١ كورنثوس

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 15

١ كورنثوس

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَأُعَرِّفُكُمْ أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ بِٱلْإِنْجِيلِ ٱلَّذِي بَشَّرْتُكُمْ بِهِ، وَقَبِلْتُمُوهُ، وَتَقُومُونَ فِيهِ،
1พี่น้อง​ทั้งหลาย ข้าพเจ้า​ขอ​บอก​พวก​คุณ​ถึง​ข่าวดี​ที่​ข้าพเจ้า​ประกาศ​แก่​พวก​คุณ ซึ่ง​พวก​คุณ​ได้รับ​ไว้ และ​ยืนหยัด​อยู่​ใน​ข่าวดี​นั้น
2وَبِهِ أَيْضًا تَخْلُصُونَ، إِنْ كُنْتُمْ تَذْكُرُونَ أَيُّ كَلَامٍ بَشَّرْتُكُمْ بِهِ. إِلَّا إِذَا كُنْتُمْ قَدْ آمَنْتُمْ عَبَثًا!
2โดย​ข่าวดี​นี้​พวก​คุณ​กำลัง​ได้รับ​ความรอด ถ้า​พวก​คุณ​ยึดมั่น​ใน​ถ้อยคำ​ที่​ข้าพเจ้า​ประกาศ​แก่​พวก​คุณ เว้นแต่​พวก​คุณ​ได้​เชื่อ​อย่าง​ไร้​ผล
3فَإِنَّنِي سَلَّمْتُ إِلَيْكُمْ فِي ٱلْأَوَّلِ مَا قَبِلْتُهُ أَنَا أَيْضًا: أَنَّ ٱلْمَسِيحَ مَاتَ مِنْ أَجْلِ خَطَايَانَا حَسَبَ ٱلْكُتُبِ،
3เพราะ​สิ่ง​สำคัญ​อันดับ​แรก​ที่​ข้าพเจ้า​มอบ​ต่อ​ให้​พวก​คุณ​นั้น ข้าพเจ้า​เอง​ก็​ได้รับ​มา คือ​พระคริสต์​ทรง​ตาย​เพื่อ​บาป​ของ​เรา​ตาม​พระคัมภีร์
4وَأَنَّهُ دُفِنَ، وَأَنَّهُ قَامَ فِي ٱلْيَوْمِ ٱلثَّالِثِ حَسَبَ ٱلْكُتُبِ،
4พระองค์​ทรง​ถูก​ฝัง และ​ทรง​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​ใน​วันที่​สาม​ตาม​พระคัมภีร์
5وَأَنَّهُ ظَهَرَ لِصَفَا ثُمَّ لِلِٱثْنَيْ عَشَرَ.
5แล้ว​พระองค์​ทรง​ปรากฏ​แก่​เคฟาส จากนั้น​แก่​ทั้ง​สิบสอง​คน
6وَبَعْدَ ذَلِكَ ظَهَرَ دَفْعَةً وَاحِدَةً لِأَكْثَرَ مِنْ خَمْسِمِئَةِ أَخٍ، أَكْثَرُهُمْ بَاقٍ إِلَى ٱلْآنَ. وَلَكِنَّ بَعْضَهُمْ قَدْ رَقَدُوا.
6ต่อมา​พระองค์​ทรง​ปรากฏ​แก่​พี่น้อง​มากกว่า​ห้า​ร้อย​คน​พร้อมกัน ซึ่ง​ส่วนใหญ่​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​จน​ถึง​ตอนนี้ แต่​บางคน​หลับ​ไป​แล้ว
7وَبَعْدَ ذَلِكَ ظَهَرَ لِيَعْقُوبَ، ثُمَّ لِلرُّسُلِ أَجْمَعِينَ.
7ต่อมา​พระองค์​ทรง​ปรากฏ​แก่​ยากอบ แล้ว​แก่​อัครทูต​ทั้งหมด
8وَآخِرَ ٱلْكُلِّ - كَأَنَّهُ لِلسِّقْطِ - ظَهَرَ لِي أَنَا.
