Deuteronomium
Chapter 32
Petrus Canisius Bible, 1…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)
Freedom Bible (Thai)
1Hoort hemelen, want ik ga spreken, Luister, aarde, naar de woorden van mijn mond;
1ฟ้าสวรรค์​เอ๋ย จง​เงี่ยหู​ฟัง แล้ว​ข้าพเจ้า​จะ​พูด ให้​แผ่นดิน​ฟัง​ถ้อยคำ​จาก​ปาก​ข้าพเจ้า
2Mijn leerdicht strome neer als de regen, Mijn rede druppele als de dauw, Als neerslag op het jonge gras, Als een stortbui op het groene kruid.
2คำ​สอน​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​หยด​ลง​ดั่ง​สาย​ฝน ถ้อยคำ​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​พร่าง​พรม​ดั่ง​น้ำค้าง ดั่ง​ฝน​ละออง​เหนือ​หญ้า​อ่อน ดั่ง​สาย​ฝน​บน​พืช​เขียว
3Want Jahweh’s naam wil ik verkonden; Geeft eer aan onzen God!
3เพราะ​ข้าพเจ้า​จะ​ประกาศ​พระนาม​ของ​พระยาห์เวห์ จง​ถวาย​ความ​ยิ่งใหญ่​แด่​พระเจ้า​ของ​เรา!
4De Rots is Hij, volmaakt in zijn werken, Want al zijn wegen zijn gerecht; Een God van trouw en zonder bedrog, Rechtvaardig en gerecht is Hij.
4พระองค์​คือ​ศิลา งาน​ของ​พระองค์​สมบูรณ์ เพราะ​ทาง​ทั้งสิ้น​ของ​พระองค์​ยุติธรรม พระเจ้า​ผู้​สัตย์​ซื่อ ไม่​ทรง​ทำ​ผิด พระองค์​ทรง​เที่ยงธรรม​และ​ซื่อตรง
5Maar zijn ontaarde zonen stonden tegen Hem op, Dat vals en bedorven geslacht!
5พวก​เขา​ทำตัว​เสื่อมทราม​ต่อ​พระองค์ เพราะ​ความ​บกพร่อง​ของ​ตน พวก​เขา​จึง​ไม่ใช่​ลูก​ของ​พระองค์ เป็น​คน​รุ่น​คดเคี้ยว​และ​บิดเบี้ยว
6Durft gij Jahweh zó vergelden, Gij dwaas en onverstandig volk? Is Hij niet uw vader, die u geschapen, Die u gemaakt heeft, en u heeft gegrond?
6ประชาชน​โง่เขลา​ไร้​ปัญญา​เอ๋ย นี่​หรือ​คือ​สิ่ง​ที่​ตอบแทน​พระยาห์เวห์? พระองค์​ไม่ใช่​พ่อ​ของ​พวกคุณ ผู้​ซื้อ​พวกคุณ​ไว้​หรือ? พระองค์​ทรง​สร้าง​และ​สถาปนา​พวกคุณ
7Herinner u de dagen van weleer, Gedenk de jaren van vroegere geslachten; Vraag het uw vader, hij zal het u melden, Uw grijsaards, zij zullen het u zeggen:
7จง​ระลึก​ถึง​วัน​เก่า​ก่อน คิด​ถึง​ปี​แห่ง​คน​หลาย​ชั่ว​อายุ ถาม​พ่อ​ของ​พวกคุณ แล้ว​เขา​จะ​บอก ถาม​พวก​ผู้ใหญ่ แล้ว​พวก​เขา​จะ​เล่า​ให้​ฟัง
8Toen de Allerhoogste aan de volken hun erfdeel gaf, En de kinderen der mensen scheidde, Toen stelde Hij de grenzen der volken vast, Naar het aantal der zonen Gods;
8เมื่อ​องค์​ผู้​สูง​สุด​ประทาน​มรดก​แก่​ชนชาติ​ต่าง ๆ เมื่อ​พระองค์​ทรง​แยก​ลูกหลาน​มนุษย์​ออก​จาก​กัน พระองค์​ทรง​กำหนด​เขตแดน​ของ​ชนชาติ ตาม​จำนวน​ลูกหลาน​อิสราเอล
9Maar het deel van Jahweh was zijn volk, Jakob was zijn erfdeel,
9เพราะ​ส่วน​ของ​พระยาห์เวห์​คือ​ประชากร​ของ​พระองค์ ยาโคบ​คือ​ส่วน​มรดก​ที่​พระองค์​ได้​รับ
10Hij vond hem in een woestenij In de eenzaamheid, bij het huilen der steppe. Hij heeft hem met zorgen omringd, en vertroeteld, Als de appel van zijn oog hem bewaard;
10พระองค์​ทรง​พบ​เขา​ใน​แผ่นดิน​กันดาร ใน​ถิ่น​ร้าง​ที่​มี​เสียง​โหยหวน พระองค์​ทรง​โอบ​ล้อม​เขา ทรง​ดูแล​เขา ทรง​รักษา​เขา​ดั่ง​แก้วตา​ดวงใจ
11Als een adelaar, die zijn nest wil lokken, En boven zijn jongen blijft zweven, Zijn vleugels spreidt, en ze opneemt, Ze draagt op zijn wieken.
