کارهای رسولان
Chapter 13
Old Persian Version (ترج…

Read in

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Judson Burmese Bible (1840)Chamorro: Gospels, Acts and PsalmsChinese Union Version, punctuated (Simplified)Chinese Union Version, punctuated (Traditional)Coptic New TestamentCoptic New Testament (Bohairic)Kralice Bible (1613)Testamenta Marra (Dieri New Testament)Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)Asang Khongca Bible (Eastern Khumi Chin, 2019)Berean Standard BibleDouay-Rheims Bible, American Edition (1899)King James Version with ApocryphaWorld English BibleLondona Biblio (Esperanto, 1910)Louis Segond 1910Lutherbibel 1912Greek New Testament, word by word (STEPBible TAGNT)Greek New Testament: 1904 Patriarchal Text (Byzantine)Greek New Testament: Byzantine Text (Robinson–Pierpont 2018)Greek New Testament: Textus ReceptusSBL Greek New TestamentBaibala Hemolele (Hawaiian Bible, 1868 revision)Modern Hebrew BibleDiodati Bibbia 1885Freedom Bible (フリーダム・バイブル)Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Bible Mutal (Kosraean)Clementine Vulgate, 1598Baibal Olcim (Matupi Chin)Old Persian Version (ترجمه قدیم)Kadede Kap (Pohnpeian New Testament and Psalms)Bíblia Portuguesa Mundial (Brazilian Portuguese)Cornilescu Bible (1924), Cyrillic scriptSynodal Translation (Синодальный перевод)Daničić–Karadžić Bible (1868), CyrillicReina-Valera 1909Biblia Takatifu (Swahili): New Testament portionsFreedom Bible (Thai)Tongan Bible, Revised West VersionKulish and Puluj Bible (1905)Vietnamese Bible (1923 translation)
vs Freedom Bible (Thai)

Compare with

Aa
Text size
Line width
Verse numbers

کارهای رسولان 13

Old Persian Version (ترجمه قدیم)
Freedom Bible (Thai)
1و در کلیسایی که در انطاکیه بود انبیا ومعلم چند بودند: برنابا و شمعون ملقب به نیجر و لوکیوس قیروانی و مناحم برادررضاعی هیرودیس تیترارخ و سولس.
1ใน​ประชาคมที่​เมือง​อันทิโอก มี​ผู้เผยพระวจนะ​และ​ผู้สอน​หลาย​คน ได้แก่ บารนาบัส สิเมโอน​ซึ่ง​เรียกว่า​นิเกอร์ ลูสิอัส​ชาว​ไซรีน มานาเอน​ผู้​เป็น​พี่น้อง​ร่วมเลี้ยง​กับ​เฮโรด​เจ้าแคว้น และ​เซาโล
2چون ایشان در عبادت خدا و روزه مشغول می‌بودند، روح‌القدس گفت: «برنابا و سولس را برای من جداسازید از بهر آن عمل که ایشان را برای آن خوانده‌ام.»
2ขณะ​ที่​พวกเขา​รับใช้​องค์พระผู้เป็นเจ้า​และ​อดอาหาร พระวิญญาณบริสุทธิ์​กล่าวว่า “จง​แยก​บารนาบัส​กับ​เซาโล​ไว้​สำหรับ​เรา เพื่อ​งาน​ที่​เรา​เรียก​พวกเขา​ให้​ทำ”
3آنگاه روزه گرفته و دعا کرده ودستها بر ایشان گذارده، روانه نمودند.
3เมื่อ​พวกเขา​อดอาหาร อธิษฐาน และ​วางมือ​บน​ทั้งสอง​แล้ว ก็​ส่ง​ทั้งสอง​ออกไป
4پس ایشان از جانب روح‌القدس فرستاده شده، به سلوکیه رفتند و از آنجا از راه دریا به قپرس آمدند.
