إِشَعْيَاءَ

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 63
Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

إِشَعْيَاءَ 63

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1مَنْ ذَا ٱلْآتِي مِنْ أَدُومَ، بِثِيَابٍ حُمْرٍ مِنْ بُصْرَةَ؟ هَذَا ٱلْبَهِيُّ بِمَلَابِسِهِ، ٱلْمُتَعَظِّمُ بِكَثْرَةِ قُوَّتِهِ. «أَنَا ٱلْمُتَكَلِّمُ بِٱلْبِرِّ، ٱلْعَظِيمُ لِلْخَلَاصِ».
1นี่​ใคร​กัน​ที่​มา​จาก​เอโดม สวม​เสื้อผ้า​ย้อม​สี​มา​จาก​โบสราห์? นี่​ใคร​กัน​ที่​สวม​เสื้อผ้า​สง่างาม เดิน​มา​ด้วย​กำลัง​มหาศาล? “คือ​เรา ผู้​พูด​ด้วย​ความเที่ยงธรรม ผู้ทรง​พลัง​ที่​จะ​ช่วย​ให้​รอด”
2مَا بَالُ لِبَاسِكَ مُحَمَّرٌ، وَثِيَابُكَ كَدَائِسِ ٱلْمِعْصَرَةِ؟
2ทำไม​เสื้อผ้า​ของ​ท่าน​จึง​แดง เหมือน​เสื้อผ้า​คน​ย่ำ​องุ่น​ใน​บ่อ?
3«قَدْ دُسْتُ ٱلْمِعْصَرَةَ وَحْدِي، وَمِنَ ٱلشُّعُوبِ لَمْ يَكُنْ مَعِي أَحَدٌ. فَدُسْتُهُمْ بِغَضَبِي، وَوَطِئْتُهُمْ بِغَيْظِي. فَرُشَّ عَصِيرُهُمْ عَلَى ثِيَابِي، فَلَطَخْتُ كُلَّ مَلَابِسِي.
3“เรา​เหยียบ​ย่ำ​ใน​บ่อย่ำองุ่น​เพียง​ผู้​เดียว ใน​หมู่​ชนชาติ​ต่าง ๆ ไม่มี​ใคร​อยู่​กับ​เรา เรา​ย่ำ​พวกเขา​ด้วย​ความ​โกรธ เหยียบ​พวกเขา​ด้วย​ความ​เดือดดาล เลือด​ชีวิต​ของ​พวกเขา​กระเซ็น​บน​เสื้อผ้า​เรา และ​เรา​ทำ​เสื้อผ้า​ของ​เรา​ทั้งหมด​เปื้อน
4لِأَنَّ يَوْمَ ٱلنَّقْمَةِ فِي قَلْبِي، وَسَنَةَ مَفْدِيِّيَّ قَدْ أَتَتْ.
4เพราะ​วัน​แห่ง​การ​แก้​แค้น​อยู่​ใน​ใจ​เรา และ​ปี​ของ​ผู้​ที่​เรา​ไถ่​ไว้​มา​ถึง​แล้ว
5فَنَظَرْتُ وَلَمْ يَكُنْ مُعِينٌ، وَتَحَيَّرْتُ إِذْ لَمْ يَكُنْ عَاضِدٌ، فَخَلَّصَتْ لِي ذِرَاعِي، وَغَيْظِي عَضَدَنِي.
5เรา​มอง​ดู แต่​ไม่มี​ใคร​ช่วย เรา​ประหลาด​ใจ​ที่​ไม่มี​ใคร​ค้ำจุน ดัง​นั้น แขน​ของ​เรา​เอง​จึง​นำ​ความรอด​มา​ให้​เรา ความ​เดือดดาล​ของ​เรา​เอง​ค้ำจุน​เรา
6فَدُسْتُ شُعُوبًا بِغَضَبِي وَأَسْكَرْتُهُمْ بِغَيْظِي، وَأَجْرَيْتُ عَلَى ٱلْأَرْضِ عَصِيرَهُمْ».
6เรา​ย่ำ​ชนชาติ​ต่าง ๆ ด้วย​ความ​โกรธ ทำให้​พวกเขา​เมา​ด้วย​ความ​เดือดดาล และ​เท​เลือด​ชีวิต​ของ​พวกเขา​ลงบน​แผ่นดิน”
7إِحْسَانَاتِ ٱلرَّبِّ أَذْكُرُ، تَسَابِيحَ ٱلرَّبِّ، حَسَبَ كُلِّ مَا كَافَأَنَا بِهِ ٱلرَّبُّ، وَٱلْخَيْرَ ٱلْعَظِيمَ لِبَيْتِ إِسْرَائِيلَ ٱلَّذِي كَافَأَهُمْ بِهِ حَسَبَ مَرَاحِمِهِ، وَحَسَبَ كَثْرَةِ إِحْسَانَاتِهِ.
