أَعْمَالُ ٱلرُّسُلِ 13
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَكَانَ فِي أَنْطَاكِيَةَ فِي ٱلْكَنِيسَةِ هُنَاكَ أَنْبِيَاءُ وَمُعَلِّمُونَ: بَرْنَابَا، وَسِمْعَانُ ٱلَّذِي يُدْعَى نِيجَرَ، وَلُوكِيُوسُ ٱلْقَيْرَوَانِيُّ، وَمَنَايِنُ ٱلَّذِي تَرَبَّى مَعَ هِيرُودُسَ رَئِيسِ ٱلرُّبْعِ، وَشَاوُلُ.
1ในประชาคมที่เมืองอันทิโอก มีผู้เผยพระวจนะและผู้สอนหลายคน ได้แก่ บารนาบัส สิเมโอนซึ่งเรียกว่านิเกอร์ ลูสิอัสชาวไซรีน มานาเอนผู้เป็นพี่น้องร่วมเลี้ยงกับเฮโรดเจ้าแคว้น และเซาโล
2وَبَيْنَمَا هُمْ يَخْدِمُونَ ٱلرَّبَّ وَيَصُومُونَ، قَالَ ٱلرُّوحُ ٱلْقُدُسُ: «أَفْرِزُوا لِي بَرْنَابَا وَشَاوُلَ لِلْعَمَلِ ٱلَّذِي دَعَوْتُهُمَا إِلَيْهِ».
2ขณะที่พวกเขารับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าและอดอาหาร พระวิญญาณบริสุทธิ์กล่าวว่า “จงแยกบารนาบัสกับเซาโลไว้สำหรับเรา เพื่องานที่เราเรียกพวกเขาให้ทำ”
3فَصَامُوا حِينَئِذٍ وَصَلُّوا وَوَضَعُوا عَلَيْهِمَا ٱلْأَيَادِيَ، ثُمَّ أَطْلَقُوهُمَا.
3เมื่อพวกเขาอดอาหาร อธิษฐาน และวางมือบนทั้งสองแล้ว ก็ส่งทั้งสองออกไป
4فَهَذَانِ إِذْ أُرْسِلَا مِنَ ٱلرُّوحِ ٱلْقُدُسِ ٱنْحَدَرَا إِلَى سَلُوكِيَةَ، وَمِنْ هُنَاكَ سَافَرَا فِي ٱلْبَحْرِ إِلَى قُبْرُسَ.
4ดังนั้น เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ส่งพวกเขาออกไป พวกเขาลงไปยังเมืองเซลูเคีย แล้วจากที่นั่นก็แล่นเรือไปเกาะไซปรัส
5وَلَمَّا صَارَا فِي سَلَامِيسَ نَادَيَا بِكَلِمَةِ ٱللهِ فِي مَجَامِعِ ٱلْيَهُودِ. وَكَانَ مَعَهُمَا يُوحَنَّا خَادِمًا.
5เมื่อถึงเมืองซาลามิส พวกเขาประกาศพระวจนะของพระเจ้าในธรรมศาลาของชาวยิว และมียอห์นคอยช่วยงานพวกเขา
6وَلَمَّا ٱجْتَازَا ٱلْجَزِيرَةَ إِلَى بَافُوسَ، وَجَدَا رَجُلًا سَاحِرًا نَبِيًّا كَذَّابًا يَهُودِيًّا ٱسْمُهُ بَارْيَشُوعُ،
6เมื่อเดินทางข้ามเกาะไปจนถึงเมืองปาโฟส พวกเขาพบชายชาวยิวคนหนึ่งชื่อบารเยซู เป็นหมอผีและผู้เผยพระวจนะเท็จ
7كَانَ مَعَ ٱلْوَالِي سَرْجِيُوسَ بُولُسَ، وَهُوَ رَجُلٌ فَهِيمٌ. فَهَذَا دَعَا بَرْنَابَا وَشَاوُلَ وَٱلْتَمَسَ أَنْ يَسْمَعَ كَلِمَةَ ٱللهِ.