4ดังนั้น เมื่อ​พระวิญญาณบริสุทธิ์​ส่ง​พวกเขา​ออกไป พวกเขา​ลง​ไป​ยัง​เมือง​เซลูเคีย แล้ว​จาก​ที่นั่น​ก็​แล่นเรือ​ไป​เกาะ​ไซปรัส
5و وارد سلامیس شده، در کنایس یهود به کلام خدا موعظه کردند و یوحنا ملازم ایشان بود.
5เมื่อ​ถึง​เมือง​ซาลามิส พวกเขา​ประกาศ​พระวจนะ​ของ​พระเจ้า​ใน​ธรรมศาลา​ของ​ชาวยิว และ​มี​ยอห์น​คอย​ช่วยงาน​พวกเขา
6و چون در تمامی جزیره تا به پافس گشتند، در آنجا شخص یهودی را که جادوگر ونبی کاذب بود یافتند که نام او باریشوع بود.
6เมื่อ​เดินทาง​ข้าม​เกาะ​ไป​จน​ถึง​เมือง​ปาโฟส พวกเขา​พบ​ชาย​ชาวยิว​คนหนึ่ง​ชื่อ​บารเยซู เป็น​หมอผี​และ​ผู้เผยพระวจนะเท็จ
7اورفیق سرجیوس پولس والی بود که مردی فهیم بود. همان برنابا و سولس را طلب نموده، خواست کلام خدا را بشنود.
7เขา​อยู่​กับ​ผู้ว่าราชการ​ชื่อ​เซอร์จิอัส เปาลัส ซึ่ง​เป็น​คน​มี​ความเข้าใจ ผู้ว่าราชการ​เรียก​บารนาบัส​กับ​เซาโล​มา เพราะ​ต้องการ​ฟัง​พระวจนะ​ของ​พระเจ้า
8اما علیما یعنی آن جادوگر، زیرا ترجمه اسمش همچنین می‌باشد، ایشان رامخالفت نموده، خواست والی را از ایمان برگرداند.
8แต่​เอลีมาส​หมอผี—ชื่อ​เอลีมาส​มี​ความหมาย​เช่นนั้น—ต่อต้าน​พวกเขา และ​พยายาม​ทำให้​ผู้ว่าราชการ​หัน​ไป​จาก​ความเชื่อ
9ولی سولس که پولس باشد، پر ازروح‌القدس شده، بر او نیک نگریسته،
9แต่​เซาโล ซึ่ง​เรียกว่า​เปาโล​ด้วย เต็มเปี่ยมด้วย​พระวิญญาณบริสุทธิ์ จ้อง​มอง​เขา
10گفت: «ای پر از هر نوع مکر و خباثت، ای فرزند ابلیس ودشمن هر راستی، باز نمی ایستی از منحرف ساختن طرق راست خداوند؟
10แล้ว​กล่าวว่า “เจ้า​ลูก​ของ​มาร เต็ม​ไป​ด้วย​การหลอกลวง​และ​เล่ห์เหลี่ยม​สารพัด เจ้า​เป็น​ศัตรู​ของ​ความชอบธรรม​ทุกประการ เจ้า​จะ​ไม่​เลิก​บิดเบือน​ทาง​อัน​เที่ยงตรง​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​หรือ?
11الحال دست خداوند بر توست و کور شده، آفتاب را تا مدتی نخواهی دید.» که در همان ساعت، غشاوه وتاریکی او را فرو گرفت و دور زده، راهنمایی طلب می‌کرد.
11บัดนี้ มือ​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​อยู่​เหนือ​เจ้า เจ้า​จะ​ตาบอด และ​จะ​มอง​ไม่​เห็น​ดวงอาทิตย์​ชั่ว​ระยะหนึ่ง!” ทันใดนั้น หมอก​มัว​และ​ความมืด​ก็​ปกคลุม​เขา เขา​เดิน​คลำ​หา​คน​ที่จะ​จูงมือ​เขา
12پس والی چون آن ماجرا را دید، از تعلیم خداوند متحیر شده، ایمان آورد.
