Handelingen
Chapter 7
Petrus Canisius Bible, 1…

Read in

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Judson Burmese Bible (1840)Chamorro: Gospels, Acts and PsalmsChinese Union Version, punctuated (Simplified)Chinese Union Version, punctuated (Traditional)Coptic New TestamentCoptic New Testament (Bohairic)Kralice Bible (1613)Testamenta Marra (Dieri New Testament)Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)Asang Khongca Bible (Eastern Khumi Chin, 2019)Berean Standard BibleDouay-Rheims Bible, American Edition (1899)King James Version with ApocryphaWorld English BibleLondona Biblio (Esperanto, 1910)Louis Segond 1910Lutherbibel 1912Greek New Testament, word by word (STEPBible TAGNT)Greek New Testament: 1904 Patriarchal Text (Byzantine)Greek New Testament: Byzantine Text (Robinson–Pierpont 2018)Greek New Testament: Textus ReceptusSBL Greek New TestamentBaibala Hemolele (Hawaiian Bible, 1868 revision)Modern Hebrew BibleDiodati Bibbia 1885Freedom Bible (フリーダム・バイブル)Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Bible Mutal (Kosraean)Clementine Vulgate, 1598Baibal Olcim (Matupi Chin)Old Persian Version (ترجمه قدیم)Kadede Kap (Pohnpeian New Testament and Psalms)Bíblia Portuguesa Mundial (Brazilian Portuguese)Cornilescu Bible (1924), Cyrillic scriptSynodal Translation (Синодальный перевод)Daničić–Karadžić Bible (1868), CyrillicReina-Valera 1909Biblia Takatifu (Swahili): New Testament portionsFreedom Bible (Thai)Tongan Bible, Revised West VersionKulish and Puluj Bible (1905)Vietnamese Bible (1923 translation)
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)
Freedom Bible (Thai)
1De hogepriester vroeg, of het waar was.
1มหาปุโรหิต​ถาม​ว่า “เรื่อง​เหล่า​นี้​เป็น​จริง​หรือ?”
2Toen nam hij het woord Mannen, broeders en vaders, luistert. De God van Majesteit verscheen aan onzen vader Abraham, toen hij nog in Mesopotámië woonde, en eer hij zich in Charán vestigde.
2สเทเฟน​ตอบ​ว่า “พี่น้อง​และ​บรรดา​บิดา​ทั้งหลาย โปรด​ฟัง พระเจ้า​แห่ง​พระสิริ​ปรากฏ​แก่​อับราฮัม​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา ขณะ​ที่​เขา​อยู่​ใน​เมโสโปเตเมีย ก่อน​ที่​จะ​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​ฮาราน
3En Hij sprak tot hem: Verlaat uw land en uw familie, en ga naar het land, dat Ik u zal tonen.
3และ​กล่าว​กับ​เขา​ว่า ‘จง​ออก​จาก​แผ่นดิน​ของ​เจ้า​และ​จาก​ญาติ​พี่น้อง​ของ​เจ้า แล้ว​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ที่​เรา​จะ​ชี้​ให้​เจ้า​เห็น’
4Toen vertrok hij uit het land der Chaldeën, en vestigde zich te Charán. En van daar deed Hij hem, na de dood van zijn vader, naar dit land verhuizen, dat gij nu bewoont.
4เขา​จึง​ออก​จาก​แผ่นดิน​ของ​ชาว​เคลเดีย​และ​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​ฮาราน หลัง​จาก​บิดา​ของ​เขา​ตาย พระเจ้า​ก็​นำ​เขา​จาก​ที่​นั่น​มา​ยัง​แผ่นดิน​นี้ ซึ่ง​พวกคุณ​อาศัย​อยู่​ใน​เวลา​นี้
5Wel gaf Hij hem geen enkel erfdeel, geen voetbreed zelfs; maar Hij beloofde, het in bezit te geven aan hem en aan zijn geslacht na hem, hoewel hij geen kind had.
5พระองค์​ไม่​ได้​มอบ​มรดก​ใน​แผ่นดิน​นี้​ให้​เขา​เลย แม้​แต่​ที่ดิน​พอ​ให้​วาง​เท้า แต่​พระองค์​สัญญา​ว่า​จะ​มอบ​แผ่นดิน​นี้​ให้​เป็น​กรรมสิทธิ์​ของ​เขา​และ​ของ​ลูกหลาน​ของ​เขา​ภายหลัง ทั้ง​ที่​เวลา​นั้น​เขา​ยัง​ไม่​มี​ลูก
6Nog zeide hem God dat zijn kinderen als ballingen zouden wonen in een vreemd land, en dat men ze tot slaven zou maken en mishandelen, vierhonderd jaar lang.
