أَعْمَالُ ٱلرُّسُلِ 7
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1فَقَالَ رَئِيسُ ٱلْكَهَنَةِ: «أَتُرَى هَذِهِ ٱلْأُمُورُ هَكَذَا هِيَ؟».
1มหาปุโรหิตถามว่า “เรื่องเหล่านี้เป็นจริงหรือ?”
2فَقَالَ: «أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ ٱلْإِخْوَةُ وَٱلْآبَاءُ، ٱسْمَعُوا! ظَهَرَ إِلَهُ ٱلْمَجْدِ لِأَبِينَا إِبْرَاهِيمَ وَهُوَ فِي مَا بَيْنَ ٱلنَّهْرَيْنِ، قَبْلَمَا سَكَنَ في حَارَانِ،
2สเทเฟนตอบว่า “พี่น้องและบรรดาบิดาทั้งหลาย โปรดฟัง พระเจ้าแห่งพระสิริปรากฏแก่อับราฮัมบรรพบุรุษของพวกเรา ขณะที่เขาอยู่ในเมโสโปเตเมีย ก่อนที่จะไปอาศัยอยู่ในฮาราน
3وَقَالَ لَهُ: ٱخْرُجْ مِنْ أَرْضِكَ وَمِنْ عَشِيرَتِكَ، وَهَلُمَّ إِلَى ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِي أُرِيكَ.
3และกล่าวกับเขาว่า ‘จงออกจากแผ่นดินของเจ้าและจากญาติพี่น้องของเจ้า แล้วไปยังแผ่นดินที่เราจะชี้ให้เจ้าเห็น’
4فَخَرَجَ حِينَئِذٍ مِنْ أَرْضِ ٱلْكَلْدَانِيِّينَ وَسَكَنَ فِي حَارَانَ. وَمِنْ هُنَاكَ نَقَلَهُ، بَعْدَ مَا مَاتَ أَبُوهُ، إِلَى هَذِهِ ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِي أَنْتُمُ ٱلْآنَ سَاكِنُونَ فِيهَا.
4เขาจึงออกจากแผ่นดินของชาวเคลเดียและไปอาศัยอยู่ในฮาราน หลังจากบิดาของเขาตาย พระเจ้าก็นำเขาจากที่นั่นมายังแผ่นดินนี้ ซึ่งพวกคุณอาศัยอยู่ในเวลานี้
5وَلَمْ يُعْطِهِ فِيهَا مِيرَاثًا وَلَا وَطْأَةَ قَدَمٍ، وَلَكِنْ وَعَدَ أَنْ يُعْطِيَهَا مُلْكًا لَهُ وَلِنَسْلِهِ مِنْ بَعْدِهِ، وَلَمْ يَكُنْ لَهُ بَعْدُ وَلَدٌ.
5พระองค์ไม่ได้มอบมรดกในแผ่นดินนี้ให้เขาเลย แม้แต่ที่ดินพอให้วางเท้า แต่พระองค์สัญญาว่าจะมอบแผ่นดินนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเขาและของลูกหลานของเขาภายหลัง ทั้งที่เวลานั้นเขายังไม่มีลูก
6وَتَكَلَّمَ ٱللهُ هَكَذَا: أَنْ يَكُونَ نَسْلُهُ مُتَغَرِّبًا فِي أَرْضٍ غَرِيبَةٍ، فَيَسْتَعْبِدُونَهُ وَيُسِيئُوا إِلَيْهِ أَرْبَعَ مِئَةِ سَنَةٍ،
6พระเจ้ากล่าวไว้เช่นนี้ว่า ลูกหลานของเขาจะไปอาศัยเป็นคนต่างถิ่นในแผ่นดินอื่น และคนที่นั่นจะทำให้พวกเขาเป็นทาสและข่มเหงเป็นเวลาสี่ร้อยปี
7وَٱلْأُمَّةُ ٱلَّتِي يُسْتَعْبَدُونَ لَهَا سَأَدِينُهَا أَنَا، يَقُولُ ٱللهُ. وَبَعْدَ ذَلِكَ يَخْرُجُونَ وَيَعْبُدُونَنِي فِي هَذَا ٱلْمَكَانِ.
