أَعْمَالُ ٱلرُّسُلِ 2
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَلَمَّا حَضَرَ يَوْمُ ٱلْخَمْسِينَ كَانَ ٱلْجَمِيعُ مَعًا بِنَفْسٍ وَاحِدَةٍ،
1เมื่อถึงวันเพ็นเทคอสต์ พวกเขาทุกคนอยู่พร้อมกันเป็นหนึ่งเดียวในที่แห่งเดียวกัน
2وَصَارَ بَغْتَةً مِنَ ٱلسَّمَاءِ صَوْتٌ كَمَا مِنْ هُبُوبِ رِيحٍ عَاصِفَةٍ وَمَلَأَ كُلَّ ٱلْبَيْتِ حَيْثُ كَانُوا جَالِسِينَ،
2ทันใดนั้นก็มีเสียงจากท้องฟ้าเหมือนเสียงลมแรงพัดกระหน่ำ และเสียงนั้นดังเต็มบ้านที่พวกเขานั่งอยู่
3وَظَهَرَتْ لَهُمْ أَلْسِنَةٌ مُنْقَسِمَةٌ كَأَنَّهَا مِنْ نَارٍ وَٱسْتَقَرَّتْ عَلَى كُلِّ وَاحِدٍ مِنْهُمْ.
3มีสิ่งที่ดูเหมือนลิ้นไฟปรากฏขึ้นและแยกออกจากกัน แล้วแต่ละลิ้นก็มาหยุดอยู่เหนือแต่ละคน
4وَٱمْتَلَأَ ٱلْجَمِيعُ مِنَ ٱلرُّوحِ ٱلْقُدُسِ، وَٱبْتَدَأُوا يَتَكَلَّمُونَ بِأَلْسِنَةٍ أُخْرَى كَمَا أَعْطَاهُمُ ٱلرُّوحُ أَنْ يَنْطِقُوا.
4พวกเขาทุกคนเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และเริ่มพูดเป็นภาษาอื่น ๆ ตามที่พระวิญญาณประทานความสามารถให้พูด
5وَكَانَ يَهُودٌ رِجَالٌ أَتْقِيَاءُ مِنْ كُلِّ أُمَّةٍ تَحْتَ ٱلسَّمَاءِ سَاكِنِينَ فِي أُورُشَلِيمَ.
5เวลานั้นมีชาวยิวผู้ยำเกรงพระเจ้าจากทุกชนชาติใต้ฟ้าอาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม
6فَلَمَّا صَارَ هَذَا ٱلصَّوْتُ، ٱجْتَمَعَ ٱلْجُمْهُورُ وَتَحَيَّرُوا، لِأَنَّ كُلَّ وَاحِدٍ كَانَ يَسْمَعُهُمْ يَتَكَلَّمُونَ بِلُغَتِهِ.
6เมื่อได้ยินเสียงนั้น ฝูงชนก็มารวมกันและสับสน เพราะแต่ละคนได้ยินพวกเขาพูดภาษาของตนเอง
7فَبُهِتَ ٱلْجَمِيعُ وَتَعَجَّبُوا قَائِلِينَ بَعْضُهُمْ لِبَعْضٍ: «أَتُرَى لَيْسَ جَمِيعُ هَؤُلَاءِ ٱلْمُتَكَلِّمِينَ جَلِيلِيِّينَ؟
7ทุกคนต่างประหลาดใจและพิศวง กล่าวต่อกันว่า “คนที่กำลังพูดเหล่านี้ล้วนเป็นชาวกาลิลีไม่ใช่หรือ?
8فَكَيْفَ نَسْمَعُ نَحْنُ كُلُّ وَاحِدٍ مِنَّا لُغَتَهُ ٱلَّتِي وُلِدَ فِيهَا؟
8แล้วทำไมพวกเราแต่ละคนจึงได้ยินภาษาท้องถิ่นของตนเอง?