6พระเจ้า​กล่าว​ไว้​เช่น​นี้​ว่า ลูกหลาน​ของ​เขา​จะ​ไป​อาศัย​เป็น​คน​ต่าง​ถิ่น​ใน​แผ่นดิน​อื่น และ​คน​ที่​นั่น​จะ​ทำให้​พวก​เขา​เป็น​ทาส​และ​ข่มเหง​เป็น​เวลา​สี่​ร้อย​ปี
7Maar het volk, wiens slaven ze zullen zijn, zal Ik oordelen, sprak God. Daarna zullen ze uittrekken, en Mij in deze plaats dienen.
7พระเจ้า​กล่าว​ว่า ‘เรา​จะ​พิพากษา​ชน​ชาติ​ที่​ทำให้​พวก​เขา​เป็น​ทาส และ​หลัง​จาก​นั้น​พวก​เขา​จะ​ออก​มา​และ​รับใช้​เรา​ใน​สถานที่​นี้’
8Ook gaf Hij hem het Verbond der besnijdenis. Toen kreeg hij Isaäk, en besneed hem op de achtste dag; en Isaäk kreeg Jakob, en Jakob de twaalf aartsvaders.
8แล้ว​พระองค์​ประทาน​พันธสัญญา​เรื่อง​การ​เข้า​สุหนัต​แก่​อับราฮัม ดังนั้น​เมื่อ​อับราฮัม​มี​อิสอัค เขา​ก็​ให้​อิสอัค​รับ​การ​เข้า​สุหนัต​ใน​วัน​ที่​แปด อิสอัค​มี​บุตร​คือ​ยาโคบ และ​ยาโคบ​มี​บุตร​คือ​บรรพบุรุษ​ทั้ง​สิบ​สอง​เผ่า
9En de aartsvaders waren jaloers op Josef, en verkochten hem naar Egypte. Maar God was met hem,
9“บรรพบุรุษ​เหล่า​นั้น​อิจฉา​โยเซฟ จึง​ขาย​เขา​ไป​ยัง​อียิปต์ แต่​พระเจ้า​อยู่​กับ​เขา
10en verloste hem uit al zijn ellende; Hij schonk hem gunst en wijsheid bij Fárao, den koning van Egypte, en deze stelde hem aan tot bestuurder van Egypte en van heel zijn huis.
10และ​ช่วย​เขา​ให้​พ้น​จาก​ความ​ทุกข์​ยาก​ทั้งสิ้น ประทาน​ความ​โปรดปราน​และ​สติปัญญา​แก่​เขา​ต่อ​หน้า​ฟาโรห์​กษัตริย์​แห่ง​อียิปต์ ฟาโรห์​จึง​แต่งตั้ง​เขา​ให้​เป็น​ผู้ปกครอง​อียิปต์​และ​ราช​สำนัก​ทั้งหมด
11Toen kwam er hongersnood over heel Egypte en Kánaän, en grote ellende; en onze vaders vonden geen voedsel meer.
11แล้ว​เกิด​การ​กันดาร​อาหาร​ทั่ว​แผ่นดิน​อียิปต์​และ​คานาอัน พร้อม​กับ​ความ​ทุกข์​ยาก​อย่าง​หนัก บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​หา​อาหาร​ไม่​ได้
12Toen Jakob vernam, dat er graan was in Egypte, zond hij onze vaders er heen, een eerste maal.
12เมื่อ​ยาโคบ​ได้ยิน​ว่า​มี​ข้าว​อยู่​ใน​อียิปต์ เขา​จึง​ส่ง​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ไป​เป็น​ครั้ง​แรก
13En de tweede maal maakte Josef zich aan zijn broers bekend, en ook Fárao leerde Josefs afkomst kennen.
13เมื่อ​ไป​ครั้ง​ที่​สอง โยเซฟ​ก็​เปิดเผย​ตัว​ต่อ​พี่น้อง และ​ฟาโรห์​ได้​รู้จัก​ครอบครัว​ของ​โยเซฟ
14Nu liet Josef zijn vader Jakob ontbieden, met heel zijn familie. die uit vijf en zeventig mensen bestond.
