اَلْقُضَاة

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 15
Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

اَلْقُضَاة 15

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَكَانَ بَعْدَ مُدَّةٍ فِي أَيَّامِ حَصَادِ ٱلْحِنْطَةِ، أَنَّ شَمْشُونَ ٱفْتَقَدَ ٱمْرَأَتَهُ بِجَدْيِ مِعْزًى.
1ต่อ​มา​ใน​ฤดู​เกี่ยว​ข้าว​สาลี แซมสัน​นำ​ลูก​แพะ​ไป​หา​ภรรยา เขา​กล่าว​ว่า “ผม​จะ​เข้า​ไป​หา​ภรรยา​ใน​ห้อง​ของ​นาง” แต่​บิดา​ของ​นาง​ไม่​ยอม​ให้​เข้า​ไป
2وَقَالَ: «أَدْخُلُ إِلَى ٱمْرَأَتِي إِلَى حُجْرَتِهَا». وَلَكِنَّ أَبَاهَا لَمْ يَدَعْهُ أَنْ يَدْخُلَ. وَقَالَ أَبُوهَا: «إِنِّي قُلْتُ إِنَّكَ قَدْ كَرِهْتَهَا فَأَعْطَيْتُهَا لِصَاحِبِكَ. أَلَيْسَتْ أُخْتُهَا ٱلصَّغِيرَةُ أَحْسَنَ مِنْهَا؟ فَلْتَكُنْ لَكَ عِوَضًا عَنْهَا».
2บิดา​ของ​นาง​พูด​ว่า “ฉัน​คิด​แน่​ว่า​เจ้า​เกลียด​นาง​อย่าง​ยิ่ง จึง​ยก​นาง​ให้​เพื่อน​ของ​เจ้า น้อง​สาว​ของ​นาง​สวย​กว่า​นาง​ไม่​ใช่​หรือ? โปรด​รับ​น้อง​สาว​แทน​เถอะ”
3فَقَالَ لَهُمْ شَمْشُونُ: «إِنِّي بَرِيءٌ ٱلْآنَ مِنَ ٱلْفِلِسْطِينِيِّينَ إِذَا عَمِلْتُ بِهِمْ شَرًّا».
3แซมสัน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ครั้ง​นี้​ถ้า​เรา​ทำร้าย​ชาว​ฟีลิสเตีย เรา​จะ​ไม่​มี​ความ​ผิด”
4وَذَهَبَ شَمْشُونُ وَأَمْسَكَ ثَلَاثَ مِئَةِ ٱبْنِ آوَى، وَأَخَذَ مَشَاعِلَ وَجَعَلَ ذَنَبًا إِلَى ذَنَبٍ، وَوَضَعَ مَشْعَلًا بَيْنَ كُلِّ ذَنَبَيْنِ فِي ٱلْوَسَطِ،
4แซมสัน​ไป​จับ​สุนัข​จิ้งจอก​สาม​ร้อย​ตัว นำ​คบเพลิง​มา​ผูก​หาง​เป็น​คู่ๆ แล้ว​ผูก​คบเพลิง​ไว้​ตรง​กลาง​ระหว่าง​หาง​แต่ละ​คู่
5ثُمَّ أَضْرَمَ ٱلْمَشَاعِلَ نَارًا وَأَطْلَقَهَا بَيْنَ زُرُوعِ ٱلْفِلِسْطِينِيِّينَ، فَأَحْرَقَ ٱلْأَكْدَاسَ وَٱلزَّرْعَ وَكُرُومَ ٱلزَّيْتُونِ.
5เขา​จุด​คบเพลิง​และ​ปล่อย​พวก​มัน​เข้า​ไป​ใน​ทุ่ง​ข้าว​สาลี​ที่​กำลัง​ออก​รวง​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย เผา​ทั้ง​กอง​ฟ่อน​ข้าว​สาลี ข้าว​สาลี​ใน​ทุ่ง และ​สวน​มะกอก
6فَقَالَ ٱلْفِلِسْطِينِيُّونَ: «مَنْ فَعَلَ هَذَا؟» فَقَالُوا: «شَمْشُونُ صِهْرُ ٱلتِّمْنِيِّ، لِأَنَّهُ أَخَذَ ٱمْرَأَتَهُ وَأَعْطَاهَا لِصَاحِبِهِ». فَصَعِدَ ٱلْفِلِسْطِينِيُّونَ وَأَحْرَقُوهَا وَأَبَاهَا بِٱلنَّارِ.
6ชาว​ฟีลิสเตีย​ถาม​ว่า “ใคร​ทำ​เรื่อง​นี้?” มี​คน​ตอบ​ว่า “แซมสัน​ลูกเขย​ของ​ชาว​ทิมนาห์ เพราะ​พ่อตา​เอา​ภรรยา​ของ​เขา​ไป​ยก​ให้​เพื่อน” ชาว​ฟีลิสเตีย​จึง​ขึ้น​มา​เผา​นาง​กับ​บิดา​ด้วย​ไฟ
7فَقَالَ لَهُمْ شَمْشُونُ: «وَلَوْ فَعَلْتُمْ هَذَا فَإِنِّي أَنْتَقِمُ مِنْكُمْ، وَبَعْدُ أَكُفُّ».
