إِنْجِيلُ مَتَّى 12
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1فِي ذَلِكَ ٱلْوَقْتِ ذَهَبَ يَسُوعُ فِي ٱلسَّبْتِ بَيْنَ ٱلزُّرُوعِ، فَجَاعَ تَلَامِيذُهُ وَٱبْتَدَأُوا يَقْطِفُونَ سَنَابِلَ وَيَأْكُلُونَ.
1ในเวลานั้น วันสะบาโตวันหนึ่ง พระเยซูเดินผ่านทุ่งธัญพืช สาวกของพระองค์หิว จึงเริ่มเด็ดรวงกิน
2فَٱلْفَرِّيسِيُّونَ لَمَّا نَظَرُوا قَالُوا لَهُ: «هُوَذَا تَلَامِيذُكَ يَفْعَلُونَ مَا لَا يَحِلُّ فَعْلُهُ فِي ٱلسَّبْتِ!».
2เมื่อพวกฟาริสีเห็น ก็กล่าวกับพระองค์ว่า “ดูสิ สาวกของท่านกำลังทำสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำในวันสะบาโต”
3فَقَالَ لَهُمْ: «أَمَا قَرَأْتُمْ مَا فَعَلَهُ دَاوُدُ حِينَ جَاعَ هُوَ وَٱلَّذِينَ مَعَهُ؟
3แต่พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า “พวกคุณไม่เคยอ่านหรือว่า ดาวิดทำอะไรเมื่อเขากับคนที่อยู่กับเขาหิว
4كَيْفَ دَخَلَ بَيْتَ ٱللهِ وَأَكَلَ خُبْزَ ٱلتَّقْدِمَةِ ٱلَّذِي لَمْ يَحِلَّ أَكْلُهُ لَهُ وَلَا لِلَّذِينَ مَعَهُ، بَلْ لِلْكَهَنَةِ فَقَطْ.
4เขาเข้าไปในพระนิเวศของพระเจ้า และกินขนมปังถวาย ซึ่งเขาและคนที่อยู่กับเขาไม่ได้รับอนุญาตให้กิน มีเพียงปุโรหิตเท่านั้นที่กินได้?
5أَوَ مَا قَرَأْتُمْ فِي ٱلتَّوْرَاةِ أَنَّ ٱلْكَهَنَةَ فِي ٱلسَّبْتِ فِي ٱلْهَيْكَلِ يُدَنِّسُونَ ٱلسَّبْتَ وَهُمْ أَبْرِيَاءُ؟
5หรือพวกคุณไม่เคยอ่านในธรรมบัญญัติหรือว่า ในวันสะบาโต พวกปุโรหิตในพระวิหารทำให้วันสะบาโตไม่บริสุทธิ์ แต่ก็ไม่มีความผิด?
6وَلَكِنْ أَقُولُ لَكُمْ: إِنَّ هَهُنَا أَعْظَمَ مِنَ ٱلْهَيْكَلِ!
6แต่เราบอกพวกคุณว่า ที่นี่มีผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าพระวิหาร
7فَلَوْ عَلِمْتُمْ مَا هُوَ: إِنِّي أُرِيدُ رَحْمَةً لَا ذَبِيحَةً، لَمَا حَكَمْتُمْ عَلَى ٱلْأَبْرِيَاءِ!
7ถ้าพวกคุณรู้ว่าคำนี้หมายความว่าอย่างไร ‘เราปรารถนาความเมตตา ไม่ใช่เครื่องบูชา’ พวกคุณก็คงไม่กล่าวโทษคนที่ไม่มีความผิด
8فَإِنَّ ٱبْنَ ٱلْإِنْسَانِ هُوَ رَبُّ ٱلسَّبْتِ أَيْضًا».
8เพราะบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเหนือวันสะบาโต”
9ثُمَّ ٱنْصَرَفَ مِنْ هُنَاكَ وَجَاءَ إِلَى مَجْمَعِهِمْ،
9พระองค์ออกจากที่นั่น และเข้าไปในธรรมศาลาแห่งนั้น
10وَإِذَا إِنْسَانٌ يَدُهُ يَابِسَةٌ، فَسَأَلُوهُ قَائِلِينَ: «هَلْ يَحِلُّ ٱلْإِبْرَاءُ فِي ٱلسُّبُوتِ؟» لِكَيْ يَشْتَكُوا عَلَيْهِ.
