Leviticus 13
Clementine Vulgate, 1598Translation
Clementine Vulgate, 1598
Freedom Bible (Thai)
1Locutusque est Dominus ad Moysen, et Aaron, dicens:
1พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า
2Homo, in cujus cute et carne ortus fuerit diversus color, sive pustula, aut quasi lucens quippiam, id est, plaga lepræ, adducetur ad Aaron sacerdotem, vel ad unum quemlibet filiorum ejus.
2“ถ้าผิวหนังตามร่างกายของชายคนใดมีรอยบวม สะเก็ด หรือรอยด่างขาว และรอยนั้นกลายเป็นรอยโรคเรื้อนบนผิวหนัง เขาต้องถูกพาไปหาอาโรนปุโรหิต หรือบุตรชายคนหนึ่งของอาโรนซึ่งเป็นปุโรหิต
3Qui cum viderit lepram in cute, et pilos in album mutatos colorem, ipsamque speciem lepræ humiliorem cute et carne reliqua: plaga lepræ est, et ad arbitrium ejus separabitur.
3ปุโรหิตต้องตรวจรอยโรคบนผิวหนัง ถ้าขนตรงรอยโรคเปลี่ยนเป็นสีขาว และรอยโรคดูเหมือนลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ นั่นคือรอยโรคเรื้อน ปุโรหิตต้องตรวจเขาและประกาศว่าเขาไม่สะอาดตามพิธี
4Sin autem lucens candor fuerit in cute, nec humilior carne reliqua, et pili coloris pristini, recludet eum sacerdos septem diebus:
4แต่ถ้ารอยด่างบนผิวหนังเป็นสีขาว รอยนั้นดูไม่ลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ และขนตรงรอยยังไม่เปลี่ยนเป็นสีขาว ปุโรหิตต้องแยกผู้ที่มีรอยโรคนั้นไว้เจ็ดวัน
5et considerabit die septimo: et si quidem lepra ultra non creverit, nec transierit in cute priores terminos, rursum recludet eum septem diebus aliis.
5ในวันที่เจ็ด ปุโรหิตต้องตรวจเขา ถ้าปุโรหิตเห็นว่ารอยโรคยังคงเดิมและไม่ลุกลามบนผิวหนัง ปุโรหิตต้องแยกเขาไว้อีกเจ็ดวัน
6Et die septimo contemplabitur: si obscurior fuerit lepra, et non creverit in cute, mundabit eum, quia scabies est: lavabitque homo vestimenta sua, et mundus erit.
6ในวันที่เจ็ดครั้งที่สอง ปุโรหิตต้องตรวจเขาอีก ถ้ารอยโรคจางลงและไม่ลุกลามบนผิวหนัง ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาสะอาดตามพิธี รอยนั้นเป็นเพียงสะเก็ด เขาต้องซักเสื้อผ้า แล้วจึงจะสะอาดตามพิธี
7Quod si postquam a sacerdote visus est, et redditus munditiæ, iterum lepra creverit: adducetur ad eum,
7แต่ถ้าสะเก็ดนั้นลุกลามบนผิวหนัง หลังจากเขาไปให้ปุโรหิตตรวจเพื่อการชำระตัวแล้ว เขาต้องไปให้ปุโรหิตตรวจอีกครั้ง
8et immunditiæ condemnabitur.
8ปุโรหิตต้องตรวจเขา ถ้าสะเก็ดลุกลามบนผิวหนัง ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาไม่สะอาดตามพิธี นั่นคือโรคเรื้อน
9Plaga lepræ si fuerit in homine, adducetur ad sacerdotem,
9“ถ้าชายคนหนึ่งมีรอยโรคเรื้อน เขาต้องถูกพาไปหาปุโรหิต
10et videbit eum. Cumque color albus in cute fuerit, et capillorum mutaverit aspectum, ipsa quoque caro viva apparuerit:
10ปุโรหิตต้องตรวจเขา ถ้ามีรอยบวมสีขาวบนผิวหนัง ขนตรงบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีขาว และมีเนื้อสดอยู่ในรอยบวม
11lepra vetustissima judicabitur, atque inolita cuti. Contaminabit itaque eum sacerdos, et non recludet, quia perspicuæ immunditiæ est.