12เมื่อ​ผู้ว่าราชการ​เห็น​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น เขา​ก็​เชื่อ และ​ประหลาดใจ​อย่างยิ่ง​กับ​คำสอน​เรื่อง​องค์พระผู้เป็นเจ้า
13آنگاه پولس و رفقایش از پافس به کشتی سوار شده، به پرجه پمفلیه آمدند. اما یوحنا ازایشان جدا شده، به اورشلیم برگشت.
13เปาโล​กับ​คณะ​ของ​เขา​ออกเรือ​จาก​เมือง​ปาโฟส​มา​ถึง​เมือง​เปอร์กา​ใน​แคว้น​ปัมฟีเลีย ส่วน​ยอห์น​แยก​จาก​พวกเขา​และ​กลับ​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม
14و ایشان از پرجه عبور نموده، به انطاکیه پیسیدیه آمدند ودر روز سبت به کنیسه درآمده، بنشستند.
14แต่​พวกเขา​เดินทาง​ต่อ​จาก​เมือง​เปอร์กา​มา​ถึง​เมือง​อันทิโอก​ใน​แคว้น​ปิสิเดีย ใน​วันสะบาโต​พวกเขา​เข้าไป​ใน​ธรรมศาลาและ​นั่งลง
15وبعد از تلاوت تورات و صحف انبیا، روسای کنیسه نزد ایشان فرستاده، گفتند: «ای برادران عزیز، اگر کلامی نصیحت‌آمیز برای قوم دارید، بگویید.»
15หลัง​จาก​อ่าน​ธรรมบัญญัติ​และ​หนังสือ​ของ​เหล่า​ผู้เผยพระวจนะแล้ว เหล่า​ผู้นำธรรมศาลาก็​ส่ง​คน​มา​บอก​พวกเขา​ว่า “พี่น้อง ถ้า​พวกคุณ​มี​ถ้อยคำ​หนุนใจ​ประชาชน ก็​เชิญ​กล่าว​เถิด”
16پس پولس برپا ایستاده، به‌دست خوداشاره کرده، گفت: «ای مردان اسرائیلی وخداترسان، گوش دهید!
16เปาโล​ยืน​ขึ้น ยกมือ​เป็น​สัญญาณ แล้ว​กล่าวว่า “ชน​อิสราเอล และ​พวกคุณ​ที่​ยำเกรง​พระเจ้า จง​ฟัง
17خدای این قوم، اسرائیل، پدران ما را برگزیده، قوم را در غربت ایشان در زمین مصر سرافراز نمود و ایشان را به بازوی بلند از آنجا بیرون آورد؛
17พระเจ้า​ของ​ชนชาติ​นี้ เลือก​บรรพบุรุษ​ของ​เรา และ​ยก​ชนชาติ​นี้​ให้​สูงขึ้น​ใน​ช่วง​ที่​พวกเขา​เป็น​คนต่างถิ่น​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ แล้ว​นำ​พวกเขา​ออกมา​ด้วย​แขน​ที่​ยกขึ้น
18و قریب به چهل سال در بیابان متحمل حرکات ایشان می‌بود.
18พระองค์​อดทน​กับ​พวกเขา​ใน​ถิ่นทุรกันดาร​ประมาณ​สี่สิบ​ปี
19و هفت طایفه را در زمین کنعان هلاک کرده، زمین آنها را میراث ایشان ساخت تا قریب چهار صد و پنجاه سال.
19หลัง​จาก​ทำลาย​เจ็ด​ชนชาติ​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน พระองค์​ก็​มอบ​แผ่นดิน​ของ​ชนชาติ​เหล่านั้น​ให้​พวกเขา​เป็น​มรดก เป็น​เวลา​ประมาณ​สี่ร้อยห้าสิบ​ปี
20و بعد از آن بدیشان داوران داد تا زمان سموئیل نبی.
