١ كورنثوس

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 14

١ كورنثوس

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1اِتْبَعُوا ٱلْمَحَبَّةَ، وَلَكِنْ جِدُّوا لِلْمَوَاهِبِ ٱلرُّوحِيَّةِ، وَبِٱلْأَوْلَى أَنْ تَتَنَبَّأُوا.
1จง​ติดตาม​ความรัก​และ​ปรารถนา​ของประทาน​ทาง​จิตวิญญาณ​อย่าง​จริงจัง โดยเฉพาะ​การ​เผยพระวจนะ
2لِأَنَّ مَنْ يَتَكَلَّمُ بِلِسَانٍ لَا يُكَلِّمُ ٱلنَّاسَ بَلِ ٱللهَ، لِأَنْ لَيْسَ أَحَدٌ يَسْمَعُ، وَلَكِنَّهُ بِٱلرُّوحِ يَتَكَلَّمُ بِأَسْرَارٍ.
2เพราะ​คน​ที่​พูด​ภาษา​อื่น​ไม่ได้​พูด​กับ​มนุษย์ แต่​พูด​กับ​พระเจ้า เนื่องจาก​ไม่มี​ใคร​เข้าใจ แต่​เขา​พูด​ความลับ​ต่าง ๆ ใน​พระวิญญาณ
3وَأَمَّا مَنْ يَتَنَبَّأُ، فَيُكَلِّمُ ٱلنَّاسَ بِبُنْيَانٍ وَوَعْظٍ وَتَسْلِيَةٍ.
3ส่วน​คน​ที่​เผยพระวจนะ​พูด​กับ​มนุษย์​เพื่อ​เสริมสร้าง ให้​กำลังใจ และ​ปลอบโยน
4مَنْ يَتَكَلَّمُ بِلِسَانٍ يَبْنِي نَفْسَهُ، وَأَمَّا مَنْ يَتَنَبَّأُ فَيَبْنِي ٱلْكَنِيسَةَ.
4คน​ที่​พูด​ภาษา​อื่น​เสริมสร้าง​ตัวเอง แต่​คน​ที่​เผยพระวจนะ​เสริมสร้าง​ประชาคม
5إِنِّي أُرِيدُ أَنَّ جَمِيعَكُمْ تَتَكَلَّمُونَ بِأَلْسِنَةٍ، وَلَكِنْ بِٱلْأَوْلَى أَنْ تَتَنَبَّأُوا. لِأَنَّ مَنْ يَتَنَبَّأُ أَعْظَمُ مِمَّنْ يَتَكَلَّمُ بِأَلْسِنَةٍ، إِلَّا إِذَا تَرْجَمَ، حَتَّى تَنَالَ ٱلْكَنِيسَةُ بُنْيَانًا.
5ข้าพเจ้า​อยาก​ให้​พวก​คุณ​ทุกคน​พูด​ภาษา​อื่น​ได้ แต่​ยิ่งกว่า​นั้น​ข้าพเจ้า​อยาก​ให้​พวก​คุณ​เผยพระวจนะ เพราะ​คน​ที่​เผยพระวจนะ​มี​ประโยชน์​มากกว่า​คน​ที่​พูด​ภาษา​อื่น เว้นแต่​เขา​จะแปล​ด้วย เพื่อ​ประชาคม​จะ​ได้รับ​การ​เสริมสร้าง
6فَٱلْآنَ أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ، إِنْ جِئْتُ إِلَيْكُمْ مُتَكَلِّمًا بِأَلْسِنَةٍ، فَمَاذَا أَنْفَعُكُمْ، إِنْ لَمْ أُكَلِّمْكُمْ إِمَّا بِإِعْلَانٍ، أَوْ بِعِلْمٍ، أَوْ بِنُبُوَّةٍ، أَوْ بِتَعْلِيمٍ؟
6พี่น้อง​ทั้งหลาย ถ้า​ข้าพเจ้า​มา​หา​พวก​คุณ​แล้ว​พูด​ภาษา​อื่น ข้าพเจ้า​จะ​เป็น​ประโยชน์​อะไร​แก่​พวก​คุณ ถ้า​ข้าพเจ้า​ไม่​พูด​กับ​พวก​คุณ​ด้วย​การ​เปิดเผย ด้วย​ความรู้ ด้วย​คำ​เผยพระวจนะ หรือ​ด้วย​คำ​สอน?