7แซมสัน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ใน​เมื่อ​พวก​เจ้า​ทำ​เช่น​นี้ เรา​จะ​แก้​แค้น​พวก​เจ้า​ให้​ได้ แล้ว​จึง​จะ​หยุด”
8وَضَرَبَهُمْ سَاقًا عَلَى فَخْذٍ ضَرْبًا عَظِيمًا. ثُمَّ نَزَلَ وَأَقَامَ فِي شَقِّ صَخْرَةِ عِيطَمَ.
8เขา​ฟาด​ฟัน​พวก​เขา​จน​ราบคาบ เป็น​การ​สังหาร​ครั้ง​ใหญ่ แล้ว​ลง​ไป​อาศัย​ใน​ถ้ำ​ที่​โขด​หิน​เอตาม
9وَصَعِدَ ٱلْفِلِسْطِينِيُّونَ وَنَزَلُوا فِي يَهُوذَا وَتَفَرَّقُوا فِي لَحْيٍ.
9ชาว​ฟีลิสเตีย​ยก​ขึ้น​มา​ตั้ง​ค่าย​ใน​ยูดาห์ และ​กระจาย​กำลัง​ที่​เลฮี
10فَقَالَ رِجَالُ يَهُوذَا: «لِمَاذَا صَعِدْتُمْ عَلَيْنَا؟» فَقَالُوا: «صَعِدْنَا لِكَيْ نُوثِقَ شَمْشُونَ لِنَفْعَلَ بِهِ كَمَا فَعَلَ بِنَا».
10ชาย​ชาว​ยูดาห์​ถาม​ว่า “ทำไม​พวก​ท่าน​จึง​ยก​มา​โจมตี​เรา?” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “เรา​มา​จับ​มัด​แซมสัน เพื่อ​ทำ​กับ​เขา​เหมือน​ที่​เขา​ทำ​กับ​เรา”
11فَنَزَلَ ثَلَاثَةُ آلَافِ رَجُلٍ مِنْ يَهُوذَا إِلَى شَقِّ صَخْرَةِ عِيطَمَ، وَقَالُوا لِشَمْشُونَ: «أَمَا عَلِمْتَ أَنَّ ٱلْفِلِسْطِينِيِّينَ مُتَسَلِّطُونَ عَلَيْنَا؟ فَمَاذَا فَعَلْتَ بِنَا؟» فَقَالَ لَهُمْ: «كَمَا فَعَلُوا بِي هَكَذَا فَعَلْتُ بِهِمْ».
11ชาย​ชาว​ยูดาห์​สาม​พัน​คน​จึง​ลง​ไป​ยัง​ถ้ำ​ที่​โขด​หิน​เอตาม และ​พูด​กับ​แซมสัน​ว่า “ท่าน​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​ชาว​ฟีลิสเตีย​ปกครอง​เรา​อยู่? แล้ว​เหตุ​ใด​ท่าน​จึง​ทำ​เช่น​นี้​กับ​พวก​เรา?” เขา​ตอบ​ว่า “พวก​เขา​ทำ​กับ​เรา​อย่างไร เรา​ก็​ทำ​กับ​พวก​เขา​อย่าง​นั้น”
12فَقَالُوا لَهُ: «نَزَلْنَا لِكَيْ نُوثِقَكَ وَنُسَلِّمَكَ إِلَى يَدِ ٱلْفِلِسْطِينِيِّينَ». فَقَالَ لَهُمْ شَمْشُونُ: «ٱحْلِفُوا لِي أَنَّكُمْ أَنْتُمْ لَا تَقَعُونَ عَلَيَّ».
12พวก​เขา​กล่าว​ว่า “เรา​ลง​มา​เพื่อ​มัด​ท่าน​และ​มอบ​ท่าน​ให้​ชาว​ฟีลิสเตีย” แซมสัน​ตอบ​ว่า “จง​สาบาน​กับ​เรา​ว่า​พวก​ท่าน​จะ​ไม่​ลงมือ​ทำร้าย​เรา​ด้วย​ตัวเอง”
13فَكَلَّمُوهُ قَائِلِينَ: «كَلَّا. وَلَكِنَّنَا نُوثِقُكَ وَنُسَلِّمُكَ إِلَى يَدِهِمْ، وَقَتْلًا لَا نَقْتُلُكَ». فَأَوْثَقُوهُ بِحَبْلَيْنِ جَدِيدَيْنِ وَأَصْعَدُوهُ مِنَ ٱلصَّخْرَةِ.
13พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ไม่​ทำ เรา​จะ​มัด​ท่าน​ให้​แน่น​และ​มอบ​ท่าน​ให้​พวก​เขา แต่​จะ​ไม่​ฆ่า​ท่าน​อย่าง​แน่นอน” พวก​เขา​ใช้​เชือก​ใหม่​สอง​เส้น​มัด​เขา​และ​พา​ขึ้น​มา​จาก​โขด​หิน
14وَلَمَّا جَاءَ إِلَى لَحْيٍ، صَاحَ ٱلْفِلِسْطِينِيُّونَ لِلِقَائِهِ. فَحَلَّ عَلَيْهِ رُوحُ ٱلرَّبِّ، فَكَانَ ٱلْحَبْلَانِ ٱللَّذَانِ عَلَى ذِرَاعَيْهِ كَكَتَّانٍ أُحْرِقَ بِٱلنَّارِ، فَٱنْحَلَّ ٱلْوِثَاقُ عَنْ يَدَيْهِ.
14เมื่อ​เขา​มา​ถึง​เลฮี ชาว​ฟีลิสเตีย​ก็​โห่​ร้อง​เข้า​มา​หา​เขา พระวิญญาณของพระยาห์เวห์​ทรง​เข้า​มา​ทำงาน​ใน​ตัว​เขา​อย่าง​ทรง​พลัง เชือก​ที่​แขน​จึง​เป็น​เหมือน​ป่าน​ถูก​ไฟ​เผา เครื่อง​พันธนาการ​หลุด​ออก​จาก​มือ
15وَوَجَدَ لَحْيَ حِمَارٍ طَرِيًّا، فَمَدَّ يَدَهُ وَأَخَذَهُ وَضَرَبَ بِهِ أَلْفَ رَجُلٍ.
15เขา​พบ​กระดูก​ขา​กรรไกร​ลา​ที่​ยัง​สด​อยู่​ชิ้น​หนึ่ง จึง​เอื้อม​มือ​หยิบ​มา​ใช้​สังหาร​ชาย​หนึ่ง​พัน​คน
16فَقَالَ شَمْشُونُ: «بِلَحْيِ حِمَارٍ كُومَةً كُومَتَيْنِ. بِلَحْيِ حِمَارٍ قَتَلْتُ أَلْفَ رَجُلٍ».
16แซมสัน​กล่าว​ว่า “ด้วย​ขา​กรรไกร​ลา กอง​แล้ว​กอง​เล่า ด้วย​ขา​กรรไกร​ลา เรา​สังหาร​คน​หนึ่ง​พัน​คน”
17وَلَمَّا فَرَغَ مِنَ ٱلْكَلَامِ رَمَى ٱللَّحْيِ مِنْ يَدِهِ، وَدَعَا ذَلِكَ ٱلْمَكَانَ «رَمَتَ لَحْيٍ».
17เมื่อ​พูด​จบ เขา​โยน​กระดูก​ขา​กรรไกร​ออก​จาก​มือ สถานที่​นั้น​จึง​เรียก​ว่า​รามัทเลฮี
18ثُمَّ عَطِشَ جِدًّا فَدَعَا ٱلرَّبَّ وَقَالَ: «إِنَّكَ قَدْ جَعَلْتَ بِيَدِ عَبْدِكَ هَذَا ٱلْخَلَاصَ ٱلْعَظِيمَ، وَٱلْآنَ أَمُوتُ مِنَ ٱلْعَطَشِ وَأَسْقُطُ بِيَدِ ٱلْغُلْفِ».
18เขา​กระหาย​น้ำ​อย่าง​ยิ่ง จึง​ร้อง​ทูล​พระยาห์เวห์​ว่า “พระองค์​ประทาน​การ​ช่วย​กู้​ครั้ง​ยิ่งใหญ่​นี้​โดย​ผู้​รับใช้​ของ​พระองค์ บัดนี้​ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​เพราะ​กระหาย​น้ำ และ​ตก​อยู่​ใต้​อำนาจ​ของ​คน​ที่​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต​หรือ?”
19فَشَقَّ ٱللهُ ٱلْكِفَّةَ ٱلَّتِي فِي لَحْيِ، فَخَرَجَ مِنْهَا مَاءٌ، فَشَرِبَ وَرَجَعَتْ رُوحُهُ فَٱنْتَعَشَ. لِذَلِكَ دَعَا ٱسْمَهُ «عَيْنَ هَقُّورِي» ٱلَّتِي فِي لَحْيٍ إِلَى هَذَا ٱلْيَوْمِ.
19พระเจ้า​ทรง​แยก​แอ่ง​ที่​เลฮี​ให้​น้ำ​ไหล​ออก​มา เมื่อ​เขา​ดื่ม​แล้ว เขา​ก็​กลับ​มี​เรี่ยวแรง​และ​ฟื้น​ขึ้น สถานที่​นั้น​จึง​เรียก​ว่า​เอนฮักโคเร ซึ่ง​อยู่​ที่​เลฮี​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้
20وَقَضَى لِإِسْرَائِيلَ فِي أَيَّامِ ٱلْفِلِسْطِينِيِّينَ عِشْرِينَ سَنَةً.
20แซมสัน​ปกครอง​และ​วินิจฉัย​อิสราเอล​ยี่​สิบ​ปี​ใน​สมัย​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.