Leviticus 7
Clementine Vulgate, 1598Translation
Clementine Vulgate, 1598
Freedom Bible (Thai)
1Hæc quoque lex hostiæ pro delicto, Sancta sanctorum est:
1“‘นี่คือกฎเกี่ยวกับเครื่องบูชาชดใช้ความผิด สิ่งนี้ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง
2idcirco ubi immolabitur holocaustum, mactabitur et victima pro delicto: sanguis ejus per gyrum altaris fundetur.
2ให้ฆ่าสัตว์สำหรับเครื่องบูชาชดใช้ความผิดในที่เดียวกับที่ฆ่าสัตว์สำหรับเครื่องบูชาเผาทั้งตัว แล้วปุโรหิตจะประพรมเลือดของมันรอบแท่นบูชา
3Offerent ex ea caudam et adipem qui operit vitalia:
3ให้ถวายไขมันทั้งหมดของมัน ได้แก่ไขมันหาง และไขมันที่หุ้มเครื่องใน
4duos renunculos, et pinguedinem quæ juxta ilia est, reticulumque jecoris cum renunculis.
4ไตทั้งสองข้างกับไขมันที่ติดอยู่บริเวณเอว และส่วนที่หุ้มตับ ให้เอาออกพร้อมกับไต
5Et adolebit ea sacerdos super altare: incensum est Domini pro delicto.
5แล้วปุโรหิตจะเผาส่วนเหล่านี้บนแท่นบูชา เป็นของถวายที่เผาด้วยไฟแด่พระยาห์เวห์ นี่เป็นเครื่องบูชาชดใช้ความผิด
6Omnis masculus de sacerdotali genere, in loco sancto vescetur his carnibus, quia Sanctum sanctorum est.
6ผู้ชายทุกคนในหมู่ปุโรหิตกินได้ ต้องกินในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สิ่งนี้ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง
7Sicut pro peccato offertur hostia, ita et pro delicto: utriusque hostiæ lex una erit: ad sacerdotem, qui eam obtulerit, pertinebit.
7“‘เครื่องบูชาบาปกับเครื่องบูชาชดใช้ความผิดใช้กฎเดียวกัน ปุโรหิตผู้ประกอบพิธีลบล้างด้วยเครื่องบูชานั้นจะได้เครื่องบูชานั้นเป็นส่วนของตน
8Sacerdos qui offert holocausti victimam, habebit pellem ejus.
8ปุโรหิตผู้ถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัวของคนใด จะได้หนังของสัตว์สำหรับเครื่องบูชาเผาทั้งตัวที่ตนถวายเป็นของตน
9Et omne sacrificium similæ, quod coquitur in clibano, et quidquid in craticula, vel in sartagine præparatur, ejus erit sacerdotis a quo offertur:
9เครื่องบูชาจากธัญพืชทุกอย่างที่อบในเตา รวมทั้งที่ทำในกระทะหรือบนกระทะแบน เป็นของปุโรหิตผู้ถวาย
10sive oleo conspersa, sive arida fuerint, cunctis filiis Aaron mensura æqua per singulos dividetur.
10แต่เครื่องบูชาจากธัญพืชทุกอย่าง ไม่ว่าจะผสมน้ำมันหรือแห้ง เป็นของบุตรชายของอาโรนทุกคนโดยแบ่งกันอย่างเท่าเทียม
11Hæc est lex hostiæ pacificorum quæ offertur Domino.
11“‘นี่คือกฎเกี่ยวกับเครื่องบูชาสันติสุขที่คนหนึ่งจะถวายแด่พระยาห์เวห์
12Si pro gratiarum actione oblatio fuerit, offerent panes absque fermento conspersos oleo, et lagana azyma uncta oleo, coctamque similam, et collyridas olei admistione conspersas:
12ถ้าเขาถวายเพื่อขอบคุณ ให้ถวายพร้อมกับสัตวบูชาเพื่อขอบคุณนั้นทั้งขนมก้อนไม่ใส่ยีสต์ผสมน้ำมัน แผ่นแป้งบางไม่ใส่ยีสต์ทาน้ำมัน และขนมก้อนที่ผสมน้ำมัน
13panes quoque fermentatos cum hostia gratiarum, quæ immolatur pro pacificis:
13พร้อมกับเครื่องบูชาสันติสุขเพื่อขอบคุณนั้น เขาต้องถวายขนมปังที่ใส่ยีสต์เป็นของถวายด้วย
14ex quibus unus pro primitiis offeretur Domino, et erit sacerdotis qui fundet hostiæ sanguinem,
14จากขนมแต่ละชนิด ให้เขาถวายหนึ่งชิ้นเป็นของถวายที่ยกถวายแด่พระยาห์เวห์ ของชิ้นนั้นจะเป็นของปุโรหิตผู้ประพรมเลือดของเครื่องบูชาสันติสุข
15cujus carnes eadem comedentur die, nec remanebit ex eis quidquam usque mane.