14โยเซฟ​จึง​ส่ง​คน​ไป​เรียก​ยาโคบ​บิดา​ของ​เขา​กับ​ญาติ​ทั้งหมด รวม​เจ็ด​สิบ​ห้า​คน
15Jakob zakte af naar Egypte, en daar stierven hij en onze vaders.
15ยาโคบ​ลง​ไป​ยัง​อียิปต์ และ​เขา​ก็​ตาย​ที่​นั่น เช่น​เดียว​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา
16Ze werden naar Sikem overgebracht en bijgezet in het graf, dat Abraham voor geld had gekocht van de zonen van Hemor in Sikem.
16พวก​เขา​ถูก​นำ​กลับ​ไป​ยัง​เมือง​เชเคม และ​ฝัง​ไว้​ใน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ที่​อับราฮัม​ซื้อ​จาก​ลูกหลาน​ของ​ฮาโมร์​แห่ง​เชเคม​ด้วย​เงิน
17Toen de tijd der belofte begon te naderen, die God aan Abraham had gedaan, nam het volk in aantal toe, en werd het talrijk in Egypte,
17“เมื่อ​ใกล้​ถึง​เวลา​ที่​พระเจ้า​จะ​ทำ​ตาม​คำสัญญา​ซึ่ง​พระองค์​ปฏิญาณ​ไว้​กับ​อับราฮัม ประชาชน​ก็​เพิ่ม​จำนวน​และ​ทวี​มาก​ขึ้น​ใน​อียิปต์
18totdat er in Egypte een andere koning kwam, die Josef niet had gekend.
18จน​มี​กษัตริย์​อีก​องค์​หนึ่ง​ขึ้น​ครอง​อียิปต์ ผู้​ไม่​รู้จัก​โยเซฟ
19Deze, een arglistig belager van ons geslacht, mishandelde onze vaders, door ze te dwingen, hun kinderen weg te werpen, en uit te sterven.
19กษัตริย์​องค์​นี้​ใช้​เล่ห์เหลี่ยม​กับ​ชน​ชาติ​ของ​พวก​เรา​และ​ข่มเหง​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา บังคับ​ให้​พวก​เขา​ทิ้ง​ทารก​ของ​ตน เพื่อ​ไม่​ให้​มี​ชีวิต​รอด
20In die tijd werd Moses geboren, en hij was welgevallig aan God. Drie maanden lang werd hij in het huis van zijn vader verzorgd.
20ใน​เวลา​นั้น​โมเสส​เกิด​มา เขา​งดงาม​อย่าง​ยิ่ง​ใน​สายตา​ของ​พระเจ้า และ​ได้​รับ​การ​เลี้ยงดู​ใน​บ้าน​ของ​บิดา​เป็น​เวลา​สาม​เดือน
21En toen men hem te vondeling legde, nam de dochter van Fárao hem aan, en voedde hem op als haar eigen zoon.
21เมื่อ​เขา​ถูก​นำ​ไป​ทิ้ง พระ​ธิดา​ของ​ฟาโรห์​ก็​รับ​เขา​ไป​เลี้ยง​เป็น​บุตร​ของ​ตน
22Nu werd Moses onderwezen in alle wijsheid der Egyptenaren; en hij werd machtig in woorden en daden.
22โมเสส​ได้​รับ​การ​ศึกษา​ใน​สติปัญญา​ทุก​อย่าง​ของ​ชาว​อียิปต์ และ​มี​พลัง​อย่างมาก​ทั้ง​ใน​คำพูด​และ​การกระทำ
23Toen hij veertig jaar was geworden, kwam het op in zijn hart, zich het lot van zijn broeders, de zonen Israëls, aan te trekken.
23เมื่อ​โมเสส​อายุ​ครบ​สี่​สิบ​ปี เขา​คิด​อยาก​ไป​เยี่ยม​พี่น้อง​ของ​เขา คือ​ชน​อิสราเอล
24En toen hij zag, dat een van hen werd mishandeld nam hij zijn verdediging op, en wreekte den mishandelde, door den Egyptenaar neer te slaan.
