أَعْمَالُ ٱلرُّسُلِ 27
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1فَلَمَّا ٱسْتَقَرَّ ٱلرَّأْيُ أَنْ نُسَافِرَ فِي ٱلْبَحْرِ إِلَى إِيطَالِيَا، سَلَّمُوا بُولُسَ وَأَسْرَى آخَرِينَ إِلَى قَائِدِ مِئَةٍ مِنْ كَتِيبَةِ أُوغُسْطُسَ ٱسْمُهُ يُولِيُوسُ.
1เมื่อมีคำตัดสินให้พวกเราแล่นเรือไปอิตาลี พวกเขาก็มอบเปาโลกับนักโทษคนอื่น ๆ ให้อยู่ในความดูแลของนายร้อยชื่อยูเลียส ซึ่งสังกัดกองทหารออกัสตัส
2فَصَعِدْنَا إِلَى سَفِينَةٍ أَدْرَامِيتِينِيَّةٍ، وَأَقْلَعْنَا مُزْمِعِينَ أَنْ نُسَافِرَ مَارِّينَ بِٱلْمَوَاضِعِ ٱلَّتِي فِي أَسِيَّا. وَكَانَ مَعَنَا أَرِسْتَرْخُسُ، رَجُلٌ مَكِدُونِيٌّ مِنْ تَسَالُونِيكِي.
2พวกเราขึ้นเรือจากเมืองอัดรามิทเทียม ซึ่งกำลังจะแล่นไปตามเมืองต่าง ๆ บนชายฝั่งแคว้นเอเชีย แล้วออกทะเล อาริสทาร์คัสชาวมาซิโดเนียจากเมืองเธสะโลนิกาเดินทางไปกับพวกเราด้วย
3وَفِي ٱلْيَوْمِ ٱلْآخَرِ أَقْبَلْنَا إِلَى صَيْدَاءَ، فَعَامَلَ يُولِيُوسُ بُولُسَ بِٱلرِّفْقِ، وَأَذِنَ أَنْ يَذْهَبَ إِلَى أَصْدِقَائِهِ لِيَحْصُلَ عَلَى عِنَايَةٍ مِنْهُمْ.
3วันรุ่งขึ้น พวกเราแวะที่เมืองไซดอน ยูเลียสปฏิบัติต่อเปาโลอย่างมีเมตตา และอนุญาตให้เขาไปหาเพื่อน ๆ เพื่อให้พวกเขาดูแลเขา
4ثُمَّ أَقْلَعْنَا مِنْ هُنَاكَ وَسَافَرْنَا فِي ٱلْبَحْرِ مِنْ تَحْتِ قُبْرُسَ، لِأَنَّ ٱلرِّيَاحَ كَانَتْ مُضَادَّةً.
4เมื่อออกเรือจากที่นั่น พวกเราอาศัยเกาะไซปรัสบังลม เพราะลมพัดสวนทาง
5وَبَعْدَ مَا عَبَرْنَا ٱلْبَحْرَ ٱلَّذِي بِجَانِبِ كِيلِيكِيَّةَ وَبَمْفِيلِيَّةَ، نَزَلْنَا إِلَى مِيرَا لِيكِيَّةَ.
5หลังจากแล่นข้ามทะเลนอกชายฝั่งแคว้นซิลีเซียและปัมฟีเลีย พวกเราก็มาถึงเมืองไมราในแคว้นลิเซีย
6فَإِذْ وَجَدَ قَائِدُ ٱلْمِئَةِ هُنَاكَ سَفِينَةً إِسْكَنْدَرِيَّةً مُسَافِرَةً إِلَى إِيطَالِيَا أَدْخَلَنَا فِيهَا.
6ที่นั่นนายร้อยพบเรือจากเมืองอเล็กซานเดรียลำหนึ่งกำลังจะไปอิตาลี จึงให้พวกเราขึ้นเรือลำนั้น
7وَلَمَّا كُنَّا نُسَافِرُ رُوَيْدًا أَيَّامًا كَثِيرَةً، وَبِٱلْجَهْدِ صِرْنَا بِقُرْبِ كِنِيدُسَ، وَلَمْ تُمَكِّنَّا ٱلرِّيحُ أَكْثَرَ، سَافَرْنَا مِنْ تَحْتِ كِرِيتَ بِقُرْبِ سَلْمُونِي.
