إِنْجِيلُ لُوقَا 6
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَفِي ٱلسَّبْتِ ٱلثَّانِي بَعْدَ ٱلْأَوَّلِ ٱجْتَازَ بَيْنَ ٱلزُّرُوعِ. وَكَانَ تَلَامِيذُهُ يَقْطِفُونَ ٱلسَّنَابِلَ وَيَأْكُلُونَ وَهُمْ يَفْرُكُونَهَا بِأَيْدِيهِمْ.
1ในวันสะบาโตที่สองหลังจากวันแรก พระองค์กำลังเดินผ่านทุ่งนา สาวกของพระองค์เด็ดรวงข้าว ขยี้ด้วยมือ แล้วกิน
2فَقَالَ لَهُمْ قَوْمٌ مِنَ ٱلْفَرِّيسِيِّينَ: «لِمَاذَا تَفْعَلُونَ مَا لَا يَحِلُّ فِعْلُهُ فِي ٱلسُّبُوتِ؟».
2แต่ฟาริสีบางคนกล่าวกับพวกเขาว่า “ทำไมพวกคุณจึงทำสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำในวันสะบาโต?”
3فَأَجَابَ يَسُوعُ وَقَالَ لَهُمْ: «أَمَا قَرَأْتُمْ وَلَا هَذَا ٱلَّذِي فَعَلَهُ دَاوُدُ، حِينَ جَاعَ هُوَ وَٱلَّذِينَ كَانُوا مَعَهُ؟
3พระเยซูตอบพวกเขาว่า “พวกคุณไม่เคยอ่านหรือว่า ดาวิดทำอะไรเมื่อเขากับคนที่อยู่ด้วยหิว
4كَيْفَ دَخَلَ بَيْتَ ٱللهِ وَأَخَذَ خُبْزَ ٱلتَّقْدِمَةِ وَأَكَلَ، وَأَعْطَى ٱلَّذِينَ مَعَهُ أَيْضًا، ٱلَّذِي لَا يَحِلُّ أَكْلُهُ إِلَّا لِلْكَهَنَةِ فَقَطْ».
4คือเขาเข้าไปในพระนิเวศของพระเจ้า เอาขนมปังถวายมากิน และยังให้แก่คนที่อยู่กับเขา ทั้งที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้กินนอกจากพวกปุโรหิตเท่านั้น?”
5وَقَالَ لَهُمْ: «إِنَّ ٱبْنَ ٱلْإِنْسَانِ هُوَ رَبُّ ٱلسَّبْتِ أَيْضًا».
5พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า “บุตรมนุษย์เป็นเจ้าเหนือวันสะบาโต”
6وَفِي سَبْتٍ آخَرَ دَخَلَ ٱلْمَجْمَعَ وَصَارَ يُعَلِّمُ. وَكَانَ هُنَاكَ رَجُلٌ يَدُهُ ٱلْيُمْنَى يَابِسَةٌ،
6ในวันสะบาโตอีกวันหนึ่ง พระองค์เข้าไปในธรรมศาลาและสอน มีชายคนหนึ่งอยู่ที่นั่น มือขวาของเขาลีบ
7وَكَانَ ٱلْكَتَبَةُ وَٱلْفَرِّيسِيُّونَ يُرَاقِبُونَهُ هَلْ يَشْفِي فِي ٱلسَّبْتِ، لِكَيْ يَجِدُوا عَلَيْهِ شِكَايَةً.
7พวกอาลักษณ์และพวกฟาริสีคอยจับตาดูว่า พระองค์จะรักษาในวันสะบาโตหรือไม่ เพื่อพวกเขาจะหาข้อกล่าวหาต่อพระองค์ได้
8أَمَّا هُوَ فَعَلِمَ أَفْكَارَهُمْ، وَقَالَ لِلرَّجُلِ ٱلَّذِي يَدُهُ يَابِسَةٌ: «قُمْ وَقِفْ فِي ٱلْوَسْطِ». فَقَامَ وَوَقَفَ.