10ที่นั่นมีชายคนหนึ่งมือข้างหนึ่งลีบ พวกเขาถามพระองค์ว่า “ในวันสะบาโต อนุญาตให้รักษาคนหรือไม่?” เพื่อจะได้กล่าวหาพระองค์
11فَقَالَ لَهُمْ: «أَيُّ إِنْسَانٍ مِنْكُمْ يَكُونُ لَهُ خَرُوفٌ وَاحِدٌ، فَإِنْ سَقَطَ هَذَا فِي ٱلسَّبْتِ فِي حُفْرَةٍ، أَفَمَا يُمْسِكُهُ وَيُقِيمُهُ؟
11พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า “ถ้าใครในพวกคุณมีแกะอยู่ตัวหนึ่ง แล้วมันตกลงในหลุมในวันสะบาโต เขาจะไม่จับมันและยกขึ้นมาหรือ?
12فَٱلْإِنْسَانُ كَمْ هُوَ أَفْضَلُ مِنَ ٱلْخَرُوفِ! إِذًا يَحِلُّ فِعْلُ ٱلْخَيْرِ فِي ٱلسُّبُوتِ!».
12มนุษย์มีค่ามากกว่าแกะสักเพียงใด! ดังนั้น ในวันสะบาโต อนุญาตให้ทำความดี”
13ثُمَّ قَالَ لِلْإِنْسَانِ: «مُدَّ يَدَكَ». فَمَدَّهَا. فَعَادَتْ صَحِيحَةً كَٱلْأُخْرَى.
13แล้วพระองค์กล่าวกับชายคนนั้นว่า “ยื่นมือออกมา” เขาก็ยื่นมือออก และมือของเขาก็กลับเป็นปกติดีเหมือนอีกข้าง
14فَلَمَّا خَرَجَ ٱلْفَرِّيسِيُّونَ تَشَاوَرُوا عَلَيْهِ لِكَيْ يُهْلِكُوهُ،
14แต่พวกฟาริสีออกไป และวางแผนกันว่าจะกำจัดพระองค์อย่างไร
15فَعَلِمَ يَسُوعُ وَٱنْصَرَفَ مِنْ هُنَاكَ. وَتَبِعَتْهُ جُمُوعٌ كَثِيرَةٌ فَشَفَاهُمْ جَمِيعًا.
15เมื่อพระเยซูรู้เรื่องนั้น พระองค์จึงหลบไปจากที่นั่น ฝูงชนจำนวนมากติดตามพระองค์ และพระองค์รักษาพวกเขาทุกคน
16وَأَوْصَاهُمْ أَنْ لَا يُظْهِرُوهُ،
16และกำชับพวกเขาไม่ให้เปิดเผยเรื่องพระองค์
17لِكَيْ يَتِمَّ مَا قِيلَ بِإِشَعْيَاءَ ٱلنَّبِيِّ ٱلْقَائِلِ:
17เพื่อให้สิ่งที่กล่าวผ่านอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะสำเร็จเป็นจริงว่า
18«هُوَذَا فَتَايَ ٱلَّذِي ٱخْتَرْتُهُ، حَبِيبِي ٱلَّذِي سُرَّتْ بِهِ نَفْسِي. أَضَعُ رُوحِي عَلَيْهِ فَيُخْبِرُ ٱلْأُمَمَ بِٱلْحَقِّ.
18“นี่คือผู้รับใช้ของเรา ผู้ที่เราเลือกไว้ ผู้เป็นที่รักของเรา ผู้ที่จิตวิญญาณของเราพอใจอย่างยิ่ง เราจะวางพระวิญญาณของเราบนพระองค์ พระองค์จะประกาศความยุติธรรมแก่ชนชาติต่าง ๆ
19لَا يُخَاصِمُ وَلَا يَصِيحُ، وَلَا يَسْمَعُ أَحَدٌ فِي ٱلشَّوَارِعِ صَوْتَهُ.
19พระองค์จะไม่โต้เถียง และไม่ร้องเสียงดัง และจะไม่มีใครได้ยินเสียงของพระองค์ตามถนน
20قَصَبَةً مَرْضُوضَةً لَا يَقْصِفُ، وَفَتِيلَةً مُدَخِّنَةً لَا يُطْفِئُ، حَتَّى يُخْرِجَ ٱلْحَقَّ إِلَى ٱلنُّصْرَةِ.