8และ​ท้าย​ที่สุด พระองค์​ทรง​ปรากฏ​แก่​ข้าพเจ้า​ด้วย เหมือน​กับ​ข้าพเจ้า​เป็น​เด็ก​ที่​เกิด​ผิด​เวลา
9لِأَنِّي أَصْغَرُ ٱلرُّسُلِ، أَنَا ٱلَّذِي لَسْتُ أَهْلًا لِأَنْ أُدْعَى رَسُولًا، لِأَنِّي ٱضْطَهَدْتُ كَنِيسَةَ ٱللهِ.
9เพราะ​ข้าพเจ้า​เป็น​คน​เล็กน้อย​ที่สุด​ใน​หมู่​อัครทูต และ​ไม่​สมควร​ถูก​เรียก​ว่า​อัครทูต เพราะ​ข้าพเจ้า​เคย​ข่มเหง​ประชาคม​ของ​พระเจ้า
10وَلَكِنْ بِنِعْمَةِ ٱللهِ أَنَا مَا أَنَا، وَنِعْمَتُهُ ٱلْمُعْطَاةُ لِي لَمْ تَكُنْ بَاطِلَةً، بَلْ أَنَا تَعِبْتُ أَكْثَرَ مِنْهُمْ جَمِيعِهِمْ. وَلَكِنْ لَا أَنَا، بَلْ نِعْمَةُ ٱللهِ ٱلَّتِي مَعِي.
10แต่​โดย​พระคุณ​ของ​พระเจ้า ข้าพเจ้า​จึง​เป็น​อย่าง​ที่​เป็น​อยู่ และ​พระคุณ​ที่​พระองค์​ประทาน​แก่​ข้าพเจ้า​ไม่ได้​ไร้​ผล ตรงกันข้าม ข้าพเจ้า​ทำงาน​หนัก​กว่า​พวกเขา​ทุกคน แต่​ไม่ใช่​ข้าพเจ้า หาก​เป็น​พระคุณ​ของ​พระเจ้า​ที่​อยู่​กับ​ข้าพเจ้า
11فَسَوَاءٌ أَنَا أَمْ أُولَئِكَ، هَكَذَا نَكْرِزُ وَهَكَذَا آمَنْتُمْ.
11ดังนั้น ไม่ว่า​ข้าพเจ้า​หรือ​พวกเขา​เป็น​ผู้​ประกาศ เรา​ก็​ประกาศ​อย่างนี้ และ​พวก​คุณ​ก็​ได้​เชื่อ​อย่างนี้
12وَلَكِنْ إِنْ كَانَ ٱلْمَسِيحُ يُكْرَزُ بِهِ أَنَّهُ قَامَ مِنَ ٱلْأَمْوَاتِ، فَكَيْفَ يَقُولُ قَوْمٌ بَيْنَكُمْ: «إِنْ لَيْسَ قِيَامَةُ أَمْوَاتٍ»؟
12ถ้า​มี​การ​ประกาศ​ว่า​พระคริสต์​ทรง​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย แล้ว​ทำไม​บางคน​ใน​พวก​คุณ​จึง​พูด​ว่า ไม่มี​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​ของ​คนตาย?
13فَإِنْ لَمْ تَكُنْ قِيَامَةُ أَمْوَاتٍ فَلَا يَكُونُ ٱلْمَسِيحُ قَدْ قَامَ!
13ถ้า​ไม่มี​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​ของ​คนตาย พระคริสต์​ก็​ไม่ได้​ทรง​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​เช่นกัน
14وَإِنْ لَمْ يَكُنِ ٱلْمَسِيحُ قَدْ قَامَ، فَبَاطِلَةٌ كِرَازَتُنَا وَبَاطِلٌ أَيْضًا إِيمَانُكُمْ،
14และ​ถ้า​พระคริสต์​ไม่ได้​ทรง​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย การ​ประกาศ​ของ​เรา​ก็​ไร้​ผล และ​ความเชื่อ​ของ​พวก​คุณ​ก็​ไร้​ผล​ด้วย
15وَنُوجَدُ نَحْنُ أَيْضًا شُهُودَ زُورٍ لِلهِ، لِأَنَّنَا شَهِدْنَا مِنْ جِهَةِ ٱللهِ أَنَّهُ أَقَامَ ٱلْمَسِيحَ وَهُوَ لَمْ يُقِمْهُ، إِنْ كَانَ ٱلْمَوْتَى لَا يَقُومُونَ.