7พระเจ้ากล่าวว่า ‘เราจะพิพากษาชนชาติที่ทำให้พวกเขาเป็นทาส และหลังจากนั้นพวกเขาจะออกมาและรับใช้เราในสถานที่นี้’
8وَأَعْطَاهُ عَهْدَ ٱلْخِتَانِ، وَهَكَذَا وَلَدَ إِسْحَاقَ وَخَتَنَهُ فِي ٱلْيَوْمِ ٱلثَّامِنِ. وَإِسْحَاقُ وَلَدَ يَعْقُوبَ، وَيَعْقُوبُ وَلَدَ رُؤَسَاءَ ٱلْآبَاءِ ٱلِٱثْنَيْ عَشَرَ.
8แล้วพระองค์ประทานพันธสัญญาเรื่องการเข้าสุหนัตแก่อับราฮัม ดังนั้นเมื่ออับราฮัมมีอิสอัค เขาก็ให้อิสอัครับการเข้าสุหนัตในวันที่แปด อิสอัคมีบุตรคือยาโคบ และยาโคบมีบุตรคือบรรพบุรุษทั้งสิบสองเผ่า
9وَرُؤَسَاءُ ٱلْآبَاءِ حَسَدُوا يُوسُفَ وَبَاعُوهُ إِلَى مِصْرَ، وَكَانَ ٱللهُ مَعَهُ،
9“บรรพบุรุษเหล่านั้นอิจฉาโยเซฟ จึงขายเขาไปยังอียิปต์ แต่พระเจ้าอยู่กับเขา
10وَأَنْقَذَهُ مِنْ جَمِيعِ ضِيقَاتِهِ، وَأَعْطَاهُ نِعْمَةً وَحِكْمَةً أَمَامَ فِرْعَوْنَ مَلِكِ مِصْرَ، فَأَقَامَهُ مُدَبِّرًا عَلَى مِصْرَ وَعَلَى كُلِّ بَيْتِهِ.
10และช่วยเขาให้พ้นจากความทุกข์ยากทั้งสิ้น ประทานความโปรดปรานและสติปัญญาแก่เขาต่อหน้าฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ ฟาโรห์จึงแต่งตั้งเขาให้เป็นผู้ปกครองอียิปต์และราชสำนักทั้งหมด
11«ثُمَّ أَتَى جُوعٌ عَلَى كُلِّ أَرْضِ مِصْرَ وَكَنْعَانَ، وَضِيقٌ عَظِيمٌ، فَكَانَ آبَاؤُنَا لَا يَجِدُونَ قُوتًا.
11แล้วเกิดการกันดารอาหารทั่วแผ่นดินอียิปต์และคานาอัน พร้อมกับความทุกข์ยากอย่างหนัก บรรพบุรุษของพวกเราหาอาหารไม่ได้
12وَلَمَّا سَمِعَ يَعْقُوبُ أَنَّ فِي مِصْرَ قَمْحًا، أَرْسَلَ آبَاءَنَا أَوَّلَ مَرَّةٍ.
12เมื่อยาโคบได้ยินว่ามีข้าวอยู่ในอียิปต์ เขาจึงส่งบรรพบุรุษของพวกเราไปเป็นครั้งแรก
13وَفِي ٱلْمَرَّةِ ٱلثَّانِيَةِ ٱسْتَعْرَفَ يُوسُفُ إِلَى إِخْوَتِهِ، وَٱسْتَعْلَنَتْ عَشِيرَةُ يُوسُفَ لِفِرْعَوْنَ.
13เมื่อไปครั้งที่สอง โยเซฟก็เปิดเผยตัวต่อพี่น้อง และฟาโรห์ได้รู้จักครอบครัวของโยเซฟ
14فَأَرْسَلَ يُوسُفُ وَٱسْتَدْعَى أَبَاهُ يَعْقُوبَ وَجَمِيعَ عَشِيرَتِهِ، خَمْسَةً وَسَبْعِينَ نَفْسًا.
