มัทธิว
Chapter 13
Freedom Bible (Thai)

Read in

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Brezhoneg (Breton Gospels, 1827)Judson Burmese Bible (1840)Chamorro: Gospels, Acts and PsalmsChinese Union Version, punctuated (Simplified)Chinese Union Version, punctuated (Traditional)Coptic New TestamentCoptic New Testament (Bohairic)Kralice Bible (1613)Testamenta Marra (Dieri New Testament)Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)Asang Khongca Bible (Eastern Khumi Chin, 2019)Berean Standard BibleDouay-Rheims Bible, American Edition (1899)King James Version with ApocryphaWorld English BibleLondona Biblio (Esperanto, 1910)Louis Segond 1910Lutherbibel 1912Greek New Testament, word by word (STEPBible TAGNT)Greek New Testament: 1904 Patriarchal Text (Byzantine)Greek New Testament: Byzantine Text (Robinson–Pierpont 2018)Greek New Testament: Textus ReceptusSBL Greek New TestamentBaibala Hemolele (Hawaiian Bible, 1868 revision)Modern Hebrew BibleDiodati Bibbia 1885Freedom Bible (フリーダム・バイブル)Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Bible Mutal (Kosraean)Clementine Vulgate, 1598Baibal Olcim (Matupi Chin)Meriam Mir GospelsOld Persian Version (ترجمه قدیم)Kadede Kap (Pohnpeian New Testament and Psalms)Bíblia Portuguesa Mundial (Brazilian Portuguese)Cornilescu Bible (1924), Cyrillic scriptSynodal Translation (Синодальный перевод)Daničić–Karadžić Bible (1868), CyrillicReina-Valera 1909Biblia Takatifu (Swahili): New Testament portionsFreedom Bible (Thai)Tongan Bible, Revised West VersionKulish and Puluj Bible (1905)Vietnamese Bible (1923 translation)
vs Freedom Bible (Thai)

Compare with

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Brezhoneg (Breton Gospels, 1827)Judson Burmese Bible (1840)Chamorro: Gospels, Acts and PsalmsChinese Union Version, punctuated (Simplified)Chinese Union Version, punctuated (Traditional)Coptic New TestamentCoptic New Testament (Bohairic)Kralice Bible (1613)Testamenta Marra (Dieri New Testament)Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)Asang Khongca Bible (Eastern Khumi Chin, 2019)Berean Standard BibleDouay-Rheims Bible, American Edition (1899)King James Version with ApocryphaWorld English BibleLondona Biblio (Esperanto, 1910)Louis Segond 1910Lutherbibel 1912Greek New Testament, word by word (STEPBible TAGNT)Greek New Testament: 1904 Patriarchal Text (Byzantine)Greek New Testament: Byzantine Text (Robinson–Pierpont 