7เขาอยู่กับผู้ว่าราชการชื่อเซอร์จิอัส เปาลัส ซึ่งเป็นคนมีความเข้าใจ ผู้ว่าราชการเรียกบารนาบัสกับเซาโลมา เพราะต้องการฟังพระวจนะของพระเจ้า
8فَقَاوَمَهُمَا عَلِيمٌ ٱلسَّاحِرُ، لِأَنْ هَكَذَا يُتَرْجَمُ ٱسْمُهُ، طَالِبًا أَنْ يُفْسِدَ ٱلْوَالِيَ عَنِ ٱلْإِيمَانِ.
8แต่เอลีมาสหมอผี—ชื่อเอลีมาสมีความหมายเช่นนั้น—ต่อต้านพวกเขา และพยายามทำให้ผู้ว่าราชการหันไปจากความเชื่อ
9وَأَمَّا شَاوُلُ، ٱلَّذِي هُوَ بُولُسُ أَيْضًا، فَٱمْتَلَأَ مِنَ ٱلرُّوحِ ٱلْقُدُسِ وَشَخَصَ إِلَيْهِ
9แต่เซาโล ซึ่งเรียกว่าเปาโลด้วย เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จ้องมองเขา
10وَقَالَ: «أَيُّهَا ٱلْمُمْتَلِئُ كُلَّ غِشٍّ وَكُلَّ خُبْثٍ! يَا ٱبْنَ إِبْلِيسَ! يَاعَدُوَّ كُلِّ بِرٍّ! أَلَا تَزَالُ تُفْسِدُ سُبُلَ ٱللهِ ٱلْمُسْتَقِيمَةَ؟
10แล้วกล่าวว่า “เจ้าลูกของมาร เต็มไปด้วยการหลอกลวงและเล่ห์เหลี่ยมสารพัด เจ้าเป็นศัตรูของความชอบธรรมทุกประการ เจ้าจะไม่เลิกบิดเบือนทางอันเที่ยงตรงขององค์พระผู้เป็นเจ้าหรือ?
11فَٱلْآنَ هُوَذَا يَدُ ٱلرَّبِّ عَلَيْكَ، فَتَكُونُ أَعْمَى لَا تُبْصِرُ ٱلشَّمْسَ إِلَى حِينٍ». فَفِي ٱلْحَالِ سَقَطَ عَلَيْهِ ضَبَابٌ وَظُلْمَةٌ، فَجَعَلَ يَدُورُ مُلْتَمِسًا مَنْ يَقُودُهُ بِيَدِهِ.
11บัดนี้ มือขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เหนือเจ้า เจ้าจะตาบอด และจะมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ชั่วระยะหนึ่ง!” ทันใดนั้น หมอกมัวและความมืดก็ปกคลุมเขา เขาเดินคลำหาคนที่จะจูงมือเขา
12فَٱلْوَالِي حِينَئِذٍ لَمَّا رَأَى مَا جَرَى، آمَنَ مُنْدَهِشًا مِنْ تَعْلِيمِ ٱلرَّبِّ.
12เมื่อผู้ว่าราชการเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็เชื่อ และประหลาดใจอย่างยิ่งกับคำสอนเรื่ององค์พระผู้เป็นเจ้า
13ثُمَّ أَقْلَعَ مِنْ بَافُوسَ بُولُسُ وَمَنْ مَعَهُ وَأَتَوْا إِلَى بَرْجَةِ بَمْفِيلِيَّةَ. وَأَمَّا يُوحَنَّا فَفَارَقَهُمْ وَرَجَعَ إِلَى أُورُشَلِيمَ.
13เปาโลกับคณะของเขาออกเรือจากเมืองปาโฟสมาถึงเมืองเปอร์กาในแคว้นปัมฟีเลีย ส่วนยอห์นแยกจากพวกเขาและกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม
14وَأَمَّا هُمْ فَجَازُوا مِنْ بَرْجَةَ وَأَتَوْا إِلَى أَنْطَاكِيَةِ بِيسِيدِيَّةَ، وَدَخَلُوا ٱلْمَجْمَعَ يَوْمَ ٱلسَّبْتِ وَجَلَسُوا.
