إِنْجِيلُ مَتَّى 13
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ خَرَجَ يَسُوعُ مِنَ ٱلْبَيْتِ وَجَلَسَ عِنْدَ ٱلْبَحْرِ،
1ในวันนั้น พระเยซูออกจากบ้านไปนั่งริมทะเล
2فَٱجْتَمَعَ إِلَيْهِ جُمُوعٌ كَثِيرَةٌ، حَتَّى إِنَّهُ دَخَلَ ٱلسَّفِينَةَ وَجَلَسَ. وَٱلْجَمْعُ كُلُّهُ وَقَفَ عَلَى ٱلشَّاطِئِ.
2ฝูงชนจำนวนมากมารวมกันรอบพระองค์ จนพระองค์ลงเรือและนั่งลง ส่วนฝูงชนทั้งหมดยืนอยู่บนชายฝั่ง
3فَكَلَّمَهُمْ كَثِيرًا بِأَمْثَالٍ قَائِلًا: «هُوَذَا ٱلزَّارِعُ قَدْ خَرَجَ لِيَزْرَعَ،
3พระองค์กล่าวหลายเรื่องแก่พวกเขาเป็นอุปมา โดยกล่าวว่า “มีชาวไร่คนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ด
4وَفِيمَا هُوَ يَزْرَعُ سَقَطَ بَعْضٌ عَلَى ٱلطَّرِيقِ، فَجَاءَتِ ٱلطُّيُورُ وَأَكَلَتْهُ.
4ขณะที่เขาหว่าน เมล็ดบางส่วนตกข้างทาง แล้วนกก็มากินจนหมด
5وَسَقَطَ آخَرُ عَلَى ٱلْأَمَاكِنِ ٱلْمُحْجِرَةِ، حَيْثُ لَمْ تَكُنْ لَهُ تُرْبَةٌ كَثِيرَةٌ، فَنَبَتَ حَالًا إِذْ لَمْ يَكُنْ لَهُ عُمْقُ أَرْضٍ.
5เมล็ดบางส่วนตกบนพื้นหิน ซึ่งมีดินไม่มาก และงอกขึ้นทันที เพราะดินไม่ลึก
6وَلَكِنْ لَمَّا أَشْرَقَتِ ٱلشَّمْسُ ٱحْتَرَقَ، وَإِذْ لَمْ يَكُنْ لَهُ أَصْلٌ جَفَّ.
6เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ต้นเหล่านั้นก็ถูกแดดเผา และเพราะไม่มีราก จึงเหี่ยวแห้ง
7وَسَقَطَ آخَرُ عَلَى ٱلشَّوْكِ، فَطَلَعَ ٱلشَّوْكُ وَخَنَقَهُ.
7เมล็ดบางส่วนตกท่ามกลางต้นหนาม ต้นหนามก็โตขึ้นมารัดมันไว้
8وَسَقَطَ آخَرُ عَلَى ٱلْأَرْضِ ٱلْجَيِّدَةِ فَأَعْطَى ثَمَرًا، بَعْضٌ مِئَةً وَآخَرُ سِتِّينَ وَآخَرُ ثَلَاثِينَ.
8เมล็ดบางส่วนตกในดินดี และเกิดผล บ้างหนึ่งร้อยเท่า บ้างหกสิบเท่า และบ้างสามสิบเท่า
9مَنْ لَهُ أُذُنَانِ لِلسَّمْعِ، فَلْيَسْمَعْ».
9ใครมีหูจะฟัง ก็จงฟัง”
10فَتَقَدَّمَ ٱلتَّلَامِيذُ وَقَالُوا لَهُ: «لِمَاذَا تُكَلِّمُهُمْ بِأَمْثَالٍ؟».
10สาวกมาหาพระองค์ และถามว่า “ทำไมท่านจึงพูดกับพวกเขาเป็นอุปมา?”
11فَأَجَابَ وَقَالَ لَهُمْ: «لِأَنَّهُ قَدْ أُعْطِيَ لَكُمْ أَنْ تَعْرِفُوا أَسْرَارَ مَلَكُوتِ ٱلسَّمَاوَاتِ، وَأَمَّا لِأُولَئِكَ فَلَمْ يُعْطَ.