2018)Greek New Testament: Textus ReceptusSBL Greek New TestamentBaibala Hemolele (Hawaiian Bible, 1868 revision)Modern Hebrew BibleDiodati Bibbia 1885Freedom Bible (フリーダム・バイブル)Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Bible Mutal (Kosraean)Clementine Vulgate, 1598Baibal Olcim (Matupi Chin)Meriam Mir GospelsOld Persian Version (ترجمه قدیم)Kadede Kap (Pohnpeian New Testament and Psalms)Bíblia Portuguesa Mundial (Brazilian Portuguese)Cornilescu Bible (1924), Cyrillic scriptSynodal Translation (Синодальный перевод)Daničić–Karadžić Bible (1868), CyrillicReina-Valera 1909Biblia Takatifu (Swahili): New Testament portionsTongan Bible, Revised West VersionKulish and Puluj Bible (1905)Vietnamese Bible (1923 translation)Stop comparing
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

มัทธิว 13

Freedom Bible (Thai)
Freedom Bible (Thai)
1ใน​วัน​นั้น พระเยซู​ออก​จาก​บ้าน​ไป​นั่ง​ริม​ทะเล
1ใน​วัน​นั้น พระเยซู​ออก​จาก​บ้าน​ไป​นั่ง​ริม​ทะเล
2ฝูงชน​จำนวน​มาก​มา​รวม​กัน​รอบ​พระองค์ จน​พระองค์​ลง​เรือ​และ​นั่ง​ลง ส่วน​ฝูงชน​ทั้งหมด​ยืน​อยู่​บน​ชายฝั่ง
2ฝูงชน​จำนวน​มาก​มา​รวม​กัน​รอบ​พระองค์ จน​พระองค์​ลง​เรือ​และ​นั่ง​ลง ส่วน​ฝูงชน​ทั้งหมด​ยืน​อยู่​บน​ชายฝั่ง
3พระองค์​กล่าว​หลาย​เรื่อง​แก่​พวกเขา​เป็น​อุปมา โดย​กล่าว​ว่า “มี​ชาวไร่​คน​หนึ่ง​ออก​ไป​หว่าน​เมล็ด
3พระองค์​กล่าว​หลาย​เรื่อง​แก่​พวกเขา​เป็น​อุปมา โดย​กล่าว​ว่า “มี​ชาวไร่​คน​หนึ่ง​ออก​ไป​หว่าน​เมล็ด
4ขณะ​ที่​เขา​หว่าน เมล็ด​บางส่วน​ตก​ข้างทาง แล้ว​นก​ก็​มา​กิน​จน​หมด
4ขณะ​ที่​เขา​หว่าน เมล็ด​บางส่วน​ตก​ข้างทาง แล้ว​นก​ก็​มา​กิน​จน​หมด
5เมล็ด​บางส่วน​ตก​บน​พื้น​หิน ซึ่ง​มี​ดิน​ไม่​มาก และ​งอก​ขึ้น​ทันที เพราะ​ดิน​ไม่​ลึก
5เมล็ด​บางส่วน​ตก​บน​พื้น​หิน ซึ่ง​มี​ดิน​ไม่​มาก และ​งอก​ขึ้น​ทันที เพราะ​ดิน​ไม่​ลึก
6เมื่อ​ดวงอาทิตย์​ขึ้น ต้น​เหล่านั้น​ก็​ถูก​แดด​เผา และ​เพราะ​ไม่​มี​ราก จึง​เหี่ยวแห้ง
6เมื่อ​ดวงอาทิตย์​ขึ้น ต้น​เหล่านั้น​ก็​ถูก​แดด​เผา และ​เพราะ​ไม่​มี​ราก จึง​เหี่ยวแห้ง
7เมล็ด​บางส่วน​ตก​ท่ามกลาง​ต้นหนาม ต้นหนาม​ก็​โต​ขึ้น​มา​รัด​มัน​ไว้
7เมล็ด​บางส่วน​ตก​ท่ามกลาง​ต้นหนาม ต้นหนาม​ก็​โต​ขึ้น​มา​รัด​มัน​ไว้
8เมล็ด​บางส่วน​ตก​ใน​ดิน​ดี และ​เกิดผล บ้าง​หนึ่งร้อย​เท่า บ้าง​หกสิบ​เท่า และ​บ้าง​สามสิบ​เท่า
8เมล็ด​บางส่วน​ตก​ใน​ดิน​ดี และ​เกิดผล บ้าง​หนึ่งร้อย​เท่า บ้าง​หกสิบ​เท่า และ​บ้าง​สามสิบ​เท่า
9ใคร​มี​หู​จะ​ฟัง ก็​จง​ฟัง”
9ใคร​มี​หู​จะ​ฟัง ก็​จง​ฟัง”
10สาวก​มา​หา​พระองค์ และ​ถาม​ว่า “ทำไม​ท่าน​จึง​พูด​กับ​พวกเขา​เป็น​อุปมา?”
10สาวก​มา​หา​พระองค์ และ​ถาม​ว่า “ทำไม​ท่าน​จึง​พูด​กับ​พวกเขา​เป็น​อุปมา?”