14แต่พวกเขาเดินทางต่อจากเมืองเปอร์กามาถึงเมืองอันทิโอกในแคว้นปิสิเดีย ในวันสะบาโตพวกเขาเข้าไปในธรรมศาลาและนั่งลง
15وَبَعْدَ قِرَاءَةِ ٱلنَّامُوسِ وَٱلْأَنْبِيَاءِ، أَرْسَلَ إِلَيْهِمْ رُؤَسَاءُ ٱلْمَجْمَعِ قَائِلِينَ: «أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ ٱلْإِخْوَةُ، إِنْ كَانَتْ عِنْدَكُمْ كَلِمَةُ وَعْظٍ لِلشَّعْبِ فَقُولُوا».
15หลังจากอ่านธรรมบัญญัติและหนังสือของเหล่าผู้เผยพระวจนะแล้ว เหล่าผู้นำธรรมศาลาก็ส่งคนมาบอกพวกเขาว่า “พี่น้อง ถ้าพวกคุณมีถ้อยคำหนุนใจประชาชน ก็เชิญกล่าวเถิด”
16فَقَامَ بُولُسُ وَأَشَارَ بِيَدِهِ وَقَالَ: «أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ ٱلْإِسْرَائِيلِيُّونَ وَٱلَّذِينَ يَتَّقُونَ ٱللهَ، ٱسْمَعُوا!
16เปาโลยืนขึ้น ยกมือเป็นสัญญาณ แล้วกล่าวว่า “ชนอิสราเอล และพวกคุณที่ยำเกรงพระเจ้า จงฟัง
17إِلَهُ شَعْبِ إِسْرَائِيلَ هَذَا ٱخْتَارَ آبَاءَنَا، وَرَفَعَ ٱلشَّعْبَ فِي ٱلْغُرْبَةِ فِي أَرْضِ مِصْرَ، وَبِذِرَاعٍ مُرْتَفِعَةٍ أَخْرَجَهُمْ مِنْهَا.
17พระเจ้าของชนชาตินี้ เลือกบรรพบุรุษของเรา และยกชนชาตินี้ให้สูงขึ้นในช่วงที่พวกเขาเป็นคนต่างถิ่นในแผ่นดินอียิปต์ แล้วนำพวกเขาออกมาด้วยแขนที่ยกขึ้น
18وَنَحْوَ مُدَّةِ أَرْبَعِينَ سَنَةً، ٱحْتَمَلَ عَوَائِدَهُمْ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ.
18พระองค์อดทนกับพวกเขาในถิ่นทุรกันดารประมาณสี่สิบปี
19ثُمَّ أَهْلَكَ سَبْعَ أُمَمٍ فِي أَرْضِ كَنْعَانَ وَقَسَمَ لَهُمْ أَرْضَهُمْ بِٱلْقُرْعَةِ.
19หลังจากทำลายเจ็ดชนชาติในแผ่นดินคานาอัน พระองค์ก็มอบแผ่นดินของชนชาติเหล่านั้นให้พวกเขาเป็นมรดก เป็นเวลาประมาณสี่ร้อยห้าสิบปี
20وَبَعْدَ ذَلِكَ فِي نَحْوِ أَرْبَعَمِئَةٍ وَخَمْسِينَ سَنَةً أَعْطَاهُمْ قُضَاةً حَتَّى صَمُوئِيلَ ٱلنَّبِيِّ.
20หลังจากนั้น พระองค์ประทานผู้วินิจฉัยแก่พวกเขา จนถึงสมัยซามูเอลผู้เผยพระวจนะ
21وَمِنْ ثَمَّ طَلَبُوا مَلِكًا، فَأَعْطَاهُمُ ٱللهُ شَاوُلَ بْنَ قَيْسٍ، رَجُلًا مِنْ سِبْطِ بِنْيَامِينَ، أَرْبَعِينَ سَنَةً.
21ต่อมาพวกเขาขอกษัตริย์ พระเจ้าจึงประทานซาอูลบุตรของคีช จากเผ่าเบนยามิน ให้ปกครองพวกเขาสี่สิบปี
22ثُمَّ عَزَلَهُ وَأَقَامَ لَهُمْ دَاوُدَ مَلِكًا، ٱلَّذِي شَهِدَ لَهُ أَيْضًا، إِذْ قَالَ: وَجَدْتُ دَاوُدَ بْنَ يَسَّى رَجُلًا حَسَبَ قَلْبِي، ٱلَّذِي سَيَصْنَعُ كُلَّ مَشِيئَتِي.