9فَرْتِيُّونَ وَمَادِيُّونَ وَعِيلَامِيُّونَ، وَٱلسَّاكِنُونَ مَا بَيْنَ ٱلنَّهْرَيْنِ، وَٱلْيَهُودِيَّةَ وَكَبَّدُوكِيَّةَ وَبُنْتُسَ وَأَسِيَّا
9มีทั้งชาวปารเธีย ชาวมีเดีย ชาวเอลาม และคนจากเมโสโปเตเมีย ยูเดีย คัปปาโดเชีย ปอนทัส เอเชีย
10وَفَرِيجِيَّةَ وَبَمْفِيلِيَّةَ وَمِصْرَ، وَنَوَاحِيَ لِيبِيَّةَ ٱلَّتِي نَحْوَ ٱلْقَيْرَوَانِ، وَٱلرُّومَانِيُّونَ ٱلْمُسْتَوْطِنُونَ يَهُودٌ وَدُخَلَاءُ،
10ฟรีเจีย ปัมฟีเลีย อียิปต์ และเขตลิเบียรอบเมืองไซรีน รวมทั้งผู้มาเยือนจากกรุงโรม ทั้งชาวยิวและคนที่เข้าถือศาสนายิว
11كِرِيتِيُّونَ وَعَرَبٌ، نَسْمَعُهُمْ يَتَكَلَّمُونَ بِأَلْسِنَتِنَا بِعَظَائِمِ ٱللهِ!».
11ชาวครีตและชาวอาหรับ แต่พวกเรากลับได้ยินพวกเขาพูดถึงกิจการอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเป็นภาษาของพวกเราเอง!”
12فَتَحَيَّرَ ٱلْجَمِيعُ وَٱرْتَابُوا قَائِلِينَ بَعْضُهُمْ لِبَعْضٍ: «مَا عَسَى أَنْ يَكُونَ هَذَا؟».
12ทุกคนต่างประหลาดใจและงุนงง กล่าวต่อกันว่า “นี่หมายความว่าอย่างไร?”
13وَكَانَ آخَرُونَ يَسْتَهْزِئُونَ قَائِلِينَ: «إِنَّهُمْ قَدِ ٱمْتَلَأُوا سُلَافَةً».
13แต่บางคนเยาะเย้ยว่า “คนพวกนี้ดื่มเหล้าองุ่นใหม่จนเมาแล้ว”
14فَوَقَفَ بُطْرُسُ مَعَ ٱلْأَحَدَ عَشَرَ وَرَفَعَ صَوْتَهُ وَقَالَ لَهُمْ: «أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ ٱلْيَهُودُ وَٱلسَّاكِنُونَ فِي أُورُشَلِيمَ أَجْمَعُونَ، لِيَكُنْ هَذَا مَعْلُومًا عِنْدَكُمْ وَأَصْغُوا إِلَى كَلَامِي،
14เปโตรยืนขึ้นพร้อมกับอัครทูตสิบเอ็ดคน แล้วกล่าวเสียงดังกับประชาชนว่า “ชาวยูเดีย และทุกคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม ขอให้พวกคุณรู้เรื่องนี้และตั้งใจฟังคำของข้าพเจ้า
15لِأَنَّ هَؤُلَاءِ لَيْسُوا سُكَارَى كَمَا أَنْتُمْ تَظُنُّونَ، لِأَنَّهَا ٱلسَّاعَةُ ٱلثَّالِثَةُ مِنَ ٱلنَّهَارِ.
15คนเหล่านี้ไม่ได้เมาอย่างที่พวกคุณคิด เพราะตอนนี้เพิ่งเป็นชั่วโมงที่สามของวัน
16بَلْ هَذَا مَا قِيلَ بِيُوئِيلَ ٱلنَّبِيِّ:
16แต่เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่ผู้เผยพระวจนะโยเอลกล่าวไว้ว่า
17يَقُولُ ٱللهُ: وَيَكُونُ فِي ٱلْأَيَّامِ ٱلْأَخِيرَةِ أَنِّي أَسْكُبُ مِنْ رُوحِي عَلَى كُلِّ بَشَرٍ، فَيَتَنَبَّأُ بَنُوكُمْ وَبَنَاتُكُمْ، وَيَرَى شَبَابُكُمْ رُؤًى وَيَحْلُمُ شُيُوخُكُمْ أَحْلَامًا.