14โยเซฟจึงส่งคนไปเรียกยาโคบบิดาของเขากับญาติทั้งหมด รวมเจ็ดสิบห้าคน
15فَنَزَلَ يَعْقُوبُ إِلَى مِصْرَ وَمَاتَ هُوَ وَآبَاؤُنَا،
15ยาโคบลงไปยังอียิปต์ และเขาก็ตายที่นั่น เช่นเดียวกับบรรพบุรุษของพวกเรา
16وَنُقِلُوا إِلَى شَكِيمَ وَوُضِعُوا فِي ٱلْقَبْرِ ٱلَّذِي ٱشْتَرَاهُ إِبْرَاهِيمُ بِثَمَنٍ فِضَّةٍ مِنْ بَنِي حَمُورَ أَبِي شَكِيمَ.
16พวกเขาถูกนำกลับไปยังเมืองเชเคม และฝังไว้ในอุโมงค์ฝังศพที่อับราฮัมซื้อจากลูกหลานของฮาโมร์แห่งเชเคมด้วยเงิน
17وَكَمَا كَانَ يَقْرُبُ وَقْتُ ٱلْمَوْعِدِ ٱلَّذِي أَقْسَمَ ٱللهُ عَلَيْهِ لِإِبْرَاهِيمَ، كَانَ يَنْمُو ٱلشَّعْبُ وَيَكْثُرُ فِي مِصْرَ،
17“เมื่อใกล้ถึงเวลาที่พระเจ้าจะทำตามคำสัญญาซึ่งพระองค์ปฏิญาณไว้กับอับราฮัม ประชาชนก็เพิ่มจำนวนและทวีมากขึ้นในอียิปต์
18إِلَى أَنْ قَامَ مَلِكٌ آخَرُ لَمْ يَكُنْ يَعْرِفُ يُوسُفَ.
18จนมีกษัตริย์อีกองค์หนึ่งขึ้นครองอียิปต์ ผู้ไม่รู้จักโยเซฟ
19فَٱحْتَالَ هَذَا عَلَى جِنْسِنَا وَأَسَاءَ إِلَى آبَائِنَا، حَتَّى جَعَلُوا أَطْفَالَهُمْ مَنْبُوذِينَ لِكَيْ لَا يَعِيشُوا.
19กษัตริย์องค์นี้ใช้เล่ห์เหลี่ยมกับชนชาติของพวกเราและข่มเหงบรรพบุรุษของพวกเรา บังคับให้พวกเขาทิ้งทารกของตน เพื่อไม่ให้มีชีวิตรอด
20«وَفِي ذَلِكَ ٱلْوَقْتِ وُلِدَ مُوسَى وَكَانَ جَمِيلًا جِدًّا، فَرُبِّيَ هَذَا ثَلَاثَةَ أَشْهُرٍ فِي بَيْتِ أَبِيهِ.
20ในเวลานั้นโมเสสเกิดมา เขางดงามอย่างยิ่งในสายตาของพระเจ้า และได้รับการเลี้ยงดูในบ้านของบิดาเป็นเวลาสามเดือน
21وَلَمَّا نُبِذَ، ٱتَّخَذَتْهُ ٱبْنَةُ فِرْعَوْنَ وَرَبَّتْهُ لِنَفْسِهَا ٱبْنًا.
21เมื่อเขาถูกนำไปทิ้ง พระธิดาของฟาโรห์ก็รับเขาไปเลี้ยงเป็นบุตรของตน
22فَتَهَذَّبَ مُوسَى بِكُلِّ حِكْمَةِ ٱلْمِصْرِيِّينَ، وَكَانَ مُقْتَدِرًا فِي ٱلْأَقْوَالِ وَٱلْأَعْمَالِ.
22โมเสสได้รับการศึกษาในสติปัญญาทุกอย่างของชาวอียิปต์ และมีพลังอย่างมากทั้งในคำพูดและการกระทำ
23وَلَمَّا كَمِلَتْ لَهُ مُدَّةُ أَرْبَعِينَ سَنَةً، خَطَرَ عَلَى بَالِهِ أَنْ يَفْتَقِدَ إِخْوَتَهُ بَنِي إِسْرَائِيلَ.