8แต่พระองค์รู้ความคิดของพวกเขา จึงกล่าวกับชายมือลีบว่า “จงลุกขึ้น และมายืนตรงกลาง” เขาก็ลุกขึ้นยืน
9ثُمَّ قَالَ لَهُمْ يَسُوعُ: «أَسْأَلُكُمْ شَيْئًا: هَلْ يَحِلُّ فِي ٱلسَّبْتِ فِعْلُ ٱلْخَيْرِ أَوْ فِعْلُ ٱلشَّرِّ؟ تَخْلِيصُ نَفْسٍ أَوْ إِهْلَاكُهَا؟».
9แล้วพระเยซูกล่าวกับพวกเขาว่า “เราขอถามพวกคุณอย่างหนึ่ง ในวันสะบาโต สิ่งใดได้รับอนุญาต ให้ทำดีหรือทำร้าย? ให้ช่วยชีวิตหรือฆ่า?”
10ثُمَّ نَظَرَ حَوْلَهُ إِلَى جَمِيعِهِمْ وَقَالَ لِلرَّجُلِ: «مُدَّ يَدَكَ». فَفَعَلَ هَكَذَا. فَعَادَتْ يَدُهُ صَحِيحَةً كَٱلْأُخْرَى.
10พระองค์มองดูพวกเขาทุกคนโดยรอบ แล้วกล่าวกับชายคนนั้นว่า “จงเหยียดมือออก” เขาก็ทำ และมือของเขาก็กลับเป็นปกติเหมือนอีกข้าง
11فَٱمْتَلَأُوا حُمْقًا وَصَارُوا يَتَكَالَمُونَ فِيمَا بَيْنَهُمْ مَاذَا يَفْعَلُونَ بِيَسُوعَ.
11แต่พวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธคลั่ง และปรึกษากันว่าจะทำอะไรกับพระเยซู
12وَفِي تِلْكَ ٱلْأَيَّامِ خَرَجَ إِلَى ٱلْجَبَلِ لِيُصَلِّيَ. وَقَضَى ٱللَّيْلَ كُلَّهُ فِي ٱلصَّلَاةِ لِلهِ.
12ในช่วงวันเหล่านั้น พระองค์ขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐาน และอธิษฐานต่อพระเจ้าตลอดทั้งคืน
13وَلَمَّا كَانَ ٱلنَّهَارُ دَعَا تَلَامِيذَهُ، وَٱخْتَارَ مِنْهُمُ ٱثْنَيْ عَشَرَ، ٱلَّذِينَ سَمَّاهُمْ أَيْضًا «رُسُلًا»:
13เมื่อถึงรุ่งเช้า พระองค์เรียกสาวกมา และเลือกสิบสองคนจากพวกเขา ซึ่งพระองค์เรียกว่าอัครทูตด้วย ได้แก่
14سِمْعَانَ ٱلَّذِي سَمَّاهُ أَيْضًا بُطْرُسَ وَأَنْدَرَاوُسَ أَخَاهُ. يَعْقُوبَ وَيُوحَنَّا. فِيلُبُّسَ وَبَرْثُولَمَاوُسَ.
14ซีโมน ซึ่งพระองค์ตั้งชื่อให้ว่าเปโตร อันดรูว์น้องชายของเขา ยากอบ ยอห์น ฟีลิป บารโธโลมิว
15مَتَّى وَتُومَا. يَعْقُوبَ بْنَ حَلْفَى وَسِمْعَانَ ٱلَّذِي يُدْعَى ٱلْغَيُورَ.
15มัทธิว โธมัส ยากอบบุตรของอัลเฟอัส ซีโมนที่เรียกว่าเซโลเต
16يَهُوذَا أَخَا يَعْقُوبَ، وَيَهُوذَا ٱلْإِسْخَرْيُوطِيَّ ٱلَّذِي صَارَ مُسَلِّمًا أَيْضًا.