15เนื้อของเครื่องบูชาสันติสุขเพื่อขอบคุณต้องกินในวันที่ถวาย ห้ามเหลือไว้จนถึงเช้า
16Si voto, vel sponte quispiam obtulerit hostiam, eadem similiter edetur die: sed et si quid in crastinum remanserit, vesci licitum est:
16“‘แต่ถ้าสัตวบูชาที่เขาถวายเป็นเครื่องบูชาตามคำปฏิญาณหรือเป็นเครื่องบูชาด้วยใจสมัคร ให้กินในวันที่เขาถวายสัตวบูชานั้น ส่วนที่เหลือกินได้ในวันรุ่งขึ้น
17quidquid autem tertius invenerit dies, ignis absumet.
17แต่เนื้อสัตวบูชาที่เหลือถึงวันที่สามต้องเผาด้วยไฟ
18Si quis de carnibus victimæ pacificorum die tertio comederit, irrita fiet oblatio, nec proderit offerenti: quin potius quæcumque anima tali se edulio contaminaverit, prævaricationis rea erit.
18ถ้ามีใครกินเนื้อของเครื่องบูชาสันติสุขในวันที่สาม เครื่องบูชานั้นจะไม่เป็นที่ยอมรับ และจะไม่นับให้ผู้ถวายว่าได้ถวายเครื่องบูชานั้น มันจะเป็นสิ่งน่ารังเกียจ และผู้ที่กินเนื้อนั้นต้องรับผลแห่งความผิดของตน
19Caro, quæ aliquid tetigerit immundum, non comedetur, sed comburetur igni: qui fuerit mundus, vescetur ex ea.
19“‘เนื้อที่แตะต้องสิ่งใดที่ไม่สะอาดตามพิธี ห้ามกิน ต้องเผาด้วยไฟ ส่วนเนื้ออื่น ๆ ทุกคนที่สะอาดตามพิธีกินได้
20Anima polluta quæ ederit de carnibus hostiæ pacificorum, quæ oblata est Domino, peribit de populis suis.
20แต่ผู้ใดกินเนื้อของเครื่องบูชาสันติสุขซึ่งเป็นของพระยาห์เวห์ทั้งที่ตนอยู่ในภาวะไม่สะอาดตามพิธี ผู้นั้นจะถูกตัดขาดจากชนชาติของตน
21Et quæ tetigerit immunditiam hominis, vel jumenti, sive omnis rei quæ polluere potest, et comederit de hujuscemodi carnibus, interibit de populis suis.
21เมื่อคนใดแตะต้องสิ่งที่ไม่สะอาดตามพิธี ไม่ว่าจะเป็นความไม่สะอาดของคน สัตว์ที่ไม่สะอาดตามพิธี หรือสิ่งน่ารังเกียจที่ไม่สะอาดตามพิธี แล้วมากินเนื้อของเครื่องบูชาสันติสุขซึ่งเป็นของพระยาห์เวห์ ผู้นั้นจะถูกตัดขาดจากชนชาติของตน’”
22Locutusque est Dominus ad Moysen, dicens:
22พระยาห์เวห์กล่าวกับโมเสสว่า
23Loquere filiis Israël: Adipem ovis, et bovis, et capræ non comedetis.
23“จงพูดกับชาวอิสราเอลว่า ‘พวกเจ้าต้องไม่กินไขมันของโค แกะ หรือแพะ
24Adipem cadaveris morticini, et ejus animalis, quod a bestia captum est, habebitis in varios usus.
24ไขมันของสัตว์ที่ตายเองหรือถูกสัตว์อื่นขย้ำตายอาจนำไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่นได้ แต่ห้ามกินโดยเด็ดขาด
25Si quis adipem, qui offerri debet in incensum Domini, comederit, peribit de populo suo.
25เพราะผู้ใดกินไขมันของสัตว์ที่คนนำมาถวายเป็นของถวายที่เผาด้วยไฟแด่พระยาห์เวห์ ผู้นั้นจะถูกตัดขาดจากชนชาติของตน
26Sanguinem quoque omnis animalis non sumetis in cibo, tam de avibus quam de pecoribus.