23เมื่อโมเสสอายุครบสี่สิบปี เขาคิดอยากไปเยี่ยมพี่น้องของเขา คือชนอิสราเอล
24وَإِذْ رَأَى وَاحِدًا مَظْلُومًا حَامَى عَنْهُ، وَأَنْصَفَ ٱلْمَغْلُوبَ، إِذْ قَتَلَ ٱلْمِصْرِيَّ.
24เมื่อเห็นคนหนึ่งในพวกเขาถูกทำร้าย โมเสสก็เข้าไปช่วยและแก้แค้นให้คนที่ถูกข่มเหง โดยตีชาวอียิปต์คนนั้น
25فَظَنَّ أَنَّ إِخْوَتَهُ يَفْهَمُونَ أَنَّ ٱللهَ عَلَى يَدِهِ يُعْطِيهِمْ نَجَاةً، وَأَمَّا هُمْ فَلَمْ يَفْهَمُوا.
25เขาคิดว่าพี่น้องของเขาจะเข้าใจว่าพระเจ้ากำลังใช้มือของเขาเพื่อช่วยพวกเขาให้พ้นภัย แต่พวกเขาไม่เข้าใจ
26وَفِي ٱلْيَوْمِ ٱلثَّانِي ظَهَرَ لَهُمْ وَهُمْ يَتَخَاصَمُونَ، فَسَاقَهُمْ إِلَى ٱلسَّلَامَةِ قَائِلًا: أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ، أَنْتُمْ إِخْوَةٌ. لِمَاذَا تَظْلِمُونَ بَعْضُكُمْ بَعْضًا؟
26“วันต่อมา โมเสสพบคนสองคนกำลังต่อสู้กัน จึงพยายามให้ทั้งสองคืนดีกัน กล่าวว่า ‘พวกคุณเป็นพี่น้องกัน ทำไมจึงทำร้ายกันเอง?’
27فَٱلَّذِي كَانَ يَظْلِمُ قَرِيبَهُ دَفَعَهُ قَائِلًا: مَنْ أَقَامَكَ رَئِيسًا وَقَاضِيًا عَلَيْنَا؟
27แต่คนที่กำลังทำร้ายเพื่อนบ้านผลักโมเสสออกไปแล้วกล่าวว่า ‘ใครแต่งตั้งเจ้าให้เป็นผู้ปกครองและผู้พิพากษาพวกเรา?
28أَتُرِيدُ أَنْ تَقْتُلَنِي كَمَا قَتَلْتَ أَمْسِ ٱلْمِصْرِيَّ؟
28เจ้าคิดจะฆ่าข้าเหมือนที่ฆ่าชาวอียิปต์เมื่อวานนี้หรือ?’
29فَهَرَبَ مُوسَى بِسَبَبِ هَذِهِ ٱلْكَلِمَةِ، وَصَارَ غَرِيبًا فِي أَرْضِ مَدْيَانَ، حَيْثُ وَلَدَ ٱبْنَيْنِ.
29เมื่อได้ยินคำนี้ โมเสสก็หนีไปและอาศัยเป็นคนต่างถิ่นในแผ่นดินมีเดียน ที่นั่นเขามีบุตรชายสองคน
30«وَلَمَّا كَمِلَتْ أَرْبَعُونَ سَنَةً، ظَهَرَ لَهُ مَلَاكُ ٱلرَّبِّ فِي بَرِّيَّةِ جَبَلِ سِينَاءَ فِي لَهِيبِ نَارِ عُلَّيْقَةٍ.
30“เมื่อครบสี่สิบปี ทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าปรากฏแก่เขาในถิ่นทุรกันดารแถบภูเขาซีนาย ท่ามกลางเปลวไฟในพุ่มไม้
31فَلَمَّا رَأَى مُوسَى ذَلِكَ تَعَجَّبَ مِنَ ٱلْمَنْظَرِ. وَفِيمَا هُوَ يَتَقَدَّمُ لِيَتَطَلَّعَ، صَارَ إِلَيْهِ صَوْتُ ٱلرَّبِّ:
31เมื่อโมเสสเห็นก็ประหลาดใจกับภาพนั้น และเมื่อเข้าไปใกล้เพื่อดู ก็ได้ยินเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า
32أَنَا إِلَهُ آبَائِكَ، إِلَهُ إِبْرَاهِيمَ وَإِلَهُ إِسْحَاقَ وَإِلَهُ يَعْقُوبَ. فَٱرْتَعَدَ مُوسَى وَلَمْ يَجْسُرْ أَنْ يَتَطَلَّعَ.