20หลัง​จาก​นั้น พระองค์​ประทาน​ผู้วินิจฉัย​แก่​พวกเขา จน​ถึง​สมัย​ซามูเอล​ผู้เผยพระวจนะ
21و از آن وقت پادشاهی خواستند و خدا شاول بن قیس را ازسبط بنیامین تا چهل سال به ایشان داد.
21ต่อมา​พวกเขา​ขอ​กษัตริย์ พระเจ้า​จึง​ประทาน​ซาอูล​บุตร​ของ​คีช จาก​เผ่า​เบนยามิน ให้​ปกครอง​พวกเขา​สี่สิบ​ปี
22پس اورا از میان برداشته، داود را برانگیخت تا پادشاه ایشان شود و در حق او شهادت داد که “داود بن یسی را مرغوب دل خود یافته‌ام که به تمامی اراده من عمل خواهد کرد.”
22เมื่อ​พระองค์​ถอด​ซาอูล​ออก พระองค์​ก็​ตั้ง​ดาวิด​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวกเขา และ​เป็นพยาน​ถึง​ดาวิด​ว่า ‘เรา​พบ​ดาวิด​บุตร​ของ​เจสซี เป็น​คน​ที่​มี​ใจ​ตรง​กับ​ใจ​ของ​เรา เขา​จะ​ทำ​ตาม​ความประสงค์​ของ​เรา​ทุกอย่าง’
23و از ذریت او خدابرحسب وعده، برای اسرائیل نجات‌دهنده‌ای یعنی عیسی را آورد،
23จาก​เชื้อสาย​ของ​ชาย​คนนี้ พระเจ้า​นำ​ความรอด มา​สู่​อิสราเอล​ตาม​คำสัญญา​ของ​พระองค์
24چون یحیی پیش ازآمدن او تمام قوم اسرائیل را به تعمید توبه موعظه نموده بود.
24ก่อน​ที่​พระองค์​จะ​มา ยอห์น​ได้​ประกาศ​การรับบัพติศมา​แห่ง​การกลับใจ​แก่​อิสราเอล
25پس چون یحیی دوره خودرا به پایان برد، گفت: “مرا که می‌پندارید؟ من اونیستم، لکن اینک بعد از من کسی می‌آید که لایق گشادن نعلین او نیم.”
25เมื่อ​ยอห์น​ใกล้​จะ​ทำ​ภารกิจ​ของ​ตน​สำเร็จ เขา​กล่าวว่า ‘พวกคุณ​คิดว่า​ข้าพเจ้า​เป็น​ใคร? ข้าพเจ้า​ไม่ใช่​ผู้​นั้น แต่​มี​ผู้หนึ่ง​กำลัง​มา​ภายหลัง​ข้าพเจ้า แม้​แต่​สายรัด​รองเท้า​ของ​เขา ข้าพเจ้า​ก็​ไม่​คู่ควร​จะ​แก้’
26«ای برادران عزیز و ابنای آل ابراهیم وهرکه از شما خداترس باشد، مر شما را کلام این نجات فرستاده شد.
26“พี่น้อง ผู้​เป็น​ลูกหลาน​ของ​อับราฮัม และ​พวกคุณ​ที่​ยำเกรง​พระเจ้า ถ้อยคำ​เรื่อง​ความรอด​นี้​ถูก​ส่ง​มา​ถึง​พวกคุณ
27زیرا سکنه اورشلیم وروسای ایشان، چونکه نه او را شناختند و نه آوازهای انبیا را که هر سبت خوانده می‌شود، بروی فتوی دادند و آنها را به اتمام رسانیدند.
27เพราะ​คน​ที่​อาศัย​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​กับ​เหล่า​ผู้นำ​ของ​พวกเขาไม่​รู้จัก​พระองค์ และ​ไม่​เข้าใจ​ถ้อยคำ​ของ​เหล่า​ผู้เผยพระวจนะที่​อ่าน​กัน​ทุก​วันสะบาโต พวกเขา​จึง​ทำให้​ถ้อยคำ​เหล่านั้น​สำเร็จ​ด้วย​การ​ตัดสิน​ลงโทษ​พระองค์
28وهر‌چند هیچ علت قتل در وی نیافتند، از پیلاطس خواهش کردند که او کشته شود.