11ดั่ง​นก​อินทรี​กวน​รัง​ของ​มัน โผ​บิน​อยู่​เหนือ​ลูก​อ่อน พระองค์​ทรง​กาง​ปีก รับ​พวก​เขา​ขึ้น​มา และ​แบก​ไว้​บน​ขน​ปีก
12Alleen Jahweh heeft hem geleid, Geen vreemde god stond hem bij!
12พระยาห์เวห์​เพียง​พระองค์​เดียว​ทรง​นำ​เขา ไม่มี​พระ​ต่าง​ด้าว​องค์​ใด​อยู่​กับ​เขา
13Hij liet hem de toppen der aarde bestijgen, De vruchten eten van het veld, Hem honing zuigen uit een rots, En olie uit een harde steen.
13พระองค์​ทรง​ให้​เขา​ขี่​บน​ที่​สูง​ของ​แผ่นดิน เขา​ได้​กิน​ผลผลิต​จาก​ท้อง​ทุ่ง พระองค์​ทรง​ให้​เขา​ดูด​น้ำผึ้ง​จาก​ศิลา และ​น้ำมัน​จาก​หินเหล็กไฟ
14Van de room der runderen en de melk der schapen, Van het vet van lammeren en rammen, Van de stieren van Basjan, van de bokken En van het vette merg van graan, Van het druivenbloed, van de wijn, die ge dronkt, Zijt gij vet geworden, dik en gemest.
14เนย​จาก​ฝูง​วัว น้ำนม​จาก​ฝูง​แกะ พร้อม​ไขมัน​ลูก​แกะ แกะ​ผู้​พันธุ์​บาชาน​และ​แพะ พร้อม​ข้าว​สาลี​ชั้น​เลิศ เจ้า​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​จาก​เลือด​ของ​องุ่น
15Toen Jakob gegeten had, verzadigd was, Jesjoeroen vet was geworden, sloeg hij achteruit, En verwierp hij zijn God, die hem had geschapen; Versmaadde hij de Rots van zijn heil.
15แต่​เยชูรุน​อ้วนพี​แล้ว​เตะ​ถีบ​อย่าง​พยศ เจ้า​อ้วน​ขึ้น ตัว​หนา​ขึ้น ผิวพรรณ​เปล่งปลั่ง แล้ว​เขา​ก็​ทอดทิ้ง​พระเจ้า​ผู้ทรง​สร้าง​เขา และ​ดูหมิ่น​ศิลา​แห่ง​ความ​รอด​ของ​ตน
16Zij prikkelden Hem met vreemde goden, Met hun gruwelen tartten zij Hem.
16พวก​เขา​ทำให้​พระองค์​หึง​หวง​ด้วย​พระ​ต่าง​ด้าว ยั่ว​พระองค์​ให้​กริ้ว​ด้วย​สิ่ง​น่า​สะอิดสะเอียน
17Zij offerden aan duivels, aan goden van niets, Goden, die zij nooit hadden gekend: Nieuwelingen, eerst onlangs gekomen, Voor wie uw vaderen nooit hadden gevreesd.
17พวก​เขา​ถวาย​เครื่องบูชา​แก่​พวก​ปีศาจ ไม่ใช่​แด่​พระเจ้า แก่​เทพเจ้า​ที่​พวก​เขา​ไม่​เคย​รู้จัก เทพเจ้า​ใหม่​ที่​เพิ่ง​เกิด​ขึ้น​ไม่​นาน ซึ่ง​บรรพบุรุษ​ไม่​เคย​หวาดเกรง
18Maar de Rots, die u verwekte, hebt ge vergeten, Vergeten den God, die u baarde!