16ยูดาสบุตรของยากอบ และยูดาสอิสคาริโอท ผู้ซึ่งต่อมาเป็นผู้ทรยศ
17وَنَزَلَ مَعَهُمْ وَوَقَفَ فِي مَوْضِعٍ سَهْلٍ، هُوَ وَجَمْعٌ مِنْ تَلَامِيذِهِ، وَجُمْهُورٌ كَثِيرٌ مِنَ ٱلشَّعْبِ، مِنْ جَمِيعِ ٱلْيَهُودِيَّةِ وَأُورُشَلِيمَ وَسَاحِلِ صُورَ وَصَيْدَاءَ، ٱلَّذِينَ جَاءُوا لِيَسْمَعُوهُ وَيُشْفَوْا مِنْ أَمْرَاضِهِمْ،
17พระองค์ลงมากับพวกเขา และยืนอยู่บนที่ราบ มีสาวกของพระองค์กลุ่มใหญ่ และประชาชนจำนวนมากจากทั่วแคว้นยูเดีย จากเยรูซาเล็ม และจากชายฝั่งเมืองไทระกับไซดอน พวกเขามาเพื่อฟังพระองค์ และให้พระองค์รักษาโรคของพวกเขา
18وَٱلْمُعَذَّبُونَ مِنْ أَرْوَاحٍ نَجِسَةٍ. وَكَانُوا يَبْرَأُونَ.
18รวมทั้งคนที่ถูกวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์รบกวน และพวกเขาก็ได้รับการรักษา
19وَكُلُّ ٱلْجَمْعِ طَلَبُوا أَنْ يَلْمِسُوهُ، لِأَنَّ قُوَّةً كَانَتْ تَخْرُجُ مِنْهُ وَتَشْفِي ٱلْجَمِيعَ.
19ฝูงชนทั้งหมดพยายามแตะพระองค์ เพราะมีพลังออกจากพระองค์ และรักษาพวกเขาทุกคน
20وَرَفَعَ عَيْنَيْهِ إِلَى تَلَامِيذِهِ وَقَالَ: «طُوبَاكُمْ أَيُّهَا ٱلْمَسَاكِينُ، لِأَنَّ لَكُمْ مَلَكُوتَ ٱللهِ.
20พระองค์เงยหน้ามองสาวกของพระองค์ และกล่าวว่า “พวกคุณผู้ยากจนเป็นสุข เพราะอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของพวกคุณ
21طُوبَاكُمْ أَيُّهَا ٱلْجِيَاعُ ٱلْآنَ، لِأَنَّكُمْ تُشْبَعُونَ. طُوبَاكُمْ أَيُّهَا ٱلْبَاكُونَ ٱلْآنَ، لِأَنَّكُمْ سَتَضْحَكُونَ.
21พวกคุณที่หิวอยู่ตอนนี้เป็นสุข เพราะพวกคุณจะได้อิ่ม พวกคุณที่ร้องไห้อยู่ตอนนี้เป็นสุข เพราะพวกคุณจะได้หัวเราะ
22طُوبَاكُمْ إِذَا أَبْغَضَكُمُ ٱلنَّاسُ، وَإِذَا أَفْرَزُوكُمْ وَعَيَّرُوكُمْ، وَأَخْرَجُوا ٱسْمَكُمْ كَشِرِّيرٍ مِنْ أَجْلِ ٱبْنِ ٱلْإِنْسَانِ.
22พวกคุณเป็นสุข เมื่อผู้คนเกลียดชังพวกคุณ ขับไล่พวกคุณ เยาะเย้ยพวกคุณ และประณามชื่อเสียงของพวกคุณว่าเลวร้าย เพราะเห็นแก่บุตรมนุษย์
23اِفْرَحُوا فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ وَتَهَلَّلُوا، فَهُوَذَا أَجْرُكُمْ عَظِيمٌ فِي ٱلسَّمَاءِ. لِأَنَّ آبَاءَهُمْ هَكَذَا كَانُوا يَفْعَلُونَ بِٱلْأَنْبِيَاءِ.
23ในวันนั้น จงชื่นชมยินดีและกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี เพราะรางวัลของพวกคุณในสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่ เพราะบรรพบุรุษของพวกเขาก็ทำเช่นเดียวกันกับพวกผู้เผยพระวจนะ
24وَلَكِنْ وَيْلٌ لَكُمْ أَيُّهَا ٱلْأَغْنِيَاءُ، لِأَنَّكُمْ قَدْ نِلْتُمْ عَزَاءَكُمْ.