22เมื่อพระองค์ถอดซาอูลออก พระองค์ก็ตั้งดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ของพวกเขา และเป็นพยานถึงดาวิดว่า ‘เราพบดาวิดบุตรของเจสซี เป็นคนที่มีใจตรงกับใจของเรา เขาจะทำตามความประสงค์ของเราทุกอย่าง’
23مِنْ نَسْلِ هَذَا، حَسَبَ ٱلْوَعْدِ، أَقَامَ ٱللهُ لإِسْرَائِيلَ مُخَلِّصًا، يَسُوعَ.
23จากเชื้อสายของชายคนนี้ พระเจ้านำความรอด มาสู่อิสราเอลตามคำสัญญาของพระองค์
24إِذْ سَبَقَ يُوحَنَّا فَكَرَزَ قَبْلَ مَجِيئِهِ بِمَعْمُودِيَّةِ ٱلتَّوْبَةِ لِجَمِيعِ شَعْبِ إِسْرَائِيلَ.
24ก่อนที่พระองค์จะมา ยอห์นได้ประกาศการรับบัพติศมาแห่งการกลับใจแก่อิสราเอล
25وَلَمَّا صَارَ يُوحَنَّا يُكَمِّلُ سَعْيَهُ جَعَلَ يَقُولُ: مَنْ تَظُنُّونَ أَنِّي أَنَا؟ لَسْتُ أَنَا إِيَّاهُ، لَكِنْ هُوَذَا يَأْتِي بَعْدِي ٱلَّذِي لَسْتُ مُسْتَحِقًّا أَنْ أَحُلَّ حِذَاءَ قَدَمَيْهِ.
25เมื่อยอห์นใกล้จะทำภารกิจของตนสำเร็จ เขากล่าวว่า ‘พวกคุณคิดว่าข้าพเจ้าเป็นใคร? ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้นั้น แต่มีผู้หนึ่งกำลังมาภายหลังข้าพเจ้า แม้แต่สายรัดรองเท้าของเขา ข้าพเจ้าก็ไม่คู่ควรจะแก้’
26«أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ ٱلْإِخْوَةُ بَنِي جِنْسِ إِبْرَاهِيمَ، وَٱلَّذِينَ بَيْنَكُمْ يَتَّقُونَ ٱللهَ، إِلَيْكُمْ أُرْسِلَتْ كَلِمَةُ هَذَا ٱلْخَلَاصِ.
26“พี่น้อง ผู้เป็นลูกหลานของอับราฮัม และพวกคุณที่ยำเกรงพระเจ้า ถ้อยคำเรื่องความรอดนี้ถูกส่งมาถึงพวกคุณ
27لِأَنَّ ٱلسَّاكِنِينَ فِي أُورُشَلِيمَ وَرُؤَسَاءَهُمْ لَمْ يَعْرِفُوا هَذَا. وَأَقْوَالُ ٱلْأَنْبِيَاءِ ٱلَّتِي تُقْرَأُ كُلَّ سَبْتٍ تَمَّمُوهَا، إِذْ حَكَمُوا عَلَيْهِ.
27เพราะคนที่อาศัยในกรุงเยรูซาเล็มกับเหล่าผู้นำของพวกเขาไม่รู้จักพระองค์ และไม่เข้าใจถ้อยคำของเหล่าผู้เผยพระวจนะที่อ่านกันทุกวันสะบาโต พวกเขาจึงทำให้ถ้อยคำเหล่านั้นสำเร็จด้วยการตัดสินลงโทษพระองค์
28وَمَعْ أَنَّهُمْ لَمْ يَجِدُوا عِلَّةً وَاحِدَةً لِلْمَوْتِ طَلَبُوا مِنْ بِيلَاطُسَ أَنْ يُقْتَلَ.
28แม้พวกเขาไม่พบเหตุใดที่สมควรให้พระองค์ตาย ก็ยังขอปีลาตให้ประหารพระองค์
29وَلَمَّا تَمَّمُوا كُلَّ مَا كُتِبَ عَنْهُ، أَنْزَلُوهُ عَنِ ٱلْخَشَبَةِ وَوَضَعُوهُ فِي قَبْرٍ.