7اَلْأَشْيَاءُ ٱلْعَادِمَةُ ٱلنُّفُوسِ ٱلَّتِي تُعْطِي صَوْتًا: مِزْمَارٌ أَوْ قِيثَارَةٌ، مَعَ ذَلِكَ إِنْ لَمْ تُعْطِ فَرْقًا لِلنَّغَمَاتِ، فَكَيْفَ يُعْرَفُ مَا زُمِّرَ أَوْ مَا عُزِفَ بِهِ؟
7แม้​แต่​สิ่ง​ไม่มี​ชีวิต​ที่​ทำ​ให้​เกิด​เสียง เช่น​ปี่​หรือ​พิณ ถ้า​เสียง​ที่​ออก​มา​ไม่​แตกต่าง​กัน จะ​รู้​ได้​อย่างไร​ว่า​กำลัง​เป่า​หรือ​ดีด​ทำนอง​อะไร?
8فَإِنَّهُ إِنْ أَعْطَى ٱلْبُوقُ أَيْضًا صَوْتًا غَيْرَ وَاضِحٍ، فَمَنْ يَتَهَيَّأُ لِلْقِتَالِ؟
8เพราะ​ถ้า​แตร​ให้​เสียง​ไม่​ชัดเจน ใคร​จะ​เตรียม​ตัว​ออก​รบ?
9هَكَذَا أَنْتُمْ أَيْضًا إِنْ لَمْ تُعْطُوا بِٱللِّسَانِ كَلَامًا يُفْهَمُ، فَكَيْفَ يُعْرَفُ مَا تُكُلِّمَ بِهِ؟ فَإِنَّكُمْ تَكُونُونَ تَتَكَلَّمُونَ فِي ٱلْهَوَاءِ!
9พวก​คุณ​ก็​เช่นเดียวกัน ถ้า​ลิ้น​ของ​พวก​คุณ​ไม่​พูด​ถ้อยคำ​ที่​เข้าใจ​ง่าย จะ​รู้​ได้​อย่างไร​ว่า​พวก​คุณ​พูด​อะไร? พวก​คุณ​ก็​เหมือน​พูด​ไป​ใน​อากาศ
10رُبَّمَا تَكُونُ أَنْوَاعُ لُغَاتٍ هَذَا عَدَدُهَا فِي ٱلْعَالَمِ، وَلَيْسَ شَيْءٌ مِنْهَا بِلَا مَعْنًى.
10ใน​โลก​อาจ​มี​ภาษา​มากมาย​หลาย​ชนิด และ​ไม่มี​ภาษา​ใด​ไร้​ความหมาย
11فَإِنْ كُنْتُ لَا أَعْرِفُ قُوَّةَ ٱللُّغَةِ أَكُونُ عِنْدَ ٱلْمُتَكَلِّمِ أَعْجَمِيًّا، وَٱلْمُتَكَلِّمُ أَعْجَمِيًّا عِنْدِي.
11ดังนั้น ถ้า​ข้าพเจ้า​ไม่​รู้​ความหมาย​ของ​ภาษา ข้าพเจ้า​ก็​จะ​เป็น​คนต่างภาษา​สำหรับ​ผู้​ที่​พูด และ​ผู้​ที่​พูด​ก็​จะ​เป็น​คนต่างภาษา​สำหรับ​ข้าพเจ้า
12هَكَذَا أَنْتُمْ أَيْضًا، إِذْ إِنَّكُمْ غَيُورُونَ لِلْمَوَاهِبِ ٱلرُّوحِيَّةِ، ٱطْلُبُوا لِأَجْلِ بُنْيَانِ ٱلْكَنِيسَةِ أَنْ تَزْدَادُوا.
12พวก​คุณ​ก็​เช่นเดียวกัน ในเมื่อ​พวก​คุณ​กระตือรือร้น​อยาก​ได้​ของประทาน​ทาง​จิตวิญญาณ ก็​จง​พยายาม​ให้​มี​อย่าง​อุดม​เพื่อ​เสริมสร้าง​ประชาคม
13لِذَلِكَ مَنْ يَتَكَلَّمُ بِلِسَانٍ فَلْيُصَلِّ لِكَيْ يُتَرْجِمَ.