7ข้าพเจ้า​จะ​เล่า​ถึง​ความรักมั่นคง​ของ​พระยาห์เวห์ และ​คำ​สรรเสริญ​พระยาห์เวห์ ตาม​สิ่ง​ทั้งหมด​ที่​พระยาห์เวห์​มอบ​ให้​พวกเรา กับ​ความ​ดี​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ต่อ​เชื้อสาย​อิสราเอล ที่​พระองค์​มอบ​ให้​พวกเขา​ตาม​ความ​เมตตา และ​ความรักมั่นคง​อัน​มากมาย​ของ​พระองค์
8وَقَدْ قَالَ حَقًّا: «إِنَّهُمْ شَعْبِي، بَنُونَ لَا يَخُونُونَ». فَصَارَ لَهُمْ مُخَلِّصًا.
8เพราะ​พระองค์​กล่าว​ว่า “พวกเขา​เป็น​ประชากร​ของ​เรา​แน่นอน เป็น​ลูก​ที่​จะ​ไม่​ประพฤติ​หลอก​ลวง” พระองค์​จึง​เป็น​ผู้​ช่วย​พวกเขา​ให้​รอด
9فِي كُلِّ ضِيقِهِمْ تَضَايَقَ، وَمَلَاكُ حَضْرَتِهِ خَلَّصَهُمْ. بِمَحَبَّتِهِ وَرَأْفَتِهِ هُوَ فَكَّهُمْ وَرَفَعَهُمْ وَحَمَلَهُمْ كُلَّ ٱلْأَيَّامِ ٱلْقَدِيمَةِ.
9ใน​ความ​ทุกข์​ยาก​ทั้งหมด​ของ​พวกเขา พระองค์​ก็​ทุกข์​ยาก​ด้วย และ​ทูต​สวรรค์​ที่​อยู่​ต่อหน้า​พระองค์​ช่วย​พวกเขา​ให้​รอด ด้วย​ความ​รัก​และ​ความ​สงสาร พระองค์​ไถ่​พวกเขา พระองค์​รับ​พวกเขา​ไว้ และ​อุ้ม​พวกเขา​ตลอด​วัน​เก่า​ก่อน
10وَلَكِنَّهُمْ تَمَرَّدُوا وَأَحْزَنُوا رُوحَ قُدْسِهِ، فَتَحَوَّلَ لَهُمْ عَدُوًّا، وَهُوَ حَارَبَهُمْ.
10แต่​พวกเขา​กบฏ และ​ทำให้​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ของ​พระองค์​เสียใจ พระองค์​จึง​หัน​มา​เป็น​ศัตรู​ของ​พวกเขา และ​พระองค์​เอง​ต่อสู้​กับ​พวกเขา
11ثُمَّ ذَكَرَ ٱلْأَيَّامَ ٱلْقَدِيمَةَ، مُوسَى وَشَعْبَهُ: «أَيْنَ ٱلَّذِي أَصْعَدَهُمْ مِنَ ٱلْبَحْرِ مَعَ رَاعِي غَنَمِهِ؟ أَيْنَ ٱلَّذِي جَعَلَ فِي وَسَطِهِمْ رُوحَ قُدْسِهِ،
11แล้ว​เขา​ระลึก​ถึง​วัน​เก่า​ก่อน ถึง​โมเสส​และ​ประชากร​ของ​เขา โดย​กล่าว​ว่า “ผู้​ที่​นำ​พวกเขา​ขึ้น​จาก​ทะเล​พร้อม​คน​เลี้ยง​ฝูง​แกะ​ของ​พระองค์​อยู่​ที่ไหน? ผู้​ที่​ใส่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ของ​พระองค์​ไว้​ท่ามกลาง​พวกเขา​อยู่​ที่ไหน?”
12ٱلَّذِي سَيَّرَ لِيَمِينِ مُوسَى ذِرَاعَ مَجْدِهِ، ٱلَّذِي شَقَّ ٱلْمِيَاهَ قُدَّامَهُمْ لِيَصْنَعَ لِنَفْسِهِ ٱسْمًا أَبَدِيًّا،
12ใคร​ทำให้​แขน​อัน​รุ่งโรจน์​ของ​พระองค์​อยู่​ที่​มือขวา​ของ​โมเสส? ใคร​แยก​น้ำ​ต่อหน้า​พวกเขา เพื่อ​สร้าง​ชื่อ​ให้​ตน​คง​อยู่​ตลอดกาล?