18เจ้า​ไม่​ใส่ใจ​ศิลา​ผู้​ให้​กำเนิด​เจ้า และ​ลืม​พระเจ้า​ผู้ทรง​ให้​กำเนิด​เจ้า
19God zag het, en verwierp Uit gramschap zijn zonen en dochters.
19พระยาห์เวห์​ทรง​เห็น​แล้ว​ทรง​รังเกียจ เพราะ​ลูกชาย​ลูกสาว​ของ​พระองค์​ยั่ว​พระองค์
20Hij sprak: Ik zal voor hen mijn aanschijn verbergen, En wil zien, wat hun einde zal zijn; Want zij zijn een bedorven geslacht, Trouweloze kinderen!
20พระองค์​ตรัส​ว่า “เรา​จะ​ซ่อน​หน้า​จาก​พวก​เขา แล้ว​ดู​ว่า​ปลายทาง​ของ​พวก​เขา​จะ​เป็น​อย่างไร เพราะ​พวก​เขา​เป็น​คน​รุ่น​คดเคี้ยว​ยิ่งนัก เป็น​ลูก​ที่​ไม่มี​ความ​สัตย์​ซื่อ
21Zij hebben Mij geprikkeld door een god van niets, Mij door hun ijdelheden getart. Maar Ik zal hen prikkelen door een volk van niets, Hen tarten door een ijdel volk;
21พวก​เขา​ทำให้​เรา​หึง​หวง​ด้วย​สิ่ง​ที่​ไม่ใช่​พระเจ้า ยั่ว​เรา​ให้​กริ้ว​ด้วย​สิ่ง​ไร้​ค่า เรา​จะ​ทำให้​พวก​เขา​หึง​หวง​ด้วย​ชน​ที่​ไม่​เป็น​ชนชาติ จะ​ยั่ว​พวก​เขา​ให้​กริ้ว​ด้วย​ชนชาติ​ไร้​ปัญญา
22Want een vuur is ontvlamd in mijn woede, Dat tot het diepst van het dodenrijk brandt! Het zal de aarde met haar gewassen verteren, De grondvesten der bergen verzengen.
22เพราะ​ไฟ​ลุก​ขึ้น​จาก​ความ​กริ้ว​ของ​เรา มัน​เผา​ผลาญ​ลงไป​ถึง​แดน​คน​ตาย​เบื้อง​ล่าง​สุด เผา​แผ่นดิน​และ​ผลผลิต​ของ​มัน จุด​ไฟ​เผา​รากฐาน​ของ​ภูเขา
23Ik zal hen overstelpen met rampen, Mijn pijlen verschieten tegen hen;
23“เรา​จะ​กอง​ความ​ชั่ว​ร้าย​ทับ​พวก​เขา จะ​ใช้​ลูก​ธนู​ของ​เรา​กับ​พวก​เขา​จน​หมด
24Zij zullen uitgeput worden door honger, Verteerd door koorts en giftige pest. Tanden van wilde beesten laat Ik tegen hen los, Met venijn van serpenten in het stof;
24พวก​เขา​จะ​ผ่ายผอม​เพราะ​ความ​หิว ถูก​เผา​ผลาญ​ด้วย​ความ​ร้อน​แรง และ​ภัย​พิบัติ​อัน​ขม​ขื่น เรา​จะ​ให้​เขี้ยว​สัตว์​ร้าย​กัด​กิน​พวก​เขา พร้อม​พิษ​งู​ที่​เลื้อย​อยู่​ใน​ฝุ่น
25Buiten moordt het zwaard hen uit, De schrik binnenshuis: Jongemannen als maagden Zuigelingen met grijsaards.
25ข้าง​นอก ดาบ​จะ​พราก​คน​ที่รัก​ไป ส่วน​ใน​ห้อง ความ​หวาดผวา​จะ​ครอบงำ​ทั้ง​ชาย​หนุ่ม​และ​หญิง​สาว​พรหมจารี ทั้ง​ทารก​ยัง​ดูด​นม​และ​คน​ผม​หงอก
26Ik had zeker gezegd: Ik vaag ze weg, Laat zelfs hun gedachtenis onder de mensen verdwijnen,
26เรา​เคย​คิด​ว่า ‘จะ​กระจาย​พวก​เขา​ไป​ไกล จะ​ทำให้​ความ​ทรง​จำ​ถึง​พวก​เขา​สูญสิ้น​จาก​หมู่​มนุษย์’
27Zo Ik de hoon van den vijand niet vreesde, Hun tegenstanders het niet verkeerd zouden verstaan, En zouden zeggen: Het was onze machtige hand, Niet Jahweh heeft dit alles gedaan!