15ยิ่งกว่านั้น เรา​ก็​กลาย​เป็น​พยาน​เท็จ​เกี่ยวกับ​พระเจ้า เพราะ​เรา​เป็นพยาน​ว่า​พระเจ้า​ทรง​ให้​พระคริสต์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย ทั้ง​ที่​พระองค์​ไม่ได้​ทรง​ทำ​เช่นนั้น ถ้า​จริง​ว่า​คนตาย​ไม่​ฟื้น​ขึ้น
16لِأَنَّهُ إِنْ كَانَ ٱلْمَوْتَى لَا يَقُومُونَ، فَلَا يَكُونُ ٱلْمَسِيحُ قَدْ قَامَ.
16เพราะ​ถ้า​คนตาย​ไม่​ฟื้น​ขึ้น พระคริสต์​ก็​ไม่ได้​ทรง​ฟื้น​ขึ้น​เช่นกัน
17وَإِنْ لَمْ يَكُنِ ٱلْمَسِيحُ قَدْ قَامَ، فَبَاطِلٌ إِيمَانُكُمْ. أَنْتُمْ بَعْدُ فِي خَطَايَاكُمْ!
17และ​ถ้า​พระคริสต์​ไม่ได้​ทรง​ฟื้น​ขึ้น ความเชื่อ​ของ​พวก​คุณ​ก็​ไร้​ผล พวก​คุณ​ยัง​อยู่​ใน​บาป​ของ​ตน
18إِذًا ٱلَّذِينَ رَقَدُوا فِي ٱلْمَسِيحِ أَيْضًا هَلَكُوا!
18ถ้า​อย่างนั้น คน​ที่​หลับ​ไป​ใน​พระคริสต์​ก็​พินาศ​แล้ว
19إِنْ كَانَ لَنَا فِي هَذِهِ ٱلْحَيَاةِ فَقَطْ رَجَاءٌ فِي ٱلْمَسِيحِ، فَإِنَّنَا أَشْقَى جَمِيعِ ٱلنَّاسِ.
19ถ้า​เรา​มี​ความหวัง​ใน​พระคริสต์​เพียง​สำหรับ​ชีวิต​นี้ เรา​ก็​เป็น​คน​ที่​น่า​สงสาร​ที่สุด​ใน​บรรดา​มนุษย์​ทั้งหมด
20وَلَكِنِ ٱلْآنَ قَدْ قَامَ ٱلْمَسِيحُ مِنَ ٱلْأَمْوَاتِ وَصَارَ بَاكُورَةَ ٱلرَّاقِدِينَ.
20แต่​ความจริง​คือ พระคริสต์​ทรง​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​แล้ว และ​ทรง​เป็น​ผลแรก​ของ​คน​ที่​หลับ​ไป
21فَإِنَّهُ إِذِ ٱلْمَوْتُ بِإِنْسَانٍ، بِإِنْسَانٍ أَيْضًا قِيَامَةُ ٱلْأَمْوَاتِ.
21เพราะ​ความตาย​มา​ทาง​มนุษย์​คนหนึ่ง การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​ของ​คนตาย​ก็​มา​ทาง​มนุษย์​คนหนึ่ง​เช่นกัน
22لِأَنَّهُ كَمَا فِي آدَمَ يَمُوتُ ٱلْجَمِيعُ، هَكَذَا فِي ٱلْمَسِيحِ سَيُحْيَا ٱلْجَمِيعُ.
22เพราะ​ทุกคน​ตาย​ใน​อาดัม​อย่างไร ทุกคน​ก็​จะ​ได้รับ​ชีวิต​ใน​พระคริสต์​อย่างนั้น
23وَلَكِنَّ كُلَّ وَاحِدٍ فِي رُتْبَتِهِ: ٱلْمَسِيحُ بَاكُورَةٌ، ثُمَّ ٱلَّذِينَ لِلْمَسِيحِ فِي مَجِيئِهِ.
23แต่ละคน​จะ​เป็น​ไป​ตาม​ลำดับ​ของ​ตน พระคริสต์​ทรง​เป็น​ผลแรก แล้ว​เมื่อ​พระองค์​มา คน​ที่​เป็น​ของ​พระคริสต์​ก็​จะ​ตามมา
24وَبَعْدَ ذَلِكَ ٱلنِّهَايَةُ، مَتَى سَلَّمَ ٱلْمُلْكَ لِلهِ ٱلْآبِ، مَتَى أَبْطَلَ كُلَّ رِيَاسَةٍ وَكُلَّ سُلْطَانٍ وَكُلَّ قُوَّةٍ.