11พระองค์ตอบพวกเขาว่า “พวกคุณได้รับความรู้เรื่องความลับของอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่พวกเขาไม่ได้รับ
12فَإِنَّ مَنْ لَهُ سَيُعْطَى وَيُزَادُ، وَأَمَّا مَنْ لَيْسَ لَهُ فَٱلَّذِي عِنْدَهُ سَيُؤْخَذُ مِنْهُ.
12เพราะผู้ที่มีอยู่แล้ว จะได้รับเพิ่มอีก และจะมีอย่างอุดมสมบูรณ์ แต่ผู้ที่ไม่มี แม้แต่สิ่งที่เขามีอยู่ก็จะถูกเอาไปจากเขา
13مِنْ أَجْلِ هَذَا أُكَلِّمُهُمْ بِأَمْثَالٍ، لِأَنَّهُمْ مُبْصِرِينَ لَا يُبْصِرُونَ، وَسَامِعِينَ لَا يَسْمَعُونَ وَلَا يَفْهَمُونَ.
13เพราะเหตุนี้ เราจึงพูดกับพวกเขาเป็นอุปมา เพราะเมื่อมอง พวกเขาก็ไม่เห็น เมื่อฟัง ก็ไม่ได้ยิน และไม่เข้าใจ
14فَقَدْ تَمَّتْ فِيهِمْ نُبُوَّةُ إِشَعْيَاءَ ٱلْقَائِلَةُ: تَسْمَعُونَ سَمْعًا وَلَا تَفْهَمُونَ، وَمُبْصِرِينَ تُبْصِرُونَ وَلَا تَنْظُرُونَ.
14คำพยากรณ์ของอิสยาห์จึงสำเร็จในตัวพวกเขา ซึ่งกล่าวว่า ‘พวกเจ้าจะฟังแล้วฟังอีก แต่จะไม่เข้าใจเลย พวกเจ้าจะมองแล้วมองอีก แต่จะไม่รับรู้เลย
15لِأَنَّ قَلْبَ هَذَا ٱلشَّعْبِ قَدْ غَلُظَ، وَآذَانَهُمْ قَدْ ثَقُلَ سَمَاعُهَا. وَغَمَّضُوا عُيُونَهُمْ، لِئَلَّا يُبْصِرُوا بِعُيُونِهِمْ، وَيَسْمَعُوا بِآذَانِهِمْ، وَيَفْهَمُوا بِقُلُوبِهِمْ، وَيَرْجِعُوا فَأَشْفِيَهُمْ.
15เพราะใจของประชาชนนี้ด้านชา หูของพวกเขาก็ได้ยินไม่ชัด และพวกเขาปิดตาของตน มิฉะนั้น พวกเขาอาจมองเห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู เข้าใจด้วยใจ และหันกลับ แล้วเราจะรักษาพวกเขา’
16وَلَكِنْ طُوبَى لِعُيُونِكُمْ لِأَنَّهَا تُبْصِرُ، وَلِآذَانِكُمْ لِأَنَّهَا تَسْمَعُ.
16“แต่ตาของพวกคุณย่อมเป็นสุข เพราะมองเห็น และหูของพวกคุณ เพราะได้ยิน
17فَإِنِّي ٱلْحَقَّ أَقُولُ لَكُمْ: إِنَّ أَنْبِيَاءَ وَأَبْرَارًا كَثِيرِينَ ٱشْتَهَوْا أَنْ يَرَوْا مَا أَنْتُمْ تَرَوْنَ وَلَمْ يَرَوْا، وَأَنْ يَسْمَعُوا مَا أَنْتُمْ تَسْمَعُونَ وَلَمْ يَسْمَعُوا.
17เราบอกความจริงแก่พวกคุณว่า ผู้เผยพระวจนะและคนชอบธรรมจำนวนมากปรารถนาจะเห็นสิ่งที่พวกคุณเห็น แต่ไม่ได้เห็น และปรารถนาจะได้ยินสิ่งที่พวกคุณได้ยิน แต่ไม่ได้ยิน
18«فَٱسْمَعُوا أَنْتُمْ مَثَلَ ٱلزَّارِعِ:
18“เพราะฉะนั้น จงฟังอุปมาเรื่องชาวไร่
19كُلُّ مَنْ يَسْمَعُ كَلِمَةَ ٱلْمَلَكُوتِ وَلَا يَفْهَمُ، فَيَأْتِي ٱلشِّرِّيرُ وَيَخْطَفُ مَا قَدْ زُرِعَ فِي قَلْبِهِ. هَذَا هُوَ ٱلْمَزْرُوعُ عَلَى ٱلطَّرِيقِ.
