اَلْقُضَاة

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 21
Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

اَلْقُضَاة 21

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَرِجَالُ إِسْرَائِيلَ حَلَفُوا فِي ٱلْمِصْفَاةِ قَائِلِينَ: «لَا يُسَلِّمْ أَحَدٌ مِنَّا ٱبْنَتَهُ لِبَنْيَامِينَ ٱمْرَأَةً».
1ชาย​อิสราเอล​ได้​สาบาน​ไว้​ที่​มิสปาห์​ว่า “พวก​เรา​จะ​ไม่​มี​ใคร​ยก​บุตร​สาว​ให้​ชาย​เบนยามิน​เป็น​ภรรยา”
2وَجَاءَ ٱلشَّعْبُ إِلَى بَيْتِ إِيلَ وَأَقَامُوا هُنَاكَ إِلَى ٱلْمَسَاءِ أَمَامَ ٱللهِ، وَرَفَعُوا صَوْتَهُمْ وَبَكَوْا بُكَاءً عَظِيمًا.
2ประชาชน​ไป​เบธเอล​และ​นั่ง​อยู่​ต่อ​หน้า​พระเจ้า​จน​ถึง​เย็น พวก​เขา​ส่งเสียง​ร้องไห้​อย่าง​หนัก
3وَقَالُوا: «لِمَاذَا يَارَبُّ إِلَهَ إِسْرَائِيلَ حَدَثَتْ هَذِهِ فِي إِسْرَائِيلَ، حَتَّى يُفْقَدَ ٱلْيَوْمَ مِنْ إِسْرَائِيلَ سِبْطٌ؟»
3พวก​เขา​กล่าว​ว่า “ข้า​แต่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล ทำไม​เรื่อง​นี้​จึง​เกิด​ขึ้น​ใน​อิสราเอล วัน​นี้​อิสราเอล​จึง​ขาด​ไป​หนึ่ง​เผ่า?”
4وَفِي ٱلْغَدِ بَكَّرَ ٱلشَّعْبُ وَبَنَوْا هُنَاكَ مَذْبَحًا، وَأَصْعَدُوا مُحْرَقَاتٍ وَذَبَائِحَ سَلَامَةٍ.
4วัน​รุ่งขึ้น ประชาชน​ตื่น​แต่​เช้า สร้าง​แท่น​บูชา​ที่​นั่น และ​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​กับ​เครื่อง​สันติ​บูชา
5وَقَالَ بَنُو إِسْرَائِيلَ: «مَنْ هُوَ ٱلَّذِي لَمْ يَصْعَدْ فِي ٱلْمَجْمَعِ مِنْ جَمِيعِ أَسْبَاطِ إِسْرَائِيلَ إِلَى ٱلرَّبِّ؟»لِأَنَّهُ صَارَ ٱلْحَلْفُ ٱلْعَظِيمُ عَلَى ٱلَّذِي لَمْ يَصْعَدْ إِلَى ٱلرَّبِّ إِلَى ٱلْمِصْفَاةِ قَائِلًا: «يُمَاتُ مَوْتًا».
5ชาว​อิสราเอล​ถาม​ว่า “มี​ใคร​จาก​เผ่า​ใด​ใน​อิสราเอล​ที่​ไม่​ได้​ขึ้น​มา​ร่วม​ชุมนุม​ต่อ​หน้า​พระยาห์เวห์?” เพราะ​พวก​เขา​ได้​สาบาน​อย่าง​จริงจัง​เกี่ยว​กับ​ผู้​ที่​ไม่​ได้​ขึ้น​มา​หา​พระยาห์เวห์​ที่​มิสปาห์​ว่า “ผู้​นั้น​ต้อง​ตาย​อย่าง​แน่นอน”
6وَنَدِمَ بَنُو إِسْرَائِيلَ عَلَى بَنْيَامِينَ أَخِيهِمْ وَقَالُوا: «قَدِ ٱنْقَطَعَ ٱلْيَوْمَ سِبْطٌ وَاحِدٌ مِنْ إِسْرَائِيلَ.
6ชาว​อิสราเอล​โศกเศร้า​เรื่อง​เบนยามิน​พี่น้อง​ของ​ตน​และ​กล่าว​ว่า “วัน​นี้​เผ่า​หนึ่ง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​อิสราเอล
7مَاذَا نَعْمَلُ لِلْبَاقِينَ مِنْهُمْ فِي أَمْرِ ٱلنِّسَاءِ، وَقَدْ حَلَفْنَا نَحْنُ بِٱلرَّبِّ أَنْ لَا نُعْطِيَهُمْ مِنْ بَنَاتِنَا نِسَاءً؟»
7เรา​จะ​หา​ภรรยา​ให้​คน​ที่​เหลือ​อยู่​ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​เรา​สาบาน​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า​จะ​ไม่​ยก​บุตร​สาว​ของ​เรา​ให้​เป็น​ภรรยา?”