20ต้นอ้อที่ช้ำแล้ว พระองค์จะไม่หัก และไส้ตะเกียงที่ยังมีควันกรุ่น พระองค์จะไม่ดับ จนกว่าพระองค์จะนำความยุติธรรมไปสู่ชัยชนะ
21وَعَلَى ٱسْمِهِ يَكُونُ رَجَاءُ ٱلْأُمَمِ».
21ชนชาติต่าง ๆ จะฝากความหวังไว้ในนามของพระองค์”
22حِينَئِذٍ أُحْضِرَ إِلَيْهِ مَجْنُونٌ أَعْمَى وَأَخْرَسُ فَشَفَاهُ، حَتَّى إِنَّ ٱلْأَعْمَى ٱلْأَخْرَسَ تَكَلَّمَ وَأَبْصَرَ.
22แล้วมีคนพาชายคนหนึ่งที่ถูกปีศาจสิง ซึ่งทั้งตาบอดและเป็นใบ้ มาหาพระองค์ พระองค์รักษาเขา จนชายคนนั้นทั้งพูดและมองเห็นได้
23فَبُهِتَ كُلُّ ٱلْجُمُوعِ وَقَالُوا: «أَلَعَلَّ هَذَا هُوَ ٱبْنُ دَاوُدَ؟».
23ฝูงชนทั้งหมดประหลาดใจ และพูดว่า “คนนี้จะใช่บุตรของดาวิดหรือ?”
24أَمَّا ٱلْفَرِّيسِيُّونَ فَلَمَّا سَمِعُوا قَالُوا: «هَذَا لَا يُخْرِجُ ٱلشَّيَاطِينَ إِلَّا بِبَعْلَزَبُولَ رَئِيسِ ٱلشَّيَاطِينِ».
24แต่เมื่อพวกฟาริสีได้ยิน ก็พูดว่า “คนนี้ขับปีศาจออกได้ก็เพราะเบเอลเซบูล เจ้าแห่งปีศาจเท่านั้น”
25فَعَلِمَ يَسُوعُ أَفْكَارَهُمْ، وَقَالَ لَهُمْ: «كُلُّ مَمْلَكَةٍ مُنْقَسِمَةٍ عَلَى ذَاتِهَا تُخْرَبُ، وَكُلُّ مَدِينَةٍ أَوْ بَيْتٍ مُنْقَسِمٍ عَلَى ذَاتِهِ لَا يَثْبُتُ.
25พระเยซูรู้ความคิดของพวกเขา จึงกล่าวกับพวกเขาว่า “อาณาจักรทุกอาณาจักรที่แตกแยกกันเองย่อมพินาศ และเมืองหรือบ้านทุกแห่งที่แตกแยกกันเองก็ตั้งอยู่ไม่ได้
26فَإِنْ كَانَ ٱلشَّيْطَانُ يُخْرِجُ ٱلشَّيْطَانَ فَقَدِ ٱنْقَسَمَ عَلَى ذَاتِهِ. فَكَيْفَ تَثْبُتُ مَمْلَكَتُهُ؟
26ถ้าซาตานขับซาตานออก เขาก็แตกแยกกับตนเอง แล้วอาณาจักรของเขาจะตั้งอยู่ได้อย่างไร?
27وَإِنْ كُنْتُ أَنَا بِبَعْلَزَبُولَ أُخْرِجُ ٱلشَّيَاطِينَ، فَأَبْنَاؤُكُمْ بِمَنْ يُخْرِجُونَ؟ لِذَلِكَ هُمْ يَكُونُونَ قُضَاتَكُمْ!
27ถ้าเราขับปีศาจด้วยอำนาจของเบเอลเซบูล แล้วลูกของพวกคุณขับพวกมันด้วยอำนาจของใคร? เพราะฉะนั้น พวกเขาจะเป็นผู้ตัดสินพวกคุณ
28وَلَكِنْ إِنْ كُنْتُ أَنَا بِرُوحِ ٱللهِ أُخْرِجُ ٱلشَّيَاطِينَ، فَقَدْ أَقْبَلَ عَلَيْكُمْ مَلَكُوتُ ٱللهِ!