19เมื่อใครได้ยินพระวจนะเรื่องอาณาจักร แต่ไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาฉกเอาสิ่งที่หว่านไว้ในใจของเขาไป นี่คือสิ่งที่หว่านไว้ข้างทาง
20وَٱلْمَزْرُوعُ عَلَى ٱلْأَمَاكِنِ ٱلْمُحْجِرَةِ هُوَ ٱلَّذِي يَسْمَعُ ٱلْكَلِمَةَ، وَحَالًا يَقْبَلُهَا بِفَرَحٍ،
20สิ่งที่หว่านบนพื้นหิน คือผู้ที่ได้ยินพระวจนะ และรับไว้ด้วยความยินดีทันที
21وَلَكِنْ لَيْسَ لَهُ أَصْلٌ فِي ذَاتِهِ، بَلْ هُوَ إِلَى حِينٍ. فَإِذَا حَدَثَ ضِيقٌ أَوِ ٱضْطِهَادٌ مِنْ أَجْلِ ٱلْكَلِمَةِ فَحَالًا يَعْثُرُ.
21แต่เขาไม่มีรากในตัวเอง จึงอยู่ได้เพียงชั่วคราว เมื่อเกิดการกดขี่หรือการข่มเหงเพราะพระวจนะ เขาก็สะดุดทันที
22وَٱلْمَزْرُوعُ بَيْنَ ٱلشَّوْكِ هُوَ ٱلَّذِي يَسْمَعُ ٱلْكَلِمَةَ، وَهَمُّ هَذَا ٱلْعَالَمِ وَغُرُورُ ٱلْغِنَى يَخْنُقَانِ ٱلْكَلِمَةَ فَيَصِيرُ بِلَا ثَمَرٍ.
22สิ่งที่หว่านท่ามกลางต้นหนาม คือผู้ที่ได้ยินพระวจนะ แต่ความกังวลของยุคนี้และความหลอกลวงของทรัพย์สมบัติรัดพระวจนะไว้ จนเขาไม่เกิดผล
23وَأَمَّا ٱلْمَزْرُوعُ عَلَى ٱلْأَرْضِ ٱلْجَيِّدَةِ فَهُوَ ٱلَّذِي يَسْمَعُ ٱلْكَلِمَةَ وَيَفْهَمُ. وَهُوَ ٱلَّذِي يَأْتِي بِثَمَرٍ، فَيَصْنَعُ بَعْضٌ مِئَةً وَآخَرُ سِتِّينَ وَآخَرُ ثَلَاثِينَ».
23สิ่งที่หว่านในดินดี คือผู้ที่ได้ยินพระวจนะและเข้าใจ ผู้นั้นย่อมเกิดผลจริง ๆ บ้างหนึ่งร้อยเท่า บ้างหกสิบเท่า และบ้างสามสิบเท่า”
24قَدَّمَ لَهُمْ مَثَلًا آخَرَ قَائِلًا: «يُشْبِهُ مَلَكُوتُ ٱلسَّمَاوَاتِ إِنْسَانًا زَرَعَ زَرْعًا جَيِّدًا فِي حَقْلِهِ.
24พระองค์ยกอุปมาอีกเรื่องหนึ่งให้พวกเขา โดยกล่าวว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งที่หว่านเมล็ดพันธุ์ดีในนาของตน
25وَفِيمَا ٱلنَّاسُ نِيَامٌ جَاءَ عَدُوُّهُ وَزَرَعَ زَوَانًا فِي وَسْطِ ٱلْحِنْطَةِ وَمَضَى.
25แต่ขณะที่ผู้คนหลับอยู่ ศัตรูของเขามาหว่านหญ้าดาร์เนล ปะปนในข้าวสาลี แล้วจากไป
26فَلَمَّا طَلَعَ ٱلنَّبَاتُ وَصَنَعَ ثَمَرًا، حِينَئِذٍ ظَهَرَ ٱلزَّوَانُ أَيْضًا.