11พระองค์​ตอบ​พวกเขา​ว่า “พวกคุณ​ได้​รับ​ความรู้​เรื่อง​ความลับ​ของ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ แต่​พวกเขา​ไม่​ได้​รับ
11พระองค์​ตอบ​พวกเขา​ว่า “พวกคุณ​ได้​รับ​ความรู้​เรื่อง​ความลับ​ของ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ แต่​พวกเขา​ไม่​ได้​รับ
12เพราะ​ผู้​ที่​มี​อยู่​แล้ว จะ​ได้​รับ​เพิ่ม​อีก และ​จะ​มี​อย่าง​อุดมสมบูรณ์ แต่​ผู้​ที่​ไม่​มี แม้​แต่​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่​ก็​จะ​ถูก​เอา​ไป​จาก​เขา
12เพราะ​ผู้​ที่​มี​อยู่​แล้ว จะ​ได้​รับ​เพิ่ม​อีก และ​จะ​มี​อย่าง​อุดมสมบูรณ์ แต่​ผู้​ที่​ไม่​มี แม้​แต่​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่​ก็​จะ​ถูก​เอา​ไป​จาก​เขา
13เพราะ​เหตุ​นี้ เรา​จึง​พูด​กับ​พวกเขา​เป็น​อุปมา เพราะ​เมื่อ​มอง พวกเขา​ก็​ไม่​เห็น เมื่อ​ฟัง ก็​ไม่​ได้ยิน และ​ไม่​เข้าใจ
13เพราะ​เหตุ​นี้ เรา​จึง​พูด​กับ​พวกเขา​เป็น​อุปมา เพราะ​เมื่อ​มอง พวกเขา​ก็​ไม่​เห็น เมื่อ​ฟัง ก็​ไม่​ได้ยิน และ​ไม่​เข้าใจ
14คำ​พยากรณ์​ของ​อิสยาห์​จึง​สำเร็จ​ใน​ตัว​พวกเขา ซึ่ง​กล่าว​ว่า ‘พวกเจ้า​จะ​ฟัง​แล้ว​ฟัง​อีก แต่​จะ​ไม่​เข้าใจ​เลย พวกเจ้า​จะ​มอง​แล้ว​มอง​อีก แต่​จะ​ไม่​รับรู้​เลย
14คำ​พยากรณ์​ของ​อิสยาห์​จึง​สำเร็จ​ใน​ตัว​พวกเขา ซึ่ง​กล่าว​ว่า ‘พวกเจ้า​จะ​ฟัง​แล้ว​ฟัง​อีก แต่​จะ​ไม่​เข้าใจ​เลย พวกเจ้า​จะ​มอง​แล้ว​มอง​อีก แต่​จะ​ไม่​รับรู้​เลย
15เพราะ​ใจ​ของ​ประชาชน​นี้​ด้านชา หู​ของ​พวกเขา​ก็​ได้ยิน​ไม่​ชัด และ​พวกเขา​ปิด​ตา​ของ​ตน มิฉะนั้น พวกเขา​อาจ​มองเห็น​ด้วย​ตา ได้ยิน​ด้วย​หู เข้าใจ​ด้วย​ใจ และ​หันกลับ แล้ว​เรา​จะ​รักษา​พวกเขา’
15เพราะ​ใจ​ของ​ประชาชน​นี้​ด้านชา หู​ของ​พวกเขา​ก็​ได้ยิน​ไม่​ชัด และ​พวกเขา​ปิด​ตา​ของ​ตน มิฉะนั้น พวกเขา​อาจ​มองเห็น​ด้วย​ตา ได้ยิน​ด้วย​หู เข้าใจ​ด้วย​ใจ และ​หันกลับ แล้ว​เรา​จะ​รักษา​พวกเขา’
16“แต่​ตา​ของ​พวกคุณ​ย่อม​เป็นสุข เพราะ​มองเห็น และ​หู​ของ​พวกคุณ เพราะ​ได้ยิน
16“แต่​ตา​ของ​พวกคุณ​ย่อม​เป็นสุข เพราะ​มองเห็น และ​หู​ของ​พวกคุณ เพราะ​ได้ยิน
17เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกคุณ​ว่า ผู้เผยพระวจนะ​และ​คน​ชอบธรรม​จำนวน​มาก​ปรารถนา​จะ​เห็น​สิ่ง​ที่​พวกคุณ​เห็น แต่​ไม่​ได้​เห็น และ​ปรารถนา​จะ​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​พวกคุณ​ได้ยิน แต่​ไม่​ได้​ยิน
17เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกคุณ​ว่า ผู้เผยพระวจนะ​และ​คน​ชอบธรรม​จำนวน​มาก​ปรารถนา​จะ​เห็น​สิ่ง​ที่​พวกคุณ​เห็น แต่​ไม่​ได้​เห็น และ​ปรารถนา​จะ​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​พวกคุณ​ได้ยิน แต่​ไม่​ได้​ยิน
18“เพราะฉะนั้น จง​ฟัง​อุปมา​เรื่อง​ชาวไร่