7พวกเราแล่นเรือช้า ๆ อยู่หลายวัน และมาถึงบริเวณตรงข้ามเมืองคนิดัสด้วยความยากลำบาก เพราะลมไม่ยอมให้แล่นต่อไป พวกเราจึงอาศัยเกาะครีตบังลม แล่นผ่านแหลมซัลโมเน
8وَلَمَّا تَجَاوَزْنَاهَا بِٱلْجَهْدِ جِئْنَا إِلَى مَكَانٍ يُقَالُ لَهُ «ٱلْمَوَانِي ٱلْحَسَنَةُ» ٱلَّتِي بِقُرْبِهَا مَدِينَةُ لَسَائِيَةَ.
8พวกเราแล่นเลียบเกาะไปอย่างยากลำบากจนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งชื่อแฟร์เฮเวนส์ ซึ่งอยู่ใกล้เมืองลาเซีย
9وَلَمَّا مَضَى زَمَانٌ طَوِيلٌ، وَصَارَ ٱلسَّفَرُ فِي ٱلْبَحْرِ خَطِرًا، إِذْ كَانَ ٱلصَّوْمُ أَيْضًا قَدْ مَضَى، جَعَلَ بُولُسُ يُنْذِرُهُمْ
9เวลาผ่านไปมาก และการเดินเรือก็เริ่มอันตราย เพราะวันถืออดอาหารผ่านไปแล้ว เปาโลจึงเตือนพวกเขา
10قَائِلًا: «أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ، أَنَا أَرَى أَنَّ هَذَا ٱلسَّفَرَ عَتِيدٌ أَنْ يَكُونَ بِضَرَرٍ وَخَسَارَةٍ كَثِيرَةٍ، لَيْسَ لِلشَّحْنِ وَٱلسَّفِينَةِ فَقَطْ، بَلْ لِأَنْفُسِنَا أَيْضًا».
10ว่า “ทุกคน ข้าพเจ้าเห็นว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำมาซึ่งความเสียหายและการสูญเสียอย่างมาก ไม่เพียงต่อสินค้าและเรือ แต่ต่อชีวิตของพวกเราด้วย”
11وَلَكِنْ كَانَ قَائِدُ ٱلْمِئَةِ يَنْقَادُ إِلَى رُبَّانِ ٱلسَّفِينَةِ وَإِلَى صَاحِبِهَا أَكْثَرَ مِمَّا إِلَى قَوْلِ بُولُسَ.
11แต่นายร้อยเชื่อนายเรือกับเจ้าของเรือมากกว่าสิ่งที่เปาโลพูด
12وَلِأَنَّ ٱلْمِينَا لَمْ يَكُنْ مَوْقِعُهَا صَالِحًا لِلْمَشْتَى، ٱسْتَقَرَّ رَأْيُ أَكْثَرِهِمْ أَنْ يُقْلِعُوا مِنْ هُنَاكَ أَيْضًا، عَسَى أَنْ يُمْكِنَهُمُ ٱلْإِقْبَالُ إِلَى فِينِكْسَ لِيَشْتُوا فِيهَا. وَهِيَ مِينَا فِي كِرِيتَ تَنْظُرُ نَحْوَ ٱلْجَنُوبِ وَٱلشَّمَالِ ٱلْغَرْبِيَّيْنِ.
12เนื่องจากท่าเรือนั้นไม่เหมาะสำหรับพักในฤดูหนาว คนส่วนใหญ่จึงเสนอให้ออกเรือต่อไป เผื่อว่าจะไปถึงเมืองฟีนิกซ์และพักฤดูหนาวที่นั่นได้ เมืองนี้เป็นท่าเรือของเกาะครีตที่หันไปทางตะวันตกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงเหนือ
13فَلَمَّا نَسَّمَتْ رِيحٌ جَنُوبٌ، ظَنُّوا أَنَّهُمْ قَدْ مَلَكُوا مَقْصَدَهُمْ، فَرَفَعُوا ٱلْمِرْسَاةَ وَطَفِقُوا يَتَجَاوَزُونَ كِرِيتَ عَلَى أَكْثَرِ قُرْبٍ.