24เมื่อ​เห็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เขา​ถูก​ทำร้าย โมเสส​ก็​เข้า​ไป​ช่วย​และ​แก้​แค้น​ให้​คน​ที่​ถูก​ข่มเหง โดย​ตี​ชาว​อียิปต์​คน​นั้น
25Nu meende hij, dat de broeders zouden begrijpen, dat God hun redding bracht door zijn hand; maar ze begrepen het niet.
25เขา​คิด​ว่า​พี่น้อง​ของ​เขา​จะ​เข้าใจ​ว่า​พระเจ้า​กำลัง​ใช้​มือ​ของ​เขา​เพื่อ​ช่วย​พวก​เขา​ให้​พ้น​ภัย แต่​พวก​เขา​ไม่​เข้าใจ
26Want de volgende dag kwam hij bij een twist tussenbeide, trachtte de twistenden tot vrede te brengen, en sprak: “Mannen, gij zijt broeders: Waarom doet gij elkander onrecht?”
26“วัน​ต่อ​มา โมเสส​พบ​คน​สอง​คน​กำลัง​ต่อสู้​กัน จึง​พยายาม​ให้​ทั้ง​สอง​คืนดี​กัน กล่าว​ว่า ‘พวกคุณ​เป็น​พี่น้อง​กัน ทำไม​จึง​ทำร้าย​กันเอง?’
27Maar hij, die den ander onrecht deed, wees hem af, en zeide: “Wie heeft u tot hoofd en rechter over ons gesteld?
27แต่​คน​ที่​กำลัง​ทำร้าย​เพื่อนบ้าน​ผลัก​โมเสส​ออก​ไป​แล้ว​กล่าว​ว่า ‘ใคร​แต่งตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​ผู้ปกครอง​และ​ผู้พิพากษา​พวก​เรา?
28Wilt ge ook mij doden, zoals ge gisteren den Egyptenaar hebt gedood?”
28เจ้า​คิด​จะ​ฆ่า​ข้า​เหมือน​ที่​ฆ่า​ชาว​อียิปต์​เมื่อ​วาน​นี้​หรือ?’
29Hierop nam Moses de vlucht, en woonde als balling in het land van Midjan, waar hij twee zonen kreeg.
29เมื่อ​ได้ยิน​คำ​นี้ โมเสส​ก็​หนี​ไป​และ​อาศัย​เป็น​คน​ต่าง​ถิ่น​ใน​แผ่นดิน​มีเดียน ที่​นั่น​เขา​มี​บุตร​ชาย​สอง​คน
30Veertig jaar later verscheen hem in de woestijn van de berg Sinaï een engel in de vlam van een brandend braambos
30“เมื่อ​ครบ​สี่​สิบ​ปี ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​ปรากฏ​แก่​เขา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​แถบ​ภูเขา​ซีนาย ท่ามกลาง​เปลว​ไฟ​ใน​พุ่มไม้
31Bij het zien der verschijning stond Moses verbaasd; en toen hij nader trad, om scherper toe te zien, klonk hem de stem des Heren tegen:
31เมื่อ​โมเสส​เห็น​ก็​ประหลาด​ใจ​กับ​ภาพ​นั้น และ​เมื่อ​เข้า​ไป​ใกล้​เพื่อ​ดู ก็​ได้ยิน​เสียง​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​ว่า
32“Ik ben de God uwer vaderen, de God van Abraham, van Isaäk en Jakob.” Sidderend van angst, durfde Moses niet langer toe te zien.
32‘เรา​คือ​พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​เจ้า คือ​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม พระเจ้า​ของ​อิสอัค และ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ’ โมเสส​ตัว​สั่น​และ​ไม่​กล้า​มอง
33En de Heer sprak tot hem: “Doe de schoenen van uw voeten; want de plaats, waar ge staat, is heilige grond.
33องค์พระผู้เป็นเจ้า​กล่าว​กับ​เขา​ว่า ‘จง​ถอด​รองเท้า​ออก เพราะ​สถานที่​ที่​เจ้า​ยืน​อยู่​นี้​เป็น​แผ่นดิน​บริสุทธิ์
34Ik heb de mishandeling van mijn volk in Egypte gezien, en zijn zuchten gehoord; en Ik ben neergedaald, om hen te verlossen. Ik zend dus u naar Egypte.”