11นั่นคือโรคเรื้อนเรื้อรังบนผิวหนังของเขา ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาไม่สะอาดตามพิธี ไม่ต้องแยกเขาไว้ เพราะเขาไม่สะอาดตามพิธีอยู่แล้ว
12Sin autem effloruerit discurrens lepra in cute, et operuerit omnem cutem a capite usque ad pedes, quidquid sub aspectum oculorum cadit,
12“ถ้าโรคเรื้อนลุกลามไปทั่วผิวหนังและปกคลุมผิวหนังของผู้มีรอยโรคตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เท่าที่ปุโรหิตมองเห็น
13considerabit eum sacerdos, et teneri lepra mundissima judicabit: eo quod omnis in candorem versa sit, et idcirco homo mundus erit.
13ปุโรหิตต้องตรวจเขา ถ้าโรคเรื้อนปกคลุมเนื้อของเขาทั้งหมด ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาสะอาดจากรอยโรคนั้น เพราะทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีขาว เขาจึงสะอาดตามพิธี
14Quando vero caro vivens in eo apparuerit,
14แต่เมื่อใดที่มีเนื้อสดปรากฏขึ้น เขาจะไม่สะอาดตามพิธี
15tunc sacerdotis judicio polluetur, et inter immundos reputabitur: caro enim viva, si lepra aspergitur, immunda est.
15ปุโรหิตต้องตรวจเนื้อสดนั้นและประกาศว่าเขาไม่สะอาดตามพิธี เนื้อสดนั้นไม่สะอาดตามพิธี นั่นคือโรคเรื้อน
16Quod si rursum versa fuerit in alborem, et totum hominem operuerit,
16แต่ถ้าเนื้อสดนั้นกลับเปลี่ยนเป็นสีขาว เขาต้องไปหาปุโรหิต
17considerabit eum sacerdos, et mundum esse decernet.
17ปุโรหิตต้องตรวจเขา ถ้ารอยโรคเปลี่ยนเป็นสีขาว ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาสะอาดจากรอยโรคนั้น เขาสะอาดตามพิธี
18Caro autem et cutis in qua ulcus natum est, et sanatum,
18“ถ้าผิวหนังของคนคนหนึ่งเคยเป็นฝีและฝีนั้นหายแล้ว
19et in loco ulceris cicatrix alba apparuerit, sive subrufa, adducetur homo ad sacerdotem.
19แต่ตรงบริเวณที่เคยเป็นฝีมีรอยบวมสีขาวหรือรอยด่างสีขาวอมแดง เขาต้องนำรอยนั้นไปให้ปุโรหิตตรวจ
20Qui cum viderit locum lepræ humiliorem carne reliqua, et pilos versos in candorem, contaminabit eum: plaga enim lepræ orta est in ulcere.
20ปุโรหิตต้องตรวจ ถ้ารอยนั้นดูเหมือนลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ และขนตรงรอยเปลี่ยนเป็นสีขาว ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาไม่สะอาดตามพิธี นั่นคือรอยโรคเรื้อนที่ปะทุขึ้นตรงบริเวณฝี
21Quod si pilus coloris est pristini, et cicatrix subobscura, et vicina carne non est humilior, recludet eum septem diebus:
21แต่ถ้าปุโรหิตตรวจแล้วพบว่าไม่มีขนสีขาวในรอยนั้น รอยไม่ลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ และสีจางลง ปุโรหิตต้องแยกเขาไว้เจ็ดวัน
22et si quidem creverit, adjudicabit eum lepræ;
22ถ้ารอยนั้นลุกลามบนผิวหนัง ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาไม่สะอาดตามพิธี นั่นคือรอยโรค
23sin autem steterit in loco suo, ulceris est cicatrix, et homo mundus erit.
23แต่ถ้ารอยด่างยังอยู่ที่เดิมและไม่ลุกลาม รอยนั้นเป็นแผลเป็นจากฝี ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาสะอาดตามพิธี
24Caro autem et cutis, quam ignis exusserit, et sanata albam sive rufam habuerit cicatricem,
24“หรือถ้าผิวหนังของคนคนหนึ่งมีแผลไฟไหม้ และเนื้อสดตรงแผลไหม้กลายเป็นรอยด่างสีขาวอมแดงหรือสีขาว
25considerabit eam sacerdos: et ecce versa est in alborem, et locus ejus reliqua cute est humilior, contaminabit eum, quia plaga lepræ in cicatrice orta est.