32‘เราคือพระเจ้าของบรรพบุรุษของเจ้า คือพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ’ โมเสสตัวสั่นและไม่กล้ามอง
33فَقَالَ لَهُ ٱلرَّبُّ: ٱخْلَعْ نَعْلَ رِجْلَيْكَ، لِأَنَّ ٱلْمَوْضِعَ ٱلَّذِي أَنْتَ وَاقِفٌ عَلَيْهِ أَرْضٌ مُقَدَّسَةٌ.
33องค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าวกับเขาว่า ‘จงถอดรองเท้าออก เพราะสถานที่ที่เจ้ายืนอยู่นี้เป็นแผ่นดินบริสุทธิ์
34إِنِّي لَقَدْ رَأَيْتُ مَشَقَّةَ شَعْبِي ٱلَّذِينَ فِي مِصْرَ، وَسَمِعْتُ أَنِينَهُمْ وَنَزَلْتُ لِأُنْقِذَهُمْ. فَهَلُمَّ ٱلْآنَ أُرْسِلُكَ إِلَى مِصْرَ.
34เราเห็นความทุกข์ของประชาชนของเราในอียิปต์อย่างแน่นอน และได้ยินเสียงคร่ำครวญของพวกเขา เราจึงลงมาเพื่อช่วยพวกเขาให้พ้น บัดนี้มาเถิด เราจะส่งเจ้าไปยังอียิปต์’
35«هَذَا مُوسَى ٱلَّذِي أَنْكَرُوهُ قَائِلِينَ: مَنْ أَقَامَكَ رَئِيسًا وَقَاضِيًا؟ هَذَا أَرْسَلَهُ ٱللهُ رَئِيسًا وَفَادِيًا بِيَدِ ٱلْمَلَاكِ ٱلَّذِي ظَهَرَ لَهُ فِي ٱلْعُلَّيْقَةِ.
35“โมเสสคนนี้เองที่พวกเขาปฏิเสธ โดยกล่าวว่า ‘ใครแต่งตั้งเจ้าให้เป็นผู้ปกครองและผู้พิพากษา?’ พระเจ้ากลับส่งเขามาเป็นทั้งผู้ปกครองและผู้ช่วยให้พ้น โดยทางทูตสวรรค์ที่ปรากฏแก่เขาในพุ่มไม้นั้น
36هَذَا أَخْرَجَهُمْ صَانِعًا عَجَائِبَ وَآيَاتٍ فِي أَرْضِ مِصْرَ، وَفِي ٱلْبَحْرِ ٱلْأَحْمَرِ، وَفِي ٱلْبَرِّيَّةِ أَرْبَعِينَ سَنَةً.
36โมเสสเป็นผู้นำพวกเขาออกมา โดยทำการอัศจรรย์และหมายสำคัญในอียิปต์ ที่ทะเลแดง และในถิ่นทุรกันดารตลอดสี่สิบปี
37«هَذَا هُوَ مُوسَى ٱلَّذِي قَالَ لِبَنِي إِسْرَائِيلَ: نَبِيًّا مِثْلِي سَيُقِيمُ لَكُمُ ٱلرَّبُّ إِلَهُكُمْ مِنْ إِخْوَتِكُمْ. لَهُ تَسْمَعُونَ.
37โมเสสคนนี้เองที่กล่าวกับชนอิสราเอลว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของพวกคุณจะให้ผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งเกิดขึ้นจากพี่น้องของพวกคุณ เหมือนอย่างข้าพเจ้า’
38هَذَا هُوَ ٱلَّذِي كَانَ فِي ٱلْكَنِيسَةِ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ، مَعَ ٱلْمَلَاكِ ٱلَّذِي كَانَ يُكَلِّمُهُ فِي جَبَلِ سِينَاءَ، وَمَعَ آبَائِنَا. ٱلَّذِي قَبِلَ أَقْوَالًا حَيَّةً لِيُعْطِيَنَا إِيَّاهَا.