24จากนั้น​จึง​ถึง​จุดจบ เมื่อ​พระองค์​ทรง​มอบ​อาณาจักร​แก่​พระเจ้า​พระบิดา หลัง​จาก​ทรง​ทำ​ให้​การ​ปกครอง สิทธิอำนาจ และ​พลัง​ทั้งปวง​หมด​ไป
25لِأَنَّهُ يَجِبُ أَنْ يَمْلِكَ حَتَّى «يَضَعَ جَمِيعَ ٱلْأَعْدَاءِ تَحْتَ قَدَمَيْهِ».
25เพราะ​พระองค์​จะ​ต้อง​ทรง​ครอบครอง​จนกว่า​จะ​ทรง​วาง​ศัตรู​ทั้งหมด​ไว้​ใต้​เท้า​ของ​พระองค์
26آخِرُ عَدُوٍّ يُبْطَلُ هُوَ ٱلْمَوْتُ.
26ศัตรู​ตัว​สุดท้าย​ที่​จะ​ถูก​ทำ​ให้​หมด​ไป​คือ​ความตาย
27لِأَنَّهُ أَخْضَعَ كُلَّ شَيْءٍ تَحْتَ قَدَمَيْهِ. وَلَكِنْ حِينَمَا يَقُولُ: «إِنَّ كُلَّ شَيْءٍ قَدْ أُخْضِعَ» فَوَاضِحٌ أَنَّهُ غَيْرُ ٱلَّذِي أَخْضَعَ لَهُ ٱلْكُلَّ.
27เพราะ “พระองค์​ทรง​ให้​ทุกสิ่ง​อยู่​ใต้​เท้า​ของ​พระองค์” แต่​เมื่อ​กล่าว​ว่า “ทุกสิ่ง​อยู่​ใต้​พระองค์” ก็​เห็น​ได้​ชัด​ว่า​ไม่​รวม​พระเจ้า​ผู้​ทรง​ให้​ทุกสิ่ง​อยู่​ใต้​พระองค์
28وَمَتَى أُخْضِعَ لَهُ ٱلْكُلُّ، فَحِينَئِذٍ ٱلِٱبْنُ نَفْسُهُ أَيْضًا سَيَخْضَعُ لِلَّذِي أَخْضَعَ لَهُ ٱلْكُلَّ، كَيْ يَكُونَ ٱللهُ ٱلْكُلَّ فِي ٱلْكُلِّ.
28เมื่อ​ทุกสิ่ง​อยู่​ใต้​พระองค์​แล้ว พระบุตร​เอง​ก็​จะ​อยู่​ใต้​พระเจ้า​ผู้​ทรง​ให้​ทุกสิ่ง​อยู่​ใต้​พระองค์ เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ทรง​เป็น​ทุกสิ่ง​ใน​ทุกคน
29وَإِلَّا فَمَاذَا يَصْنَعُ ٱلَّذِينَ يَعْتَمِدُونَ مِنْ أَجْلِ ٱلْأَمْوَاتِ؟ إِنْ كَانَ ٱلْأَمْوَاتُ لَا يَقُومُونَ ٱلْبَتَّةَ، فَلِمَاذَا يَعْتَمِدُونَ مِنْ أَجْلِ ٱلْأَمْوَاتِ؟
29ถ้า​ไม่​เป็น​อย่างนั้น คน​ที่​รับบัพติศมา​เพื่อ​คนตาย​จะ​ทำ​อย่างไร? ถ้า​คนตาย​ไม่​ฟื้น​ขึ้น​เลย แล้ว​ทำไม​พวกเขา​จึง​รับบัพติศมา​เพื่อ​คนตาย?
30وَلِمَاذَا نُخَاطِرُ نَحْنُ كُلَّ سَاعَةٍ؟
30แล้ว​ทำไม​เรา​จึง​เผชิญ​อันตราย​อยู่​ทุก​เวลา?
31إِنِّي بِٱفْتِخَارِكُمُ ٱلَّذِي لِي فِي يَسُوعَ ٱلْمَسِيحِ رَبِّنَا، أَمُوتُ كُلَّ يَوْمٍ.