13เพราะฉะนั้น คน​ที่​พูด​ภาษา​อื่น​จง​อธิษฐาน​ขอ​ให้​ตน​สามารถ​แปล​ได้
14لِأَنَّهُ إِنْ كُنْتُ أُصَلِّي بِلِسَانٍ، فَرُوحِي تُصَلِّي، وَأَمَّا ذِهْنِي فَهُوَ بِلَا ثَمَرٍ.
14เพราะ​ถ้า​ข้าพเจ้า​อธิษฐาน​เป็น​ภาษา​อื่น จิตวิญญาณ​ของ​ข้าพเจ้า​อธิษฐาน แต่​ความ​เข้าใจ​ของ​ข้าพเจ้า​ไม่​เกิดผล
15فَمَا هُوَ إِذًا؟ أُصَلِّي بِٱلرُّوحِ، وَأُصَلِّي بِٱلذِّهْنِ أَيْضًا. أُرَتِّلُ بِٱلرُّوحِ، وَأُرَتِّلُ بِٱلذِّهْنِ أَيْضًا.
15แล้ว​ข้าพเจ้า​ควร​ทำ​อย่างไร? ข้าพเจ้า​จะ​อธิษฐาน​ด้วย​จิตวิญญาณ และ​จะ​อธิษฐาน​ด้วย​ความ​เข้าใจ​ด้วย ข้าพเจ้า​จะ​ร้องเพลง​ด้วย​จิตวิญญาณ และ​จะ​ร้องเพลง​ด้วย​ความ​เข้าใจ​ด้วย
16وَإِلَّا فَإِنْ بَارَكْتَ بِٱلرُّوحِ، فَٱلَّذِي يُشْغِلُ مَكَانَ ٱلْعَامِّيِّ، كَيْفَ يَقُولُ: «آمِينَ» عِنْدَ شُكْرِكَ؟ لِأَنَّهُ لَا يَعْرِفُ مَاذَا تَقُولُ!
16มิฉะนั้น ถ้า​ท่าน​อวยพร​ด้วย​จิตวิญญาณ คน​ที่​อยู่​ใน​ฐานะ​ผู้​ไม่​รู้​จะ​พูด “อาเมน” ต่อ​คำ​ขอบคุณ​ของ​ท่าน​ได้​อย่างไร ในเมื่อ​เขา​ไม่​รู้​ว่า​ท่าน​พูด​อะไร?
17فَإِنَّكَ أَنْتَ تَشْكُرُ حَسَنًا، وَلَكِنَّ ٱلْآخَرَ لَا يُبْنَى.
17แม้​ท่าน​ขอบคุณ​พระเจ้า​ได้​ดี แต่​อีก​คนหนึ่ง​ก็​ไม่ได้​รับ​การ​เสริมสร้าง
18أَشْكُرُ إِلَهِي أَنِّي أَتَكَلَّمُ بِأَلْسِنَةٍ أَكْثَرَ مِنْ جَمِيعِكُمْ.
18ข้าพเจ้า​ขอบคุณ​พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​พูด​ภาษา​อื่น​มากกว่า​พวก​คุณ​ทุกคน
19وَلَكِنْ، فِي كَنِيسَةٍ، أُرِيدُ أَنْ أَتَكَلَّمَ خَمْسَ كَلِمَاتٍ بِذِهْنِي لِكَيْ أُعَلِّمَ آخَرِينَ أَيْضًا، أَكْثَرَ مِنْ عَشْرَةِ آلَافِ كَلِمَةٍ بِلِسَانٍ.
19แต่​ใน​ประชาคม ข้าพเจ้า​อยาก​พูด​เพียง​ห้า​คำ​ด้วย​ความเข้าใจ​ของ​ข้าพเจ้า เพื่อ​จะ​สอน​คนอื่น​ด้วย มากกว่า​พูด​หนึ่ง​หมื่น​คำ​เป็น​ภาษา​อื่น
20أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ، لَا تَكُونُوا أَوْلَادًا فِي أَذْهَانِكُمْ، بَلْ كُونُوا أَوْلَادًا فِي ٱلشَّرِّ، وَأَمَّا فِي ٱلْأَذْهَانِ فَكُونُوا كَامِلِينَ.