29เมื่อพวกเขาทำทุกสิ่งที่เขียนไว้เกี่ยวกับพระองค์สำเร็จแล้ว ก็นำพระองค์ลงจากต้นไม้และวางไว้ในอุโมงค์ฝังศพ
30وَلَكِنَّ ٱللهَ أَقَامَهُ مِنَ ٱلْأَمْوَاتِ.
30แต่พระเจ้าให้พระองค์ฟื้นขึ้นจากความตาย
31وَظَهَرَ أَيَّامًا كَثِيرَةً لِلَّذِينَ صَعِدُوا مَعَهُ مِنَ ٱلْجَلِيلِ إِلَى أُورُشَلِيمَ، ٱلَّذِينَ هُمْ شُهُودُهُ عِنْدَ ٱلشَّعْبِ.
31และตลอดหลายวัน พระองค์ปรากฏแก่คนที่เดินทางกับพระองค์จากแคว้นกาลิลีขึ้นมากรุงเยรูซาเล็ม คนเหล่านี้เป็นพยานของพระองค์ต่อประชาชน
32وَنَحْنُ نُبَشِّرُكُمْ بِٱلْمَوْعِدِ ٱلَّذِي صَارَ لِآبَائِنَا،
32พวกเรานำข่าวดีมาบอกพวกคุณ คือคำสัญญาที่พระเจ้าประทานไว้แก่บรรพบุรุษ
33إِنَّ ٱللهَ قَدْ أَكْمَلَ هَذَا لَنَا نَحْنُ أَوْلَادَهُمْ، إِذْ أَقَامَ يَسُوعَ كَمَا هُوَ مَكْتُوبٌ أَيْضًا فِي ٱلْمَزْمُورِ ٱلثَّانِي: أَنْتَ ٱبْنِي، أَنَا ٱلْيَوْمَ وَلَدْتُكَ.
33พระเจ้าทำให้คำสัญญานี้สำเร็จแก่พวกเรา ผู้เป็นลูกหลานของพวกเขา โดยให้พระเยซูฟื้นขึ้น ตามที่เขียนไว้ในสดุดีบทที่สองว่า ‘เจ้าเป็นบุตรของเรา วันนี้ เราได้เป็นบิดาของเจ้า’
34إِنَّهُ أَقَامَهُ مِنَ ٱلْأَمْوَاتِ، غَيْرَ عَتِيدٍ أَنْ يَعُودَ أَيْضًا إِلَى فَسَادٍ، فَهَكَذَا قَالَ: إِنِّي سَأُعْطِيكُمْ مَرَاحِمَ دَاوُدَ ٱلصَّادِقَةَ.
34“ส่วนเรื่องที่พระองค์ให้พระเยซูฟื้นขึ้นจากความตาย และจะไม่กลับไปสู่ความเน่าเปื่อยอีก พระองค์กล่าวไว้อย่างนี้ว่า ‘เราจะมอบพระพรอันบริสุทธิ์และแน่นอนที่สัญญาไว้แก่ดาวิดให้แก่พวกเจ้า’
35وَلِذَلِكَ قَالَ أَيْضًا فِي مَزْمُورٍ آخَرَ: لَنْ تَدَعَ قُدُّوسَكَ يَرَى فَسَادًا.
35เพราะฉะนั้น พระองค์จึงกล่าวในสดุดีอีกบทหนึ่งว่า ‘พระองค์จะไม่ปล่อยให้องค์บริสุทธิ์ของพระองค์เห็นความเน่าเปื่อย’
36لِأَنَّ دَاوُدَ بَعْدَ مَا خَدَمَ جِيلَهُ بِمَشُورَةِ ٱللهِ، رَقَدَ وَٱنْضَمَّ إِلَى آبَائِهِ، وَرَأَى فَسَادًا.
36ดาวิดนั้น หลังจากรับใช้ตามแผนการของพระเจ้าในยุคของตนแล้ว ก็หลับไป ถูกฝังไว้กับบรรพบุรุษของเขา และร่างกายก็เน่าเปื่อย
37وَأَمَّا ٱلَّذِي أَقَامَهُ ٱللهُ فَلَمْ يَرَ فَسَادًا.