38โมเสสคนนี้อยู่ในที่ประชุมในถิ่นทุรกันดาร พร้อมกับทูตสวรรค์ที่พูดกับเขาบนภูเขาซีนายและกับบรรพบุรุษของพวกเรา เขาได้รับคำเปิดเผยที่มีชีวิตเพื่อนำมามอบให้พวกเรา
39ٱلَّذِي لَمْ يَشَأْ آبَاؤُنَا أَنْ يَكُونُوا طَائِعِينَ لَهُ، بَلْ دَفَعُوهُ وَرَجَعُوا بِقُلُوبِهِمْ إِلَى مِصْرَ
39แต่บรรพบุรุษของพวกเราไม่ยอมเชื่อฟังเขา กลับปฏิเสธเขาและหันใจกลับไปหาอียิปต์
40قَائِلِينَ لِهَارُونَ: ٱعْمَلْ لَنَا آلِهَةً تَتَقَدَّمُ أَمَامَنَا، لِأَنَّ هَذَا مُوسَى ٱلَّذِي أَخْرَجَنَا مِنْ أَرْضِ مِصْرَ لَا نَعْلَمُ مَاذَا أَصَابَهُ!
40โดยกล่าวกับอาโรนว่า ‘จงสร้างเทพเจ้าที่จะนำหน้าพวกเรา เพราะพวกเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโมเสสคนนี้ที่พาพวกเราออกจากแผ่นดินอียิปต์’
41فَعَمِلُوا عِجْلًا فِي تِلْكَ ٱلْأَيَّامِ وَأَصْعَدُوا ذَبِيحَةً لِلصَّنَمِ، وَفَرِحُوا بِأَعْمَالِ أَيْدِيهِمْ.
41ในเวลานั้นพวกเขาสร้างรูปลูกวัว นำเครื่องบูชามาถวายรูปเคารพนั้น และยินดีกับสิ่งที่มือของตนทำขึ้น
42فَرَجَعَ ٱللهُ وَأَسْلَمَهُمْ لِيَعْبُدُوا جُنْدَ ٱلسَّمَاءِ، كَمَا هُوَ مَكْتُوبٌ فِي كِتَابِ ٱلْأَنْبِيَاءِ: هَلْ قَرَّبْتُمْ لِي ذَبَائِحَ وَقَرَابِينَ أَرْبَعِينَ سَنَةً فِي ٱلْبَرِّيَّةِ يَا بَيْتَ إِسْرَائِيلَ؟
42แต่พระเจ้าหันจากพวกเขาและปล่อยให้พวกเขาไปปรนนิบัติกองทัพแห่งท้องฟ้า ตามที่มีเขียนไว้ในหนังสือของเหล่าผู้เผยพระวจนะว่า ‘วงศ์วานอิสราเอลเอ๋ย พวกเจ้าได้นำสัตว์ที่ฆ่าแล้วและเครื่องบูชามาถวายเราหรือ ตลอดสี่สิบปีในถิ่นทุรกันดาร?
43بَلْ حَمَلْتُمْ خَيْمَةَ مُولُوكَ، وَنَجْمَ إِلَهِكُمْ رَمْفَانَ، ٱلتَّمَاثِيلَ ٱلَّتِي صَنَعْتُمُوهَا لِتَسْجُدُوا لَهَا. فَأَنْقُلُكُمْ إِلَى مَا وَرَاءَ بَابِلَ.