8وَقَالُوا: «أَيُّ سِبْطٍ مِنْ أَسْبَاطِ إِسْرَائِيلَ لَمْ يَصْعَدْ إِلَى ٱلرَّبِّ إِلَى ٱلْمِصْفَاةِ؟». وَهُوَذَا لَمْ يَأْتِ إِلَى ٱلْمَحَلَّةِ رَجُلٌ مِنْ يَابِيشِ جِلْعَادَ إِلَى ٱلْمَجْمَعِ.
8พวก​เขา​ถาม​ว่า “มี​เผ่า​ใด​ใน​อิสราเอล​ที่​ไม่​ได้​ขึ้น​มา​หา​พระยาห์เวห์​ที่​มิสปาห์?” ไม่​มี​ใคร​จาก​ยาเบชกิเลอาด​มา​ยัง​ค่าย​เพื่อ​ร่วม​ชุมนุม​เลย
9فَعُدَّ ٱلشَّعْبُ فَلَمْ يَكُنْ هُنَاكَ رَجُلٌ مِنْ سُكَّانِ يَابِيشِ جِلْعَادَ.
9เมื่อ​นับ​ประชาชน ก็​ไม่​พบ​ชาว​ยาเบชกิเลอาด​อยู่​ที่​นั่น​แม้​แต่​คน​เดียว
10فَأَرْسَلَتِ ٱلْجَمَاعَةُ إِلَى هُنَاكَ ٱثْنَيْ عَشَرَ أَلْفَ رَجُلٍ مِنْ بَنِي ٱلْبَأْسِ، وَأَوْصَوْهُمْ قَائِلِينَ: «ٱذْهَبُوا وَٱضْرِبُوا سُكَّانَ يَابِيشِ جِلْعَادَ بِحَدِّ ٱلسَّيْفِ مَعَ ٱلنِّسَاءِ وَٱلْأَطْفَالِ.
10ชุมนุมชน​จึง​ส่ง​นักรบ​ผู้​กล้า​หาญ​ที่สุด​หนึ่ง​หมื่น​สอง​พัน​คน​ไป​ที่​นั่น และ​บัญชา​ว่า “จง​ไป​สังหาร​ชาว​ยาเบชกิเลอาด​ด้วย​ดาบ รวม​ทั้ง​ผู้หญิง​กับ​เด็ก​เล็ก
11وَهَذَا مَا تَعْمَلُونَهُ: تُحَرِّمُونَ كُلَّ ذَكَرٍ وَكُلَّ ٱمْرَأَةٍ عَرَفَتِ ٱضْطِجَاعَ ذَكَرٍ».
11จง​ทำ​ดังนี้ จง​ฆ่า​ผู้ชาย​ทุก​คน​และ​ผู้หญิง​ทุก​คน​ที่​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้ชาย​ให้​หมด​สิ้น”
12فَوَجَدُوا مِنْ سُكَّانِ يَابِيشِ جِلْعَادَ أَرْبَعَ مِئَةِ فَتَاةٍ عَذَارَى لَمْ يَعْرِفْنَ رَجُلًا بِٱلاِضْطِجَاعِ مَعَ ذَكَرٍ، وَجَاءُوا بِهِنَّ إِلَى ٱلْمَحَلَّةِ إِلَى شِيلُوهَ ٱلَّتِي فِي أَرْضِ كَنْعَانَ.
12พวก​เขา​พบ​หญิง​สาว​พรหมจารี​สี่​ร้อย​คน​ใน​หมู่​ชาว​ยาเบชกิเลอาด ซึ่ง​ยัง​ไม่​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้ชาย แล้ว​พา​ไป​ยัง​ค่าย​ที่​ชิโลห์​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน
13وَأَرْسَلَتِ ٱلْجَمَاعَةُ كُلُّهَا وَكَلَّمَتْ بَنِي بَنْيَامِينَ ٱلَّذِينَ فِي صَخْرَةِ رِمُّونَ وَٱسْتَدْعَتْهُمْ إِلَى ٱلصُّلْحِ.