18“เพราะฉะนั้น จง​ฟัง​อุปมา​เรื่อง​ชาวไร่
19เมื่อ​ใคร​ได้ยิน​พระวจนะ​เรื่อง​อาณาจักร แต่​ไม่​เข้าใจ มารร้าย​ก็​มา​ฉก​เอา​สิ่ง​ที่​หว่าน​ไว้​ใน​ใจ​ของ​เขา​ไป นี่​คือ​สิ่ง​ที่​หว่าน​ไว้​ข้างทาง
19เมื่อ​ใคร​ได้ยิน​พระวจนะ​เรื่อง​อาณาจักร แต่​ไม่​เข้าใจ มารร้าย​ก็​มา​ฉก​เอา​สิ่ง​ที่​หว่าน​ไว้​ใน​ใจ​ของ​เขา​ไป นี่​คือ​สิ่ง​ที่​หว่าน​ไว้​ข้างทาง
20สิ่ง​ที่​หว่าน​บน​พื้น​หิน คือ​ผู้​ที่​ได้ยิน​พระวจนะ และ​รับ​ไว้​ด้วย​ความยินดี​ทันที
20สิ่ง​ที่​หว่าน​บน​พื้น​หิน คือ​ผู้​ที่​ได้ยิน​พระวจนะ และ​รับ​ไว้​ด้วย​ความยินดี​ทันที
21แต่​เขา​ไม่​มี​ราก​ใน​ตัวเอง จึง​อยู่​ได้​เพียง​ชั่วคราว เมื่อ​เกิด​การ​กดขี่​หรือ​การ​ข่มเหง​เพราะ​พระวจนะ เขา​ก็​สะดุด​ทันที
21แต่​เขา​ไม่​มี​ราก​ใน​ตัวเอง จึง​อยู่​ได้​เพียง​ชั่วคราว เมื่อ​เกิด​การ​กดขี่​หรือ​การ​ข่มเหง​เพราะ​พระวจนะ เขา​ก็​สะดุด​ทันที
22สิ่ง​ที่​หว่าน​ท่ามกลาง​ต้นหนาม คือ​ผู้​ที่​ได้ยิน​พระวจนะ แต่​ความกังวล​ของ​ยุค​นี้​และ​ความหลอกลวง​ของ​ทรัพย์สมบัติ​รัด​พระวจนะ​ไว้ จน​เขา​ไม่​เกิดผล
22สิ่ง​ที่​หว่าน​ท่ามกลาง​ต้นหนาม คือ​ผู้​ที่​ได้ยิน​พระวจนะ แต่​ความกังวล​ของ​ยุค​นี้​และ​ความหลอกลวง​ของ​ทรัพย์สมบัติ​รัด​พระวจนะ​ไว้ จน​เขา​ไม่​เกิดผล
23สิ่ง​ที่​หว่าน​ใน​ดิน​ดี คือ​ผู้​ที่​ได้ยิน​พระวจนะ​และ​เข้าใจ ผู้​นั้น​ย่อม​เกิดผล​จริง ๆ บ้าง​หนึ่งร้อย​เท่า บ้าง​หกสิบ​เท่า และ​บ้าง​สามสิบ​เท่า”
23สิ่ง​ที่​หว่าน​ใน​ดิน​ดี คือ​ผู้​ที่​ได้ยิน​พระวจนะ​และ​เข้าใจ ผู้​นั้น​ย่อม​เกิดผล​จริง ๆ บ้าง​หนึ่งร้อย​เท่า บ้าง​หกสิบ​เท่า และ​บ้าง​สามสิบ​เท่า”
24พระองค์​ยก​อุปมา​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​พวกเขา โดย​กล่าว​ว่า “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​หว่าน​เมล็ด​พันธุ์​ดี​ใน​นา​ของ​ตน
24พระองค์​ยก​อุปมา​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​พวกเขา โดย​กล่าว​ว่า “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​หว่าน​เมล็ด​พันธุ์​ดี​ใน​นา​ของ​ตน
25แต่​ขณะ​ที่​ผู้คน​หลับ​อยู่ ศัตรู​ของ​เขา​มา​หว่าน​หญ้า​ดาร์เนล ปะปน​ใน​ข้าวสาลี แล้ว​จาก​ไป
25แต่​ขณะ​ที่​ผู้คน​หลับ​อยู่ ศัตรู​ของ​เขา​มา​หว่าน​หญ้า​ดาร์เนล ปะปน​ใน​ข้าวสาลี แล้ว​จาก​ไป
26เมื่อ​ต้นอ่อน​งอก​ขึ้น​และ​ออกรวง หญ้า​ดาร์เนล​ก็​ปรากฏ​ให้​เห็น​ด้วย
26เมื่อ​ต้นอ่อน​งอก​ขึ้น​และ​ออกรวง หญ้า​ดาร์เนล​ก็​ปรากฏ​ให้​เห็น​ด้วย
27คนรับใช้​ของ​เจ้าของบ้าน​มา​หา​และ​พูด​ว่า ‘ท่าน​หว่าน​เมล็ด​พันธุ์​ดี​ใน​นา​ของ​ท่าน​ไม่​ใช่​หรือ? แล้ว​หญ้า​ดาร์เนล​มา​จาก​ไหน?’
27คนรับใช้​ของ​เจ้าของบ้าน​มา​หา​และ​พูด​ว่า ‘ท่าน​หว่าน​เมล็ด​พันธุ์​ดี​ใน​นา​ของ​ท่าน​ไม่​ใช่​หรือ? แล้ว​หญ้า​ดาร์เนล​มา​จาก​ไหน?’