26เมื่อต้นอ่อนงอกขึ้นและออกรวง หญ้าดาร์เนลก็ปรากฏให้เห็นด้วย
27فَجَاءَ عَبِيدُ رَبِّ ٱلْبَيْتِ وَقَالُوا لَهُ: يَا سَيِّدُ، أَلَيْسَ زَرْعًا جَيِّدًا زَرَعْتَ فِي حَقْلِكَ؟ فَمِنْ أَيْنَ لَهُ زَوَانٌ؟.
27คนรับใช้ของเจ้าของบ้านมาหาและพูดว่า ‘ท่านหว่านเมล็ดพันธุ์ดีในนาของท่านไม่ใช่หรือ? แล้วหญ้าดาร์เนลมาจากไหน?’
28فَقَالَ لَهُمْ: إِنْسَانٌ عَدُوٌّ فَعَلَ هَذَا. فَقَالَ لَهُ ٱلْعَبِيدُ: أَتُرِيدُ أَنْ نَذْهَبَ وَنَجْمَعَهُ؟
28“เขาตอบว่า ‘ศัตรูเป็นคนทำ’ “คนรับใช้ถามเขาว่า ‘ท่านต้องการให้พวกเราไปถอนมันขึ้นมาไหม?’
29فَقَالَ: لَا! لِئَلَّا تَقْلَعُوا ٱلْحِنْطَةَ مَعَ ٱلزَّوَانِ وَأَنْتُمْ تَجْمَعُونَهُ.
29“แต่เขาตอบว่า ‘อย่าเลย เกรงว่าเมื่อพวกเจ้าถอนหญ้าดาร์เนล จะถอนข้าวสาลีติดขึ้นมาด้วย
30دَعُوهُمَا يَنْمِيَانِ كِلَاهُمَا مَعًا إِلَى ٱلْحَصَادِ، وَفِي وَقْتِ ٱلْحَصَادِ أَقُولُ لِلْحَصَّادِينَ: ٱجْمَعُوا أَوَّلًا ٱلزَّوَانَ وَٱحْزِمُوهُ حُزَمًا لِيُحْرَقَ، وَأَمَّا ٱلْحِنْطَةَ فَٱجْمَعُوهَا إِلَى مَخْزَنِي».
30ปล่อยให้ทั้งสองอย่างเติบโตไปด้วยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว เราจะบอกคนเกี่ยวว่า “จงรวบรวมหญ้าดาร์เนลก่อน มัดเป็นฟ่อนเพื่อเผา ส่วนข้าวสาลีให้เก็บเข้ายุ้งของเรา”’”
31قَدَّمَ لَهُمْ مَثَلًا آخَرَ قَائِلًا: «يُشْبِهُ مَلَكُوتُ ٱلسَّمَاوَاتِ حَبَّةَ خَرْدَلٍ أَخَذَهَا إِنْسَانٌ وَزَرَعَهَا فِي حَقْلِهِ،
31พระองค์ยกอุปมาอีกเรื่องหนึ่งให้พวกเขา โดยกล่าวว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ด ซึ่งชายคนหนึ่งเอาไปหว่านในนาของตน
32وَهِيَ أَصْغَرُ جَمِيعِ ٱلْبُزُورِ. وَلَكِنْ مَتَى نَمَتْ فَهِيَ أَكْبَرُ ٱلْبُقُولِ، وَتَصِيرُ شَجَرَةً، حَتَّى إِنَّ طُيُورَ ٱلسَّمَاءِ تَأْتِي وَتَتَآوَى فِي أَغْصَانِهَا».
32เมล็ดนั้นเล็กกว่าเมล็ดทั้งปวงจริง ๆ แต่เมื่อโตขึ้น ก็ใหญ่กว่าพืชผักทั้งปวง และกลายเป็นต้นไม้ จนนกบนฟ้ามาอาศัยอยู่ตามกิ่งของมัน”
33قَالَ لَهُمْ مَثَلًا آخَرَ: «يُشْبِهُ مَلَكُوتُ ٱلسَّمَاوَاتِ خَمِيرَةً أَخَذَتْهَا ٱمْرَأَةٌ وَخَبَّأَتْهَا فِي ثَلَاثَةِ أَكْيَالِ دَقِيقٍ حَتَّى ٱخْتَمَرَ ٱلْجَمِيعُ».