17‘พระเจ้ากล่าวว่า ในยุคสุดท้าย เราจะเทพระวิญญาณของเราลงเหนือมนุษย์ทั้งปวง บุตรชายและบุตรหญิงของพวกเจ้าจะเผยพระวจนะ คนหนุ่มของพวกเจ้าจะเห็นนิมิต คนชราของพวกเจ้าจะฝันเห็นความฝัน
18وَعَلَى عَبِيدِي أَيْضًا وَإِمَائِي أَسْكُبُ مِنْ رُوحِي فِي تِلْكَ ٱلْأَيَّامِ فَيَتَنَبَّأُونَ.
18แม้แต่เหนือผู้รับใช้ชายและผู้รับใช้หญิงของเราในวันเหล่านั้น เราจะเทพระวิญญาณของเราลง และพวกเขาจะเผยพระวจนะ
19وَأُعْطِي عَجَائِبَ فِي ٱلسَّمَاءِ مِنْ فَوْقُ وَآيَاتٍ عَلَى ٱلْأَرْضِ مِنْ أَسْفَلُ: دَمًا وَنَارًا وَبُخَارَ دُخَانٍ.
19เราจะแสดงการอัศจรรย์บนท้องฟ้าเบื้องบน และหมายสำคัญบนแผ่นดินเบื้องล่าง คือเลือด ไฟ และกลุ่มควัน
20تَتَحَوَّلُ ٱلشَّمْسُ إِلَى ظُلْمَةٍ وَٱلْقَمَرُ إِلَى دَمٍ، قَبْلَ أَنْ يَجِيءَ يَوْمُ ٱلرَّبِّ ٱلْعَظِيمُ ٱلشَّهِيرُ.
20ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด และดวงจันทร์จะกลายเป็นเลือด ก่อนวันที่ยิ่งใหญ่และรุ่งโรจน์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะมาถึง
21وَيَكُونُ كُلُّ مَنْ يَدْعُو بِٱسْمِ ٱلرَّبِّ يَخْلُصُ.
21และทุกคนที่ร้องเรียกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะได้รับความรอด’
22«أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ ٱلْإِسْرَائِيلِيُّونَ ٱسْمَعُوا هَذِهِ ٱلْأَقْوَالَ: يَسُوعُ ٱلنَّاصِرِيُّ رَجُلٌ قَدْ تَبَرْهَنَ لَكُمْ مِنْ قِبَلِ ٱللهِ بِقُوَّاتٍ وَعَجَائِبَ وَآيَاتٍ صَنَعَهَا ٱللهُ بِيَدِهِ فِي وَسْطِكُمْ، كَمَا أَنْتُمْ أَيْضًا تَعْلَمُونَ.
22“ชาวอิสราเอล จงฟังถ้อยคำเหล่านี้! พระเยซูชาวนาซาเร็ธเป็นชายที่พระเจ้ารับรองต่อหน้าพวกคุณด้วยการกระทำอันทรงพลัง สิ่งอัศจรรย์ และหมายสำคัญต่าง ๆ ที่พระเจ้าทำผ่านพระองค์ท่ามกลางพวกคุณ ดังที่พวกคุณเองก็รู้
23هَذَا أَخَذْتُمُوهُ مُسَلَّمًا بِمَشُورَةِ ٱللهِ ٱلْمَحْتُومَةِ وَعِلْمِهِ ٱلسَّابِقِ، وَبِأَيْدِي أَثَمَةٍ صَلَبْتُمُوهُ وَقَتَلْتُمُوهُ.
23พระองค์ถูกมอบไว้ตามแผนการที่กำหนดไว้และการรู้ล่วงหน้าของพระเจ้า แล้วพวกคุณก็อาศัยมือของคนอธรรมตรึงพระองค์บนกางเขนและฆ่าพระองค์
24اَلَّذِي أَقَامَهُ ٱللهُ نَاقِضًا أَوْجَاعَ ٱلْمَوْتِ، إِذْ لَمْ يَكُنْ مُمْكِنًا أَنْ يُمْسَكَ مِنْهُ.
