اَلْقُضَاة

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 19
Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

اَلْقُضَاة 19

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَفِي تِلْكَ ٱلْأَيَّامِ حِينَ لَمْ يَكُنْ مَلِكٌ فِي إِسْرَائِيلَ، كَانَ رَجُلٌ لَاوِيٌّ مُتَغَرِّبًا فِي عِقَابِ جَبَلِ أَفْرَايِمَ، فَٱتَّخَذَ لَهُ ٱمْرَأَةً سُرِّيَّةً مِنْ بَيْتِ لَحْمِ يَهُوذَا.
1ใน​สมัย​นั้น เมื่อ​อิสราเอล​ไม่​มี​กษัตริย์ มี​คน​เลวี​คน​หนึ่ง​อาศัย​อยู่​ใน​ส่วน​ที่​ห่าง​ไกล​ของ​แถบ​ภูเขา​เอฟราอิม เขา​รับ​หญิง​คน​หนึ่ง​จาก​เบธเลเฮม​ยูดาห์​มา​เป็น​ภรรยา​น้อย
2فَزَنَتْ عَلَيْهِ سُرِّيَّتُهُ وَذَهَبَتْ مِنْ عِنْدِهِ إِلَى بَيْتِ أَبِيهَا فِي بَيْتِ لَحْمِ يَهُوذَا، وَكَانَتْ هُنَاكَ أَيَّامًا أَرْبَعَةَ أَشْهُرٍ.
2ภรรยา​น้อย​นอกใจ​เขา แล้ว​จาก​ไป​ยัง​บ้าน​บิดา​ที่​เบธเลเฮม​ยูดาห์​และ​อยู่​ที่​นั่น​สี่​เดือน
3فَقَامَ رَجُلُهَا وَسَارَ وَرَاءَهَا لِيُطَيِّبَ قَلْبَهَا وَيَرُدَّهَا، وَمَعَهُ غُلَامُهُ وَحِمَارَانِ. فَأَدْخَلَتْهُ بَيْتَ أَبِيهَا. فَلَمَّا رَآهُ أَبُو ٱلْفَتَاةِ فَرِحَ بِلِقَائِهِ.
3สามี​จึง​ออก​เดินทาง​ตาม​ไป​เพื่อ​พูด​อย่าง​อ่อนโยน​และ​พา​นาง​กลับ​มา เขา​พา​คน​รับใช้​กับ​ลา​สอง​ตัว​ไป​ด้วย นาง​พา​เขา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​บิดา เมื่อ​บิดา​ของ​หญิง​สาว​เห็น​เขา​ก็​ดีใจ​ที่​ได้​พบ
4وَأَمْسَكَهُ حَمُوهُ أَبُو ٱلْفَتَاةِ، فَمَكَثَ مَعَهُ ثَلَاثَةَ أَيَّامٍ، فَأَكَلُوا وَشَرِبُوا وَبَاتُوا هُنَاكَ.
4พ่อตา​ของ​เขา​คือ​บิดา​ของ​หญิง​สาว​รั้ง​เขา​ไว้ เขา​จึง​อยู่​ด้วย​สาม​วัน พวก​เขา​กิน ดื่ม และ​พัก​อยู่​ที่​นั่น
5وَكَانَ فِي ٱلْيَوْمِ ٱلرَّابِعِ أَنَّهُمْ بَكَّرُوا صَبَاحًا وَقَامَ لِلذَّهَابِ. فَقَالَ أَبُو ٱلْفَتَاةِ لِصِهْرِهِ: «أَسْنِدْ قَلْبَكَ بِكِسْرَةِ خُبْزٍ، وَبَعْدُ تَذْهَبُونَ».
5วัน​ที่​สี่​พวก​เขา​ตื่น​แต่​เช้า ชาย​คน​นั้น​ลุก​ขึ้น​จะ​ออก​เดินทาง บิดา​ของ​หญิง​สาว​พูด​กับ​ลูกเขย​ว่า “กิน​ขนม​ปัง​สัก​หน่อย​ให้​มี​กำลัง​ก่อน แล้ว​ค่อย​เดินทาง​ต่อ”
6فَجَلَسَا وَأَكَلَا كِلَاهُمَا مَعًا وَشَرِبَا. وَقَالَ أَبُو ٱلْفَتَاةِ لِلرَّجُلِ: «ٱرْتَضِ وَبِتْ، وَلْيَطِبْ قَلْبُكَ».