33พระองค์กล่าวอุปมาอีกเรื่องหนึ่งแก่พวกเขา “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนเชื้อแป้ง ซึ่งหญิงคนหนึ่งเอาไปซ่อนไว้ในแป้งสามหน่วยตวง จนแป้งทั้งหมดฟูขึ้น”
34هَذَا كُلُّهُ كَلَّمَ بِهِ يَسُوعُ ٱلْجُمُوعَ بِأَمْثَالٍ، وَبِدُونِ مَثَلٍ لَمْ يَكُنْ يُكَلِّمُهُمْ،
34พระเยซูกล่าวสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดแก่ฝูงชนเป็นอุปมา และพระองค์ไม่ได้กล่าวอะไรแก่พวกเขาโดยไม่ใช้อุปมา
35لِكَيْ يَتِمَّ مَا قِيلَ بِٱلنَّبِيِّ ٱلْقَائِلِ: «سَأَفْتَحُ بِأَمْثَالٍ فَمِي، وَأَنْطِقُ بِمَكْتُومَاتٍ مُنْذُ تَأْسِيسِ ٱلْعَالَمِ».
35เพื่อให้สิ่งที่กล่าวผ่านผู้เผยพระวจนะสำเร็จ ซึ่งว่า “เราจะเปิดปากกล่าวเป็นอุปมา เราจะกล่าวสิ่งที่ซ่อนอยู่ตั้งแต่การวางรากฐานของโลก”
36حِينَئِذٍ صَرَفَ يَسُوعُ ٱلْجُمُوعَ وَجَاءَ إِلَى ٱلْبَيْتِ. فَتَقَدَّمَ إِلَيْهِ تَلَامِيذُهُ قَائِلِينَ: «فَسِّرْ لَنَا مَثَلَ زَوَانِ ٱلْحَقْلِ».
36แล้วพระเยซูให้ฝูงชนแยกย้ายไป และเข้าไปในบ้าน สาวกมาหาพระองค์และกล่าวว่า “โปรดอธิบายอุปมาเรื่องหญ้าดาร์เนลในนาให้พวกเราฟัง”
37فَأَجَابَ وَقَالَ لَهُمْ: «اَلزَّارِعُ ٱلزَّرْعَ ٱلْجَيِّدَ هُوَ ٱبْنُ ٱلْإِنْسَانِ.
37พระองค์ตอบว่า “ผู้ที่หว่านเมล็ดพันธุ์ดี คือบุตรมนุษย์
38وَٱلْحَقْلُ هُوَ ٱلْعَالَمُ. وَٱلزَّرْعُ ٱلْجَيِّدُ هُوَ بَنُو ٱلْمَلَكُوتِ. وَٱلزَّوَانُ هُوَ بَنُو ٱلشِّرِّيرِ.
38นาคือโลก เมล็ดพันธุ์ดีคือลูกของอาณาจักร ส่วนหญ้าดาร์เนลคือลูกของมารร้าย
39وَٱلْعَدُوُّ ٱلَّذِي زَرَعَهُ هُوَ إِبْلِيسُ. وَٱلْحَصَادُ هُوَ ٱنْقِضَاءُ ٱلْعَالَمِ. وَٱلْحَصَّادُونَ هُمُ ٱلْمَلَائِكَةُ.
39ศัตรูที่หว่านมันคือมาร การเก็บเกี่ยวคือวาระสิ้นยุค และคนเกี่ยวคือเหล่าทูตสวรรค์
40فَكَمَا يُجْمَعُ ٱلزَّوَانُ وَيُحْرَقُ بِٱلنَّارِ، هَكَذَا يَكُونُ فِي ٱنْقِضَاءِ هَذَا ٱلْعَالَمِ:
40เพราะฉะนั้น เช่นเดียวกับที่หญ้าดาร์เนลถูกรวบรวมและเผาด้วยไฟ เมื่อถึงวาระสิ้นยุคนี้ ก็จะเป็นเช่นนั้น
41يُرْسِلُ ٱبْنُ ٱلْإِنْسَانِ مَلَائِكَتَهُ فَيَجْمَعُونَ مِنْ مَلَكُوتِهِ جَمِيعَ ٱلْمَعَاثِرِ وَفَاعِلِي ٱلْإِثْمِ،
41บุตรมนุษย์จะส่งเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ออกไป และพวกเขาจะรวบรวมทุกสิ่งที่ทำให้สะดุด และคนที่ทำความชั่วออกจากอาณาจักรของพระองค์
42وَيَطْرَحُونَهُمْ فِي أَتُونِ ٱلنَّارِ. هُنَاكَ يَكُونُ ٱلْبُكَاءُ وَصَرِيرُ ٱلْأَسْنَانِ.