34เรา​เห็น​ความ​ทุกข์​ของ​ประชาชน​ของ​เรา​ใน​อียิปต์​อย่าง​แน่นอน และ​ได้ยิน​เสียง​คร่ำครวญ​ของ​พวก​เขา เรา​จึง​ลง​มา​เพื่อ​ช่วย​พวก​เขา​ให้​พ้น บัดนี้​มา​เถิด เรา​จะ​ส่ง​เจ้า​ไป​ยัง​อียิปต์’
35Dezen Moses, dien zij verloochenden, toen ze zeiden: “Wie heeft u tot heer en rechter gesteld”, hem heeft Gòd als hoofd en verlosser gezonden door middel van een engel, die hem in het braambos verscheen.
35“โมเสส​คน​นี้​เอง​ที่​พวก​เขา​ปฏิเสธ โดย​กล่าว​ว่า ‘ใคร​แต่งตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​ผู้ปกครอง​และ​ผู้พิพากษา?’ พระเจ้า​กลับ​ส่ง​เขา​มา​เป็น​ทั้ง​ผู้ปกครอง​และ​ผู้​ช่วย​ให้​พ้น โดย​ทาง​ทูตสวรรค์​ที่​ปรากฏ​แก่​เขา​ใน​พุ่มไม้​นั้น
36En hij heeft ze doen uittrekken, en wonderen en tekenen verricht in het land van Egypte, aan de Rode Zee en in de woestijn, veertig jaar lang.
36โมเสส​เป็น​ผู้นำ​พวก​เขา​ออก​มา โดย​ทำ​การอัศจรรย์​และ​หมายสำคัญ​ใน​อียิปต์ ที่​ทะเล​แดง และ​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ตลอด​สี่​สิบ​ปี
37Deze Moses is het, die tot de kinderen Israëls gezegd heeft “God zal voor u uit uw broeders een Profeet doen opstaan, aan mij gelijk; luistert naar hem.”
37โมเสส​คน​นี้​เอง​ที่​กล่าว​กับ​ชน​อิสราเอล​ว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า​พระเจ้า​ของ​พวกคุณ​จะ​ให้​ผู้เผยพระวจนะ​คน​หนึ่ง​เกิด​ขึ้น​จาก​พี่น้อง​ของ​พวกคุณ เหมือน​อย่าง​ข้าพเจ้า’
38Deze is het, die bij de gemeente in de woestijn de middelaar was tussen onze vaderen en den engel, die op de berg Sinaï tot hem sprak; hij is het, die de woorden des levens ontving, om ze u over te brengen.
38โมเสส​คน​นี้​อยู่​ใน​ที่​ประชุม​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร พร้อม​กับ​ทูตสวรรค์​ที่​พูด​กับ​เขา​บน​ภูเขา​ซีนาย​และ​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา เขา​ได้​รับ​คำ​เปิดเผย​ที่​มี​ชีวิต​เพื่อ​นำ​มา​มอบ​ให้​พวก​เรา
39Maar onze vaderen wilden hem niet gehoorzamen, doch ze wezen hem af, keerden hun hart naar Egypte,
39แต่​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​เขา กลับ​ปฏิเสธ​เขา​และ​หัน​ใจ​กลับ​ไป​หา​อียิปต์
40en zeiden tot Aäron “Maak ons goden, die voor ons uit zullen gaan; want die Moses, die ons uit het land van Egypte deed trekken: we weten niet, wat er met hem is gebeurd”.
40โดย​กล่าว​กับ​อาโรน​ว่า ‘จง​สร้าง​เทพเจ้า​ที่​จะ​นำ​หน้า​พวก​เรา เพราะ​พวก​เรา​ไม่​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​โมเสส​คน​นี้​ที่​พา​พวก​เรา​ออก​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์’
41En ze maakten een kalf in die dagen, brachten het afgodsbeeld een offer, en verlustigden zich in hun eigen maaksel.
41ใน​เวลา​นั้น​พวก​เขา​สร้าง​รูป​ลูก​วัว นำ​เครื่องบูชา​มา​ถวาย​รูป​เคารพ​นั้น และ​ยินดี​กับ​สิ่ง​ที่​มือ​ของ​ตน​ทำ​ขึ้น
42Maar God keerde Zich van hen af, en gaf ze aan de eredienst prijs van het leger des hemels zoals geschreven staat in het boek der profeten “Hebt gij Mij soms slacht- en brandoffers gebracht In de woestijn, huis van Israël, veertig jaar lang?