13เมื่อลมใต้พัดเบา ๆ พวกเขาคิดว่าได้โอกาสตามที่ต้องการแล้ว จึงถอนสมอและแล่นเลียบเกาะครีตอย่างใกล้ฝั่ง
14وَلَكِنْ بَعْدَ قَلِيلٍ هَاجَتْ عَلَيْهَا رِيحٌ زَوْبَعِيَّةٌ يُقَالُ لَهَا «أُورُوكْلِيدُونُ».
14แต่ไม่นานก็มีลมพายุรุนแรงพัดลงมาจากเกาะ เรียกว่า “ยูโรคลีดอน”
15فَلَمَّا خُطِفَتِ ٱلسَّفِينَةُ وَلَمْ يُمْكِنْهَا أَنْ تُقَابِلَ ٱلرِّيحَ، سَلَّمْنَا، فَصِرْنَا نُحْمَلُ.
15เมื่อเรือถูกพายุพัดและไม่อาจหันหัวเรือสู้ลมได้ พวกเราจึงปล่อยให้เรือถูกลมพัดไป
16فَجَرَيْنَا تَحْتَ جَزِيرَةٍ يُقَالُ لَهَا «كَلَوْدِي» وَبِٱلْجَهْدِ قَدِرْنَا أَنْ نَمْلِكَ ٱلْقَارِبَ.
16เมื่ออาศัยเกาะเล็ก ๆ ชื่อเคลาดาบังลม พวกเราก็แทบจะเก็บเรือเล็กขึ้นมาได้
17وَلَمَّا رَفَعُوهُ طَفِقُوا يَسْتَعْمِلُونَ مَعُونَاتٍ، حَازِمِينَ ٱلسَّفِينَةَ، وَإِذْ كَانُوا خَائِفِينَ أَنْ يَقَعُوا فِي ٱلسِّيرْتِسِ، أَنْزَلُوا ٱلْقُلُوعَ، وَهَكَذَا كَانُوا يُحْمَلُونَ.
17เมื่อยกเรือเล็กขึ้นแล้ว พวกเขาเอาเชือกพันรอบลำเรือเพื่อเสริมความแข็งแรง และเพราะกลัวว่าจะเกยสันทรายซีร์ทิส จึงปล่อยสมอทะเลลง แล้วปล่อยให้เรือลอยไปตามลม
18وَإِذْ كُنَّا فِي نَوْءٍ عَنِيفٍ، جَعَلُوا يُفَرِّغُونَ فِي ٱلْغَدِ.
18พายุซัดพวกเราอย่างหนัก วันรุ่งขึ้นพวกเขาจึงเริ่มโยนสิ่งของออกจากเรือ
19وَفِي ٱلْيَوْمِ ٱلثَّالِثِ رَمَيْنَا بِأَيْدِينَا أَثَاثَ ٱلسَّفِينَةِ.
19วันที่สาม พวกเขาโยนอุปกรณ์ของเรือทิ้งด้วยมือของตนเอง
20وَإِذْ لَمْ تَكُنِ ٱلشَّمْسُ وَلَا ٱلنُّجُومُ تَظْهَرُ أَيَّامًا كَثِيرَةً، وَٱشْتَدَّ عَلَيْنَا نَوْءٌ لَيْسَ بِقَلِيلٍ، ٱنْتُزِعَ أَخِيرًا كُلُّ رَجَاءٍ فِي نَجَاتِنَا.
20หลายวันผ่านไปโดยไม่เห็นทั้งดวงอาทิตย์และดวงดาว และพายุใหญ่ยังคงโหมใส่พวกเรา จนในที่สุดความหวังทั้งหมดว่าพวกเราจะรอดก็หมดไป
21فَلَمَّا حَصَلَ صَوْمٌ كَثِيرٌ، حِينَئِذٍ وَقَفَ بُولُسُ فِي وَسْطِهِمْ وَقَالَ: «كَانَ يَنْبَغِي أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ أَنْ تُذْعِنُوا لِي، وَلَا تُقْلِعُوا مِنْ كِرِيتَ، فَتَسْلَمُوا مِنْ هَذَا ٱلضَّرَرِ وَٱلْخَسَارَةِ.