43พวกเจ้ากลับแบกพลับพลาของโมโลค และดาวของเรฟานเทพเจ้าของพวกเจ้า คือรูปที่พวกเจ้าสร้างขึ้นเพื่อนมัสการ เพราะฉะนั้นเราจะพาพวกเจ้าไปไกล เลยบาบิโลน’
44«وَأَمَّا خَيْمَةُ ٱلشَّهَادَةِ فَكَانَتْ مَعَ آبَائِنَا فِي ٱلْبَرِّيَّةِ، كَمَا أَمَرَ ٱلَّذِي كَلَّمَ مُوسَى أَنْ يَعْمَلَهَا عَلَى ٱلْمِثَالِ ٱلَّذِي كَانَ قَدْ رَآهُ،
44“บรรพบุรุษของพวกเรามีพลับพลาแห่งพยานหลักฐานอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ตามที่ผู้ที่กล่าวกับโมเสสสั่งให้เขาสร้างตามแบบที่เขาได้เห็น
45ٱلَّتِي أَدْخَلَهَا أَيْضًا آبَاؤُنَا إِذْ تَخَلَّفُوا عَلَيْهَا مَعَ يَشُوعَ فِي مُلْكِ ٱلْأُمَمِ ٱلَّذِينَ طَرَدَهُمُ ٱللهُ مِنْ وَجْهِ آبَائِنَا، إِلَى أَيَّامِ دَاوُدَ
45ต่อมาบรรพบุรุษของพวกเราก็รับพลับพลานั้นต่อมา และนำเข้ามาพร้อมกับโยชูวา เมื่อพวกเขาเข้าครอบครองแผ่นดินของชนชาติต่าง ๆ ที่พระเจ้าขับไล่ออกไปต่อหน้าบรรพบุรุษของพวกเรา พลับพลานั้นอยู่มาจนถึงสมัยดาวิด
46ٱلَّذِي وَجَدَ نِعْمَةً أَمَامَ ٱللهِ، وَٱلْتَمَسَ أَنْ يَجِدَ مَسْكَنًا لِإِلَهِ يَعْقُوبَ.
46ดาวิดได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า และขอให้ได้จัดหาที่พำนักสำหรับพระเจ้าของยาโคบ
47وَلَكِنَّ سُلَيْمَانَ بَنَى لَهُ بَيْتًا.
47แต่ซาโลมอนเป็นผู้สร้างบ้านถวายพระองค์
48لَكِنَّ ٱلْعَلِيَّ لَا يَسْكُنُ فِي هَيَاكِلَ مَصْنُوعَاتِ ٱلْأَيَادِي، كَمَا يَقُولُ ٱلنَّبِيُّ:
48อย่างไรก็ตาม องค์ผู้สูงสุดไม่ได้อาศัยอยู่ในวิหารที่มือมนุษย์สร้างขึ้น ดังที่ผู้เผยพระวจนะกล่าวว่า
49ٱلسَّمَاءُ كُرْسِيٌّ لِي، وَٱلْأَرْضُ مَوْطِئٌ لِقَدَمَيَّ. أَيَّ بَيْتٍ تَبْنُونَ لِي؟ يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَأَيٌّ هُوَ مَكَانُ رَاحَتِي؟
49‘สวรรค์เป็นบัลลังก์ของเรา และแผ่นดินโลกเป็นแท่นวางเท้าของเรา พวกเจ้าจะสร้างบ้านแบบใดให้เรา?’ องค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าว ‘หรือที่พักของเราจะอยู่ที่ไหน?
50أَلَيْسَتْ يَدِي صَنَعَتْ هَذِهِ ٱلْأَشْيَاءَ كُلَّهَا؟
50มือของเราไม่ได้สร้างสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดหรือ?’
51«يَا قُسَاةَ ٱلرِّقَابِ، وَغَيْرَ ٱلْمَخْتُونِينَ بِٱلْقُلُوبِ وَٱلْآذَانِ! أَنْتُمْ دَائِمًا تُقَاوِمُونَ ٱلرُّوحَ ٱلْقُدُسَ. كَمَا كَانَ آبَاؤُكُمْ كَذَلِكَ أَنْتُمْ!