28แม้​พวกเขา​ไม่​พบ​เหตุ​ใด​ที่​สมควร​ให้​พระองค์​ตาย ก็​ยัง​ขอ​ปีลาต​ให้​ประหาร​พระองค์
29پس چون آنچه درباره وی نوشته شده بود تمام کردند، او رااز صلیب پایین آورده، به قبر سپردند.
29เมื่อ​พวกเขา​ทำ​ทุกสิ่ง​ที่​เขียน​ไว้​เกี่ยวกับ​พระองค์​สำเร็จ​แล้ว ก็​นำ​พระองค์​ลง​จาก​ต้นไม้​และ​วาง​ไว้​ใน​อุโมงค์ฝังศพ
30لکن خدااو را از مردگان برخیزانید.
30แต่​พระเจ้า​ให้​พระองค์​ฟื้นขึ้นจากความตาย
31و او روزهای بسیار ظاهر شد بر آنانی که همراه او از جلیل به اورشلیم آمده بودند که الحال نزد قوم شهود او می‌باشند.
31และ​ตลอด​หลาย​วัน พระองค์​ปรากฏ​แก่​คน​ที่​เดินทาง​กับ​พระองค์​จาก​แคว้น​กาลิลี​ขึ้น​มา​กรุง​เยรูซาเล็ม คน​เหล่านี้​เป็น​พยาน​ของ​พระองค์​ต่อ​ประชาชน
32پس ما به شما بشارت می‌دهیم، بدان وعده‌ای که به پدران ما داده شد،
32พวกเรา​นำ​ข่าวดี​มา​บอก​พวกคุณ คือ​คำสัญญา​ที่​พระเจ้า​ประทาน​ไว้​แก่​บรรพบุรุษ
33که خدا آن را به ما که فرزندان ایشان می‌باشیم وفا کرد، وقتی که عیسی را برانگیخت، چنانکه در زبور دوم مکتوب است که “تو پسر من هستی، من امروز تو را تولیدنمودم.”
33พระเจ้า​ทำให้​คำสัญญา​นี้​สำเร็จ​แก่​พวกเรา ผู้​เป็น​ลูกหลาน​ของ​พวกเขา โดย​ให้​พระเยซู​ฟื้นขึ้น ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ใน​สดุดี​บท​ที่​สอง​ว่า ‘เจ้า​เป็น​บุตร​ของ​เรา วันนี้ เรา​ได้​เป็น​บิดา​ของ​เจ้า’
34و در آنکه او را از مردگان برخیزانید تادیگر هرگز راجع به فساد نشود چنین گفت که “به برکات قدوس و امین داود برای شما وفا خواهم کرد.”
34“ส่วน​เรื่อง​ที่​พระองค์​ให้​พระเยซู​ฟื้นขึ้นจากความตาย และ​จะ​ไม่​กลับ​ไป​สู่​ความเน่าเปื่อย​อีก พระองค์​กล่าว​ไว้​อย่างนี้​ว่า ‘เรา​จะ​มอบ​พระพร​อัน​บริสุทธิ์​และ​แน่นอน​ที่​สัญญา​ไว้​แก่​ดาวิด​ให้​แก่​พวกเจ้า’
35بنابراین در جایی دیگر نیز می‌گوید: “توقدوس خود را نخواهی گذاشت که فساد را بیند.”
35เพราะ​ฉะนั้น พระองค์​จึง​กล่าว​ใน​สดุดี​อีก​บทหนึ่ง​ว่า ‘พระองค์​จะ​ไม่​ปล่อย​ให้องค์บริสุทธิ์​ของ​พระองค์​เห็น​ความเน่าเปื่อย’
36زیرا که داود چونکه در زمان خود اراده خدا راخدمت کرده بود، به خفت و به پدران خود ملحق شده، فساد را دید.