25ปุโรหิตต้องตรวจ ถ้าขนตรงรอยด่างเปลี่ยนเป็นสีขาว และรอยนั้นดูเหมือนลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ นั่นคือโรคเรื้อนที่ปะทุขึ้นในแผลไหม้ ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาไม่สะอาดตามพิธี นั่นคือรอยโรคเรื้อน
26Quod si pilorum color non fuerit immutatus, nec humilior plaga carne reliqua, et ipsa lepræ species fuerit subobscura, recludet eum septem diebus,
26แต่ถ้าปุโรหิตตรวจแล้วพบว่าไม่มีขนสีขาวในรอยด่าง รอยนั้นไม่ลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ และสีจางลง ปุโรหิตต้องแยกเขาไว้เจ็ดวัน
27et die septimo contemplabitur: si creverit in cute lepra, contaminabit eum.
27ในวันที่เจ็ด ปุโรหิตต้องตรวจเขา ถ้ารอยนั้นลุกลามบนผิวหนัง ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาไม่สะอาดตามพิธี นั่นคือรอยโรคเรื้อน
28Sin autem in loco suo candor steterit non satis clarus, plaga combustionis est, et idcirco mundabitur, quia cicatrix est combusturæ.
28แต่ถ้ารอยด่างยังอยู่ที่เดิม ไม่ลุกลามบนผิวหนัง และสีจางลง นั่นคือรอยบวมจากแผลไหม้ ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาสะอาดตามพิธี เพราะเป็นเพียงแผลเป็นจากแผลไหม้
29Vir, sive mulier, in cujus capite vel barba germinaverit lepra, videbit eos sacerdos.
29“ถ้าชายหรือหญิงมีรอยโรคที่ศีรษะหรือบริเวณเครา
30Et si quidem humilior fuerit locus carne reliqua, et capillus flavus, solitoque subtilior, contaminabit eos, quia lepra capitis ac barbæ est.
30ปุโรหิตต้องตรวจรอยโรคนั้น ถ้ารอยดูเหมือนลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ และมีขนสีเหลืองบางอยู่ในรอย ปุโรหิตต้องประกาศว่าผู้นั้นไม่สะอาดตามพิธี นั่นคือโรคคัน ซึ่งเป็นโรคเรื้อนที่ศีรษะหรือบริเวณเครา
31Sin autem viderit locum maculæ æqualem vicinæ carni, et capillum nigrum: recludet eum septem diebus,
31แต่ถ้าปุโรหิตตรวจรอยโรคคันแล้วเห็นว่ารอยนั้นไม่ลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ และไม่มีขนสีดำอยู่ในรอย ปุโรหิตต้องแยกผู้ที่มีรอยโรคคันนั้นไว้เจ็ดวัน
32et die septimo intuebitur. Si non creverit macula, et capillus sui coloris est, et locus plagæ carni reliquæ æqualis:
32ในวันที่เจ็ด ปุโรหิตต้องตรวจรอยโรค ถ้าโรคคันไม่ลุกลาม ไม่มีขนสีเหลืองอยู่ในรอย และรอยโรคคันดูไม่ลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ
33radetur homo absque loco maculæ, et includetur septem diebus aliis.
33ให้ผู้นั้นโกนผมหรือขนออก แต่ห้ามโกนบริเวณรอยโรคคัน แล้วปุโรหิตต้องแยกผู้ที่มีรอยโรคคันนั้นไว้อีกเจ็ดวัน
34Si die septimo visa fuerit stetisse plaga in loco suo, nec humilior carne reliqua, mundabit eum: lotisque vestibus suis, mundus erit.
34ในวันที่เจ็ด ปุโรหิตต้องตรวจรอยโรคคัน ถ้ารอยนั้นไม่ลุกลามบนผิวหนังและดูไม่ลึกกว่าผิวหนังโดยรอบ ปุโรหิตต้องประกาศว่าผู้นั้นสะอาดตามพิธี ผู้นั้นต้องซักเสื้อผ้า แล้วจึงจะสะอาดตามพิธี
35Sin autem post emundationem rursus creverit macula in cute,
35แต่ถ้าโรคคันลุกลามบนผิวหนังหลังจากผู้นั้นได้รับการประกาศว่าสะอาดตามพิธีแล้ว
36non quæret amplius utrum capillus in flavum colorem sit immutatus, quia aperte immundus est.
