에스겔 12
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Translation
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
Freedom Bible (Thai)
1여호와의 말씀이 또 내게 임하여 가라사대
1พระดำรัสของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าอีกว่า
2인자야 ! 네가 패역한 족속 중에 거하도다 그들은 볼 눈이 있어도 보지 아니하고 들을 귀가 있어도 듣지 아니하나니 그들은 패역한 족속임이니라
2“มนุษย์เอ๋ย เจ้าอาศัยอยู่ท่ามกลางชนกบฏ พวกเขามีตาแต่ไม่ยอมดู มีหูแต่ไม่ยอมฟัง เพราะพวกเขาเป็นชนกบฏ
3인자야 ! 너는 행구를 준비하고 낮에 그들의 목전에서 이사하라 네가 네 처소를 다른 곳으로 옮기는 것을 그들이 보면 비록 패역한 족속이라도 혹 생각이 있으리라
3“เพราะฉะนั้น มนุษย์เอ๋ย จงเตรียมสัมภาระสำหรับเดินทางไปเป็นเชลย แล้วออกเดินทางในเวลากลางวันต่อหน้าพวกเขา ย้ายจากที่ของเจ้าไปยังอีกที่หนึ่งให้พวกเขาเห็น บางทีพวกเขาอาจฉุกคิดได้ แม้จะเป็นชนกบฏ
4너는 낮에 그 목전에서 네 행구를 밖으로 내기를 이사하는 행구 같이 하고 저물 때에 너는 그 목전에서 밖으로 나가기를 포로되어 가는 자 같이 하라
4จงนำสัมภาระออกมาในเวลากลางวันต่อหน้าพวกเขา เหมือนคนเตรียมไปเป็นเชลย แล้วตอนเย็นก็ออกไปต่อหน้าพวกเขาอย่างคนที่ถูกกวาดไปเป็นเชลย
5너는 그 목전에서 성벽을 뚫고 그리로 좇아 옮기되
5จงเจาะกำแพงต่อหน้าพวกเขา แล้วขนสัมภาระออกทางช่องนั้น
6캄캄할 때에 그 목전에서 어깨에 메고 나가며 얼굴을 가리우고 땅을 보지 말지어다 이는 내가 너를 세워 이스라엘 족속에게 징조가 되게 함이니라 하시기로
6ต่อหน้าพวกเขา จงแบกสัมภาระขึ้นบ่าและขนออกไปในความมืด ปิดหน้าไว้ไม่ให้มองเห็นแผ่นดิน เพราะเราแต่งตั้งเจ้าให้เป็นหมายสำคัญแก่ชนอิสราเอล”
7내가 그 명대로 행하여 낮에 나의 행구를 이사하는 행구같이 내어 놓고 저물 때에 내 손으로 성벽을 뚫고 캄캄할 때에 행구를 내어다가 그 목전에서 어깨에 메고 나가니라
7ข้าพเจ้าทำตามที่ได้รับบัญชา ในเวลากลางวันข้าพเจ้านำสัมภาระออกมาเหมือนสัมภาระของคนที่จะย้ายไปเป็นเชลย พอตกเย็นข้าพเจ้าก็ใช้มือเจาะกำแพง แล้วขนของออกไปในความมืด แบกขึ้นบ่าต่อหน้าพวกเขา
8이튿날 아침에 여호와의 말씀이 또 내게 임하여 가라사대
8เช้าวันรุ่งขึ้น พระดำรัสของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าว่า
9인자야 ! 이스라엘 족속 곧 그 패역한 족속이 네게 묻기를 무엇을 하느냐 하지 아니하더냐
9“มนุษย์เอ๋ย ชนอิสราเอลซึ่งเป็นชนกบฏไม่ได้ถามเจ้าหรือว่า ‘เจ้ากำลังทำอะไร?’
10너는 그들에게 말하기를 주 여호와의 말씀에 이것은 예루살렘 왕과 그 가운데 있는 이스라엘 온 족속에 대한 예조라 하셨다 하고
10“จงบอกพวกเขาว่า ‘พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ ภาระแห่งคำพยากรณ์นี้เกี่ยวกับผู้นำในเยรูซาเล็มและชนอิสราเอลทั้งหมดที่อยู่ในเมืองนั้น’
11또 말하기를 나는 너희 징조라 내가 행한대로 그들이 당하여 사로잡혀 옮겨갈지라
11“จงบอกว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นหมายสำคัญสำหรับพวกท่าน สิ่งที่ข้าพเจ้าทำจะเกิดขึ้นกับพวกเขา พวกเขาจะถูกกวาดไปเป็นเชลย
12무리가 성벽을 뚫고 행구를 그리로 가지고 나가고 그 중에 왕은 어두울 때에 어깨에 행구를 메고 나가며 눈으로 땅을 보지 아니하려고 자기 얼굴을 가리우리라 하라
12“‘ผู้นำที่อยู่ท่ามกลางพวกเขาจะยกสัมภาระขึ้นบ่าในความมืดแล้วออกไป พวกเขาจะเจาะกำแพงเพื่อขนของออกทางนั้น เขาจะปิดหน้าเพื่อไม่ให้ตาของตนมองเห็นแผ่นดิน
13내가 또 내 그물을 그의 위에 치고 내 올무에 걸리게 하여 그를 끌고 갈대아 땅 바벨론에 이르리니 그가 거기서 죽으려니와 그 땅을 보지 못하리라
13เราจะกางตาข่ายดักเขา และเขาจะติดบ่วงของเรา เราจะนำเขาไปยังบาบิโลนในแผ่นดินของชาวเคลเดีย แต่เขาจะไม่ได้เห็นแผ่นดินนั้น แม้เขาจะตายที่นั่น
14내가 그 호위하는 자와 부대들을 다 사방으로 흩고 또 그 뒤를 따라 칼을 빼리라
14เราจะกระจายทุกคนที่อยู่รอบตัวเขา ทั้งผู้ช่วยเหลือและกองกำลัง ไปตามลมทุกทิศ แล้วจะชักดาบไล่ตามพวกเขา
15내가 그들을 이방인 가운데로 흩으며 열방 중에 헤친 후에야 그들이 나를 여호와인 줄 알리라