13ชุมนุมชน​ทั้งหมด​ส่ง​คน​ไป​พูด​กับ​ชาว​เบนยามิน​ที่​ศิลาริมโมน และ​ประกาศ​สันติ​แก่​พวก​เขา
14فَرَجَعَ بَنْيَامِينُ فِي ذَلِكَ ٱلْوَقْتِ، فَأَعْطَوْهُمْ ٱلنِّسَاءَ ٱللَّوَاتِي ٱسْتَحْيَوْهُنَّ مِنْ نِسَاءِ يَابِيشِ جِلْعَادَ. وَلَمْ يَكْفُوهُمْ هَكَذَا.
14เวลา​นั้น​เบนยามิน​กลับ​มา และ​ชาว​อิสราเอล​ยก​หญิง​จาก​ยาเบชกิเลอาด​ที่​ไว้​ชีวิต​ให้ แต่​ยัง​มี​ไม่​พอ
15وَنَدِمَ ٱلشَّعْبُ مِنْ أَجْلِ بَنْيَامِينَ، لِأَنَّ ٱلرَّبَّ جَعَلَ شَقًّا فِي أَسْبَاطِ إِسْرَائِيلَ.
15ประชาชน​โศกเศร้า​เรื่อง​เบนยามิน เพราะ​พระยาห์เวห์​ทรง​ทำให้​เผ่า​ต่างๆ ของ​อิสราเอล​ขาด​ไป​เผ่า​หนึ่ง
16فَقَالَ شُيُوخُ ٱلْجَمَاعَةِ: «مَاذَا نَصْنَعُ بِٱلْبَاقِينَ فِي أَمْرِ ٱلنِّسَاءِ، لِأَنَّهُ قَدِ ٱنْقَطَعَتِ ٱلنِّسَاءُ مِنْ بَنْيَامِينَ؟»
16บรรดา​ผู้​อาวุโส​ของ​ชุมนุมชน​ถาม​ว่า “เรา​จะ​หา​ภรรยา​ให้​คน​ที่​เหลือ​อยู่​ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​ผู้หญิง​ของ​เบนยามิน​ถูก​ทำลาย​ไป​หมด​แล้ว?”
17وَقَالُوا: «مِيرَاثُ نَجَاةٍ لِبَنْيَامِينَ، وَلَا يُمْحَى سِبْطٌ مِنْ إِسْرَائِيلَ.
17พวก​เขา​กล่าว​ว่า “ผู้​หลบ​หนี​จาก​เบนยามิน​ต้อง​มี​มรดก เพื่อ​เผ่า​หนึ่ง​จะ​ไม่​ถูก​ลบ​ออก​จาก​อิสราเอล
18وَنَحْنُ لَا نَقْدِرُ أَنْ نُعْطِيَهُمْ نِسَاءً مِنْ بَنَاتِنَا، لِأَنَّ بَنِي إِسْرَائِيلَ حَلَفُوا قَائِلِينَ: مَلْعُونٌ مَنْ أَعْطَى ٱمْرَأَةً لِبَنْيَامِينَ».
18แต่​เรา​จะ​ยก​บุตร​สาว​ของ​เรา​ให้​เป็น​ภรรยา​ไม่​ได้ เพราะ​ชาว​อิสราเอล​ได้​สาบาน​ว่า ‘ผู้​ใด​ยก​ภรรยา​ให้​เบนยามิน ผู้​นั้น​ต้อง​ถูก​สาปแช่ง’”
19ثُمَّ قَالُوا: «هُوَذَا عِيدُ ٱلرَّبِّ فِي شِيلُوهَ مِنْ سَنَةٍ إِلَى سَنَةٍ شِمَالِيَّ بَيْتِ إِيلَ، شَرْقِيَّ ٱلطَّرِيقِ ٱلصَّاعِدَةِ مِنْ بَيْتِ إِيلَ إِلَى شَكِيمَ وَجَنُوبِيَّ لَبُونَةَ».
19แล้ว​พวก​เขา​กล่าว​ว่า “มี​เทศกาล​ของ​พระยาห์เวห์​ทุก​ปี​ที่​ชิโลห์ ซึ่ง​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​เบธเอล อยู่​ด้าน​ตะวัน​ออก​ของ​ถนน​หลวง​ที่​ขึ้น​จาก​เบธเอล​ไป​เชเคม และ​อยู่​ทาง​ใต้​ของ​เลโบนาห์”
20وَأَوْصَوْا بَنِي بَنْيَامِينَ قَائِلِينَ: «ٱمْضُوا وَٱكْمِنُوا فِي ٱلْكُرُومِ.