28แต่ถ้าเราขับปีศาจด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า อาณาจักรของพระเจ้าก็มาถึงพวกคุณแล้ว
29أَمْ كَيْفَ يَسْتَطِيعُ أَحَدٌ أَنْ يَدْخُلَ بَيْتَ ٱلْقَوِيِّ وَيَنْهَبَ أَمْتِعَتَهُ، إِنْ لَمْ يَرْبِطِ ٱلْقَوِيَّ أَوَّلًا، وَحِينَئِذٍ يَنْهَبُ بَيْتَهُ؟
29หรือคนหนึ่งจะเข้าไปในบ้านของคนที่มีกำลังมาก และปล้นทรัพย์ของเขาได้อย่างไร ถ้าไม่มัดคนที่มีกำลังมากเสียก่อน? แล้วจึงจะปล้นบ้านของเขาได้
30مَنْ لَيْسَ مَعِي فَهُوَ عَلَيَّ، وَمَنْ لَا يَجْمَعُ مَعِي فَهُوَ يُفَرِّقُ.
30“ผู้ที่ไม่อยู่ฝ่ายเรา ก็ต่อต้านเรา และผู้ที่ไม่รวบรวมกับเรา ก็ทำให้กระจัดกระจาย
31لِذَلِكَ أَقُولُ لَكُمْ: كُلُّ خَطِيَّةٍ وَتَجْدِيفٍ يُغْفَرُ لِلنَّاسِ، وَأَمَّا ٱلتَّجْدِيفُ عَلَى ٱلرُّوحِ فَلَنْ يُغْفَرَ لِلنَّاسِ.
31เพราะฉะนั้น เราบอกพวกคุณว่า บาปและคำหมิ่นประมาททุกอย่างของมนุษย์จะได้รับการยกโทษ แต่การหมิ่นประมาทพระวิญญาณจะไม่ได้รับการยกโทษ
32وَمَنْ قَالَ كَلِمَةً عَلَى ٱبْنِ ٱلْإِنْسَانِ يُغْفَرُ لَهُ، وَأَمَّا مَنْ قَالَ عَلَى ٱلرُّوحِ ٱلْقُدُسِ فَلَنْ يُغْفَرَ لَهُ، لَا فِي هَذَا ٱلْعَالَمِ وَلَا فِي ٱلْآتِي.
32ผู้ใดกล่าวคำต่อต้านบุตรมนุษย์ ผู้นั้นจะได้รับการยกโทษ แต่ผู้ใดกล่าวต่อต้านพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้นั้นจะไม่ได้รับการยกโทษ ทั้งในยุคนี้และยุคที่จะมา
33اِجْعَلُوا ٱلشَّجَرَةَ جَيِّدَةً وَثَمَرَهَا جَيِّدًا، أَوِ ٱجْعَلُوا ٱلشَّجَرَةَ رَدِيَّةً وَثَمَرَهَا رَدِيًّا، لِأَنْ مِنَ ٱلثَّمَرِ تُعْرَفُ ٱلشَّجَرَةُ.
33“ถ้าจะทำให้ต้นไม้ดี ก็จงทำให้ผลของมันดีด้วย หรือถ้าจะทำให้ต้นไม้เลว ก็จงทำให้ผลของมันเลวด้วย เพราะจะรู้จักต้นไม้ได้จากผลของมัน
34يَا أَوْلَادَ ٱلْأَفَاعِي! كَيْفَ تَقْدِرُونَ أَنْ تَتَكَلَّمُوا بِٱلصَّالِحَاتِ وَأَنْتُمْ أَشْرَارٌ؟ فَإِنَّهُ مِنْ فَضْلَةِ ٱلْقَلْبِ يَتَكَلَّمُ ٱلْفَمُ.
34พวกลูกงูพิษ พวกคุณเป็นคนชั่ว แล้วจะพูดสิ่งดีได้อย่างไร? เพราะสิ่งใดเต็มอยู่ในใจ ปากก็พูดสิ่งนั้นออกมา
35اَلْإِنْسَانُ ٱلصَّالِحُ مِنَ ٱلْكَنْزِ ٱلصَّالِحِ فِي ٱلْقَلْبِ يُخْرِجُ ٱلصَّالِحَاتِ، وَٱلْإِنْسَانُ ٱلشِّرِّيرُ مِنَ ٱلْكَنْزِ ٱلشِّرِّيرِ يُخْرِجُ ٱلشُّرُورَ.