28“เขา​ตอบ​ว่า ‘ศัตรู​เป็น​คน​ทำ’ “คนรับใช้​ถาม​เขา​ว่า ‘ท่าน​ต้องการ​ให้​พวกเรา​ไป​ถอน​มัน​ขึ้น​มา​ไหม?’
28“เขา​ตอบ​ว่า ‘ศัตรู​เป็น​คน​ทำ’ “คนรับใช้​ถาม​เขา​ว่า ‘ท่าน​ต้องการ​ให้​พวกเรา​ไป​ถอน​มัน​ขึ้น​มา​ไหม?’
29“แต่​เขา​ตอบ​ว่า ‘อย่า​เลย เกรง​ว่า​เมื่อ​พวกเจ้า​ถอน​หญ้า​ดาร์เนล จะ​ถอน​ข้าวสาลี​ติด​ขึ้น​มา​ด้วย
29“แต่​เขา​ตอบ​ว่า ‘อย่า​เลย เกรง​ว่า​เมื่อ​พวกเจ้า​ถอน​หญ้า​ดาร์เนล จะ​ถอน​ข้าวสาลี​ติด​ขึ้น​มา​ด้วย
30ปล่อย​ให้​ทั้งสอง​อย่าง​เติบโต​ไป​ด้วยกัน​จน​ถึง​ฤดู​เก็บเกี่ยว เมื่อ​ถึง​เวลา​เก็บเกี่ยว เรา​จะ​บอก​คน​เกี่ยว​ว่า “จง​รวบรวม​หญ้า​ดาร์เนล​ก่อน มัด​เป็น​ฟ่อน​เพื่อ​เผา ส่วน​ข้าวสาลี​ให้​เก็บ​เข้า​ยุ้ง​ของ​เรา”’”
30ปล่อย​ให้​ทั้งสอง​อย่าง​เติบโต​ไป​ด้วยกัน​จน​ถึง​ฤดู​เก็บเกี่ยว เมื่อ​ถึง​เวลา​เก็บเกี่ยว เรา​จะ​บอก​คน​เกี่ยว​ว่า “จง​รวบรวม​หญ้า​ดาร์เนล​ก่อน มัด​เป็น​ฟ่อน​เพื่อ​เผา ส่วน​ข้าวสาลี​ให้​เก็บ​เข้า​ยุ้ง​ของ​เรา”’”
31พระองค์​ยก​อุปมา​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​พวกเขา โดย​กล่าว​ว่า “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​เมล็ด​มัสตาร์ด ซึ่ง​ชาย​คน​หนึ่ง​เอา​ไป​หว่าน​ใน​นา​ของ​ตน
31พระองค์​ยก​อุปมา​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​พวกเขา โดย​กล่าว​ว่า “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​เมล็ด​มัสตาร์ด ซึ่ง​ชาย​คน​หนึ่ง​เอา​ไป​หว่าน​ใน​นา​ของ​ตน
32เมล็ด​นั้น​เล็ก​กว่า​เมล็ด​ทั้งปวง​จริง ๆ แต่​เมื่อ​โต​ขึ้น ก็​ใหญ่​กว่า​พืชผัก​ทั้งปวง และ​กลาย​เป็น​ต้นไม้ จน​นก​บน​ฟ้า​มา​อาศัย​อยู่​ตาม​กิ่ง​ของ​มัน”
32เมล็ด​นั้น​เล็ก​กว่า​เมล็ด​ทั้งปวง​จริง ๆ แต่​เมื่อ​โต​ขึ้น ก็​ใหญ่​กว่า​พืชผัก​ทั้งปวง และ​กลาย​เป็น​ต้นไม้ จน​นก​บน​ฟ้า​มา​อาศัย​อยู่​ตาม​กิ่ง​ของ​มัน”
33พระองค์​กล่าว​อุปมา​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​แก่​พวกเขา “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​เชื้อแป้ง ซึ่ง​หญิง​คน​หนึ่ง​เอา​ไป​ซ่อน​ไว้​ใน​แป้ง​สาม​หน่วยตวง จน​แป้ง​ทั้งหมด​ฟู​ขึ้น”
33พระองค์​กล่าว​อุปมา​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​แก่​พวกเขา “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​เชื้อแป้ง ซึ่ง​หญิง​คน​หนึ่ง​เอา​ไป​ซ่อน​ไว้​ใน​แป้ง​สาม​หน่วยตวง จน​แป้ง​ทั้งหมด​ฟู​ขึ้น”
34พระเยซู​กล่าว​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​แก่​ฝูงชน​เป็น​อุปมา และ​พระองค์​ไม่​ได้​กล่าว​อะไร​แก่​พวกเขา​โดย​ไม่​ใช้​อุปมา