42แล้วโยนคนเหล่านั้นลงในเตาไฟ ที่นั่นจะมีการร้องไห้และขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
43حِينَئِذٍ يُضِيءُ ٱلْأَبْرَارُ كَٱلشَّمْسِ فِي مَلَكُوتِ أَبِيهِمْ. مَنْ لَهُ أُذُنَانِ لِلسَّمْعِ، فَلْيَسْمَعْ.
43เมื่อนั้น คนชอบธรรมจะส่องแสงเหมือนดวงอาทิตย์ในอาณาจักรของพระบิดาของพวกเขา ใครมีหูจะฟัง ก็จงฟัง
44«أَيْضًا يُشْبِهُ مَلَكُوتُ ٱلسَّمَاوَاتِ كَنْزًا مُخْفًى فِي حَقْلٍ، وَجَدَهُ إِنْسَانٌ فَأَخْفَاهُ. وَمِنْ فَرَحِهِ مَضَى وَبَاعَ كُلَّ مَا كَانَ لَهُ وَٱشْتَرَى ذَلِكَ ٱلْحَقْلَ.
44“อีกประการหนึ่ง อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในนา ชายคนหนึ่งพบเข้าแล้วซ่อนไว้อีก ด้วยความยินดี เขาจึงไปขายทุกสิ่งที่มี และซื้อนาผืนนั้น
45أَيْضًا يُشْبِهُ مَلَكُوتُ ٱلسَّمَاوَاتِ إِنْسَانًا تَاجِرًا يَطْلُبُ لَآلِئَ حَسَنَةً،
45“อีกประการหนึ่ง อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนพ่อค้าคนหนึ่งที่เสาะหาไข่มุกเม็ดงาม
46فَلَمَّا وَجَدَ لُؤْلُؤَةً وَاحِدَةً كَثِيرَةَ ٱلثَّمَنِ، مَضَى وَبَاعَ كُلَّ مَا كَانَ لَهُ وَٱشْتَرَاهَا.
46เมื่อพบไข่มุกล้ำค่าเม็ดหนึ่ง เขาก็ไปขายทุกสิ่งที่มี และซื้อไข่มุกนั้น
47أَيْضًا يُشْبِهُ مَلَكُوتُ ٱلسَّمَاوَاتِ شَبَكَةً مَطْرُوحَةً فِي ٱلْبَحْرِ، وَجَامِعَةً مِنْ كُلِّ نَوْعٍ.
47“อีกประการหนึ่ง อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนอวนกวาดที่ทอดลงในทะเล และจับปลาได้ทุกชนิด
48فَلَمَّا ٱمْتَلَأَتْ أَصْعَدُوهَا عَلَى ٱلشَّاطِئِ، وَجَلَسُوا وَجَمَعُوا ٱلْجِيَادَ إِلَى أَوْعِيَةٍ، وَأَمَّا ٱلْأَرْدِيَاءُ فَطَرَحُوهَا خَارِجًا.
48เมื่ออวนเต็ม ชาวประมงก็ลากขึ้นมาบนชายฝั่ง แล้วนั่งลง คัดปลาดีใส่ภาชนะ ส่วนปลาไม่ดีก็โยนทิ้ง
49هَكَذَا يَكُونُ فِي ٱنْقِضَاءِ ٱلْعَالَمِ: يَخْرُجُ ٱلْمَلَائِكَةُ وَيُفْرِزُونَ ٱلْأَشْرَارَ مِنْ بَيْنِ ٱلْأَبْرَارِ،
49เมื่อถึงวาระสิ้นโลก ก็จะเป็นเช่นนั้น เหล่าทูตสวรรค์จะมาแยกคนชั่วออกจากคนชอบธรรม
50وَيَطْرَحُونَهُمْ فِي أَتُونِ ٱلنَّارِ. هُنَاكَ يَكُونُ ٱلْبُكَاءُ وَصَرِيرُ ٱلْأَسْنَانِ».