21เมื่อทุกคนอดอาหารกันมานาน เปาโลยืนขึ้นท่ามกลางพวกเขาและกล่าวว่า “ทุกคนควรฟังข้าพเจ้าและไม่ออกเรือจากเกาะครีต จะได้ไม่ต้องประสบความเสียหายและการสูญเสียเช่นนี้
22وَٱلْآنَ أُنْذِرُكُمْ أَنْ تُسَرُّوا، لِأَنَّهُ لَا تَكُونُ خَسَارَةُ نَفْسٍ وَاحِدَةٍ مِنْكُمْ، إِلَّا ٱلسَّفِينَةَ.
22แต่ตอนนี้ข้าพเจ้าขอให้พวกคุณมีกำลังใจไว้ เพราะจะไม่มีใครเสียชีวิต มีเพียงเรือเท่านั้นที่จะเสียหาย
23لِأَنَّهُ وَقَفَ بِي هَذِهِ ٱللَّيْلَةَ مَلَاكُ ٱلْإِلَهِ ٱلَّذِي أَنَا لَهُ وَٱلَّذِي أَعْبُدُهُ،
23เพราะเมื่อคืนนี้ ทูตสวรรค์จากพระเจ้าซึ่งข้าพเจ้าเป็นของพระองค์และรับใช้พระองค์ มายืนอยู่ข้างข้าพเจ้า
24قَائِلًا: لَا تَخَفْ يَا بُولُسُ. يَنْبَغِي لَكَ أَنْ تَقِفَ أَمَامَ قَيْصَرَ. وَهُوَذَا قَدْ وَهَبَكَ ٱللهُ جَمِيعَ ٱلْمُسَافِرِينَ مَعَكَ.
24และกล่าวว่า ‘เปาโล อย่ากลัวเลย ท่านจะต้องยืนต่อหน้าซีซาร์ ดูเถิด พระเจ้าได้ประทานชีวิตของทุกคนที่ร่วมเรือมากับท่านให้แก่ท่านแล้ว’
25لِذَلِكَ سُرُّوا أَيُّهَا ٱلرِّجَالُ، لِأَنِّي أُومِنُ بِٱللهِ أَنَّهُ يَكُونُ هَكَذَا كَمَا قِيلَ لِي.
25เพราะฉะนั้น ทุกคนจงมีกำลังใจไว้! เพราะข้าพเจ้าเชื่อพระเจ้าว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่พระองค์บอกข้าพเจ้า
26وَلَكِنْ لَا بُدَّ أَنْ نَقَعَ عَلَى جَزِيرَةٍ».
26แต่เราจะต้องไปเกยตื้นที่เกาะแห่งหนึ่ง”
27فَلَمَّا كَانَتِ ٱللَّيْلَةُ ٱلرَّابِعَةَ عَشْرَةَ، وَنَحْنُ نُحْمَلُ تَائِهِينَ فِي بَحْرِ أَدْرِيَا، ظَنَّ ٱلنُّوتِيَّةُ، نَحْوَ نِصْفِ ٱللَّيْلِ، أَنَّهُمُ ٱقْتَرَبُوا إِلَى بَرٍّ.
27เมื่อถึงคืนที่สิบสี่ ขณะที่พวกเราถูกพัดไปมาในทะเลอาเดรียติก ประมาณเที่ยงคืน พวกลูกเรือคาดว่ากำลังเข้าใกล้แผ่นดิน
28فَقَاسُوا وَوَجَدُوا عِشْرِينَ قَامَةً. وَلَمَّا مَضَوْا قَلِيلًا قَاسُوا أَيْضًا فَوَجَدُوا خَمْسَ عَشْرَةَ قَامَةً.
28พวกเขาหยั่งความลึกได้ยี่สิบฟาทอม อีกไม่นานก็หยั่งอีกครั้งได้สิบห้าฟาทอม
29وَإِذْ كَانُوا يَخَافُونَ أَنْ يَقَعُوا عَلَى مَوَاضِعَ صَعْبَةٍ، رَمَوْا مِنَ ٱلْمُؤَخَّرِ أَرْبَعَ مَرَاسٍ، وَكَانُوا يَطْلُبُونَ أَنْ يَصِيرَ ٱلنَّهَارُ.