20พวก​เขา​บัญชา​ชาว​เบนยามิน​ว่า “ไป​ซุ่ม​อยู่​ใน​สวน​องุ่น
21وَٱنْظُرُوا. فَإِذَا خَرَجَتْ بَنَاتُ شِيلُوهَ لِيَدُرْنَ فِي ٱلرَّقْصِ، فَٱخْرُجُوا أَنْتُمْ مِنَ ٱلْكُرُومِ وَٱخْطِفُوا لِأَنْفُسِكُمْ كُلُّ وَاحِدٍ ٱمْرَأَتَهُ مِنْ بَنَاتِ شِيلُوهَ، وَٱذْهَبُوا إِلَى أَرْضِ بَنْيَامِينَ.
21คอย​ดู​ให้​ดี เมื่อ​บุตร​สาว​ชาว​ชิโลห์​ออก​มา​เต้นรำ​เป็น​หมู่ ให้​พวก​เจ้า​ออก​จาก​สวน​องุ่น แต่ละ​คน​ฉุด​หญิง​ชาว​ชิโลห์​คน​หนึ่ง​ไป​เป็น​ภรรยา แล้ว​ไป​ยัง​แผ่นดิน​เบนยามิน
22فَإِذَا جَاءَ آبَاؤُهُنَّ أَوْ إِخْوَتُهُنَّ لِكَيْ يَشْكُوا إِلَيْنَا، نَقُولُ لَهُمْ: تَرَاءَفُوا عَلَيْهِمْ لِأَجْلِنَا، لِأَنَّنَا لَمْ نَأْخُذْ لِكُلِّ وَاحِدٍ ٱمْرَأَتَهُ فِي ٱلْحَرْبِ، لِأَنَّكُمْ أَنْتُمْ لَمْ تُعْطُوهُمْ فِي ٱلْوَقْتِ حَتَّى تَكُونُوا قَدْ أَثِمْتُمْ».
22เมื่อ​บิดา​หรือ​พี่น้อง​ชาย​ของ​พวก​นาง​มา​ร้องทุกข์​ต่อ​เรา เรา​จะ​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า ‘โปรด​เมตตา​ยก​พวก​นาง​ให้​แก่​เรา เพราะ​ใน​สงคราม​เรา​ไม่​ได้​ชิง​ตัว​หญิง​มา​ให้​ชาย​แต่ละ​คน​เป็น​ภรรยา และ​พวก​ท่าน​ก็​ไม่​ได้​เป็น​ผู้​ยก​พวก​นาง​ให้ มิ​ฉะนั้น​เวลา​นี้​พวก​ท่าน​คง​มี​ความ​ผิด’”
23فَفَعَلَ هَكَذَا بَنُو بَنْيَامِينَ، وَٱتَّخَذُوا نِسَاءً حَسَبَ عَدَدِهِمْ مِنَ ٱلرَّاقِصَاتِ ٱللَّوَاتِي ٱخْتَطَفُوهُنَّ، وَذَهَبُوا وَرَجَعُوا إِلَى مُلْكِهِمْ وَبَنَوْا ٱلْمُدُنَ وَسَكَنُوا بِهَا.
23ชาว​เบนยามิน​ทำ​ตาม พวก​เขา​ฉุด​หญิง​ที่​ออก​มา​เต้นรำ​ไป​เป็น​ภรรยา​ตาม​จำนวน​ของ​ตน แล้ว​กลับ​ไป​ยัง​มรดก สร้าง​เมืองขึ้น​ใหม่​และ​อาศัย​อยู่​ใน​นั้น
24فَسَارَ مِنْ هُنَاكَ بَنُو إِسْرَائِيلَ فِي ذَلِكَ ٱلْوَقْتِ كُلُّ وَاحِدٍ إِلَى سِبْطِهِ وَعَشِيرَتِهِ، وَخَرَجُوا مِنْ هُنَاكَ كُلُّ وَاحِدٍ إِلَى مُلْكِهِ.
24เวลา​นั้น​ชาว​อิสราเอล​แยกย้าย​จาก​ที่​นั่น ทุก​คน​กลับ​ไป​ยัง​เผ่า​และ​ตระกูล​ของ​ตน ต่าง​คน​ต่าง​กลับ​ไป​ยัง​มรดก​ของ​ตน
25فِي تِلْكَ ٱلْأَيَّامِ لَمْ يَكُنْ مَلِكٌ فِي إِسْرَائِيلَ. كُلُّ وَاحِدٍ عَمِلَ مَا حَسُنَ فِي عَيْنَيْهِ.
25ใน​สมัย​นั้น​อิสราเอล​ไม่​มี​กษัตริย์ ทุก​คน​ต่าง​ทำ​สิ่ง​ที่​เห็น​ว่า​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​ตนเอง

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.