26ไม่ว่าพวกเจ้าจะอาศัยอยู่ที่ใด พวกเจ้าต้องไม่กินเลือดใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเลือดนกหรือเลือดสัตว์
27Omnis anima, quæ ederit sanguinem, peribit de populis suis.
27ผู้ใดกินเลือด ผู้นั้นจะถูกตัดขาดจากชนชาติของตน’”
28Locutusque est Dominus ad Moysen, dicens:
28พระยาห์เวห์กล่าวกับโมเสสว่า
29Loquere filiis Israël, dicens: Qui offert victimam pacificorum Domino, offerat simul et sacrificium, id est, libamenta ejus.
29“จงพูดกับชาวอิสราเอลว่า ‘ผู้ที่ถวายเครื่องบูชาสันติสุขแด่พระยาห์เวห์ ต้องนำส่วนที่จะถวายแด่พระยาห์เวห์มาจากเครื่องบูชาสันติสุขของตนเอง
30Tenebit manibus adipem hostiæ, et pectusculum: cumque ambo oblata Domino consecraverit, tradet sacerdoti,
30ให้เขานำของถวายที่เผาด้วยไฟแด่พระยาห์เวห์มาด้วยมือของตนเอง โดยนำไขมันมาพร้อมกับเนื้ออก เพื่อโบกเนื้ออกนั้นถวายต่อหน้าพระยาห์เวห์เป็นของถวายที่โบกถวาย
31qui adolebit adipem super altare, pectusculum autem erit Aaron et filiorum ejus.
31ปุโรหิตจะเผาไขมันบนแท่นบูชา ส่วนอกเป็นของอาโรนและบุตรชายของเขา
32Armus quoque dexter de pacificorum hostiis cedet in primitias sacerdotis.
32พวกเจ้าต้องมอบโคนขาขวาจากเครื่องบูชาสันติสุขของพวกเจ้าให้ปุโรหิตเป็นของถวายที่ยกถวาย
33Qui obtulerit sanguinem et adipem filiorum Aaron, ipse habebit et armum dextrum in portione sua.
33บุตรชายของอาโรนผู้ถวายเลือดและไขมันของเครื่องบูชาสันติสุข จะได้โคนขาขวาเป็นส่วนของตน
34Pectusculum enim elevationis, et armum separationis, tuli a filiis Israël de hostiis eorum pacificis, et dedi Aaron sacerdoti, et filiis ejus, lege perpetua, ab omni populo Israël.
34เพราะเราได้นำเนื้ออกที่เป็นของถวายที่โบกถวายและโคนขาที่เป็นของถวายที่ยกถวายจากชาวอิสราเอล จากเครื่องบูชาสันติสุขของพวกเขา แล้วมอบให้อาโรนปุโรหิตกับบุตรชายของเขาเป็นส่วนแบ่งถาวรจากชาวอิสราเอล’”
35Hæc est unctio Aaron et filiorum ejus in cæremoniis Domini die qua obtulit eos Moyses, ut sacerdotio fungerentur,
35นี่คือส่วนที่ถวายแยกไว้สำหรับอาโรนและบุตรชายของเขาจากของถวายที่เผาด้วยไฟแด่พระยาห์เวห์ ตั้งแต่วันที่อาโรนและบุตรชายของเขาถูกนำมาถวายเพื่อรับใช้พระยาห์เวห์ในหน้าที่ปุโรหิต
36et quæ præcepit eis dari Dominus a filiis Israël religione perpetua in generationibus suis.
36พระยาห์เวห์บัญชาให้ชาวอิสราเอลมอบส่วนนี้แก่พวกเขาในวันที่พวกเขาได้รับการเจิม เป็นส่วนแบ่งของพวกเขาตลอดทุกชั่วอายุ
37Ista est lex holocausti, et sacrificii pro peccato atque delicto, et pro consecratione et pacificorum victimis,
37นี่คือกฎเกี่ยวกับเครื่องบูชาเผาทั้งตัว เครื่องบูชาจากธัญพืช เครื่องบูชาบาป เครื่องบูชาชดใช้ความผิด พิธีแต่งตั้งปุโรหิต และเครื่องบูชาสันติสุข
38quam constituit Dominus Moysi in monte Sinai, quando mandabit filiis Israël ut offerrent oblationes suas Domino in deserto Sinai.
38ซึ่งพระยาห์เวห์บัญชาโมเสสบนภูเขาซีนายในวันที่พระยาห์เวห์บัญชาชาวอิสราเอลให้นำของถวายมาแด่พระยาห์เวห์ในถิ่นทุรกันดารซีนาย
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.