6ทั้ง​สอง​จึง​นั่ง​กิน​และ​ดื่ม​ด้วย​กัน แล้ว​บิดา​ของ​หญิง​สาว​พูด​กับ​ชาย​คน​นั้น​ว่า “โปรด​ค้างคืน​และ​พัก​ให้​สำราญ​ใจ”
7وَلَمَّا قَامَ ٱلرَّجُلُ لِلذَّهَابِ، أَلَحَّ عَلَيْهِ حَمُوهُ فَعَادَ وَبَاتَ هُنَاكَ.
7ชาย​คน​นั้น​ลุก​ขึ้น​จะ​เดินทาง แต่​พ่อตา​รบเร้า เขา​จึง​พัก​อยู่​ที่​นั่น​อีก
8ثُمَّ بَكَّرَ فِي ٱلْغَدِ فِي ٱلْيَوْمِ ٱلْخَامِسِ لِلذَّهَابِ. فَقَالَ أَبُو ٱلْفَتَاةِ: «أَسْنِدْ قَلْبَكَ، وَتَوَانَوْا حَتَّى يَمِيلَ ٱلنَّهَارُ». وَأَكَلَا كِلَاهُمَا.
8วัน​ที่​ห้า​เขา​ตื่น​แต่​เช้า​จะ​ออก​เดินทาง บิดา​ของ​หญิง​สาว​พูด​ว่า “โปรด​กิน​อะไร​ให้​มี​กำลัง​และ​รอ​จน​บ่าย​คล้อย” ทั้ง​สอง​จึง​กิน​ด้วย​กัน
9ثُمَّ قَامَ ٱلرَّجُلُ لِلذَّهَابِ هُوَ وَسُرِّيَّتُهُ وَغُلَامُهُ، فَقَالَ لَهُ حَمُوهُ أَبُو ٱلْفَتَاةِ: «إِنَّ ٱلنَّهَارَ قَدْ مَالَ إِلَى ٱلْغُرُوبِ. بِيتُوا ٱلْآنَ. هُوَذَا آخِرُ ٱلنَّهَارِ. بِتْ هُنَا وَلْيَطِبْ قَلْبُكَ، وَغَدًا تُبَكِّرُونَ فِي طَرِيقِكُمْ وَتَذْهَبُ إِلَى خَيْمَتِكَ».
9เมื่อ​ชาย​คน​นั้น​กับ​ภรรยา​น้อย​และ​คน​รับใช้​ลุก​ขึ้น​จะ​ออก​เดินทาง พ่อตา​คือ​บิดา​ของ​หญิง​สาว​พูด​ว่า “ตอน​นี้​ใกล้​ค่ำ​แล้ว โปรด​ค้างคืน วัน​กำลัง​จะ​สิ้น​แล้ว อยู่​ที่​นี่​ให้​สำราญ​ใจ พรุ่งนี้​เช้า​ค่อย​ออก​เดินทาง​กลับ​บ้าน”
10فَلَمْ يُرِدِ ٱلرَّجُلُ أَنْ يَبِيتَ، بَلْ قَامَ وَذَهَبَ وَجَاءَ إِلَى مُقَابِلِ يَبُوسَ، هِيَ أُورُشَلِيمُ، وَمَعَهُ حِمَارَانِ مَشْدُودَانِ وَسُرِّيَّتُهُ مَعَهُ.
10แต่​ชาย​คน​นั้น​ไม่​ยอม​ค้างคืน เขา​ลุก​ขึ้น​เดินทาง​มา​ถึง​บริเวณ​ใกล้​เยบุส ซึ่ง​เรียก​อีก​ชื่อ​ว่า​เยรูซาเล็ม มี​ลา​สอง​ตัว​ผูก​อาน​และ​ภรรยา​น้อย​ไป​กับ​เขา
11وَفِيمَا هُمْ عِنْدَ يَبُوسَ وَٱلنَّهَارُ قَدِ ٱنْحَدَرَ جِدًّا، قَالَ ٱلْغُلَامُ لِسَيِّدِهِ: «تَعَالَ نَمِيلُ إِلَى مَدِينَةِ ٱلْيَبُوسِيِّينَ هَذِهِ وَنَبِيتُ فِيهَا».