42แต่​พระเจ้า​หัน​จาก​พวก​เขา​และ​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​ไป​ปรนนิบัติ​กองทัพ​แห่ง​ท้อง​ฟ้า ตาม​ที่​มี​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​ของ​เหล่า​ผู้เผยพระวจนะว่า ‘วงศ์วาน​อิสราเอล​เอ๋ย พวก​เจ้า​ได้​นำ​สัตว์​ที่​ฆ่า​แล้ว​และ​เครื่องบูชา​มา​ถวาย​เรา​หรือ ตลอด​สี่​สิบ​ปี​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร?
43Of hebt gij de tent van Molok gedragen, En het sterrebeeld van Romfa: De beelden, die gij gemaakt hebt, Om u daarvoor neer te werpen? Ik voer u weg verder nog dan Bábylon.”
43พวก​เจ้า​กลับ​แบก​พลับพลา​ของ​โมโลค และ​ดาว​ของ​เรฟาน​เทพเจ้า​ของ​พวก​เจ้า คือ​รูป​ที่​พวก​เจ้า​สร้าง​ขึ้น​เพื่อ​นมัสการ เพราะ​ฉะนั้น​เรา​จะ​พา​พวก​เจ้า​ไป​ไกล เลย​บาบิโลน’
44Onze vaderen hadden in de woestijn de openbaringstent naar het voorschrift van Hem, die tot Moses gezegd had, ze naar het model te maken, dat hij gezien had.
44“บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​มี​พลับพลา​แห่ง​พยานหลักฐาน​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร ตาม​ที่​ผู้​ที่​กล่าว​กับ​โมเสส​สั่ง​ให้​เขา​สร้าง​ตาม​แบบ​ที่​เขา​ได้​เห็น
45Onze vaderen namen haar mee, en brachten haar onder Jósuë’s geleide in het erfdeel der heidenen, die God voor het aanschijn onzer vaderen verdreef, tot aan de dagen van David.
45ต่อ​มา​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ก็​รับ​พลับพลา​นั้น​ต่อ​มา และ​นำ​เข้า​มา​พร้อม​กับ​โยชูวา เมื่อ​พวก​เขา​เข้า​ครอบครอง​แผ่นดิน​ของ​ชน​ชาติ​ต่าง ๆ ที่​พระเจ้า​ขับ​ไล่ออก​ไป​ต่อ​หน้า​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา พลับพลา​นั้น​อยู่​มา​จน​ถึง​สมัย​ดาวิด
46Deze vond genade in het oog van God, en bad, om een woonplaats te vinden voor Jakobs God.
46ดาวิด​ได้​รับ​ความ​โปรดปราน​จาก​พระเจ้า และ​ขอ​ให้​ได้​จัด​หา​ที่​พำนัก​สำหรับ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ
47En Sálomon bouwde Hem een woning
47แต่​ซาโลมอน​เป็น​ผู้​สร้าง​บ้าน​ถวาย​พระองค์
48Maar de Allerhoogste woont niet in wat met handen gemaakt is, zoals de profeet heeft gezegd
48อย่างไร​ก็​ตาม องค์​ผู้​สูง​สุด​ไม่​ได้​อาศัย​อยู่​ใน​วิหาร​ที่​มือ​มนุษย์​สร้าง​ขึ้น ดัง​ที่​ผู้เผยพระวจนะ​กล่าว​ว่า
49“De hemel is mijn troon, En de aarde mijn voetbank! Wat wilt gij dan een huis voor Mij bouwen, zegt de Heer, En waar is de plaats van mijn rust?
49‘สวรรค์​เป็น​บัลลังก์​ของ​เรา และ​แผ่นดิน​โลก​เป็น​แท่น​วาง​เท้า​ของ​เรา พวก​เจ้า​จะ​สร้าง​บ้าน​แบบ​ใด​ให้​เรา?’ องค์พระผู้เป็นเจ้า​กล่าว ‘หรือ​ที่​พัก​ของ​เรา​จะ​อยู่​ที่​ไหน?
50Heeft niet mijn eigen hand dat alles gemaakt?”
50มือ​ของ​เรา​ไม่​ได้​สร้าง​สิ่ง​เหล่า​นี้​ทั้งหมด​หรือ?’