51“พวกคุณคนคอแข็ง ผู้มีใจดื้อดึงและหูที่ไม่ยอมฟัง พวกคุณต่อต้านพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่เสมอ! บรรพบุรุษของพวกคุณทำอย่างไร พวกคุณก็ทำอย่างนั้น
52أَيُّ ٱلْأَنْبِيَاءِ لَمْ يَضْطَهِدْهُ آبَاؤُكُمْ؟ وَقَدْ قَتَلُوا ٱلَّذِينَ سَبَقُوا فَأَنْبَأُوا بِمَجِيءِ ٱلْبَارِّ، ٱلَّذِي أَنْتُمُ ٱلْآنَ صِرْتُمْ مُسَلِّمِيهِ وَقَاتِلِيهِ،
52มีผู้เผยพระวจนะคนใดบ้างที่บรรพบุรุษของพวกคุณไม่ข่มเหง? พวกเขาฆ่าคนที่บอกล่วงหน้าถึงการมาขององค์ผู้ชอบธรรม และบัดนี้พวกคุณกลับเป็นผู้ทรยศและฆ่าพระองค์
53ٱلَّذِينَ أَخَذْتُمُ ٱلنَّامُوسَ بِتَرْتِيبِ مَلَائِكَةٍ وَلَمْ تَحْفَظُوهُ».
53พวกคุณได้รับธรรมบัญญัติซึ่งทูตสวรรค์เป็นผู้กำหนดไว้ แต่พวกคุณไม่ได้รักษา!”
54فَلَمَّا سَمِعُوا هَذَا حَنِقُوا بِقُلُوبِهِمْ وَصَرُّوا بِأَسْنَانِهِمْ عَلَيْهِ.
54เมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องเหล่านี้ ก็เจ็บแปลบในใจและกัดฟันกรอดใส่สเทเฟน
55وَأَمَّا هُوَ فَشَخَصَ إِلَى ٱلسَّمَاءِ وَهُوَ مُمْتَلِئٌ مِنَ ٱلرُّوحِ ٱلْقُدُسِ، فَرَأَى مَجْدَ ٱللهِ، وَيَسُوعَ قَائِمًا عَنْ يَمِينِ ٱللهِ.
55แต่สเทเฟนเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เขาเงยหน้าจ้องมองไปยังสวรรค์ เห็นพระสิริของพระเจ้า และเห็นพระเยซูยืนอยู่ทางขวาของพระเจ้า
56فَقَالَ: «هَا أَنَا أَنْظُرُ ٱلسَّمَاوَاتِ مَفْتُوحَةً، وَٱبْنَ ٱلْإِنْسَانِ قَائِمًا عَنْ يَمِينِ ٱللهِ».
56แล้วกล่าวว่า “ดูสิ ข้าพเจ้าเห็นสวรรค์เปิดออก และเห็นบุตรมนุษย์ยืนอยู่ทางขวาของพระเจ้า!”
57فَصَاحُوا بِصَوْتٍ عَظِيمٍ وَسَدُّوا آذَانَهُمْ، وَهَجَمُوا عَلَيْهِ بِنَفْسٍ وَاحِدَةٍ،
57พวกเขาร้องเสียงดัง อุดหูของตน แล้วพร้อมใจกันกรูเข้าใส่สเทเฟน
58وَأَخْرَجُوهُ خَارِجَ ٱلْمَدِينَةِ وَرَجَمُوهُ. وَٱلشُّهُودُ خَلَعُوا ثِيَابَهُمْ عِنْدَ رِجْلَيْ شَابٍّ يُقَالُ لَهُ شَاوُلُ.
58พวกเขาลากเขาออกไปนอกเมืองและเอาหินขว้าง พวกพยานวางเสื้อคลุมของตนไว้ที่เท้าของชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อเซาโล
59فَكَانُوا يَرْجُمُونَ ٱسْتِفَانُوسَ وَهُوَ يَدْعُو وَيَقُولُ: «أَيُّهَا ٱلرَّبُّ يَسُوعُ، ٱقْبَلْ رُوحِي».
59ขณะที่พวกเขากำลังเอาหินขว้างสเทเฟน เขาร้องทูลว่า “องค์พระเยซู โปรดรับวิญญาณของข้าพเจ้า!”
60ثُمَّ جَثَا عَلَى رُكْبَتَيْهِ وَصَرَخَ بِصَوْتٍ عَظِيمٍ: «يَارَبُّ، لَا تُقِمْ لَهُمْ هَذِهِ ٱلْخَطِيَّةَ». وَإِذْ قَالَ هَذَا رَقَدَ.
60แล้วเขาคุกเข่าลงและร้องเสียงดังว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดอย่าถือโทษบาปนี้แก่พวกเขา!” เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว เขาก็หลับไป
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.