34พระเยซู​กล่าว​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​แก่​ฝูงชน​เป็น​อุปมา และ​พระองค์​ไม่​ได้​กล่าว​อะไร​แก่​พวกเขา​โดย​ไม่​ใช้​อุปมา
35เพื่อ​ให้​สิ่ง​ที่​กล่าว​ผ่าน​ผู้เผยพระวจนะ​สำเร็จ ซึ่ง​ว่า “เรา​จะ​เปิด​ปาก​กล่าว​เป็น​อุปมา เรา​จะ​กล่าว​สิ่ง​ที่​ซ่อน​อยู่​ตั้งแต่​การ​วาง​รากฐาน​ของ​โลก”
35เพื่อ​ให้​สิ่ง​ที่​กล่าว​ผ่าน​ผู้เผยพระวจนะ​สำเร็จ ซึ่ง​ว่า “เรา​จะ​เปิด​ปาก​กล่าว​เป็น​อุปมา เรา​จะ​กล่าว​สิ่ง​ที่​ซ่อน​อยู่​ตั้งแต่​การ​วาง​รากฐาน​ของ​โลก”
36แล้ว​พระเยซู​ให้​ฝูงชน​แยกย้าย​ไป และ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน สาวก​มา​หา​พระองค์​และ​กล่าว​ว่า “โปรด​อธิบาย​อุปมา​เรื่อง​หญ้า​ดาร์เนล​ใน​นา​ให้​พวกเรา​ฟัง”
36แล้ว​พระเยซู​ให้​ฝูงชน​แยกย้าย​ไป และ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน สาวก​มา​หา​พระองค์​และ​กล่าว​ว่า “โปรด​อธิบาย​อุปมา​เรื่อง​หญ้า​ดาร์เนล​ใน​นา​ให้​พวกเรา​ฟัง”
37พระองค์​ตอบ​ว่า “ผู้​ที่​หว่าน​เมล็ด​พันธุ์​ดี คือ​บุตรมนุษย์
37พระองค์​ตอบ​ว่า “ผู้​ที่​หว่าน​เมล็ด​พันธุ์​ดี คือ​บุตรมนุษย์
38นา​คือ​โลก เมล็ด​พันธุ์​ดี​คือ​ลูก​ของ​อาณาจักร ส่วน​หญ้า​ดาร์เนล​คือ​ลูก​ของ​มารร้าย
38นา​คือ​โลก เมล็ด​พันธุ์​ดี​คือ​ลูก​ของ​อาณาจักร ส่วน​หญ้า​ดาร์เนล​คือ​ลูก​ของ​มารร้าย
39ศัตรู​ที่​หว่าน​มัน​คือ​มาร การ​เก็บเกี่ยว​คือ​วาระ​สิ้น​ยุค และ​คน​เกี่ยว​คือ​เหล่า​ทูตสวรรค์
39ศัตรู​ที่​หว่าน​มัน​คือ​มาร การ​เก็บเกี่ยว​คือ​วาระ​สิ้น​ยุค และ​คน​เกี่ยว​คือ​เหล่า​ทูตสวรรค์
40เพราะฉะนั้น เช่นเดียว​กับ​ที่​หญ้า​ดาร์เนล​ถูก​รวบรวม​และ​เผา​ด้วย​ไฟ เมื่อ​ถึง​วาระ​สิ้น​ยุค​นี้ ก็​จะ​เป็น​เช่นนั้น
40เพราะฉะนั้น เช่นเดียว​กับ​ที่​หญ้า​ดาร์เนล​ถูก​รวบรวม​และ​เผา​ด้วย​ไฟ เมื่อ​ถึง​วาระ​สิ้น​ยุค​นี้ ก็​จะ​เป็น​เช่นนั้น
41บุตรมนุษย์​จะ​ส่ง​เหล่า​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​ออก​ไป และ​พวกเขา​จะ​รวบรวม​ทุกสิ่ง​ที่​ทำ​ให้​สะดุด และ​คน​ที่​ทำ​ความชั่ว​ออก​จาก​อาณาจักร​ของ​พระองค์
41บุตรมนุษย์​จะ​ส่ง​เหล่า​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​ออก​ไป และ​พวกเขา​จะ​รวบรวม​ทุกสิ่ง​ที่​ทำ​ให้​สะดุด และ​คน​ที่​ทำ​ความชั่ว​ออก​จาก​อาณาจักร​ของ​พระองค์
42แล้ว​โยน​คน​เหล่านั้น​ลง​ใน​เตาไฟ ที่​นั่น​จะ​มี​การ​ร้องไห้​และ​ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
42แล้ว​โยน​คน​เหล่านั้น​ลง​ใน​เตาไฟ ที่​นั่น​จะ​มี​การ​ร้องไห้​และ​ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