27หาก​เรา​ไม่​เกรง​การ​ยั่วยุ​จาก​ศัตรู เกรง​ว่า​ฝ่าย​ตรง​ข้าม​จะ​เข้าใจ​ผิด เกรง​ว่า​พวก​เขา​จะ​พูด​ว่า ‘มือ​ของ​เรา​ยิ่งใหญ่ พระยาห์เวห์​ไม่​ได้​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เลย’”
28Want ze zijn een volk, dat het begrip heeft verloren, En zonder verstand;
28เพราะ​พวก​เขา​เป็น​ชนชาติ​ที่​ไม่​รู้จัก​คิด​อ่าน ไม่มี​ความ​เข้าใจ​อยู่​ใน​พวก​เขา
29Waren ze wijs, ze zouden het hebben begrepen, En hun krijgsgeluk hebben verstaan.
29โอ้ ถ้า​พวก​เขา​มี​ปัญญา​และ​เข้าใจ​เรื่อง​นี้ ถ้า​พวก​เขา​คิด​ถึง​บั้นปลาย​ของ​ตน!
30Hoe toch zou één er duizend hebben vervolgd, En twee er tienduizend op de vlucht kunnen jagen, Zo hun Rots ze niet had prijsgegeven? En Jahweh ze niet had overgeleverd?
30คน​เดียว​จะ​ไล่​พัน​คน​ได้​อย่างไร สอง​คน​จะ​ทำให้​หมื่น​คน​หนี​ได้​อย่างไร ถ้า​ศิลา​ของ​พวก​เขา​ไม่​ได้​ขาย​พวก​เขา​เสีย และ​พระยาห์เวห์​ไม่​ได้​มอบ​พวก​เขา​ไว้?
31Want niet als onze Rots is de hunne: Dat erkennen onze vijanden zelf!
31เพราะ​ศิลา​ของ​พวก​เขา​ไม่​เหมือน​ศิลา​ของ​เรา แม้​ศัตรู​ของ​เรา​ยัง​ยอมรับ​เช่น​นั้น
32Neen, van Sodoma’s wijnstok stammen hun ranken, En van Gomorra’s wingerd: Hun druiven zijn giftige bessen, Hun trossen vol bitterheid.
32เพราะ​เถา​องุ่น​ของ​พวก​เขา​มา​จาก​เถา​แห่ง​โสโดม จาก​ไร่​ของ​โกโมราห์ องุ่น​ของ​พวก​เขา​เป็น​องุ่น​พิษ พวง​องุ่น​ขม​ขื่น
33Drakengif is hun wijn, Dodelijk addervenijn.
33เหล้า​องุ่น​ของ​พวก​เขา​คือ​พิษ​งู คือ​พิษ​ร้าย​ของ​งู​เห่า
34Ligt dat niet bij Mij bewaard In mijn schatkamers verzegeld
34“สิ่ง​นี้​ไม่​ได้​เก็บ​ไว้​กับ​เรา​หรือ ไม่​ได้​ผนึก​ไว้​ใน​คลัง​ของ​เรา​หรือ?
35Voor de dag van wraak en vergelding, Voor de tijd, dat hun voeten wankelen? Want nabij is de dag van hun ondergang, Wat hun bereid is, snelt toe!
35การ​แก้​แค้น​และ​การ​ตอบแทน​เป็น​ของ​เรา เมื่อ​เท้า​ของ​พวก​เขา​ลื่น​ไถล เพราะ​วัน​แห่ง​หายนะ​ของ​พวก​เขา​ใกล้​เข้า​มา หายนะ​ของ​พวก​เขา​กำลัง​โถม​เข้า​มา”
36Want Jahweh schaft recht aan zijn volk En ontfermt zich over zijn dienaars, Wanneer Hij ziet dat hun kracht is geweken, En er geen slaaf en geen vrije meer is.