11เมื่อ​พวก​เขา​อยู่​ใกล้​เยบุส เวลา​ก็​ล่วง​ไป​มาก คน​รับใช้​พูด​กับ​นาย​ว่า “มา​เถอะ ให้​เรา​เข้า​ไป​พัก​ใน​เมือง​ของ​ชาว​เยบุส​นี้​กัน”
12فَقَالَ لَهُ سَيِّدُهُ: «لَا نَمِيلُ إِلَى مَدِينَةٍ غَرِيبَةٍ حَيْثُ لَيْسَ أَحَدٌ مِنْ بَنِي إِسْرَائِيلَ هُنَا. نَعْبُرُ إِلَى جِبْعَةَ».
12นาย​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​ไม่​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​ซึ่ง​ไม่​ใช่​ชาว​อิสราเอล แต่​จะ​เดิน​ต่อ​ไป​ยัง​กิเบอาห์”
13وَقَالَ لِغُلَامِهِ: «تَعَالَ نَتَقَدَّمُ إِلَى أَحَدِ ٱلْأَمَاكِنِ وَنَبِيتُ فِي جِبْعَةَ أَوْ فِي ٱلرَّامَةِ».
13เขา​บอก​คน​รับใช้​ว่า “มา​เถอะ ให้​เรา​เข้า​ไป​ใกล้​เมือง​ใด​เมือง​หนึ่ง​ใน​แถบ​นี้ แล้ว​พัก​ค้างคืน​ที่​กิเบอาห์​หรือ​รามาห์”
14فَعَبَرُوا وَذَهَبُوا. وَغَابَتْ لَهُمُ ٱلشَّمْسُ عِنْدَ جِبْعَةَ ٱلَّتِي لِبَنْيَامِينَ.
14พวก​เขา​จึง​เดินทาง​ต่อ​ไป ดวง​อาทิตย์​ตก​ขณะ​อยู่​ใกล้​กิเบอาห์​ซึ่ง​เป็น​เมือง​ของ​เผ่า​เบนยามิน
15فَمَالُوا إِلَى هُنَاكَ لِكَيْ يَدْخُلُوا وَيَبِيتُوا فِي جِبْعَةَ. فَدَخَلَ وَجَلَسَ فِي سَاحَةِ ٱلْمَدِينَةِ وَلَمْ يَضُمَّهُمْ أَحَدٌ إِلَى بَيْتِهِ لِلْمَبِيتِ.
15พวก​เขา​แวะ​เข้า​ไป​ใน​กิเบอาห์​เพื่อ​พัก​ค้างคืน ชาย​คน​นั้น​นั่ง​อยู่​บน​ถนน​ใน​เมือง เพราะ​ไม่​มี​ใคร​รับ​พวก​เขา​เข้า​พัก​ใน​บ้าน
16وَإِذَا بِرَجُلٍ شَيْخٍ جَاءَ مِنْ شُغْلِهِ مِنَ ٱلْحَقْلِ عِنْدَ ٱلْمَسَاءِ. وَٱلرَّجُلُ مِنْ جَبَلِ أَفْرَايِمَ، وَهُوَ غَرِيبٌ فِي جِبْعَةَ، وَرِجَالُ ٱلْمَكَانِ بَنْيَامِينِيُّونَ.