31ข้าพเจ้า​ขอ​ยืนยัน​ด้วย​ความ​ภูมิใจ​ใน​พวก​คุณ​ที่​ข้าพเจ้า​มี​ใน​พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา ว่า​ข้าพเจ้า​ตาย​ทุกวัน
32إِنْ كُنْتُ كَإِنْسَانٍ قَدْ حَارَبْتُ وُحُوشًا فِي أَفَسُسَ، فَمَا ٱلْمَنْفَعَةُ لِي؟ إِنْ كَانَ ٱلْأَمْوَاتُ لَا يَقُومُونَ، «فَلْنَأْكُلْ وَنَشْرَبْ لِأَنَّنَا غَدًا نَمُوتُ!».
32ถ้า​ข้าพเจ้า​ต่อสู้​กับ​สัตว์ป่า​ที่​เมือง​เอเฟซัส​เพียง​ด้วย​เหตุผล​แบบ​มนุษย์ ข้าพเจ้า​จะ​ได้​ประโยชน์​อะไร? ถ้า​คนตาย​ไม่​ฟื้น​ขึ้น ก็ “ให้​เรา​กิน​และ​ดื่ม​กัน​เถิด เพราะ​พรุ่งนี้​เรา​ก็​ตาย”
33لَا تَضِلُّوا: «فَإِنَّ ٱلْمُعَاشَرَاتِ ٱلرَّدِيَّةَ تُفْسِدُ ٱلْأَخْلَاقَ ٱلْجَيِّدَةَ».
33อย่า​หลงผิด! “การ​คบหา​คน​ชั่ว​ทำลาย​ความ​ประพฤติ​ที่​ดี”
34اُصْحُوا لِلْبِرِّ وَلَا تُخْطِئُوا، لِأَنَّ قَوْمًا لَيْسَتْ لَهُمْ مَعْرِفَةٌ بِٱللهِ. أَقُولُ ذَلِكَ لِتَخْجِيلِكُمْ!
34จง​ได้สติ​กลับมา​ใน​ทาง​ที่​ชอบธรรม และ​อย่า​ทำ​บาป เพราะ​บางคน​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า ข้าพเจ้า​พูด​อย่างนี้​เพื่อ​ให้​พวก​คุณ​ละอาย
35لَكِنْ يَقُولُ قَائِلٌ: «كَيْفَ يُقَامُ ٱلْأَمْوَاتُ؟ وَبِأَيِّ جِسْمٍ يَأْتُونَ؟».
35แต่​บางคน​จะ​ถาม​ว่า “คนตาย​ฟื้น​ขึ้น​ได้​อย่างไร?” และ “พวกเขา​จะ​มา​ด้วย​ร่างกาย​แบบ​ไหน?”
36يَاغَبِيُّ! ٱلَّذِي تَزْرَعُهُ لَا يُحْيَا إِنْ لَمْ يَمُتْ.
36คน​โง่​เอ๋ย เมล็ด​ที่​ท่าน​หว่าน​จะ​ไม่​มี​ชีวิต​ขึ้น​มา ถ้า​มัน​ไม่​ตาย​เสียก่อน
37وَٱلَّذِي تَزْرَعُهُ، لَسْتَ تَزْرَعُ ٱلْجِسْمَ ٱلَّذِي سَوْفَ يَصِيرُ، بَلْ حَبَّةً مُجَرَّدَةً، رُبَّمَا مِنْ حِنْطَةٍ أَوْ أَحَدِ ٱلْبَوَاقِي.
37และ​สิ่ง​ที่​ท่าน​หว่าน​นั้น ท่าน​ไม่ได้​หว่าน​ร่างกาย​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น แต่​หว่าน​เพียง​เมล็ด​เปลือย ๆ อาจ​เป็น​เมล็ด​ข้าวสาลี​หรือ​เมล็ด​อย่าง​อื่น
38وَلَكِنَّ ٱللهَ يُعْطِيهَا جِسْمًا كَمَا أَرَادَ. وَلِكُلِّ وَاحِدٍ مِنَ ٱلْبُزُورِ جِسْمَهُ.