36ปุโรหิตต้องตรวจเขา ถ้าโรคคันลุกลามบนผิวหนัง ปุโรหิตไม่ต้องตรวจหาขนสีเหลืองอีก ผู้นั้นไม่สะอาดตามพิธี
37Porro si steterit macula, et capilli nigri fuerint, noverit hominem sanatum esse, et confidenter eum pronuntiet mundum.
37แต่ถ้าปุโรหิตเห็นว่าโรคคันหยุดลุกลามและมีขนสีดำงอกขึ้นในรอย แสดงว่าโรคคันหายแล้ว ผู้นั้นสะอาดตามพิธี ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาสะอาดตามพิธี
38Vir, sive mulier, in cujus cute candor apparuerit,
38“ถ้าชายหรือหญิงมีรอยด่างบนผิวหนังตามร่างกาย เป็นรอยด่างสีขาว
39intuebitur eos sacerdos. Si deprehenderit subobscurum alborem lucere in cute, sciat non esse lepram, sed maculam coloris candidi, et hominem mundum.
39ปุโรหิตต้องตรวจ ถ้ารอยด่างบนผิวหนังเป็นสีขาวหม่น นั่นเป็นผื่นที่ไม่เป็นอันตรายซึ่งเกิดขึ้นบนผิวหนัง ผู้นั้นสะอาดตามพิธี
40Vir, de cujus capite capilli fluunt, calvus et mundus est:
40“ถ้าผมของชายคนหนึ่งร่วงจากศีรษะ เขาเป็นคนศีรษะล้าน แต่ยังสะอาดตามพิธี
41et si a fronte ceciderint pili, recalvaster et mundus est.
41ถ้าผมร่วงจากด้านหน้าของศีรษะ เขามีหน้าผากล้าน แต่ยังสะอาดตามพิธี
42Sin autem in calvitio sive in recalvatione albus vel rufus color fuerit exortus,
42แต่ถ้ามีรอยโรคสีขาวอมแดงบนบริเวณศีรษะล้านหรือหน้าผากล้าน นั่นคือโรคเรื้อนที่ปะทุขึ้นบนบริเวณนั้น
43et hoc sacerdos viderit, condemnabit eum haud dubiæ lepræ, quæ orta est in calvitio.
43ปุโรหิตต้องตรวจเขา ถ้าปุโรหิตเห็นว่ารอยบวมของรอยโรคนั้นมีสีขาวอมแดงบนบริเวณศีรษะล้านหรือหน้าผากล้าน คล้ายรอยโรคเรื้อนบนผิวหนังตามร่างกาย
44Quicumque ergo maculatus fuerit lepra, et separatus est ad arbitrium sacerdotis,
44ชายคนนั้นเป็นโรคเรื้อนและไม่สะอาดตามพิธี ปุโรหิตต้องประกาศว่าเขาไม่สะอาดตามพิธีอย่างแน่นอน เพราะรอยโรคอยู่ที่ศีรษะ
45habebit vestimenta dissuta, caput nudum, os veste contectum, contaminatum ac sordidum se clamabit.
45“ผู้ที่เป็นโรคเรื้อนและมีรอยโรคนั้นต้องสวมเสื้อผ้าที่ฉีกขาด ปล่อยผมบนศีรษะให้ยุ่ง ปิดริมฝีปากบน และร้องว่า ‘ไม่สะอาดตามพิธี! ไม่สะอาดตามพิธี!’
46Omni tempore quo leprosus est et immundus, solus habitabit extra castra.
