ดูสิ พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกคุณ​ทรง​มอบ​แผ่นดิน​นี้​ให้​พวกคุณ​แล้ว จง​ขึ้น​ไป​เข้า​ครอบครอง​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกคุณ ตรัส​ไว้ อย่า​กลัว​และ​อย่า​ท้อใจ”
22너희가 다 내 앞으로 나아와 말하기를 우리가 사람을 우리 앞서 보내어 우리를 위하여 그 땅을 정탐하고 어느 길로 올라가야 할 것과 어느 성읍으로 들어가야 할 것을 우리에게 회보케 하자 하기에
22แล้ว​ทุก​คน​เข้า​มา​หา​ผม​และ​พูด​ว่า “ให้​เรา​ส่ง​คน​ล่วง​หน้า​ไป​สำรวจ​แผ่นดิน เขา​จะ​ได้​กลับ​มาบ​อก​เรา​ว่า​ควร​ขึ้น​ไป​ทาง​ไหน และ​จะ​พบ​เมือง​อะไร​บ้าง”
23내가 그 말을 선히 여겨 너희 중에서 매 지파에 한 사람씩 열 둘을 택하매
23ผม​เห็น​ว่า​ความ​คิด​นี้​ดี จึง​เลือก​สิบสอง​คน​จาก​พวกคุณ เผ่า​ละ​หนึ่ง​คน
24그들이 앞으로 가서 산지에 올라 에스골 골짜기에 이르러 그 곳을 정탐하고
24พวก​เขา​ออก​เดิน​ทาง​ขึ้น​ไป​ยัง​เขต​ภูเขา มา​ถึง​หุบเขา​เอชโคล และ​สำรวจ​แผ่นดิน​นั้น
25그 땅의 과실을 손에 가지고 우리에게로 돌아와서 우리에게 회보하여 이르되 우리의 하나님 여호와께서 우리에게 주시는 땅이 좋더라 하였느니라
25พวก​เขา​นำ​ผล​ไม้​จาก​แผ่นดิน​นั้น​ติดมือ​กลับ​ลง​มา​หา​เรา พร้อม​รายงาน​ว่า “แผ่นดิน​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เรา​กำลัง​ประทาน​แก่​เรา​นั้น​เป็น​แผ่นดิน​ที่​ดี”
26그러나 너희가 올라 가기를 즐겨 아니하고 너희 하나님 여호와의 명을 거역하여
26แต่​พวกคุณ​ไม่​ยอม​ขึ้น​ไป กลับ​กบฏ​ต่อ​พระบัญชา​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกคุณ
27장막 중에서 원망하여 이르기를 `여호와께서 우리를 미워하시는 고로 아모리 족속의 손에 붙여 멸하시려고 우리를 애굽 땅에서 인도하여 내셨도다
27พวกคุณ​บ่น​อยู่​ใน​เต็นท์​ว่า “พระยาห์เวห์​ทรง​เกลียด​เรา จึง​พา​เรา​ออก​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์​เพื่อ​มอบ​เรา​ไว้​ใน​มือ​ชาว​อาโมไรต์​ให้​พวก​เขา​ทำลาย
28우리가 어디로 갈꼬 ?' 우리의 형제들이 우리로 낙심케 하여 말하기를 `그 백성은 우리보다 장대하며 그 성읍은 크고 성곽은 하늘에 닿았으며 우리가 또 거기서 아낙 자손을 보았노라 하는도다' 하기로
28เรา​จะ​ขึ้น​ไป​ไหน​กัน? พี่​น้อง​ของ​เรา​ทำให้​เรา​ใจฝ่อ​ไป​หมด​แล้ว เพราะ​พวก​เขา​บอก​ว่า ‘คน​ที่​นั่น​ตัว​ใหญ่​และ​สูง​กว่า​เรา เมือง​ต่าง ๆ ใหญ่​โต​และ​มี​กำแพง​แข็ง​แรง​สูง​เสียด​ฟ้า เรา​ยัง​เห็น​ลูกหลาน​ของ​อานาค​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย!’”
29내가 너희에게 말하기를 `그들을 무서워 말라 ! 두려워 하지 말라 !