38แต่​พระเจ้า​ประทาน​ร่างกาย​แก่​เมล็ด​นั้น​ตาม​ที่​พระองค์​ต้องการ และ​ประทาน​ร่างกาย​เฉพาะ​แก่​เมล็ด​แต่ละ​ชนิด
39لَيْسَ كُلُّ جَسَدٍ جَسَدًا وَاحِدًا، بَلْ لِلنَّاسِ جَسَدٌ وَاحِدٌ، وَلِلْبَهَائِمِ جَسَدٌ آخَرُ، وَلِلسَّمَكِ آخَرُ، وَلِلطَّيْرِ آخَرُ.
39เนื้อ​ของ​สิ่งมีชีวิต​ทุก​ชนิด​ไม่​เหมือนกัน มนุษย์​มี​เนื้อ​แบบ​หนึ่ง สัตว์​มี​เนื้อ​อีก​แบบ ปลา​มี​อีก​แบบ และ​นก​ก็​มี​อีก​แบบ
40وَأَجْسَامٌ سَمَاوِيَّةٌ، وَأَجْسَامٌ أَرْضِيَّةٌ. لَكِنَّ مَجْدَ ٱلسَّمَاوِيَّاتِ شَيْءٌ، وَمَجْدَ ٱلْأَرْضِيَّاتِ آخَرُ.
40มี​ทั้ง​ร่างกาย​บน​ท้องฟ้า​และ​ร่างกาย​บน​แผ่นดิน แต่​พระสิริ​ของ​ร่างกาย​บน​ท้องฟ้า​แตกต่าง​จาก​พระสิริ​ของ​ร่างกาย​บน​แผ่นดิน
41مَجْدُ ٱلشَّمْسِ شَيْءٌ، وَمَجْدُ ٱلْقَمَرِ آخَرُ، وَمَجْدُ ٱلنُّجُومِ آخَرُ. لِأَنَّ نَجْمًا يَمْتَازُ عَنْ نَجْمٍ فِي ٱلْمَجْدِ.
41ดวงอาทิตย์​มี​พระสิริ​แบบ​หนึ่ง ดวงจันทร์​มี​พระสิริ​อีก​แบบ และ​ดวงดาว​มี​พระสิริ​อีก​แบบ เพราะ​ดาว​ดวงหนึ่ง​ก็​แตกต่าง​จาก​ดาว​อีก​ดวงหนึ่ง​ใน​พระสิริ
42هَكَذَا أَيْضًا قِيَامَةُ ٱلْأَمْوَاتِ: يُزْرَعُ فِي فَسَادٍ وَيُقَامُ فِي عَدَمِ فَسَادٍ.
42การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​ของ​คนตาย​ก็​เช่นเดียวกัน ร่างกาย​ถูก​หว่าน​ลง​ใน​สภาพ​ที่​เสื่อม​สลาย​ได้ แต่​ฟื้น​ขึ้น​ใน​สภาพ​ที่​ไม่​เสื่อม​สลาย
43يُزْرَعُ فِي هَوَانٍ وَيُقَامُ فِي مَجْدٍ. يُزْرَعُ فِي ضَعْفٍ وَيُقَامُ فِي قُوَّةٍ.
43ถูก​หว่าน​ลง​ใน​สภาพ​ไร้​เกียรติ แต่​ฟื้น​ขึ้น​ใน​พระสิริ ถูก​หว่าน​ลง​ใน​ความ​อ่อนแอ แต่​ฟื้น​ขึ้น​ด้วย​พลัง
44يُزْرَعُ جِسْمًا حَيَوَانِيًّا وَيُقَامُ جِسْمًا رُوحَانِيًّا. يُوجَدُ جِسْمٌ حَيَوَانِيٌّ وَيُوجَدُ جِسْمٌ رُوحَانِيٌّ.
44ถูก​หว่าน​เป็น​ร่างกาย​ตาม​ธรรมชาติ แต่​ฟื้น​ขึ้น​เป็น​ร่างกาย​ทาง​จิตวิญญาณ มี​ร่างกาย​ตาม​ธรรมชาติ และ​มี​ร่างกาย​ทาง​จิตวิญญาณ​ด้วย
45هَكَذَا مَكْتُوبٌ أَيْضًا: «صَارَ آدَمُ، ٱلْإِنْسَانُ ٱلْأَوَّلُ، نَفْسًا حَيَّةً»، وَآدَمُ ٱلْأَخِيرُ رُوحًا مُحْيِيًا.