16ตอน​เย็น​มี​ชาย​ชรา​คน​หนึ่ง​กลับ​จาก​ทำงาน​ใน​ทุ่ง เขา​มา​จาก​แถบ​ภูเขา​เอฟราอิม​และ​อาศัย​อยู่​ใน​กิเบอาห์ แต่​ชาว​เมือง​นั้น​เป็น​ชาว​เบนยามิน
17فَرَفَعَ عَيْنَيْهِ وَرَأَى ٱلرَّجُلَ ٱلْمُسَافِرَ فِي سَاحَةِ ٱلْمَدِينَةِ، فَقَالَ ٱلرَّجُلُ ٱلشَّيْخُ: «إِلَى أَيْنَ تَذْهَبُ؟ وَمِنْ أَيْنَ أَتَيْتَ؟»
17เขา​เงย​หน้า​ขึ้น​เห็น​ผู้​เดินทาง​นั่ง​อยู่​บน​ถนน​ใน​เมือง จึง​ถาม​ว่า “ท่าน​กำลัง​จะ​ไป​ไหน และ​มา​จาก​ไหน?”
18فَقَالَ لَهُ: «نَحْنُ عَابِرُونَ مِنْ بَيْتِ لَحْمِ يَهُوذَا إِلَى عِقَابِ جَبَلِ أَفْرَايِمَ. أَنَا مِنْ هُنَاكَ، وَقَدْ ذَهَبْتُ إِلَى بَيْتِ لَحْمِ يَهُوذَا، وَأَنَا ذَاهِبٌ إِلَى بَيْتِ ٱلرَّبِّ وَلَيْسَ أَحَدٌ يَضُمُّنِي إِلَى ٱلْبَيْتِ.
18ชาย​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “เรา​กำลัง​เดินทาง​จาก​เบธเลเฮม​ยูดาห์​ไป​ยัง​ส่วน​ที่​ห่าง​ไกล​ของ​แถบ​ภูเขา​เอฟราอิม ข้าพเจ้า​เป็น​คน​จาก​ที่​นั่น​และ​เพิ่ง​ไป​เบธเลเฮม​ยูดาห์​มา บัดนี้​กำลัง​ไป​ยัง​พระ​นิเวศ​ของ​พระยาห์เวห์ แต่​ไม่​มี​ใคร​รับ​ข้าพเจ้า​เข้า​บ้าน
19وَأَيْضًا عِنْدَنَا تِبْنٌ وَعَلَفٌ لِحَمِيرِنَا، وَأَيْضًا خُبْزٌ وَخَمْرٌ لِي وَلِأَمَتِكَ وَلِلْغُلَامِ ٱلَّذِي مَعَ عَبِيدِكَ. لَيْسَ ٱحْتِيَاجٌ إِلَى شَيْءٍ».
19เรา​มี​ทั้ง​ฟาง​และ​อาหาร​สำหรับ​ลา มี​ขนม​ปัง​กับ​เหล้า​องุ่น​สำหรับ​ข้าพเจ้า ผู้​รับใช้​ของ​ท่าน และ​ชาย​หนุ่ม​ที่​อยู่​กับ​ผู้​รับใช้​ของ​ท่าน เรา​ไม่​ขาด​สิ่ง​ใด”
20فَقَالَ ٱلرَّجُلُ ٱلشَّيْخُ: «ٱلسَّلَامُ لَكَ. إِنَّمَا كُلُّ ٱحْتِيَاجِكَ عَلَيَّ، وَلَكِنْ لَا تَبِتْ فِي ٱلسَّاحَةِ».
20ชาย​ชรา​ตอบ​ว่า “สันติสุข​จง​มี​แก่​ท่าน ให้​ข้าพเจ้า​จัด​หา​ทุก​สิ่ง​ที่​ท่าน​ต้องการ แต่​อย่า​นอน​บน​ถนน​ใน​เมือง​เลย”
21وَجَاءَ بِهِ إِلَى بَيْتِهِ، وَعَلَفَ حَمِيرَهُمْ، فَغَسَلُوا أَرْجُلَهُمْ وَأَكَلُوا وَشَرِبُوا.