36ดาวิด​นั้น หลัง​จาก​รับใช้​ตาม​แผนการ​ของ​พระเจ้า​ใน​ยุค​ของ​ตน​แล้ว ก็​หลับ​ไป ถูก​ฝัง​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา และ​ร่างกาย​ก็​เน่าเปื่อย
37لیکن آن کس که خدا او رابرانگیخت، فساد را ندید.
37แต่​ผู้​ที่​พระเจ้า​ให้​ฟื้นขึ้น​นั้น ไม่​เห็น​ความเน่าเปื่อย
38«پس‌ای برادران عزیز، شما را معلوم باد که به وساطت او به شما از آمرزش گناهان اعلام می‌شود.
38เพราะ​ฉะนั้น พี่น้อง จง​รู้​เถิด​ว่า โดย​ทาง​พระองค์​นี้ มี​การ​ประกาศ​การยกโทษบาป​แก่​พวกคุณ
39و به وسیله او هر‌که ایمان آورد، عادل شمرده می‌شود، از هر چیزی که به شریعت موسی نتوانستید عادل شمرده شوید.
39และ​ทุกคน​ที่​เชื่อ​ก็​ได้รับ​ความชอบธรรม​โดย​พระองค์ ใน​ทุก​เรื่อง​ที่​ธรรมบัญญัติ​ของ​โมเสส​ไม่​อาจ​ทำให้​พวกคุณ​ได้รับ​ความชอบธรรม​ได้
40پس احتیاط کنید، مبادا آنچه در صحف انبیامکتوب است، بر شما واقع شود،
40ดังนั้น จง​ระวัง​ไม่​ให้​สิ่ง​ที่​กล่าว​ไว้​ใน​หนังสือ​ของ​เหล่า​ผู้เผยพระวจนะเกิด​ขึ้น​กับ​พวกคุณ​ว่า
41که “ای حقیرشمارندگان، ملاحظه کنید و تعجب نمایید و هلاک شوید زیرا که من عملی را درایام شما پدید آرم، عملی که هر‌چند کسی شما را از آن اعلام نماید، تصدیق نخواهیدکرد.»
41‘ดูสิ พวก​เยาะเย้ย! จง​ประหลาดใจ​และ​พินาศ​ไป เพราะ​เรา​กำลัง​ทำ​งาน​อย่างหนึ่ง​ใน​สมัย​ของ​พวกเจ้า เป็น​งาน​ที่​พวกเจ้า​จะ​ไม่​เชื่อ​อย่าง​แน่นอน แม้​มี​ใคร​เล่า​ให้​ฟัง’”
42پس چون از کنیسه بیرون می‌رفتند، خواهش نمودند که در سبت آینده هم این سخنان را بدیشان بازگویند.
42เมื่อ​ชาวยิว​ออก​จาก​ธรรมศาลา คนต่างชาติก็​วิงวอน​ให้​ประกาศ​ถ้อยคำ​เหล่านี้​แก่​พวกเขา​อีก​ใน​วันสะบาโต​ถัดไป
43و چون اهل کنیسه متفرق شدند، بسیاری از یهودیان و جدیدان خداپرست از عقب پولس و برنابا افتادند؛ و آن دو نفر به ایشان سخن گفته، ترغیب می‌نمودند که به فیض خداثابت باشید.
43เมื่อ​การประชุม​เลิก​แล้ว ชาวยิว​จำนวนมาก​กับ​คน​ที่​เปลี่ยน​มา​นับถือ​ศาสนายิว​และ​ยำเกรง​พระเจ้า​ได้​ติดตาม​เปาโล​กับ​บารนาบัส ทั้งสอง​จึง​พูด​กับ​พวกเขา และ​หนุนใจ​ให้​ดำเนิน​อยู่​ใน​พระคุณ​ของ​พระเจ้า​ต่อไป
44اما در سبت دیگر قریب به تمامی شهر فراهم شدند تا کلام خدا را بشنوند.