51Hardnekkigen en onbesnedenen van hart en van oren: altijd weerstaat gij den Heiligen Geest; gij, juist als uw vaderen.
51“พวกคุณ​คน​คอ​แข็ง ผู้​มี​ใจ​ดื้อดึง​และ​หู​ที่​ไม่​ยอม​ฟัง พวกคุณ​ต่อต้าน​พระวิญญาณบริสุทธิ์​อยู่​เสมอ! บรรพบุรุษ​ของ​พวกคุณ​ทำ​อย่างไร พวกคุณ​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น
52Wien der profeten hebben uw vaderen niet vervolgd? Zij hebben de boden gedood van de komst van den Rechtvaardige, maar gij, gij zijt zijn verraders en moordenaars geworden;
52มี​ผู้เผยพระวจนะ​คน​ใด​บ้าง​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​พวกคุณ​ไม่​ข่มเหง? พวกเขา​ฆ่า​คน​ที่​บอก​ล่วงหน้า​ถึง​การ​มา​ของ​องค์​ผู้​ชอบธรรม และ​บัดนี้​พวกคุณ​กลับ​เป็น​ผู้​ทรยศ​และ​ฆ่า​พระองค์
53gij, die de Wet door beschikking van engelen ontvingt, maar ze niet onderhoudt.
53พวกคุณ​ได้​รับ​ธรรมบัญญัติ​ซึ่ง​ทูตสวรรค์​เป็น​ผู้​กำหนด​ไว้ แต่​พวกคุณ​ไม่​ได้​รักษา!”
54Toen ze dit hoorden, barstten ze in woede los, en knarsetandden tegen hem.
54เมื่อ​พวก​เขา​ได้ยิน​เรื่อง​เหล่า​นี้ ก็​เจ็บ​แปลบ​ใน​ใจ​และ​กัดฟัน​กรอด​ใส่​สเทเฟน
55Maar hij, vervuld van den Heiligen Geest, blikte op naar de hemel, en zag de heerlijkheid Gods en Jesus staande aan de rechterhand Gods.
55แต่​สเทเฟน​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระวิญญาณบริสุทธิ์ เขา​เงย​หน้า​จ้อง​มอง​ไป​ยัง​สวรรค์ เห็น​พระสิริ​ของ​พระเจ้า และ​เห็น​พระเยซู​ยืน​อยู่​ทาง​ขวา​ของ​พระเจ้า
56En hij sprak: Zie, ik zie de hemelen open, en den Mensenzoon staan aan de rechterhand Gods.
56แล้ว​กล่าว​ว่า “ดู​สิ ข้าพเจ้า​เห็น​สวรรค์​เปิด​ออก และ​เห็น​บุตรมนุษย์​ยืน​อยู่​ทาง​ขวา​ของ​พระเจ้า!”
57Maar ze schreeuwden het uit, stopten hun oren, en stormden als één man op hem los.
57พวก​เขา​ร้อง​เสียง​ดัง อุด​หู​ของ​ตน แล้ว​พร้อมใจ​กัน​กรู​เข้า​ใส่​สเทเฟน
58Ze wierpen hem buiten de stad, en stenigden hem. En de getuigen legden hun mantels neer voor de voeten van een jongen man, Saul geheten.
58พวก​เขา​ลาก​เขา​ออก​ไป​นอก​เมือง​และ​เอา​หิน​ขว้าง พวก​พยาน​วาง​เสื้อ​คลุม​ของ​ตน​ไว้​ที่​เท้า​ของ​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เซาโล
59En terwijl men Stéfanus stenigde, bad hij, en sprak: Heer Jesus, ontvang mijn geest.
59ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​เอา​หิน​ขว้าง​สเทเฟน เขา​ร้อง​ทูล​ว่า “องค์พระเยซู โปรด​รับ​วิญญาณ​ของ​ข้าพเจ้า!”
60Dan zonk hij op zijn knieën neer, en riep met luider stem: Heer, reken hun deze zonde niet toe. Na deze woorden ontsliep hij. Ook Saul stemde in met die moord.
60แล้ว​เขา​คุกเข่า​ลง​และ​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรด​อย่า​ถือ​โทษ​บาป​นี้​แก่​พวก​เขา!” เมื่อ​กล่าว​เช่น​นี้​แล้ว เขา​ก็​หลับ​ไป

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.