21เขา​จึง​พา​ชาย​คน​นั้น​เข้า​บ้าน​และ​ให้​อาหาร​ลา พวก​เขา​ล้าง​เท้า กิน​และ​ดื่ม
22وَفِيمَا هُمْ يُطَيِّبُونَ قُلُوبَهُمْ، إِذَا بِرِجَالِ ٱلْمَدِينَةِ، رِجَالِ بَنِي بَلِيَّعَالَ، أَحَاطُوا بِٱلْبَيْتِ قَارِعِينَ ٱلْبَابَ، وَكَلَّمُوا ٱلرَّجُلَ صَاحِبَ ٱلْبَيْتِ ٱلشَّيْخَ قَائِلِينَ: «أَخْرِجِ ٱلرَّجُلَ ٱلَّذِي دَخَلَ بَيْتَكَ فَنَعْرِفَهُ».
22ขณะ​ที่​กำลัง​รื่นเริง ชาย​ชาว​เมือง​กลุ่ม​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​คน​ชั่ว​ร้าย​มา​ล้อม​บ้าน ทุบ​ประตู และ​พูด​กับ​ชาย​ชรา​ผู้​เป็น​เจ้าของ​บ้าน​ว่า “ส่ง​ผู้ชาย​ที่​เข้า​มา​ใน​บ้าน​ของ​เจ้า​ออก​มา​ให้​เรา​ร่วมเพศ​กับ​เขา!”
23فَخَرَجَ إِلَيْهِمْ ٱلْرَّجُلُ صَاحِبُ ٱلْبَيْتِ وَقَالَ لَهُمْ: «لَا يَا إِخْوَتِي. لَا تَفْعَلُوا شَرًّا. بَعْدَمَا دَخَلَ هَذَا ٱلرَّجُلُ بَيْتِي لَا تَفْعَلُوا هَذِهِ ٱلْقَبَاحَةَ.
23เจ้าของ​บ้าน​ออก​ไป​หา​พวก​เขา​และ​พูด​ว่า “อย่า​เลย พี่น้อง​ของ​ข้าพเจ้า โปรด​อย่า​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​เช่น​นี้ ใน​เมื่อ​ชาย​คน​นี้​เข้า​มา​ใน​บ้าน​ของ​ข้าพเจ้า​แล้ว อย่า​ทำ​เรื่อง​เลว​ทราม​นี้​เลย
24هُوَذَا ٱبْنَتِي ٱلْعَذْرَاءُ وَسُرِّيَّتُهُ. دَعُونِي أُخْرِجْهُمَا، فَأَذِلُّوهُمَا وَٱفْعَلُوا بِهِمَا مَا يَحْسُنُ فِي أَعْيُنِكُمْ. وَأَمَّا هَذَا ٱلرَّجُلُ فَلَا تَعْمَلُوا بِهِ هَذَا ٱلْأَمْرَ ٱلْقَبِيحَ».
24ข้าพเจ้า​มี​บุตร​สาว​พรหมจารี และ​ชาย​คน​นี้​มี​ภรรยา​น้อย ข้าพเจ้า​จะ​พา​พวก​นาง​ออก​มา พวก​ท่าน​จะ​ข่มเหง​และ​ทำ​กับ​พวก​นาง​ตาม​ที่​เห็น​ว่า​ดี​ก็​ได้ แต่​อย่า​ทำ​เรื่อง​เลว​ทราม​เช่น​นี้​กับ​ชาย​คน​นี้”
25فَلَمْ يُرِدِ ٱلرِّجَالُ أَنْ يَسْمَعُوا لَهُ. فَأَمْسَكَ ٱلرَّجُلُ سُرِّيَّتَهُ وَأَخْرَجَهَا إِلَيْهِمْ خَارِجًا، فَعَرَفُوهَا وَتَعَلَّلُوا بِهَا ٱللَّيْلَ كُلَّهُ إِلَى ٱلصَّبَاحِ. وَعِنْدَ طُلُوعِ ٱلْفَجْرِ أَطْلَقُوهَا.
25แต่​ชาย​เหล่า​นั้น​ไม่​ยอม​ฟัง คน​เลวี​จึง​จับ​ภรรยา​น้อย​ของ​ตน​พา​ออก​ไป​ให้​พวก​เขา พวก​เขา​ข่มขืน​และ​ทารุณ​นาง​ตลอด​คืน​จน​ถึง​เช้า พอ​ฟ้า​เริ่ม​สาง​จึง​ปล่อย​นาง​ไป
26فَجَاءَتِ ٱلْمَرْأَةُ عِنْدَ إِقْبَالِ ٱلصَّبَاحِ وَسَقَطَتْ عِنْدَ بَابِ بَيْتِ ٱلرَّجُلِ حَيْثُ سَيِّدُهَا هُنَاكَ إِلَى ٱلضَّوْءِ.