46ตลอดเวลาที่เขายังมีรอยโรค เขาจะไม่สะอาดตามพิธี เขาไม่สะอาดตามพิธี ต้องอยู่ตามลำพัง และที่พักของเขาต้องอยู่นอกค่าย
47Vestis lanea sive linea, quæ lepram habuerit,
47“ส่วนเสื้อผ้าที่มีรอยโรคคล้ายโรคเรื้อน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าขนแกะหรือผ้าลินิน
48in stamine atque subtegmine, aut certe pellis, vel quidquid ex pelle confectum est,
48ไม่ว่าจะเกิดที่ด้ายยืนหรือด้ายพุ่ง ของผ้าลินินหรือขนแกะ หรือเกิดที่หนังหรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากหนัง
49si alba vel rufa macula fuerit infecta, lepra reputabitur, ostendeturque sacerdoti:
49ถ้ารอยโรคมีสีเขียวหรือสีแดงบนเสื้อผ้า หนัง ด้ายยืน ด้ายพุ่ง หรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากหนัง นั่นเป็นรอยโรคคล้ายโรคเรื้อน และต้องนำไปให้ปุโรหิตตรวจ
50qui consideratam recludet septem diebus:
50ปุโรหิตต้องตรวจรอยโรคและแยกสิ่งที่มีรอยโรคนั้นไว้เจ็ดวัน
51et die septimo rursus aspiciens, si deprehenderit crevisse, lepra perseverans est: pollutum judicabit vestimentum, et omne in quo fuerit inventa:
51ในวันที่เจ็ด ปุโรหิตต้องตรวจรอยโรค ถ้ารอยลุกลามในเสื้อผ้า ด้ายยืน ด้ายพุ่ง หนัง หรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากหนังไม่ว่าจะใช้ทำอะไร รอยนั้นเป็นราที่กัดกิน สิ่งนั้นไม่สะอาดตามพิธี
52et idcirco comburetur flammis.
52เขาต้องเผาเสื้อผ้า ด้ายยืนหรือด้ายพุ่งที่เป็นขนแกะหรือผ้าลินิน หรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากหนังซึ่งมีรอยโรคนั้น เพราะเป็นราที่กัดกิน ต้องเผาสิ่งนั้นด้วยไฟ
53Quod si eam viderit non crevisse,
53“แต่ถ้าปุโรหิตตรวจแล้วเห็นว่ารอยโรคไม่ลุกลามในเสื้อผ้า ด้ายยืน ด้ายพุ่ง หรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากหนัง
54præcipiet, et lavabunt id in quo lepra est, recludetque illud septem diebus aliis.
54ปุโรหิตต้องสั่งให้ซักสิ่งที่มีรอยโรคนั้น แล้วแยกไว้อีกเจ็ดวัน
55Et cum viderit faciem quidem pristinam non reversam, nec tamen crevisse lepram, immundum judicabit, et igne comburet, eo quod infusa sit in superficie vestimenti, vel per totum, lepra.
55หลังจากซักแล้ว ปุโรหิตต้องตรวจรอยโรค ถ้าสีของรอยไม่เปลี่ยนและรอยไม่ลุกลาม สิ่งนั้นก็ยังไม่สะอาดตามพิธี ต้องเผาด้วยไฟ เพราะเป็นราที่กัดกินเนื้อวัสดุ ไม่ว่าจะอยู่ด้านในหรือด้านนอก
56Sin autem obscurior fuerit locus lepræ, postquam vestis est lota, abrumpet eum, et a solido dividet.
56แต่ถ้าปุโรหิตตรวจแล้วเห็นว่ารอยโรคจางลงหลังจากซัก เขาต้องฉีกส่วนที่มีรอยนั้นออกจากเสื้อผ้า หนัง ด้ายยืน หรือด้ายพุ่ง
57Quod si ultra apparuerit in his locis, quæ prius immaculata erant, lepra volatilis et vaga, debet igne comburi.
57ถ้ารอยนั้นปรากฏขึ้นอีกในเสื้อผ้า ด้ายยืน ด้ายพุ่ง หรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากหนัง แสดงว่ารอยกำลังลุกลาม พวกเจ้าต้องเผาสิ่งที่มีรอยนั้นด้วยไฟ
58Si cessaverit, lavabit aqua ea, quæ pura sunt, secundo, et munda erunt.
58ส่วนเสื้อผ้า ด้ายยืน ด้ายพุ่ง หรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากหนังซึ่งพวกเจ้าซักแล้ว ถ้ารอยโรคหายไปจากสิ่งนั้น ต้องซักอีกเป็นครั้งที่สอง แล้วสิ่งนั้นจะสะอาดตามพิธี”
59Ista est lex lepræ vestimenti lanei et linei, staminis, atque subtegminis, omnisque supellectilis pelliceæ, quomodo mundari debeat, vel contaminari.
59นี่คือกฎเรื่องรอยราในเสื้อผ้าขนแกะหรือผ้าลินิน ไม่ว่าจะอยู่ที่ด้ายยืน ด้ายพุ่ง หรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากหนัง เพื่อประกาศว่าสิ่งนั้นสะอาดตามพิธีหรือไม่สะอาดตามพิธี
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.