36เพราะ​พระยาห์เวห์​จะ​ทรง​พิพากษา​ประชากร​ของ​พระองค์ และ​ทรง​สงสาร​ผู้​รับใช้​ของ​พระองค์ เมื่อ​ทรง​เห็น​ว่า​กำลัง​ของ​พวก​เขา​หมด​สิ้น ไม่มี​ใคร​เหลือ ไม่​ว่า​ถูก​กัก​ไว้​หรือ​เป็น​อิสระ
37Dan zal Hij zeggen: Waar zijn nu hun goden, De rots, tot wie zij hun toevlucht namen:
37พระองค์​จะ​ตรัส​ว่า “ไหน​เล่า​เทพเจ้า​ของ​พวก​เขา ศิลา​ที่​พวก​เขา​ใช้​เป็น​ที่​ลี้ภัย
38Die het vet van hun slachtoffers aten, En de wijn van hun plengoffers dronken? Laat hen opstaan en u helpen, Een schutse voor u zijn!
38ผู้​กิน​ไขมัน​จาก​เครื่องบูชา​ของ​พวก​เขา และ​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​จาก​เครื่อง​ดื่ม​บูชา? ให้​เทพ​เหล่า​นั้น​ลุก​ขึ้น​มา​ช่วย​พวกคุณ​สิ! ให้​พวก​มัน​เป็น​ที่​คุ้ม​ภัย​ของ​พวกคุณ​สิ!
39Ziet nu, dat Ik, Ik het ben, En dat er geen God naast Mij is: Ik dood en maak levend, verbrijzel en heel! En er is niemand, die redt uit mijn hand!
39“จง​ดูเถิด บัดนี้ เรา​นี่แหละ​คือ​ผู้​นั้น ไม่มี​พระเจ้า​อื่น​อยู่​กับ​เรา เรา​ฆ่า และ​เรา​ทำให้​มี​ชีวิต เรา​ทำให้​บาดเจ็บ และ​เรา​รักษา ไม่มี​ใคร​ช่วย​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​เรา​ได้
40Waarachtig, Ik hef mijn hand naar de hemel, En zeg: Zowaar Ik eeuwig leef!
40เพราะ​เรา​ยก​มือ​ขึ้น​สู่​ฟ้าสวรรค์​และ​ประกาศ​ว่า ‘เรา​มี​ชีวิต​อยู่​เป็น​นิตย์’
41Wanneer Ik mijn bliksemend zwaard heb gewet, En mijn hand naar het strafgericht grijpt, Zal Ik mij wreken op mijn vijand, En die Mij haten, doen boeten.
41หาก​เรา​ลับ​ดาบ​แวววาว​ให้​คม และ​มือ​ของ​เรา​จับ​ดาบ​เพื่อ​พิพากษา เรา​จะ​แก้​แค้น​ศัตรู​ของ​เรา และ​ตอบแทน​ผู้​ที่​เกลียด​เรา
42Dan maak Ik mijn pijlen dronken van bloed, En mijn zwaard zal vlees verslinden: Van het bloed der verslagenen en gevangenen, Van het hoofd der vijandelijke vorsten.
42เรา​จะ​ทำให้​ลูก​ธนู​เมามาย​ด้วย​เลือด ดาบ​ของ​เรา​จะ​กิน​เนื้อ​ด้วย​เลือด​ของ​ผู้​ถูก​ฆ่า​และ​เชลย รวม​ทั้ง​ศีรษะ​ของ​ผู้นำ​ฝ่าย​ศัตรู”
43Stemt, naties, een jubelzang aan voor zijn volk, Omdat Hij het bloed van zijn dienaren wreekt, Wraak aan zijn vijanden oefent Maar het land van zijn volk vergiffenis schenkt!
43ชนชาติ​ทั้งหลาย​เอ๋ย จง​ชื่นชมยินดี​กับ​ประชากร​ของ​พระองค์ เพราะ​พระองค์​จะ​ทรง​แก้​แค้น​แทน​เลือด​ของ​ผู้​รับใช้ จะ​ทรง​แก้​แค้น​ศัตรู​ของ​พระองค์ และ​ทรง​ลบล้าง​บาป​ให้​แผ่นดิน​กับ​ประชากร​ของ​พระองค์
44Zo trad Moses met Josuë, den zoon van Noen, naar voren, en zong al de woorden van dit lied ten aanhoren van het volk.