37แต่ผู้ที่พระเจ้าให้ฟื้นขึ้นนั้น ไม่เห็นความเน่าเปื่อย
38فَلْيَكُنْ مَعْلُومًا عِنْدَكُمْ أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ ٱلْإِخْوَةُ، أَنَّهُ بِهَذَا يُنَادَى لَكُمْ بِغُفْرَانِ ٱلْخَطَايَا،
38เพราะฉะนั้น พี่น้อง จงรู้เถิดว่า โดยทางพระองค์นี้ มีการประกาศการยกโทษบาปแก่พวกคุณ
39وَبِهَذَا يَتَبَرَّرُ كُلُّ مَنْ يُؤْمِنُ مِنْ كُلِّ مَا لَمْ تَقْدِرُوا أَنْ تَتَبَرَّرُوا مِنْهُ بِنَامُوسِ مُوسَى.
39และทุกคนที่เชื่อก็ได้รับความชอบธรรมโดยพระองค์ ในทุกเรื่องที่ธรรมบัญญัติของโมเสสไม่อาจทำให้พวกคุณได้รับความชอบธรรมได้
40فَٱنْظُرُوا لِئَلَّا يَأْتِيَ عَلَيْكُمْ مَا قِيلَ فِي ٱلْأَنْبِيَاءِ:
40ดังนั้น จงระวังไม่ให้สิ่งที่กล่าวไว้ในหนังสือของเหล่าผู้เผยพระวจนะเกิดขึ้นกับพวกคุณว่า
41اُنْظُرُوا أَيُّهَا ٱلْمُتَهَاوِنُونَ، وَتَعَجَّبُوا وَٱهْلِكُوا! لِأَنَّنِي عَمَلًا أَعْمَلُ فِي أَيَّامِكُمْ. عَمَلًا لَا تُصَدِّقُونَ إِنْ أَخْبَرَكُمْ أَحَدٌ بِهِ».
41‘ดูสิ พวกเยาะเย้ย! จงประหลาดใจและพินาศไป เพราะเรากำลังทำงานอย่างหนึ่งในสมัยของพวกเจ้า เป็นงานที่พวกเจ้าจะไม่เชื่ออย่างแน่นอน แม้มีใครเล่าให้ฟัง’”
42وَبَعْدَمَا خَرَجَ ٱلْيَهُودُ مِنَ ٱلْمَجْمَعِ جَعَلَ ٱلْأُمَمُ يَطْلُبُونَ إِلَيْهِمَا أَنْ يُكَلِّمَاهُمْ بِهَذَا ٱلْكَلَامِ فِي ٱلسَّبْتِ ٱلْقَادِمِ.
42เมื่อชาวยิวออกจากธรรมศาลา คนต่างชาติก็วิงวอนให้ประกาศถ้อยคำเหล่านี้แก่พวกเขาอีกในวันสะบาโตถัดไป
43وَلَمَّا ٱنْفَضَّتِ ٱلْجَمَاعَةُ، تَبِعَ كَثِيرُونَ مِنَ ٱلْيَهُودِ وَٱلدُّخَلَاءِ ٱلْمُتَعَبِّدِينَ بُولُسَ وَبَرْنَابَا، ٱللَّذَيْنِ كَانَا يُكَلِّمَانِهِمْ وَيُقْنِعَانِهِمْ أَنْ يَثْبُتُوا فِي نِعْمَةِ ٱللهِ.
43เมื่อการประชุมเลิกแล้ว ชาวยิวจำนวนมากกับคนที่เปลี่ยนมานับถือศาสนายิวและยำเกรงพระเจ้าได้ติดตามเปาโลกับบารนาบัส ทั้งสองจึงพูดกับพวกเขา และหนุนใจให้ดำเนินอยู่ในพระคุณของพระเจ้าต่อไป
44وَفِي ٱلسَّبْتِ ٱلتَّالِي ٱجْتَمَعَتْ كُلُّ ٱلْمَدِينَةِ تَقْرِيبًا لِتَسْمَعَ كَلِمَةَ ٱللهِ.
44วันสะบาโตถัดมา คนเกือบทั้งเมืองมารวมตัวกันเพื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า
45فَلَمَّا رَأَى ٱلْيَهُودُ ٱلْجُمُوعَ ٱمْتَلَأُوا غَيْرَةً، وَجَعَلُوا يُقَاوِمُونَ مَا قَالَهُ بُولُسُ مُنَاقِضِينَ وَمُجَدِّفِينَ.