20พี่น้อง​ทั้งหลาย อย่า​คิด​อย่าง​เด็ก ใน​เรื่อง​ความ​ชั่วร้าย​จง​เป็น​เหมือน​ทารก แต่​จง​คิด​อย่าง​ผู้ใหญ่
21مَكْتُوبٌ فِي ٱلنَّامُوسِ: «إِنِّي بِذَوِي أَلْسِنَةٍ أُخْرَى وَبِشِفَاهٍ أُخْرَى سَأُكَلِّمُ هَذَا ٱلشَّعْبَ، وَلَا هَكَذَا يَسْمَعُونَ لِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ».
21มี​คำ​เขียน​ไว้​ใน​ธรรมบัญญัติ​ว่า “เรา​จะ​พูด​กับ​ชน​ชาติ​นี้​โดย​คน​ที่​พูด​ภาษา​แปลก​และ​ด้วย​ริมฝีปาก​ของ​คนต่างชาติ แต่​ถึง​อย่างนั้น พวกเขา​ก็​จะ​ไม่​ฟัง​เรา องค์พระผู้เป็นเจ้า​กล่าว”
22إِذًا ٱلْأَلْسِنَةُ آيَةٌ، لَا لِلْمُؤْمِنِينَ، بَلْ لِغَيْرِ ٱلْمُؤْمِنِينَ. أَمَّا ٱلنُّبُوَّةُ فَلَيْسَتْ لِغَيْرِ ٱلْمُؤْمِنِينَ، بَلْ لِلْمُؤْمِنِينَ.
22ดังนั้น ภาษา​อื่น ๆ จึง​เป็น​หมายสำคัญ ไม่ใช่​สำหรับ​คน​ที่​เชื่อ แต่​สำหรับ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ ส่วน​การ​เผยพระวจนะ​เป็น​หมายสำคัญ ไม่ใช่​สำหรับ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ แต่​สำหรับ​คน​ที่​เชื่อ
23فَإِنِ ٱجْتَمَعَتِ ٱلْكَنِيسَةُ كُلُّهَا فِي مَكَانٍ وَاحِدٍ، وَكَانَ ٱلْجَمِيعُ يَتَكَلَّمُونَ بِأَلْسِنَةٍ، فَدَخَلَ عَامِّيُّونَ أَوْ غَيْرُ مُؤْمِنِينَ، أَفَلَا يَقُولُونَ إِنَّكُمْ تَهْذُونَ؟
23เพราะฉะนั้น ถ้า​ประชาคม​ทั้งหมด​มา​รวมตัว​กัน และ​ทุกคน​พูด​ภาษา​อื่น แล้ว​มี​คน​ที่​ไม่​รู้​หรือ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​เข้า​มา พวกเขา​จะ​ไม่​พูด​หรือว่า​พวก​คุณ​เสียสติ?
24وَلَكِنْ إِنْ كَانَ ٱلْجَمِيعُ يَتَنَبَّأُونَ، فَدَخَلَ أَحَدٌ غَيْرُ مُؤْمِنٍ أَوْ عَامِّيٌّ، فَإِنَّهُ يُوَبَّخُ مِنَ ٱلْجَمِيعِ. يُحْكَمُ عَلَيْهِ مِنَ ٱلْجَمِيعِ.
24แต่​ถ้า​ทุกคน​เผยพระวจนะ แล้ว​มี​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​หรือ​คน​ที่​ไม่​รู้​เข้า​มา เขา​จะ​ถูก​ทุกคน​ชี้​ให้​เห็น​ความผิด และ​ถูก​ทุกคน​วินิจฉัย
25وَهَكَذَا تَصِيرُ خَفَايَا قَلْبِهِ ظَاهِرَةً. وَهَكَذَا يَخِرُّ عَلَى وَجْهِهِ وَيَسْجُدُ لِلهِ، مُنَادِيًا: أَنَّ ٱللهَ بِٱلْحَقِيقَةِ فِيكُمْ.