44โมเสส​กับ​โยชูวาบุตรนูน​มา​กล่าว​ถ้อยคำ​ทั้งหมด​ของ​บทเพลง​นี้​ให้​ประชาชน​ฟัง
45En toen Moses al deze woorden ten einde toe voor heel Israël had gesproken,
45เมื่อ​โมเสส​กล่าว​ถ้อยคำ​ทั้งหมด​นี้​แก่​อิสราเอล​จน​จบ
46zeide hij hun: Neemt al de vermaningen, die ik u heden heb ingeprent, ter harte, en beveelt uw zonen, al de woorden van deze Wet nauwgezet te volbrengen.
46เขา​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “จง​ใส่ใจ​ถ้อยคำ​ทั้งหมด​ที่​ผม​ใช้​เป็น​พยาน​เตือน​พวกคุณ​ใน​วัน​นี้ พวกคุณ​ต้อง​สั่ง​ลูกหลาน​ให้​ระมัดระวัง​ทำ​ตาม​ถ้อยคำ​ทั้งหมด​ของ​ธรรมบัญญัติ​นี้
47Want het is geen ijdel woord voor u, maar het betekent uw leven; slechts door dit woord zult ge lang in het land kunnen wonen, dat ge aan de overkant van de Jordaan in bezit gaat nemen.
47เพราะ​ถ้อยคำ​นี้​ไม่ใช่​เรื่อง​ไร้​สาระ​สำหรับ​พวกคุณ แต่​คือ​ชีวิต​ของ​พวกคุณ และ​ด้วย​ถ้อยคำ​นี้​พวกคุณ​จะ​มีอายุ​ยืน​ใน​แผ่นดิน​ที่​กำลัง​ข้าม​แม่น้ำจอร์แดน​ไป​ครอบครอง”
48Nog op diezelfde dag sprak Jahweh tot Moses:
48วัน​เดียวกัน​นั้น​พระยาห์เวห์​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
49Bestijg hier het gebergte Abarim, de berg Nebo in het land Moab en tegenover Jericho, en werp een blik over het land Kanaän, dat Ik aan de kinderen Israëls in eigendom ga geven.
49“จง​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​อาบาริม​นี้ คือ​ภูเขา​เนโบ ซึ่ง​อยู่​ใน​แผ่นดิน​โมอับ​ตรง​ข้าม​เมือง​เยรีโค และ​มอง​ดู​แผ่นดิน​คานาอัน​ซึ่ง​เรา​ประทาน​แก่​ลูกหลาน​อิสราเอล​ให้​ครอบครอง
50Dan zult ge op de berg, die ge bestijgt, sterven en verzameld worden bij uw volk, zoals uw broeder Aäron op de berg Hor is gestorven en bij zijn volk is verzameld.
50เจ้า​จะ​ตาย​บน​ภูเขา​ที่​เจ้า​ขึ้น​ไป และ​ถูก​รวม​ไว้​กับ​ประชากร​ของ​เจ้า เหมือน​อาโรน​พี่ชาย​ของ​เจ้า​ตาย​บน​ภูเขา​โฮร์​และ​ถูก​รวม​ไว้​กับ​ประชากร​ของ​เขา
51Want gij beiden zijt Mij ontrouw geweest te midden van Israëls kinderen bij het water van Meribat-Kadesj in de woestijn van Sin, en hebt Mij niet als heilig behandeld te midden van Israëls kinderen.
51เพราะ​พวก​เจ้า​ได้​ทำ​ผิด​ต่อ​เรา​ท่ามกลาง​ลูกหลาน​อิสราเอล ที่​น้ำ​เมรีบาห์​แห่ง​คา​เดช ใน​ถิ่นทุรกันดาร​ศิน เพราะ​พวก​เจ้า​ไม่​ได้​แสดง​ให้​ลูกหลาน​อิสราเอล​เห็น​ว่า​เรา​บริสุทธิ์
52Gij zult het land, dat Ik aan Israëls kinderen zal geven, voor u zien liggen, maar het niet binnengaan.
52เจ้า​จะ​มอง​เห็น​แผ่นดิน​นั้น​ได้​จาก​ระยะ​ไกล แต่​จะ​ไม่​ได้​เข้าไป​ใน​แผ่นดิน​ที่​เรา​ประทาน​แก่​ลูกหลาน​อิสราเอล”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.