15“‘เมื่อเราทำให้พวกเขากระจัดกระจายท่ามกลางประชาชาติและตามดินแดนต่าง ๆ พวกเขาจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์
16그러나 내가 그 중 몇 사람을 남겨 칼과 기근과 온역을 벗어나게 하여 그들로 이르는 이방인 중에 자기의 모든 가증한 일을 자백하게 하리니 그들이 나를 여호와인 줄 알리라
16แต่เราจะให้บางคนรอดจากดาบ ความอดอยาก และโรคระบาด เพื่อเมื่อไปอยู่ท่ามกลางประชาชาติ พวกเขาจะบอกเล่าสิ่งน่ารังเกียจทั้งปวงที่ตนเคยทำ แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์’”
17여호와의 말씀이 또 내게 임하여 가라사대
17พระดำรัสของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าอีกว่า
18인자야 ! 너는 떨면서 네 식물을 먹고 놀라고 근심하면서 네 물을 마시며
18“มนุษย์เอ๋ย จงกินขนมปังด้วยตัวสั่น และดื่มน้ำด้วยอาการตัวสั่นและหวาดกลัว
19이 땅 백성에게 말하되 주 여호와께서 예루살렘 거민과 이스라엘 땅에 대하여 이르시기를 그들이 근심하면서 그 식물을 먹으며 놀라면서 그 물을 마실 것은 이 땅 모든 거민의 강포를 인하여 땅에 가득한 것이 황무하게 됨이라
19จงบอกประชาชนในแผ่นดินว่า ‘พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสถึงชาวเยรูซาเล็มและแผ่นดินอิสราเอลว่า พวกเขาจะกินขนมปังด้วยความหวาดกลัว และดื่มน้ำด้วยความตื่นตระหนก เพราะแผ่นดินและทุกสิ่งในนั้นจะถูกทำให้ร้างเปล่า เนื่องจากความรุนแรงของทุกคนที่อาศัยอยู่
20사람의 거하는 성읍들이 황폐하며 땅이 황무하리니 너희가 나를 여호와인 줄 알리라 하셨다 하라
20เมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่จะถูกทำลาย และแผ่นดินจะร้างเปล่า แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์’”
21여호와의 말씀이 또 내게 임하여 가라사대
21พระดำรัสของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าว่า
22인자야 ! 이스라엘 땅에서 이르기를 날이 더디고 모든 묵시가 응험이 없다 하는 너희의 속담이 어찜이뇨
22“มนุษย์เอ๋ย สุภาษิตที่พวกเจ้าพูดกันในแผ่นดินอิสราเอลว่า ‘วันเวลายืดยาวออกไป และนิมิตทุกอย่างก็ไม่เป็นจริง’ หมายความว่าอย่างไร?
23그러므로 너는 그들에게 이르기를 주 여호와의 말씀에 내가 이 속담을 그치게 하리니 사람이 다시는 이스라엘 가운데서 이 속담을 못하리라 하셨다 하고 또 그들에게 이르기를 날과 모든 묵시의 응함이 가까우니
23เพราะฉะนั้นจงบอกพวกเขาว่า ‘พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ เราจะทำให้สุภาษิตนี้หมดไป และพวกเขาจะไม่ใช้มันในอิสราเอลอีก’ แล้วจงบอกพวกเขาว่า ‘วันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และนิมิตทุกอย่างกำลังจะสำเร็จ
24이스라엘 족속 중에 허탄한 묵시나 아첨하는 복술이 다시 있지 못하리라 하라
24ต่อไปจะไม่มีนิมิตเท็จหรือคำทำนายประจบประแจงในหมู่ชนอิสราเอลอีก
25나는 여호와라 ! 내가 말하리니 내가 하는 말이 다시는 더디지 아니하고 응하리라 패역한 족속아 내가 너희 생전에 말하고 이루리라 나 주 여호와의 말이니라 하셨다 하라
25เพราะเราคือพระยาห์เวห์ เราจะพูด และถ้อยคำที่เราพูดจะเกิดขึ้น จะไม่ถูกเลื่อนออกไปอีก ชนกบฏเอ๋ย ในช่วงชีวิตของพวกเจ้าเองเราจะกล่าวถ้อยคำและทำให้สำเร็จ’ พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้”
26여호와의 말씀이 또 내게 임하여 가라사대
26พระดำรัสของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าอีกว่า
27인자야 이스라엘 족속의 말이 그의 보는 묵시는 여러 날 후의 일이라 그가 먼 때에 대하여 예언하는도다 하나니
27“มนุษย์เอ๋ย ชนอิสราเอลพูดกันว่า ‘นิมิตที่เขาเห็นเป็นเรื่องของอีกนานหลายวันข้างหน้า เขาพยากรณ์ถึงเวลาที่ห่างไกล’
28그러므로 너는 그들에게 이르기를 주 여호와의 말씀에 나의 말이 하나도 다시 더디지 않을지니 나의 한 말이 이루리라 나 주 여호와의 말이니라 하셨다 하라
28“เพราะฉะนั้นจงบอกพวกเขาว่า ‘พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ จะไม่มีถ้อยคำใดของเราถูกเลื่อนออกไปอีก สิ่งที่เราพูดจะเกิดขึ้น’ พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้”
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.