35คนดีนำสิ่งดีออกมาจากคลังดีของตน และคนชั่วนำสิ่งชั่วออกมาจากคลังชั่วของตน
36وَلَكِنْ أَقُولُ لَكُمْ: إِنَّ كُلَّ كَلِمَةٍ بَطَّالَةٍ يَتَكَلَّمُ بِهَا ٱلنَّاسُ سَوْفَ يُعْطُونَ عَنْهَا حِسَابًا يَوْمَ ٱلدِّينِ.
36เราบอกพวกคุณว่า คำพูดที่ไร้ประโยชน์ทุกคำที่มนุษย์พูด พวกเขาจะต้องรับผิดชอบต่อคำนั้นในวันพิพากษา
37لِأَنَّكَ بِكَلَامِكَ تَتَبَرَّرُ وَبِكَلَامِكَ تُدَانُ».
37เพราะคำพูดของเจ้า เจ้าจะได้รับความชอบธรรม และเพราะคำพูดของเจ้า เจ้าจะถูกตัดสินว่ามีความผิด”
38حِينَئِذٍ أَجَابَ قَوْمٌ مِنَ ٱلْكَتَبَةِ وَٱلْفَرِّيسِيِّينَ قَائِلِينَ: «يَا مُعَلِّمُ، نُرِيدُ أَنْ نَرَى مِنْكَ آيَةً».
38แล้วอาลักษณ์และฟาริสีบางคนตอบพระองค์ว่า “อาจารย์ พวกเราต้องการเห็นหมายสำคัญจากท่าน”
39فَأَجابَ وَقَالَ لَهُمْ: «جِيلٌ شِرِّيرٌ وَفَاسِقٌ يَطْلُبُ آيَةً، وَلَا تُعْطَى لَهُ آيَةٌ إِلَّا آيَةَ يُونَانَ ٱلنَّبِيِّ.
39แต่พระองค์ตอบพวกเขาว่า “คนรุ่นที่ชั่วร้ายและล่วงประเวณีแสวงหาหมายสำคัญ แต่จะไม่มีหมายสำคัญใดให้แก่คนรุ่นนี้ นอกจากหมายสำคัญของโยนาห์ผู้เผยพระวจนะ
40لِأَنَّهُ كَمَا كَانَ يُونَانُ فِي بَطْنِ ٱلْحُوتِ ثَلَاثَةَ أَيَّامٍ وَثَلَاثَ لَيَالٍ، هَكَذَا يَكُونُ ٱبْنُ ٱلْإِنْسَانِ فِي قَلْبِ ٱلْأَرْضِ ثَلَاثَةَ أَيَّامٍ وَثَلَاثَ لَيَالٍ.
40เพราะโยนาห์อยู่ในท้องของปลาขนาดใหญ่สามวันสามคืนฉันใด บุตรมนุษย์ก็จะอยู่ในใจกลางแผ่นดินโลกสามวันสามคืนฉันนั้น
41رِجَالُ نِينَوَى سَيَقُومُونَ فِي ٱلدِّينِ مَعَ هَذَا ٱلْجِيلِ وَيَدِينُونَهُ، لِأَنَّهُمْ تَابُوا بِمُنَادَاةِ يُونَانَ، وَهُوَذَا أَعْظَمُ مِنْ يُونَانَ هَهُنَا!
41ชาวนีนะเวห์จะยืนขึ้นในวันพิพากษาพร้อมกับคนรุ่นนี้ และจะกล่าวโทษคนรุ่นนี้ เพราะพวกเขากลับใจเมื่อได้ยินการประกาศของโยนาห์ และที่นี่มีผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าโยนาห์
42مَلِكَةُ ٱلتَّيْمَنِ سَتَقُومُ فِي ٱلدِّينِ مَعَ هَذَا ٱلْجِيلِ وَتَدِينُهُ، لِأَنَّهَا أَتَتْ مِنْ أَقَاصِي ٱلْأَرْضِ لِتَسْمَعَ حِكْمَةَ سُلَيْمَانَ، وَهُوَذَا أَعْظَمُ مِنْ سُلَيْمَانَ هَهُنَا!