24แต่พระเจ้าทำให้พระองค์ฟื้นขึ้นจากความตาย และปลดพระองค์จากความทรมานของความตาย เพราะความตายไม่อาจยึดพระองค์ไว้ได้
25لِأَنَّ دَاوُدَ يَقُولُ فِيهِ: كُنْتُ أَرَى ٱلرَّبَّ أَمَامِي فِي كُلِّ حِينٍ، أَنَّهُ عَنْ يَمِينِي، لِكَيْ لَا أَتَزَعْزَعَ.
25ดาวิดกล่าวถึงพระองค์ว่า ‘ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้าเสมอ เพราะพระองค์อยู่ทางขวามือของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงจะไม่หวั่นไหว
26لِذَلِكَ سُرَّ قَلْبِي وَتَهَلَّلَ لِسَانِي. حَتَّى جَسَدِي أَيْضًا سَيَسْكُنُ عَلَى رَجَاءٍ.
26เพราะฉะนั้น ใจของข้าพเจ้าจึงยินดี และลิ้นของข้าพเจ้าก็ชื่นชมยินดี ร่างกายของข้าพเจ้าก็จะพักอยู่อย่างมีความหวัง
27لِأَنَّكَ لَنْ تَتْرُكَ نَفْسِي فِي ٱلْهَاوِيَةِ وَلَا تَدَعَ قُدُّوسَكَ يَرَى فَسَادًا.
27เพราะพระองค์จะไม่ทอดทิ้งจิตวิญญาณของข้าพเจ้าไว้ในฮาเดส และจะไม่ปล่อยให้องค์บริสุทธิ์ของพระองค์เห็นความเน่าเปื่อย
28عَرَّفْتَنِي سُبُلَ ٱلْحَيَاةِ وَسَتَمْلَأُنِي سُرُورًا مَعَ وَجْهِكَ.
28พระองค์ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักหนทางแห่งชีวิต พระองค์จะทำให้ข้าพเจ้าเต็มเปี่ยมด้วยความยินดีเมื่ออยู่ต่อหน้าพระองค์’
29أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ ٱلْإِخْوَةُ، يَسُوغُ أَنْ يُقَالَ لَكُمْ جِهَارًا عَنْ رَئِيسِ ٱلْآبَاءِ دَاوُدَ إِنَّهُ مَاتَ وَدُفِنَ، وَقَبْرُهُ عِنْدَنَا حَتَّى هَذَا ٱلْيَوْمِ.
29“พี่น้อง ข้าพเจ้าขอกล่าวกับพวกคุณอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับดาวิดบรรพบุรุษของเราว่า เขาตายและถูกฝังแล้ว และอุโมงค์ฝังศพของเขายังอยู่กับเราจนถึงวันนี้
30فَإِذْ كَانَ نَبِيًّا، وَعَلِمَ أَنَّ ٱللهَ حَلَفَ لَهُ بِقَسَمٍ أَنَّهُ مِنْ ثَمَرَةِ صُلْبِهِ يُقِيمُ ٱلْمَسِيحَ حَسَبَ ٱلْجَسَدِ لِيَجْلِسَ عَلَى كُرْسِيِّهِ،
30เพราะเขาเป็นผู้เผยพระวจนะ และรู้ว่าพระเจ้าได้สาบานต่อเขาว่าจะตั้งพระคริสต์ ผู้สืบเชื้อสายทางกายจากเขาให้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ของเขา
31سَبَقَ فَرَأَى وَتَكَلَّمَ عَنْ قِيَامَةِ ٱلْمَسِيحِ، أَنَّهُ لَمْ تُتْرَكْ نَفْسُهُ فِي ٱلْهَاوِيَةِ وَلَا رَأَى جَسَدُهُ فَسَادًا.
31ดาวิดมองเห็นสิ่งนี้ล่วงหน้า จึงกล่าวถึงการฟื้นขึ้นจากความตายของพระคริสต์ว่า จิตวิญญาณของพระองค์ไม่ได้ถูกทิ้งไว้ในฮาเดส และร่างกายของพระองค์ไม่ได้เห็นความเน่าเปื่อย
32فَيَسُوعُ هَذَا أَقَامَهُ ٱللهُ، وَنَحْنُ جَمِيعًا شُهُودٌ لِذَلِكَ.