29แล้ว​ผม​บอก​ว่า “อย่า​หวาด​กลัว อย่า​กลัว​พวก​เขา
30너희 앞서 행하시는 너희 하나님 여호와께서 애굽에서 너희를 위하여 너희 목전에서 모든 일을 행하신 것 같이 이제도 너희를 위하여 싸우실 것이며
30พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกคุณ ผู้​เสด็จ​นำ​หน้า จะ​ทรง​ต่อสู้​เพื่อ​พวกคุณ เหมือน​ที่​พระองค์​ทรง​ทำ​เพื่อ​พวกคุณ​ใน​อียิปต์​ต่อ​หน้า​ต่อตา​พวกคุณ
31광야에서도 너희가 당하였거니와 사람이 자기 아들을 안음 같이 너희 하나님 여호와께서 너희의 행로 중에 너희를 안으사 이곳까지 이르게 하셨느니라' 하나
31และ​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร พวกคุณ​ได้​เห็น​แล้ว​ว่า​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกคุณ​ทรง​อุ้มชู​ตลอด​ทาง​ที่​เดิน​มา เหมือน​พ่อ​อุ้ม​ลูกชาย จน​มา​ถึงที่​นี่”
32이 일에 너희가 너희 하나님 여호와를 믿지 아니하였도다
32ถึง​อย่าง​นั้น ใน​เรื่อง​นี้​ก็​ยัง​ไม่​วางใจ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกคุณ
33그는 너희 앞서 행하시며 장막 칠 곳을 찾으시고 밤에는 불로, 낮에는 구름으로 너희의 행할 길을 지시하신 자니라
33ผู้​เสด็จ​นำ​หน้า​ไป​ตาม​ทาง เพื่อ​หา​ที่​ให้​ตั้ง​ค่าย กลาง​คืน​ทรง​นำ​ด้วย​ไฟ​เพื่อ​ชี้​ทาง​ที่​จะ​เดิน และ​กลาง​วัน​ทรง​นำ​ด้วย​เมฆ
34여호와께서 너희의 말소리를 들으시고 노하사 맹세하여 가라사대
34เมื่อ​พระยาห์เวห์​ทรง​ได้ยิน​คำ​ที่​พวกคุณ​พูด พระองค์​ทรง​กริ้ว​และ​ปฏิญาณ​ว่า
35이 악한 세대 사람들 중에는 내가 그들의 열조에게 주기로 맹세 한 좋은 땅을 볼 자가 하나도 없으리라
35“ไม่มี​ใคร​จาก​คน​ชั่ว​รุ่น​นี้​แม้แต่​คน​เดียว​จะ​ได้​เห็น​แผ่นดิน​อัน​ดี​ที่​เรา​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ประทาน​แก่​บรรพบุรุษ​ของ​พวกคุณ
36오직 ! 여분네의 아들 갈렙은 온전히 여호와를 순종하였은즉 그는 그것을 볼것이요 그가 밟은 땅을 내가 그와 그의 자손에게 주리라 하시고
36เว้น​แต่​คาเลบ​บุตร​เยฟุนเนห์ เขา​จะ​ได้​เห็น เรา​จะ​มอบ​แผ่นดิน​ที่​เขา​เหยียบ​ย่าง​ให้​เขา​และ​ลูกหลาน เพราะ​เขา​ติดตาม​พระยาห์เวห์​อย่าง​สุดใจ”
37여호와께서 너희의 연고로 내게도 진노하사 가라사대 너도 그리로 들어가지 못하리라
37พระยาห์เวห์​ยัง​ทรง​กริ้ว​ผม​เพราะ​พวกคุณ​ด้วย ตรัส​ว่า “เจ้า​ก็​จะ​ไม่​ได้​เข้าไป​ที่​นั่น​เช่น​กัน
38너의 종자 눈의 아들 여호수아는 그리로 들어갈 것이니 너는 그를 담대케 하라 그가 이스라엘에게 그 땅을 기업으로 얻게하리라