25สิ่ง​ที่​ซ่อน​อยู่​ใน​ใจ​ของ​เขา​ก็​จะ​ถูก​เปิดเผย แล้ว​เขา​จะ​ซบหน้า​ลง​นมัสการ​พระเจ้า และ​ประกาศ​ว่า พระเจ้า​ทรง​อยู่​ท่ามกลาง​พวก​คุณ​จริง ๆ
26فَمَا هُوَ إِذًا أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ؟ مَتَى ٱجْتَمَعْتُمْ فَكُلُّ وَاحِدٍ مِنْكُمْ لَهُ مَزْمُورٌ، لَهُ تَعْلِيمٌ، لَهُ لِسَانٌ، لَهُ إِعْلَانٌ، لَهُ تَرْجَمَةٌ. فَلْيَكُنْ كُلُّ شَيْءٍ لِلْبُنْيَانِ.
26ถ้า​อย่างนั้น พี่น้อง​ทั้งหลาย เมื่อ​พวก​คุณ​มา​รวมตัว​กัน แต่ละคน​มี​บทเพลง​สดุดี มี​คำ​สอน มี​การ​เปิดเผย มี​ภาษา​อื่น หรือ​มี​คำแปล ก็​จง​ให้​ทุกอย่าง​ทำ​เพื่อ​เสริมสร้าง​กัน
27إِنْ كَانَ أَحَدٌ يَتَكَلَّمُ بِلِسَانٍ، فَٱثْنَيْنِ ٱثْنَيْنِ، أَوْ عَلَى ٱلْأَكْثَرِ ثَلَاثَةً ثَلَاثَةً، وَبِتَرْتِيبٍ،وَلْيُتَرْجِمْ وَاحِدٌ.
27ถ้า​มี​คน​พูด​ภาษา​อื่น ก็​ให้​มี​สอง​คน หรือ​อย่าง​มาก​สาม​คน และ​พูด​ทีละคน แล้ว​ให้​คนหนึ่ง​แปล
28وَلَكِنْ إِنْ لَمْ يَكُنْ مُتَرْجِمٌ فَلْيَصْمُتْ فِي ٱلْكَنِيسَةِ، وَلْيُكَلِّمْ نَفْسَهُ وَٱللهَ.
28แต่​ถ้า​ไม่มี​คน​แปล ก็​ให้​เขา​เงียบ​ใน​ประชาคม และ​พูด​กับ​ตน​เอง​และ​กับ​พระเจ้า
29أَمَّا ٱلْأَنْبِيَاءُ فَلْيَتَكَلَّمِ ٱثْنَانِ أَوْ ثَلَاثَةٌ، وَلْيَحْكُمِ ٱلْآخَرُونَ.
29ให้​ผู้เผยพระวจนะ​พูด​สอง​หรือ​สาม​คน แล้ว​ให้​คนอื่น​วินิจฉัย
30وَلَكِنْ إِنْ أُعْلِنَ لِآخَرَ جَالِسٍ فَلْيَسْكُتِ ٱلْأَوَّلُ.
30แต่​ถ้า​มี​การ​เปิดเผย​แก่​อีก​คนหนึ่ง​ที่​นั่ง​อยู่ คน​แรก​ก็​ให้​เงียบ
31لِأَنَّكُمْ تَقْدِرُونَ جَمِيعُكُمْ أَنْ تَتَنَبَّأُوا وَاحِدًا وَاحِدًا، لِيَتَعَلَّمَ ٱلْجَمِيعُ وَيَتَعَزَّى ٱلْجَمِيعُ.
31เพราะ​พวก​คุณ​ทุกคน​สามารถ​เผยพระวจนะ​ทีละคน เพื่อ​ทุกคน​จะ​ได้​เรียนรู้ และ​ทุกคน​จะ​ได้รับ​การ​หนุนใจ
32وَأَرْوَاحُ ٱلْأَنْبِيَاءِ خَاضِعَةٌ لِلْأَنْبِيَاءِ.