45ดังนั้น จึง​มี​คำ​เขียน​ไว้​ว่า “อาดัม​มนุษย์​คน​แรก​กลายเป็น​จิต​ที่​มี​ชีวิต” ส่วน​อาดัม​คน​สุดท้าย​กลายเป็น​วิญญาณ​ที่​ให้​ชีวิต
46لَكِنْ لَيْسَ ٱلرُّوحَانِيُّ أَوَّلًا بَلِ ٱلْحَيَوَانِيُّ، وَبَعْدَ ذَلِكَ ٱلرُّوحَانِيُّ.
46แต่​สิ่ง​ที่​เป็น​ทาง​จิตวิญญาณ​ไม่ได้​มา​ก่อน สิ่ง​ที่​เป็น​ตาม​ธรรมชาติ​มา​ก่อน แล้ว​สิ่ง​ที่​เป็น​ทาง​จิตวิญญาณ​จึง​ตาม​มา
47ٱلْإِنْسَانُ ٱلْأَوَّلُ مِنَ ٱلْأَرْضِ تُرَابِيٌّ. ٱلْإِنْسَانُ ٱلثَّانِي ٱلرَّبُّ مِنَ ٱلسَّمَاءِ.
47มนุษย์​คน​แรก​มา​จาก​แผ่นดิน ถูก​สร้าง​จาก​ฝุ่น ส่วน​มนุษย์​คน​ที่​สอง​คือ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​จาก​สวรรค์
48كَمَا هُوَ ٱلتُّرَابِيُّ هَكَذَا ٱلتُّرَابِيُّونَ أَيْضًا، وَكَمَا هُوَ ٱلسَّمَاوِيُّ هَكَذَا ٱلسَّمَاوِيُّونَ أَيْضًا.
48คน​ที่​ถูก​สร้าง​จาก​ฝุ่น​เป็น​อย่างไร คน​ที่​เป็น​ของ​ฝุ่น​ก็​เป็น​อย่างนั้น และ​ผู้​ที่​มา​จาก​สวรรค์​เป็น​อย่างไร คน​ที่​เป็น​ของ​สวรรค์​ก็​เป็น​อย่างนั้น
49وَكَمَا لَبِسْنَا صُورَةَ ٱلتُّرَابِيِّ، سَنَلْبَسُ أَيْضًا صُورَةَ ٱلسَّمَاوِيِّ.
49เรา​มี​รูปลักษณ์​ของ​ผู้​ที่​ถูก​สร้าง​จาก​ฝุ่น​อย่างไร ก็​ให้​เรา มี​รูปลักษณ์​ของ​ผู้​ที่​มา​จาก​สวรรค์​อย่างนั้น​ด้วย
50فَأَقُولُ هَذَا أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ: إِنَّ لَحْمًا وَدَمًا لَا يَقْدِرَانِ أَنْ يَرِثَا مَلَكُوتَ ٱللهِ، وَلَا يَرِثُ ٱلْفَسَادُ عَدَمَ ٱلْفَسَادِ.
50พี่น้อง​ทั้งหลาย ข้าพเจ้า​ขอ​บอก​ว่า เนื้อ​และ​เลือด​ไม่​สามารถ​รับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เป็น​มรดก และ​สิ่ง​ที่​เสื่อม​สลาย​ได้​ก็​ไม่​สามารถ​รับ​สิ่ง​ที่​ไม่​เสื่อม​สลาย​เป็น​มรดก
51هُوَذَا سِرٌّ أَقُولُهُ لَكُمْ: لَا نَرْقُدُ كُلُّنَا، وَلَكِنَّنَا كُلَّنَا نَتَغَيَّرُ،
51ดูสิ ข้าพเจ้า​จะ​บอก​ความลับ​แก่​พวก​คุณ เรา​จะ​ไม่​หลับ​ไป​ทุกคน แต่​เรา​ทุกคน​จะ​ถูก​เปลี่ยนแปลง
52فِي لَحْظَةٍ فِي طَرْفَةِ عَيْنٍ، عِنْدَ ٱلْبُوقِ ٱلْأَخِيرِ. فَإِنَّهُ سَيُبَوَّقُ، فَيُقَامُ ٱلْأَمْوَاتُ عَدِيمِي فَسَادٍ، وَنَحْنُ نَتَغَيَّرُ.