50แล้วโยนคนชั่วลงในเตาไฟ ที่นั่นจะมีการร้องไห้และขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน”
51قَالَ لَهُمْ يَسُوعُ: «أَفَهِمْتُمْ هَذَا كُلَّهُ؟». فَقَالُوا: «نَعَمْ، يا سَيِّدُ».
51พระเยซูถามพวกเขาว่า “พวกคุณเข้าใจสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดแล้วหรือ?” พวกเขาตอบว่า “เข้าใจแล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้า”
52فَقَالَ لَهُمْ: «مِنْ أَجْلِ ذَلِكَ كُلُّ كَاتِبٍ مُتَعَلِّمٍ فِي مَلَكُوتِ ٱلسَّمَاوَاتِ يُشْبِهُ رَجُلًا رَبَّ بَيْتٍ يُخْرِجُ مِنْ كَنْزِهِ جُدُدًا وَعُتَقَاءَ».
52พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า “เพราะฉะนั้น อาลักษณ์ทุกคนที่ได้เป็นสาวกในอาณาจักรแห่งสวรรค์ ก็เปรียบเหมือนเจ้าของบ้านคนหนึ่งที่นำของใหม่และของเก่าออกมาจากคลังของตน”
53وَلَمَّا أَكْمَلَ يَسُوعُ هَذِهِ ٱلْأَمْثَالَ ٱنْتَقَلَ مِنْ هُنَاكَ.
53เมื่อพระเยซูกล่าวอุปมาเหล่านี้จบ พระองค์ก็จากที่นั่นไป
54وَلَمَّا جَاءَ إِلَى وَطَنِهِ كَانَ يُعَلِّمُهُمْ فِي مَجْمَعِهِمْ حَتَّى بُهِتُوا وَقَالُوا: «مِنْ أَيْنَ لِهَذَا هَذِهِ ٱلْحِكْمَةُ وَٱلْقُوَّاتُ؟
54เมื่อมาถึงถิ่นบ้านเกิดของพระองค์ พระองค์สอนพวกเขาในธรรมศาลา จนพวกเขาประหลาดใจและพูดว่า “คนนี้ได้ปัญญาและการอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่เหล่านี้มาจากไหน?
55أَلَيْسَ هَذَا ٱبْنَ ٱلنَّجَّارِ؟ أَلَيْسَتْ أُمُّهُ تُدْعَى مَرْيَمَ، وَإِخْوَتُهُ يَعْقُوبَ وَيُوسِي وَسِمْعَانَ وَيَهُوذَا؟
55คนนี้ไม่ใช่ลูกของช่างไม้หรือ? มารดาของเขาชื่อมารีย์ไม่ใช่หรือ? และพี่น้องชายของเขาคือยากอบ โยเสส ซีโมน และยูดาส ไม่ใช่หรือ?
56أَوَلَيْسَتْ أَخَوَاتُهُ جَمِيعُهُنَّ عِنْدَنَا؟ فَمِنْ أَيْنَ لِهَذَا هَذِهِ كُلُّهَا؟».
56พี่น้องหญิงของเขาทุกคนก็อยู่กับพวกเราไม่ใช่หรือ? แล้วคนนี้ได้สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมาจากไหน?”
57فَكَانُوا يَعْثُرُونَ بِهِ. وَأَمَّا يَسُوعُ فَقَالَ لَهُمْ: «لَيْسَ نَبِيٌّ بِلَا كَرَامَةٍ إِلَّا فِي وَطَنِهِ وَفِي بَيْتِهِ».
57พวกเขาจึงไม่ยอมรับพระองค์ แต่พระเยซูกล่าวกับพวกเขาว่า “ผู้เผยพระวจนะย่อมได้รับเกียรติ เว้นแต่ในถิ่นของตนและในบ้านของตน”
58وَلَمْ يَصْنَعْ هُنَاكَ قُوَّاتٍ كَثِيرَةً لِعَدَمِ إِيمَانِهِمْ.
58พระองค์ไม่ได้ทำการอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ที่นั่นมากนัก เพราะความไม่เชื่อของพวกเขา
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.