44วันสะบาโต​ถัดมา คน​เกือบ​ทั้ง​เมือง​มา​รวมตัว​กัน​เพื่อ​ฟัง​พระวจนะ​ของ​พระเจ้า
45ولی چون یهود ازدحام خلق را دیدند، از حسد پرگشتند و کفر گفته، با سخنان پولس مخالفت کردند.
45แต่​เมื่อ​ชาวยิวเห็น​ฝูงชน ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​ความริษยา พวกเขา​โต้แย้ง​สิ่ง​ที่​เปาโล​กล่าว และ​กล่าว​คำ​หมิ่นประมาท
46آنگاه پولس و برنابا دلیر شده، گفتند: «واجب بود کلام خدا نخست به شما القا شود. لیکن چون آن را رد کردید و خود را ناشایسته حیات جاودانی شمردید، همانا به سوی امت هاتوجه نماییم.
46เปาโล​กับ​บารนาบัส​กล่าว​อย่าง​กล้าหาญ​ว่า “จำเป็น​ต้อง​ประกาศ​พระวจนะ​ของ​พระเจ้า​แก่​พวกคุณ​ก่อน แต่​เมื่อ​พวกคุณ​ผลักไส​พระวจนะ​นั้น และ​ตัดสิน​ตนเอง​ว่า​ไม่​คู่ควร​กับ​ชีวิตนิรันดร์ ดูสิ พวกเรา​จึง​หัน​ไป​หา​คนต่างชาติ
47زیرا خداوند به ما چنین امرفرمود که “تو را نور امت‌ها ساختم تا الی اقصای زمین منشا نجات باشی.”»
47เพราะ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​บัญชา​พวกเรา​ไว้​อย่างนี้​ว่า ‘เรา​ตั้ง​เจ้า​ไว้​เป็น​ความสว่าง​แก่​คนต่างชาติ เพื่อ​เจ้า​จะ​นำ​ความรอด​ไป​จน​ถึง​สุดปลาย​แผ่นดินโลก’”
48چون امت‌ها این راشنیدند، شادخاطر شده، کلام خداوند را تمجیدنمودند و آنانی که برای حیات جاودانی مقرربودند، ایمان آوردند.
48เมื่อ​คนต่างชาติ​ได้ยิน​ดังนั้น พวกเขา​ก็​ชื่นชมยินดี และ​ยกย่อง​พระวจนะ​ของ​พระเจ้า คน​ทั้งหลาย​ที่​ถูก​กำหนด​ไว้​สำหรับ​ชีวิตนิรันดร์​ก็​เชื่อ
49و کلام خدا در تمام آن نواحی منتشرگشت.
49พระวจนะ​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​แพร่​ออกไป​ทั่ว​ทั้ง​แคว้น
50اما یهودیان چند زن دیندار و متشخص و اکابر شهر را بشورانیدند و ایشان را به زحمت رسانیدن بر پولس و برنابا تحریض نموده، ایشان را از حدود خود بیرون کردند.
50แต่​ชาวยิวยุยง​สตรี​ที่​ยำเกรง​พระเจ้า​และ​มี​อิทธิพล รวมทั้ง​เหล่า​ผู้นำ​ของ​เมือง ให้​ก่อ​การข่มเหง​เปาโล​กับ​บารนาบัส และ​ขับไล่​ทั้งสอง​ออก​จาก​เขตแดน​ของ​พวกเขา
51و ایشان خاک پایهای خود را بر ایشان افشانده، به ایقونیه آمدند.
51ทั้งสอง​จึง​สะบัด​ฝุ่น​จาก​เท้า​ใส่​พวกเขา แล้ว​ไป​เมือง​อิโคนิยูม
52و شاگردان پر از خوشی و روح‌القدس گردیدند.
52ส่วน​เหล่า​สาวกเต็ม​ไป​ด้วย​ความชื่นชมยินดี​และ​พระวิญญาณบริสุทธิ์

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.