29เพราะกลัวว่าเรือจะเกยโขดหิน พวกเขาจึงทอดสมอสี่ตัวจากท้ายเรือ และเฝ้ารอให้ฟ้าสาง
30وَلَمَّا كَانَ ٱلنُّوتِيَّةُ يَطْلُبُونَ أَنْ يَهْرُبُوا مِنَ ٱلسَّفِينَةِ، وَأَنْزَلُوا ٱلْقَارِبَ إِلَى ٱلْبَحْرِ بِعِلَّةِ أَنَّهُمْ مُزْمِعُونَ أَنْ يَمُدُّوا مَرَاسِيَ مِنَ ٱلْمُقَدَّمِ،
30พวกลูกเรือพยายามหนีออกจากเรือ โดยหย่อนเรือเล็กลงทะเลและทำทีว่าจะเอาสมอจากหัวเรือไปทอด
31قَالَ بُولُسُ لِقَائِدِ ٱلْمِئَةِ وَٱلْعَسْكَرِ: «إِنْ لَمْ يَبْقَ هَؤُلَاءِ فِي ٱلسَّفِينَةِ فَأَنْتُمْ لَا تَقْدِرُونَ أَنْ تَنْجُوا».
31เปาโลจึงบอกนายร้อยกับพวกทหารว่า “ถ้าคนเหล่านี้ไม่อยู่ในเรือ พวกคุณก็รอดไม่ได้”
32حِينَئِذٍ قَطَعَ ٱلْعَسْكَرُ حِبَالَ ٱلْقَارِبِ وَتَرَكُوهُ يَسْقُطُ.
32พวกทหารจึงตัดเชือกของเรือเล็กและปล่อยให้มันตกลงไป
33وَحَتَّى قَارَبَ أَنْ يَصِيرَ ٱلنَّهَارُ كَانَ بُولُسُ يَطْلُبُ إِلَى ٱلْجَمِيعِ أَنْ يَتَنَاوَلُوا طَعَامًا، قَائِلًا: «هَذَا هُوَ ٱلْيَوْمُ ٱلرَّابِعَ عَشَرَ، وَأَنْتُمْ مُنْتَظِرُونَ لَا تَزَالُونَ صَائِمِينَ، وَلَمْ تَأْخُذُوا شَيْئًا.
33ขณะที่ใกล้จะรุ่งเช้า เปาโลขอร้องทุกคนให้กินอาหาร โดยกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันที่สิบสี่แล้วที่พวกคุณรอคอยโดยไม่ได้กินอะไรเลย
34لِذَلِكَ أَلْتَمِسُ مِنْكُمْ أَنْ تَتَنَاوَلُوا طَعَامًا، لِأَنَّ هَذَا يَكُونُ مُفِيدًا لِنَجَاتِكُمْ، لِأَنَّهُ لَا تَسْقُطُ شَعْرَةٌ مِنْ رَأْسِ وَاحِدٍ مِنْكُمْ».
34เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าขอให้พวกคุณกินอาหารบ้าง เพราะสิ่งนี้จำเป็นต่อความปลอดภัยของพวกคุณ แม้แต่เส้นผมสักเส้นบนศีรษะของพวกคุณก็จะไม่สูญหาย”
35وَلَمَّا قَالَ هَذَا أَخَذَ خُبْزًا وَشَكَرَ ٱللهَ أَمَامَ ٱلْجَمِيعِ، وَكَسَّرَ، وَٱبْتَدَأَ يَأْكُلُ.
35เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว เปาโลหยิบขนมปังขึ้นมา กล่าวขอบคุณพระเจ้าต่อหน้าทุกคน แล้วหักและเริ่มกิน
36فَصَارَ ٱلْجَمِيعُ مَسْرُورِينَ وَأَخَذُوا هُمْ أَيْضًا طَعَامًا.
36ทุกคนจึงมีกำลังใจขึ้นและกินอาหารด้วย
37وَكُنَّا فِي ٱلسَّفِينَةِ جَمِيعُ ٱلْأَنْفُسِ مِئَتَيْنِ وَسِتَّةً وَسَبْعِينَ.
37คนทั้งหมดในเรือมีสองร้อยเจ็ดสิบหกคน
38وَلَمَّا شَبِعُوا مِنَ ٱلطَّعَامِ طَفِقُوا يُخَفِّفُونَ ٱلسَّفِينَةَ طَارِحِينَ ٱلْحِنْطَةَ فِي ٱلْبَحْرِ.