43เมื่อ​นั้น คน​ชอบธรรม​จะ​ส่องแสง​เหมือน​ดวงอาทิตย์​ใน​อาณาจักร​ของ​พระบิดา​ของ​พวกเขา ใคร​มี​หู​จะ​ฟัง ก็​จง​ฟัง
43เมื่อ​นั้น คน​ชอบธรรม​จะ​ส่องแสง​เหมือน​ดวงอาทิตย์​ใน​อาณาจักร​ของ​พระบิดา​ของ​พวกเขา ใคร​มี​หู​จะ​ฟัง ก็​จง​ฟัง
44“อีก​ประการ​หนึ่ง อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​ขุมทรัพย์​ที่​ซ่อน​อยู่​ใน​นา ชาย​คน​หนึ่ง​พบ​เข้า​แล้ว​ซ่อน​ไว้​อีก ด้วย​ความยินดี เขา​จึง​ไป​ขาย​ทุกสิ่ง​ที่​มี และ​ซื้อ​นา​ผืน​นั้น
44“อีก​ประการ​หนึ่ง อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​ขุมทรัพย์​ที่​ซ่อน​อยู่​ใน​นา ชาย​คน​หนึ่ง​พบ​เข้า​แล้ว​ซ่อน​ไว้​อีก ด้วย​ความยินดี เขา​จึง​ไป​ขาย​ทุกสิ่ง​ที่​มี และ​ซื้อ​นา​ผืน​นั้น
45“อีก​ประการ​หนึ่ง อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​พ่อค้า​คน​หนึ่ง​ที่​เสาะหา​ไข่มุก​เม็ด​งาม
45“อีก​ประการ​หนึ่ง อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​พ่อค้า​คน​หนึ่ง​ที่​เสาะหา​ไข่มุก​เม็ด​งาม
46เมื่อ​พบ​ไข่มุก​ล้ำค่า​เม็ด​หนึ่ง เขา​ก็​ไป​ขาย​ทุกสิ่ง​ที่​มี และ​ซื้อ​ไข่มุก​นั้น
46เมื่อ​พบ​ไข่มุก​ล้ำค่า​เม็ด​หนึ่ง เขา​ก็​ไป​ขาย​ทุกสิ่ง​ที่​มี และ​ซื้อ​ไข่มุก​นั้น
47“อีก​ประการ​หนึ่ง อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​อวน​กวาด​ที่​ทอด​ลง​ใน​ทะเล และ​จับ​ปลา​ได้​ทุก​ชนิด
47“อีก​ประการ​หนึ่ง อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​อวน​กวาด​ที่​ทอด​ลง​ใน​ทะเล และ​จับ​ปลา​ได้​ทุก​ชนิด
48เมื่อ​อวน​เต็ม ชาวประมง​ก็​ลาก​ขึ้น​มา​บน​ชายฝั่ง แล้ว​นั่ง​ลง คัด​ปลา​ดี​ใส่​ภาชนะ ส่วน​ปลา​ไม่​ดี​ก็​โยน​ทิ้ง
48เมื่อ​อวน​เต็ม ชาวประมง​ก็​ลาก​ขึ้น​มา​บน​ชายฝั่ง แล้ว​นั่ง​ลง คัด​ปลา​ดี​ใส่​ภาชนะ ส่วน​ปลา​ไม่​ดี​ก็​โยน​ทิ้ง
49เมื่อ​ถึง​วาระ​สิ้น​โลก ก็​จะ​เป็น​เช่นนั้น เหล่า​ทูตสวรรค์​จะ​มา​แยก​คน​ชั่ว​ออก​จาก​คน​ชอบธรรม
49เมื่อ​ถึง​วาระ​สิ้น​โลก ก็​จะ​เป็น​เช่นนั้น เหล่า​ทูตสวรรค์​จะ​มา​แยก​คน​ชั่ว​ออก​จาก​คน​ชอบธรรม
50แล้ว​โยน​คน​ชั่ว​ลง​ใน​เตาไฟ ที่​นั่น​จะ​มี​การ​ร้องไห้​และ​ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน”
50แล้ว​โยน​คน​ชั่ว​ลง​ใน​เตาไฟ ที่​นั่น​จะ​มี​การ​ร้องไห้​และ​ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน”
51พระเยซู​ถาม​พวกเขา​ว่า “พวกคุณ​เข้าใจ​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​แล้ว​หรือ?” พวกเขา​ตอบ​ว่า “เข้าใจ​แล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้า”
51พระเยซู​ถาม​พวกเขา​ว่า “พวกคุณ​เข้าใจ​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​แล้ว​หรือ?” พวกเขา​ตอบ​ว่า “เข้าใจ​แล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้า”
52พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เพราะฉะนั้น อาลักษณ์​ทุก​คน​ที่​ได้​เป็น​สาวก​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ ก็​เปรียบ​เหมือน​เจ้าของบ้าน​คน​หนึ่ง​ที่​นำ​ของ​ใหม่​และ​ของ​เก่า​ออก​มา​จาก​คลัง​ของ​ตน”
52พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เพราะฉะนั้น อาลักษณ์​ทุก​คน​ที่​ได้​เป็น​สาวก​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ ก็​เปรียบ​เหมือน​เจ้าของบ้าน​คน​หนึ่ง​ที่​นำ​ของ​ใหม่​และ​ของ​เก่า​ออก​มา​จาก​คลัง​ของ​ตน”
53เมื่อ​พระเยซู​กล่าว​อุปมา​เหล่านี้​จบ พระองค์​ก็​จาก​ที่​นั่น​ไป
53เมื่อ​พระเยซู​กล่าว​อุปมา​เหล่านี้​จบ พระองค์​ก็​จาก​ที่​นั่น​ไป
54เมื่อ​มา​ถึง​ถิ่น​บ้านเกิด​ของ​พระองค์ พระองค์​สอน​พวกเขา​ใน​ธรรมศาลา จน​พวกเขา​ประหลาดใจ​และ​พูด​ว่า “คน​นี้​ได้​ปัญญา​และ​การ​อัศจรรย์​อัน​ยิ่งใหญ่​เหล่านี้​มา​จาก​ไหน?
54เมื่อ​มา​ถึง​ถิ่น​บ้านเกิด​ของ​พระองค์ พระองค์​สอน​พวกเขา​ใน​ธรรมศาลา จน​พวกเขา​ประหลาดใจ​และ​พูด​ว่า “คน​นี้​ได้​ปัญญา​และ​การ​อัศจรรย์​อัน​ยิ่งใหญ่​เหล่านี้​มา​จาก​ไหน?
55คน​นี้​ไม่​ใช่​ลูก​ของ​ช่างไม้​หรือ? มารดา​ของ​เขา​ชื่อ​มารีย์​ไม่​ใช่​หรือ? และ​พี่น้อง​ชาย​ของ​เขา​คือ​ยากอบ โยเสส ซีโมน และ​ยูดาส ไม่​ใช่​หรือ?
55คน​นี้​ไม่​ใช่​ลูก​ของ​ช่างไม้​หรือ? มารดา​ของ​เขา​ชื่อ​มารีย์​ไม่​ใช่​หรือ? และ​พี่น้อง​ชาย​ของ​เขา​คือ​ยากอบ โยเสส ซีโมน และ​ยูดาส ไม่​ใช่​หรือ?
56พี่น้อง​หญิง​ของ​เขา​ทุก​คน​ก็​อยู่​กับ​พวกเรา​ไม่​ใช่​หรือ? แล้ว​คน​นี้​ได้​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​มา​จาก​ไหน?”
56พี่น้อง​หญิง​ของ​เขา​ทุก​คน​ก็​อยู่​กับ​พวกเรา​ไม่​ใช่​หรือ? แล้ว​คน​นี้​ได้​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​มา​จาก​ไหน?”
57พวกเขา​จึง​ไม่​ยอมรับ​พระองค์ แต่​พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ผู้เผยพระวจนะ​ย่อม​ได้​รับ​เกียรติ เว้นแต่​ใน​ถิ่น​ของ​ตน​และ​ใน​บ้าน​ของ​ตน”
57พวกเขา​จึง​ไม่​ยอมรับ​พระองค์ แต่​พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ผู้เผยพระวจนะ​ย่อม​ได้​รับ​เกียรติ เว้นแต่​ใน​ถิ่น​ของ​ตน​และ​ใน​บ้าน​ของ​ตน”
58พระองค์​ไม่​ได้​ทำ​การ​อัศจรรย์​อัน​ยิ่งใหญ่​ที่​นั่น​มาก​นัก เพราะ​ความ​ไม่​เชื่อ​ของ​พวกเขา
58พระองค์​ไม่​ได้​ทำ​การ​อัศจรรย์​อัน​ยิ่งใหญ่​ที่​นั่น​มาก​นัก เพราะ​ความ​ไม่​เชื่อ​ของ​พวกเขา

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.