13ٱلَّذِي سَيَّرَهُمْ فِي ٱللُّجَجِ، كَفَرَسٍ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ فَلَمْ يَعْثُرُوا؟
13ใคร​นำ​พวกเขา​ผ่าน​ห้วง​น้ำ​ลึก เหมือน​ม้า​ใน​ถิ่นกันดาร โดย​ไม่​สะดุด?
14كَبَهَائِمَ تَنْزِلُ إِلَى وَطَاءٍ، رُوحُ ٱلرَّبِّ أَرَاحَهُمْ». هَكَذَا قُدْتَ شَعْبَكَ لِتَصْنَعَ لِنَفْسِكَ ٱسْمَ مَجْدٍ.
14เหมือน​ปศุสัตว์​ที่​ลง​ไป​ใน​หุบเขา พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​ทำให้​พวกเขา​พัก พระองค์​นำ​ประชากร​ของ​พระองค์​เช่น​นี้ เพื่อ​สร้าง​พระนาม​อัน​รุ่งโรจน์​ให้​พระองค์​เอง
15تَطَلَّعْ مِنَ ٱلسَّمَاوَاتِ وَٱنْظُرْ مِنْ مَسْكَنِ قُدْسِكَ وَمَجْدِكَ: أَيْنَ غَيْرَتُكَ وَجَبَرُوتُكَ؟ زَفِيرُ أَحْشَائِكَ وَمَرَاحِمُكَ نَحْوِي ٱمْتَنَعَتْ.
15ขอ​พระองค์​มอง​ลง​มา​จาก​ฟ้าสวรรค์ มอง​มา​จาก​ที่​อยู่​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​และ​รุ่งโรจน์​ของ​พระองค์ ความ​กระตือรือร้น​และ​การกระทำ​อัน​ทรง​พลัง​ของ​พระองค์​อยู่​ที่ไหน? ความ​ห่วงใย​จาก​ใจ​และ​ความ​เมตตา​ของ​พระองค์​ที่​มี​ต่อ​ข้าพเจ้า​ถูก​ยับยั้ง​ไว้
16فَإِنَّكَ أَنْتَ أَبُونَا وَإِنْ لَمْ يَعْرِفْنَا إِبْرَاهِيمُ، وَإِنْ لَمْ يَدْرِنَا إِسْرَائِيلُ. أَنْتَ يَارَبُّ أَبُونَا، وَلِيُّنَا مُنْذُ ٱلْأَبَدِ ٱسْمُكَ.
16เพราะ​พระองค์​เป็น​พ่อ​ของ​พวกเรา แม้​อับราฮัม​ไม่​รู้จัก​พวกเรา และ​อิสราเอล​ไม่​ยอมรับ​พวกเรา พระยาห์เวห์ พระองค์​เป็น​พ่อ​ของ​พวกเรา ผู้​ไถ่​ของ​พวกเรา​ตั้งแต่​นิรันดร์​กาล คือ​พระนาม​ของ​พระองค์
17لِمَاذَا أَضْلَلْتَنَا يَارَبُّ عَنْ طُرُقِكَ، قَسَّيْتَ قُلُوبَنَا عَنْ مَخَافَتِكَ؟ ٱرْجِعْ مِنْ أَجْلِ عَبِيدِكَ، أَسْبَاطِ مِيرَاثِكَ.
17พระยาห์เวห์ ทำไม​พระองค์​ทำให้​พวกเรา​หลง​ไป​จาก​ทาง​ของ​พระองค์ และ​ทำให้​ใจ​พวกเรา​แข็ง​กระด้าง ไม่​ยำเกรง​พระองค์? ขอ​ทรง​กลับ​มา​เพื่อ​เห็น​แก่​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ คือ​เผ่า​ต่าง ๆ ที่​เป็น​มรดก​ของ​พระองค์
18إِلَى قَلِيلٍ ٱمْتَلَكَ شَعْبُ قُدْسِكَ. مُضَايِقُونَا دَاسُوا مَقْدِسَكَ.
18ประชากร​บริสุทธิ์​ของ​พระองค์​ครอบ​ครอง​อยู่​เพียง​ชั่ว​ครู่ ศัตรู​ของ​พวกเรา​เหยียบ​ย่ำ​สถาน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์
19قَدْ كُنَّا مُنْذُ زَمَانٍ كَٱلَّذِينَ لَمْ تَحْكُمْ عَلَيْهِمْ، وَلَمْ يُدْعَ عَلَيْهِمْ بِٱسْمِكَ.
19พวกเรา​กลาย​เป็น​เหมือน​คน​ที่​พระองค์​ไม่​เคย​ปกครอง เหมือน​คน​ที่​ไม่​ได้​เรียก​ตาม​พระนาม​ของ​พระองค์

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.