32จิตวิญญาณ​ของ​ผู้เผยพระวจนะ​อยู่​ใต้​การ​ควบคุม​ของ​ผู้เผยพระวจนะ
33لِأَنَّ ٱللهَ لَيْسَ إِلَهَ تَشْوِيشٍ بَلْ إِلَهُ سَلَامٍ. كَمَا فِي جَمِيعِ كَنَائِسِ ٱلْقِدِّيسِينَ،
33เพราะ​พระเจ้า​ไม่ใช่​พระเจ้า​แห่ง​ความ​สับสน แต่​ทรง​เป็น​พระเจ้า​แห่ง​สันติสุข เช่นเดียวกับ​ใน​ประชาคม​ทั้งหมด​ของ​ผู้บริสุทธิ์
34لِتَصْمُتْ نِسَاؤُكُمْ فِي ٱلْكَنَائِسِ، لِأَنَّهُ لَيْسَ مَأْذُونًا لَهُنَّ أَنْ يَتَكَلَّمْنَ، بَلْ يَخْضَعْنَ كَمَا يَقُولُ ٱلنَّامُوسُ أَيْضًا.
34ภรรยา​ทั้งหลาย​จง​เงียบ​ใน​ประชาคม เพราะ​ไม่ได้​รับ​อนุญาต​ให้​พวกเธอ​พูด แต่​ให้​อยู่​ใน​การ​ยอม​ตาม ตาม​ที่​ธรรมบัญญัติ​ก็​กล่าว​ไว้
35وَلَكِنْ إِنْ كُنَّ يُرِدْنَ أَنْ يَتَعَلَّمْنَ شَيْئًا، فَلْيَسْأَلْنَ رِجَالَهُنَّ فِي ٱلْبَيْتِ، لِأَنَّهُ قَبِيحٌ بِٱلنِّسَاءِ أَنْ تَتَكَلَّمَ فِي كَنِيسَةٍ.
35ถ้า​พวกเธอ​อยาก​เรียนรู้​อะไร “ก็​ให้​ถาม​สามี​ของ​ตน​ที่​บ้าน เพราะ​เป็น​เรื่อง​น่าอาย​ที่​ภรรยา​จะ​พูด​ใน​ประชาคม”
36أَمْ مِنْكُمْ خَرَجَتْ كَلِمَةُ ٱللهِ؟ أَمْ إِلَيْكُمْ وَحْدَكُمُ ٱنْتَهَتْ؟
36อะไร​กัน! พระวจนะ​ของ​พระเจ้า​ออก​มา​จาก​พวก​คุณ​หรือ? หรือ​พระคำ​นั้น​มา​ถึง​พวก​คุณ​เท่านั้น?
37إِنْ كَانَ أَحَدٌ يَحْسِبُ نَفْسَهُ نَبِيًّا أَوْ رُوحِيًّا، فَلْيَعْلَمْ مَا أَكْتُبُهُ إِلَيْكُمْ أَنَّهُ وَصَايَا ٱلرَّبِّ.
37ถ้า​ใคร​คิด​ว่า​ตน​เป็น​ผู้เผยพระวจนะ หรือ​เป็น​คน​ที่​ดำเนิน​ชีวิต​โดย​พระวิญญาณ ก็​ให้​เขา​ยอมรับ​ว่า สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​เขียน​ถึง​พวก​คุณ​เป็น​คำสั่ง​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า
38وَلَكِنْ إِنْ يَجْهَلْ أَحَدٌ، فَلْيَجْهَلْ!
38แต่​ถ้า​ใคร​ไม่​ยอม​รู้ ก็​ปล่อย​ให้​เขา​ไม่​รู้​ต่อ​ไป
39إِذًا أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ جِدُّوا لِلتَّنَبُّؤِ، وَلَا تَمْنَعُوا ٱلتَّكَلُّمَ بِأَلْسِنَةٍ.
39เพราะฉะนั้น พี่น้อง​ทั้งหลาย จง​ปรารถนา​การ​เผยพระวจนะ​อย่าง​จริงจัง และ​อย่า​ห้าม​การ​พูด​ภาษา​อื่น
40وَلْيَكُنْ كُلُّ شَيْءٍ بِلِيَاقَةٍ وَبِحَسَبِ تَرْتِيبٍ.
40จง​ให้​ทุกอย่าง​ทำ​อย่าง​เหมาะสม​และ​เป็น​ระเบียบ

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.