38โยชูวา​บุตร​นูน ผู้​คอย​รับ​ใช้​เจ้า จะ​เข้าไป จง​ให้​กำลัง​ใจ​เขา เพราะ​เขา​จะ​นำ​อิสราเอล​เข้า​รับ​แผ่นดิน​นั้น​เป็น​มรดก
39또 너희가 사로 잡히리라 하던 너희의 아이들과 당일에 선악을 분변치 못하던 너희 자녀들 그들은 그리로 들어갈 것이라 내가 그 땅을 그들에게 주어 산업이 되게 하리라
39ส่วน​เด็ก​เล็ก​ของ​พวกคุณ ซึ่ง​พวกคุณ​เคย​บอก​ว่า​จะ​ถูก​จับ​เป็น​เชลย​หรือ​ถูก​ฆ่า—คือ​ลูก ๆ ที่​วัน​นี้​ยัง​ไม่รู้​จัก​ดี​ชั่ว—พวก​เขา​จะ​ได้​เข้าไป เรา​จะ​มอบ​แผ่นดิน​นั้น​ให้ และ​พวก​เขา​จะ​ครอบครอง​มัน
40너희는 회정하여 홍해 길로 하여 광야로 들어갈지니라 하시매
40แต่​พวกคุณ จง​หัน​กลับ​ออก​เดิน​ทาง​เข้า​สู่​ถิ่น​ทุรกันดาร​ตาม​ทาง​ไป​ทะเลแดง”
41너희가 대답하여 내게 이르기를 `우리가 여호와께 범죄하였사오니 우리 하나님께서 우리에게 명하신 대로 우리가 올라 가서 싸우리이다' 하고 너희가 각각 병기를 띠고 경솔히 산지로 올라가려 할 때에
41แล้ว​พวกคุณ​ตอบ​ผม​ว่า “เรา​ทำบาป​ต่อ​พระยาห์เวห์​แล้ว เรา​จะ​ขึ้น​ไป​สู้​รบ​ตาม​ทุก​อย่าง​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เรา​ทรง​บัญชา” แล้ว​ทุก​คน​ก็​ติดอาวุธ​และ​ดื้อ​ดึง​ขึ้น​ไป​ยัง​เขต​ภูเขา
42여호와께서 내게 이르시되 너는 그들에게 이르기를 너희는 올라가지 말라 싸우지도 말라 내가 너희 중에 있지 아니하니 너희가 대적에게 패할까 하노라 하셨다 하라 하시기로
42แต่​พระยาห์เวห์​ตรัส​กับ​ผม​ว่า “บอก​พวก​เขา​ว่า ‘อย่า​ขึ้น​ไป อย่า​สู้​รบ เพราะ​เรา​ไม่​ได้​อยู่​ท่ามกลาง​พวกคุณ ไม่​อย่าง​นั้น​จะ​พ่าย​แพ้​ต่อ​หน้า​ศัตรู’”
43내가 너희에게 고하였으나 너희가 듣지 아니하고 여호와의 명을 거역하고 천자히 산지로 올라가매
43ผม​จึง​บอก​แล้ว แต่​พวกคุณ​ไม่​ฟัง กลับ​กบฏ​ต่อ​พระบัญชา​ของ​พระยาห์เวห์ อวดดี​และ​ขึ้น​ไป​ยัง​เขต​ภูเขา
44그 산지에 거하는 아모리 족속이 너희를 마주 나와서 벌떼같이 너희를 쫓아 세일산에서 쳐서 호르마까지 미친지라
44ชาว​อาโมไรต์​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เขต​ภูเขา​นั้น​ออก​มา​สู้ ไล่​ตาม​พวกคุณ​เหมือน​ฝูง​ผึ้ง และ​ตี​จน​แตก​พ่าย​ใน​เสอีร์​ไป​จนถึง​โฮรมาห์
45너희가 돌아와서 여호와 앞에서 통곡하나 여호와께서 너희의 소리를 듣지 아니하시며 너희에게 귀를 기울이지 아니하셨으므로
45พวกคุณ​กลับ​มา​ร้องไห้​ต่อ​หน้า​พระยาห์เวห์ แต่​พระยาห์เวห์​ไม่​ทรง​ฟัง​เสียง​หรือ​หัน​มา​ฟัง
46너희가 가데스에 여러날동안 거하였었나니 곧 너희가 그 곳에 거하던 날 수대로니라
46พวกคุณ​จึง​พัก​อยู่​ที่​คา​เดช​อีก​เป็น​เวลา​นาน

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.