45แต่เมื่อชาวยิวเห็นฝูงชน ก็เต็มไปด้วยความริษยา พวกเขาโต้แย้งสิ่งที่เปาโลกล่าว และกล่าวคำหมิ่นประมาท
46فَجَاهَرَ بُولُسُ وَبَرْنَابَا وَقَالَا: «كَانَ يَجِبُ أَنْ تُكَلَّمُوا أَنْتُمْ أَوَّلًا بِكَلِمَةِ ٱللهِ، وَلَكِنْ إِذْ دَفَعْتُمُوهَا عَنْكُمْ، وَحَكَمْتُمْ أَنَّكُمْ غَيْرُ مُسْتَحِقِّينَ لِلْحَيَاةِ ٱلْأَبَدِيَّةِ، هُوَذَا نَتَوَجَّهُ إِلَى ٱلْأُمَمِ.
46เปาโลกับบารนาบัสกล่าวอย่างกล้าหาญว่า “จำเป็นต้องประกาศพระวจนะของพระเจ้าแก่พวกคุณก่อน แต่เมื่อพวกคุณผลักไสพระวจนะนั้น และตัดสินตนเองว่าไม่คู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ ดูสิ พวกเราจึงหันไปหาคนต่างชาติ
47لِأَنْ هَكَذَا أَوْصَانَا ٱلرَّبُّ: قَدْ أَقَمْتُكَ نُورًا لِلْأُمَمِ، لِتَكُونَ أَنْتَ خَلَاصًا إِلَى أَقْصَى ٱلْأَرْضِ».
47เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าบัญชาพวกเราไว้อย่างนี้ว่า ‘เราตั้งเจ้าไว้เป็นความสว่างแก่คนต่างชาติ เพื่อเจ้าจะนำความรอดไปจนถึงสุดปลายแผ่นดินโลก’”
48فَلَمَّا سَمِعَ ٱلْأُمَمُ ذَلِكَ كَانُوا يَفْرَحُونَ وَيُمَجِّدُونَ كَلِمَةَ ٱلرَّبِّ. وَآمَنَ جَمِيعُ ٱلَّذِينَ كَانُوا مُعَيَّنِينَ لِلْحَيَاةِ ٱلْأَبَدِيَّةِ.
48เมื่อคนต่างชาติได้ยินดังนั้น พวกเขาก็ชื่นชมยินดี และยกย่องพระวจนะของพระเจ้า คนทั้งหลายที่ถูกกำหนดไว้สำหรับชีวิตนิรันดร์ก็เชื่อ
49وَٱنْتَشَرَتْ كَلِمَةُ ٱلرَّبِّ فِي كُلِّ ٱلْكُورَةِ.
49พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าแพร่ออกไปทั่วทั้งแคว้น
50وَلَكِنَّ ٱلْيَهُودَ حَرَّكُوا ٱلنِّسَاءَ ٱلْمُتَعَبِّدَاتِ ٱلشَّرِيفَاتِ وَوُجُوهَ ٱلْمَدِينَةِ، وَأَثَارُوا ٱضْطِهَادًا عَلَى بُولُسَ وَبَرْنَابَا، وَأَخْرَجُوهُمَا مِنْ تُخُومِهِمْ.
50แต่ชาวยิวยุยงสตรีที่ยำเกรงพระเจ้าและมีอิทธิพล รวมทั้งเหล่าผู้นำของเมือง ให้ก่อการข่มเหงเปาโลกับบารนาบัส และขับไล่ทั้งสองออกจากเขตแดนของพวกเขา
51أَمَّا هُمَا فَنَفَضَا غُبَارَ أَرْجُلِهِمَا عَلَيْهِمْ، وَأَتَيَا إِلَى إِيقُونِيَةَ.
51ทั้งสองจึงสะบัดฝุ่นจากเท้าใส่พวกเขา แล้วไปเมืองอิโคนิยูม
52وَأَمَّا ٱلتَّلَامِيذُ فَكَانُوا يَمْتَلِئُونَ مِنَ ٱلْفَرَحِ وَٱلرُّوحِ ٱلْقُدُسِ.
52ส่วนเหล่าสาวกเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีและพระวิญญาณบริสุทธิ์
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.