38เมื่อกินอิ่มแล้ว พวกเขาก็ทำให้เรือเบาลงโดยโยนข้าวสาลีลงทะเล
39وَلَمَّا صَارَ ٱلنَّهَارُ لَمْ يَكُونُوا يَعْرِفُونَ ٱلْأَرْضَ، وَلَكِنَّهُمْ أَبْصَرُوا خَلِيجًا لَهُ شَاطِئٌ، فَأَجْمَعُوا أَنْ يَدْفَعُوا إِلَيْهِ ٱلسَّفِينَةَ إِنْ أَمْكَنَهُمْ.
39เมื่อฟ้าสว่าง พวกเขาจำแผ่นดินไม่ได้ แต่เห็นอ่าวแห่งหนึ่งที่มีหาด จึงตัดสินใจว่าจะพยายามนำเรือขึ้นเกยหาดนั้น
40فَلَمَّا نَزَعُوا ٱلْمَرَاسِيَ تَارِكِينَ إِيَّاهَا فِي ٱلْبَحْرِ، وَحَلُّوا رُبُطَ ٱلدَّفَّةِ أَيْضًا، رَفَعُوا قِلْعًا لِلرِّيحِ ٱلْهَابَّةِ، وَأَقْبَلُوا إِلَى ٱلشَّاطِئِ.
40พวกเขาตัดเชือกสมอแล้วทิ้งสมอไว้ในทะเล พร้อมกันนั้นก็แก้เชือกที่มัดหางเสือ แล้วชักใบเรือหัวขึ้นรับลมและมุ่งหน้าเข้าหาหาด
41وَإِذْ وَقَعُوا عَلَى مَوْضِعٍ بَيْنَ بَحْرَيْنِ، شَطَّطُوا ٱلسَّفِينَةَ، فَٱرْتَكَزَ ٱلْمُقَدَّمُ وَلَبِثَ لَا يَتَحَرَّكُ. وَأَمَّا ٱلْمُؤَخَّرُ فَكَانَ يَنْحَلُّ مِنْ عُنْفِ ٱلْأَمْوَاجِ.
41แต่เรือไปติดบริเวณที่น้ำทะเลจากสองด้านมาบรรจบกัน หัวเรือเกยแน่นและขยับไม่ได้ ส่วนท้ายเรือเริ่มแตกเพราะแรงคลื่น
42فَكَانَ رَأْيُ ٱلْعَسْكَرِ أَنْ يَقْتُلُوا ٱلْأَسْرَى لِئَلَّا يَسْبَحَ أَحَدٌ مِنْهُمْ فَيَهْرُبَ.
42พวกทหารคิดจะฆ่านักโทษ เพื่อไม่ให้ใครว่ายน้ำหนีไปได้
43وَلَكِنَّ قَائِدَ ٱلْمِئَةِ، إِذْ كَانَ يُرِيدُ أَنْ يُخَلِّصَ بُولُسَ، مَنَعَهُمْ مِنْ هَذَا ٱلرَّأْيِ، وَأَمَرَ أَنَّ ٱلْقَادِرِينَ عَلَى ٱلسِّبَاحَةِ يَرْمُونَ أَنْفُسَهُمْ أَوَّلًا فَيَخْرُجُونَ إِلَى ٱلْبَرِّ،
43แต่นายร้อยต้องการช่วยเปาโล จึงห้ามพวกเขาไม่ให้ทำตามความคิดนั้น และสั่งให้คนที่ว่ายน้ำเป็นกระโดดลงทะเลก่อนและว่ายเข้าฝั่ง
44وَٱلْبَاقِينَ بَعْضُهُمْ عَلَى أَلْوَاحٍ وَبَعْضُهُمْ عَلَى قِطَعٍ مِنَ ٱلسَّفِينَةِ. فَهَكَذَا حَدَثَ أَنَّ ٱلْجَمِيعَ نَجَوْا إِلَى ٱلْبَرِّ.
44ส่วนคนที่เหลือให้ตามไป บางคนเกาะแผ่นไม้ บางคนเกาะสิ่งอื่นจากเรือ ด้วยวิธีนี้ทุกคนจึงขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.