42ราชินีแห่งทิศใต้จะลุกขึ้นในวันพิพากษาพร้อมกับคนรุ่นนี้ และจะกล่าวโทษคนรุ่นนี้ เพราะนางมาจากสุดปลายแผ่นดินโลกเพื่อฟังปัญญาของซาโลมอน และที่นี่มีผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าซาโลมอน
43إِذَا خَرَجَ ٱلرُّوحُ ٱلنَّجِسُ مِنَ ٱلْإِنْسَانِ يَجْتَازُ فِي أَمَاكِنَ لَيْسَ فِيهَا مَاءٌ، يَطْلُبُ رَاحَةً وَلَا يَجِدُ.
43“เมื่อวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ออกจากมนุษย์ มันผ่านไปตามที่แห้งแล้งไม่มีน้ำ เพื่อแสวงหาที่พัก แต่หาไม่พบ
44ثُمَّ يَقُولُ: أَرْجِعُ إِلَى بَيْتِي ٱلَّذِي خَرَجْتُ مِنْهُ. فَيَأْتِي وَيَجِدُهُ فَارِغًا مَكْنُوسًا مُزَيَّنًا.
44แล้วมันพูดว่า ‘เราจะกลับไปบ้านของเราที่เราออกมา’ เมื่อกลับมา มันพบว่าบ้านนั้นว่าง กวาดสะอาด และจัดเป็นระเบียบ
45ثُمَّ يَذْهَبُ وَيَأْخُذُ مَعَهُ سَبْعَةَ أَرْوَاحٍ أُخَرَ أَشَرَّ مِنْهُ، فَتَدْخُلُ وَتَسْكُنُ هُنَاكَ، فَتَصِيرُ أَوَاخِرُ ذَلِكَ ٱلْإِنْسَانِ أَشَرَّ مِنْ أَوَائِلِهِ! هَكَذَا يَكُونُ أَيْضًا لِهَذَا ٱلْجِيلِ ٱلشِّرِّيرِ».
45แล้วมันก็ไปพาวิญญาณอื่นอีกเจ็ดตนที่ชั่วร้ายกว่ามันมา พวกมันเข้าไปอาศัยอยู่ที่นั่น สภาพสุดท้ายของคนนั้นจึงเลวร้ายกว่าตอนแรก คนรุ่นชั่วนี้ก็จะเป็นเช่นนั้นด้วย”
46وَفِيمَا هُوَ يُكَلِّمُ ٱلْجُمُوعَ إِذَا أُمُّهُ وَإِخْوَتُهُ قَدْ وَقَفُوا خَارِجًا طَالِبِينَ أَنْ يُكَلِّمُوهُ.
46ขณะที่พระองค์ยังกล่าวกับฝูงชนอยู่ มารดาและพี่น้องของพระองค์ก็มายืนอยู่ข้างนอก ต้องการพูดกับพระองค์
47فَقَالَ لَهُ وَاحِدٌ: «هُوَذَا أُمُّكَ وَإِخْوَتُكَ وَاقِفُونَ خَارِجًا طَالِبِينَ أَنْ يُكَلِّمُوكَ».
47มีคนหนึ่งบอกพระองค์ว่า “ดูสิ มารดาและพี่น้องของท่านยืนอยู่ข้างนอก ต้องการพูดกับท่าน”
48فَأَجَابَ وَقَالَ لِلْقَائِلِ لَهُ: «مَنْ هِيَ أُمِّي وَمَنْ هُمْ إِخْوَتي؟».
48แต่พระองค์ตอบคนที่พูดกับพระองค์ว่า “ใครคือแม่ของเรา? ใครคือพี่น้องของเรา?”
49ثُمَّ مَدَّ يَدَهُ نَحْوَ تَلَامِيذِهِ وَقَالَ: «هَا أُمِّي وَإِخْوَتِي.
49พระองค์ยื่นมือไปทางสาวกของพระองค์ และกล่าวว่า “นี่คือแม่และพี่น้องของเรา!
50لِأَنَّ مَنْ يَصْنَعُ مَشِيئَةَ أَبِي ٱلَّذِي فِي ٱلسَّمَاوَاتِ هُوَ أَخِي وَأُخْتِي وَأُمِّي».
50เพราะผู้ใดทำตามพระประสงค์ของพระบิดาของเราผู้อยู่ในสวรรค์ ผู้นั้นคือพี่น้องชาย พี่น้องหญิง และแม่ของเรา”
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.