52ใน​ชั่ว​ขณะ​เดียว ใน​พริบตา เมื่อ​แตร​ครั้ง​สุดท้าย​ดัง​ขึ้น เพราะ​แตร​จะ​ดัง และ​คนตาย​จะ​ฟื้น​ขึ้น​ใน​สภาพ​ที่​ไม่​เสื่อม​สลาย แล้ว​เรา​จะ​ถูก​เปลี่ยนแปลง
53لِأَنَّ هَذَا ٱلْفَاسِدَ لَابُدَّ أَنْ يَلْبَسَ عَدَمَ فَسَادٍ، وَهَذَا ٱلْمَائِتَ يَلْبَسُ عَدَمَ مَوْتٍ.
53เพราะ​ร่างกาย​ที่​เสื่อม​สลาย​ได้​นี้​ต้อง​สวม​สภาพ​ที่​ไม่​เสื่อม​สลาย และ​ร่างกาย​ที่​ตาย​ได้​นี้​ต้อง​สวม​สภาพ​ที่​ไม่​ตาย
54وَمَتَى لَبِسَ هَذَا ٱلْفَاسِدُ عَدَمَ فَسَادٍ، وَلَبِسَ هَذَا ٱلْمَائِتُ عَدَمَ مَوْتٍ، فَحِينَئِذٍ تَصِيرُ ٱلْكَلِمَةُ ٱلْمَكْتُوبَةُ: «ٱبْتُلِعَ ٱلْمَوْتُ إِلَى غَلَبَةٍ».
54เมื่อ​ร่างกาย​ที่​เสื่อม​สลาย​ได้​นี้​สวม​สภาพ​ที่​ไม่​เสื่อม​สลาย และ​ร่างกาย​ที่​ตาย​ได้​นี้​สวม​สภาพ​ที่​ไม่​ตาย เมื่อนั้น​สิ่ง​ที่​เขียน​ไว้​ก็​จะ​เกิด​ขึ้น​ว่า “ความตาย​ถูก​กลืน​หาย​ไป​ใน​ชัยชนะ”
55«أَيْنَ شَوْكَتُكَ يَا مَوْتُ؟ أَيْنَ غَلَبَتُكِ يَا هَاوِيَةُ؟»
55“ความตาย​เอ๋ย เหล็กไน​ของ​เจ้า​อยู่​ที่ไหน? ฮาเดส เอ๋ย ชัยชนะ​ของ​เจ้า​อยู่​ที่ไหน?”
56أَمَّا شَوْكَةُ ٱلْمَوْتِ فَهِيَ ٱلْخَطِيَّةُ، وَقُوَّةُ ٱلْخَطِيَّةِ هِيَ ٱلنَّامُوسُ.
56เหล็กไน​ของ​ความตาย​คือ​บาป และ​พลัง​ของ​บาป​คือ​ธรรมบัญญัติ
57وَلَكِنْ شُكْرًا لِلهِ ٱلَّذِي يُعْطِينَا ٱلْغَلَبَةَ بِرَبِّنَا يَسُوعَ ٱلْمَسِيحِ.
57แต่​ขอบคุณ​พระเจ้า ผู้​ทรง​ประทาน​ชัยชนะ​แก่​เรา​ทาง​พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา
58إِذًا يَا إِخْوَتِي ٱلْأَحِبَّاءَ، كُونُوا رَاسِخِينَ، غَيْرَ مُتَزَعْزِعِينَ، مُكْثِرِينَ فِي عَمَلِ ٱلرَّبِّ كُلَّ حِينٍ، عَالِمِينَ أَنَّ تَعَبَكُمْ لَيْسَ بَاطِلًا فِي ٱلرَّبِّ.
58เพราะฉะนั้น พี่น้อง​ที่รัก​ของ​ข้าพเจ้า จง​มั่นคง อย่า​หวั่นไหว และ​จง​ทำงาน​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​อย่าง​เต็มที่​อยู่​เสมอ เพราะ​พวก​คุณ​รู้​ว่า​งานหนัก​ของ​พวก​คุณ​ใน​องค์พระผู้เป็นเจ้า​ไม่​ไร้​ผล

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.