32พระเจ้าทำให้พระเยซูองค์นี้ฟื้นขึ้นจากความตาย และพวกเราทุกคนเป็นพยานถึงเรื่องนี้
33وَإِذِ ٱرْتَفَعَ بِيَمِينِ ٱللهِ، وَأَخَذَ مَوْعِدَ ٱلرُّوحِ ٱلْقُدُسِ مِنَ ٱلْآبِ، سَكَبَ هَذَا ٱلَّذِي أَنْتُمُ ٱلْآنَ تُبْصِرُونَهُ وَتَسْمَعُونَهُ.
33เมื่อพระองค์ได้รับการยกขึ้นด้วยมือขวาของพระเจ้า และได้รับสิ่งที่พระบิดาสัญญาไว้คือพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์จึงเทสิ่งนี้ลงมา ซึ่งพวกคุณกำลังเห็นและได้ยินอยู่ในเวลานี้
34لِأَنَّ دَاوُدَ لَمْ يَصْعَدْ إِلَى ٱلسَّمَاوَاتِ. وَهُوَ نَفْسُهُ يَقُولُ: قَالَ ٱلرَّبُّ لِرَبِّي: ٱجْلِسْ عَنْ يَمِينِي
34เพราะดาวิดไม่ได้ขึ้นไปยังสวรรค์ แต่เขากล่าวเองว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าวแก่องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า “จงนั่งที่ขวามือของเรา
35حَتَّى أَضَعَ أَعْدَاءَكَ مَوْطِئًا لِقَدَمَيْكَ.
35จนกว่าเราจะทำให้ศัตรูของท่านเป็นที่รองเท้าของท่าน”’
36فَلْيَعْلَمْ يَقِينًا جَمِيعُ بَيْتِ إِسْرَائِيلَ أَنَّ ٱللهَ جَعَلَ يَسُوعَ هَذَا، ٱلَّذِي صَلَبْتُمُوهُ أَنْتُمْ، رَبًّا وَمَسِيحًا».
36“เพราะฉะนั้น ขอให้คนอิสราเอลทั้งปวงรู้แน่นอนว่า พระเจ้าได้ตั้งพระเยซูองค์นี้ซึ่งพวกคุณตรึงบนกางเขน ให้เป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระคริสต์”
37فَلَمَّا سَمِعُوا نُخِسُوا فِي قُلُوبِهِمْ، وَقَالُوا لِبُطْرُسَ وَلِسَائِرِ ٱلرُّسُلِ: «مَاذَا نَصْنَعُ أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ ٱلْإِخْوَةُ؟».
37เมื่อพวกเขาได้ยินดังนั้นก็เจ็บแปลบในใจ และกล่าวกับเปโตรและอัครทูตคนอื่น ๆ ว่า “พี่น้อง พวกเราควรทำอย่างไร?”
38فَقَالَ لَهُمْ بُطْرُسُ: «تُوبُوا وَلْيَعْتَمِدْ كُلُّ وَاحِدٍ مِنْكُمْ عَلَى ٱسْمِ يَسُوعَ ٱلْمَسِيحِ لِغُفْرَانِ ٱلْخَطَايَا، فَتَقْبَلُوا عَطِيَّةَ ٱلرُّوحِ ٱلْقُدُسِ.
38เปโตรตอบว่า “จงกลับใจ และพวกคุณแต่ละคนจงรับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูคริสต์เพื่อการยกโทษบาป แล้วพวกคุณจะได้รับของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์
39لِأَنَّ ٱلْمَوْعِدَ هُوَ لَكُمْ وَلِأَوْلَادِكُمْ وَلِكُلِّ ٱلَّذِينَ عَلَى بُعْدٍ، كُلِّ مَنْ يَدْعُوهُ ٱلرَّبُّ إِلَهُنَا».