26ตอน​รุ่งสาง หญิง​นั้น​มา​ล้ม​ลง​ตรง​ประตู​บ้าน​ที่​ผู้​เป็น​นาย​ของ​นาง​พัก​อยู่ และ​อยู่​ตรง​นั้น​จน​สว่าง
27فَقَامَ سَيِّدُهَا فِي ٱلصَّبَاحِ وَفَتَحَ أَبْوَابَ ٱلْبَيْتِ وَخَرَجَ لِلذَّهَابِ فِي طَرِيقِهِ، وَإِذَا بِٱلْمَرْأَةِ سُرِّيَّتِهِ سَاقِطَةٌ عَلَى بَابِ ٱلْبَيْتِ، وَيَدَاهَا عَلَى ٱلْعَتَبَةِ.
27ตอน​เช้า ผู้​เป็น​นาย​ของ​นาง​ลุก​ขึ้น เปิด​ประตู​บ้าน และ​ออก​มา​จะ​เดินทาง​ต่อ ภรรยา​น้อย​ของ​เขา​ล้ม​อยู่​ตรง​ประตู​บ้าน มือ​ทั้ง​สอง​วาง​อยู่​บน​ธรณี​ประตู
28فَقَالَ لَهَا: «قُومِي نَذْهَبْ». فَلَمْ يَكُنْ مُجِيبٌ. فَأَخَذَهَا عَلَى ٱلْحِمَارِ وَقَامَ ٱلرَّجُلُ وَذَهَبَ إِلَى مَكَانِهِ.
28เขา​พูด​กับ​นาง​ว่า “ลุก​ขึ้น ไป​กัน​เถอะ!” แต่​ไม่​มี​เสียง​ตอบ เขา​จึง​ยก​นาง​ขึ้น​บน​หลัง​ลา แล้ว​ออก​เดินทาง​กลับ​ไป​ยัง​ที่​ของ​ตน
29وَدَخَلَ بَيْتَهُ وَأَخَذَ ٱلسِّكِّينَ وَأَمْسَكَ سُرِّيَّتَهُ وَقَطَّعَهَا مَعَ عِظَامِهَا إِلَى ٱثْنَتَيْ عَشَرَةَ قِطْعَةً، وَأَرْسَلَهَا إِلَى جَمِيعِ تُخُومِ إِسْرَائِيلَ.
29เมื่อ​กลับ​ถึง​บ้าน เขา​หยิบ​มีด​มา​ตัด​ร่าง​ภรรยา​น้อย แยก​ออก​ที​ละ​ส่วน​เป็น​สิบ​สอง​ชิ้น แล้ว​ส่ง​ชิ้น​ส่วน​ไป​ทั่ว​ทุก​เขต​แดน​ของ​อิสราเอล
30وَكُلُّ مَنْ رَأَى قَالَ: «لَمْ يَكُنْ وَلَمْ يُرَ مِثْلُ هَذَا مِنْ يَوْمِ صُعُودِ بَنِي إِسْرَائِيلَ مِنْ أَرْضِ مِصْرَ إِلَى هَذَا ٱلْيَوْمِ. تَبَصَّرُوا فِيهِ وَتَشَاوَرُوا وَتَكَلَّمُوا».
30ทุก​คน​ที่​เห็น​ต่าง​พูด​ว่า “การ​กระทำ​เช่น​นี้​ไม่​เคย​เกิด​ขึ้น​หรือ​มี​ใคร​เคย​พบ​เห็น ตั้งแต่​วัน​ที่​ชาว​อิสราเอล​ขึ้น​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์​จน​ถึง​วัน​นี้! จง​พิจารณา​เรื่อง​นี้ ปรึกษา​กัน แล้ว​บอก​ความเห็น​ของ​พวก​ท่าน”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.