39เพราะคำสัญญานี้มีไว้สำหรับพวกคุณ สำหรับลูกหลานของพวกคุณ และสำหรับทุกคนที่อยู่ห่างไกล คือทุกคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราจะเรียกมาหาพระองค์”
40وَبِأَقْوَالٍ أُخَرَ كَثِيرَةٍ كَانَ يَشْهَدُ لَهُمْ وَيَعِظُهُمْ قَائِلًا: «ٱخْلُصُوا مِنْ هَذَا ٱلْجِيلِ ٱلْمُلْتَوِي».
40เปโตรยังเป็นพยานยืนยันและตักเตือนพวกเขาด้วยถ้อยคำอีกมากมายว่า “จงรอดพ้นจากคนยุคที่เสื่อมทรามนี้!”
41فَقَبِلُوا كَلَامَهُ بِفَرَحٍ، وَٱعْتَمَدُوا، وَٱنْضَمَّ فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ نَحْوُ ثَلَاثَةِ آلَافِ نَفْسٍ.
41คนที่ยินดีรับคำของเปโตรก็รับบัพติศมา และวันนั้นมีคนเพิ่มเข้ามาประมาณสามพันคน
42وَكَانُوا يُواظِبُونَ عَلَى تَعْلِيمِ ٱلرُّسُلِ، وَٱلشَّرِكَةِ، وَكَسْرِ ٱلْخُبْزِ، وَٱلصَّلَوَاتِ.
42พวกเขายึดมั่นอยู่ในคำสอนของเหล่าอัครทูต การมีส่วนร่วมกัน การหักขนมปัง และการอธิษฐาน
43وَصَارَ خَوْفٌ فِي كُلِّ نَفْسٍ. وَكَانَتْ عَجَائِبُ وَآيَاتٌ كَثِيرَةٌ تُجْرَى عَلَى أَيْدِي ٱلرُّسُلِ.
43ทุกคนเกิดความยำเกรง และมีการอัศจรรย์และหมายสำคัญมากมายเกิดขึ้นผ่านเหล่าอัครทูต
44وَجَمِيعُ ٱلَّذِينَ آمَنُوا كَانُوا مَعًا، وَكَانَ عِنْدَهُمْ كُلُّ شَيْءٍ مُشْتَرَكًا.
44ทุกคนที่เชื่ออยู่ร่วมกันและถือทุกสิ่งเป็นของส่วนรวม
45وَٱلْأَمْلَاكُ وَٱلْمُقْتَنَيَاتُ كَانُوا يَبِيعُونَهَا وَيَقْسِمُونَهَا بَيْنَ ٱلْجَمِيعِ، كَمَا يَكُونُ لِكُلِّ وَاحِدٍ ٱحْتِيَاجٌ.
45พวกเขาขายทรัพย์สินและสิ่งของของตน แล้วแบ่งให้ทุกคนตามที่แต่ละคนมีความจำเป็น
46وَكَانُوا كُلَّ يَوْمٍ يُواظِبُونَ فِي ٱلْهَيْكَلِ بِنَفْسٍ وَاحِدَةٍ. وَإِذْ هُمْ يَكْسِرُونَ ٱلْخُبْزَ فِي ٱلْبُيُوتِ، كَانُوا يَتَنَاوَلُونَ ٱلطَّعَامَ بِٱبْتِهَاجٍ وَبَسَاطَةِ قَلْبٍ،
46ทุกวันพวกเขาพร้อมใจกันไปพระวิหารอย่างสม่ำเสมอ หักขนมปังกันที่บ้าน และรับประทานอาหารร่วมกันด้วยความยินดีและความจริงใจ
47مُسَبِّحِينَ ٱللهَ، وَلَهُمْ نِعْمَةٌ لَدَى جَمِيعِ ٱلشَّعْبِ. وَكَانَ ٱلرَّبُّ كُلَّ يَوْمٍ يَضُمُّ إِلَى ٱلْكَنِيسَةِ ٱلَّذِينَ يَخْلُصُونَ.
47พวกเขาสรรเสริญพระเจ้าและเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนทั้งปวง องค์พระผู้เป็นเจ้าเพิ่มคนที่กำลังได้รับความรอดเข้ามาในประชาคมทุกวัน
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.