24“แต่วิบัติแก่พวกคุณที่ร่ำรวย! เพราะพวกคุณได้รับการปลอบโยนของตนแล้ว
25وَيْلٌ لَكُمْ أَيُّهَا ٱلشَّبَاعَى، لِأَنَّكُمْ سَتَجُوعُونَ. وَيْلٌ لَكُمْ أَيُّهَا ٱلضَّاحِكُونَ ٱلْآنَ، لِأَنَّكُمْ سَتَحْزَنُونَ وَتَبْكُونَ.
25วิบัติแก่พวกคุณที่อิ่มอยู่ตอนนี้ เพราะพวกคุณจะหิว วิบัติแก่พวกคุณที่หัวเราะอยู่ตอนนี้ เพราะพวกคุณจะโศกเศร้าและร้องไห้
26وَيْلٌ لَكُمْ إِذَا قَالَ فِيكُمْ جَمِيعُ ٱلنَّاسِ حَسَنًا. لِأَنَّهُ هَكَذَا كَانَ آبَاؤُهُمْ يَفْعَلُونَ بِٱلْأَنْبِيَاءِ ٱلْكَذَبَةِ.
26วิบัติ เมื่อ ผู้คนกล่าวชมเชยพวกคุณ เพราะบรรพบุรุษของพวกเขาก็ทำเช่นเดียวกันกับพวกผู้เผยพระวจนะเท็จ
27«لَكِنِّي أَقُولُ لَكُمْ أَيُّهَا ٱلسَّامِعُونَ: أَحِبُّوا أَعْدَاءَكُمْ، أَحْسِنُوا إِلَى مُبْغِضِيكُمْ،
27“แต่เราบอกพวกคุณที่ฟังอยู่ จงรักศัตรูของพวกคุณ จงทำดีต่อคนที่เกลียดชังพวกคุณ
28بَارِكُوا لَاعِنِيكُمْ، وَصَلُّوا لِأَجْلِ ٱلَّذِينَ يُسِيئُونَ إِلَيْكُمْ.
28จงอวยพรคนที่สาปแช่งพวกคุณ และอธิษฐานเผื่อคนที่ทำร้ายพวกคุณ
29مَنْ ضَرَبَكَ عَلَى خَدِّكَ فَٱعْرِضْ لَهُ ٱلْآخَرَ أَيْضًا، وَمَنْ أَخَذَ رِدَاءَكَ فَلَا تَمْنَعْهُ ثَوْبَكَ أَيْضًا.
29ถ้าใครตบแก้มข้างหนึ่งของท่าน จงหันอีกข้างให้เขาด้วย และถ้าใครเอาเสื้อคลุมของท่านไป ก็อย่าห้ามเขาเอาเสื้อชั้นในไปด้วย
30وَكُلُّ مَنْ سَأَلَكَ فَأَعْطِهِ، وَمَنْ أَخَذَ ٱلَّذِي لَكَ فَلَا تُطَالِبْهُ.
30จงให้แก่ทุกคนที่ขอจากท่าน และถ้าใครเอาสิ่งของของท่านไป ก็อย่าเรียกคืน
31وَكَمَا تُرِيدُونَ أَنْ يَفْعَلَ ٱلنَّاسُ بِكُمُ ٱفْعَلُوا أَنْتُمْ أَيْضًا بِهِمْ هَكَذَا.
31“พวกคุณอยากให้คนอื่นทำต่อพวกคุณอย่างไร ก็จงทำต่อพวกเขาอย่างนั้น
32وَإِنْ أَحْبَبْتُمُ ٱلَّذِينَ يُحِبُّونَكُمْ، فَأَيُّ فَضْلٍ لَكُمْ؟ فَإِنَّ ٱلْخُطَاةَ أَيْضًا يُحِبُّونَ ٱلَّذِينَ يُحِبُّونَهُمْ.
32“ถ้าพวกคุณรักเฉพาะคนที่รักพวกคุณ จะมีอะไรน่ายกย่อง? เพราะแม้แต่คนบาปก็รักคนที่รักพวกเขา
33وَإِذَا أَحْسَنْتُمْ إِلَى ٱلَّذِينَ يُحْسِنُونَ إِلَيْكُمْ، فَأَيُّ فَضْلٍ لَكُمْ؟ فَإِنَّ ٱلْخُطَاةَ أَيْضًا يَفْعَلُونَ هَكَذَا.
33ถ้าพวกคุณทำดีเฉพาะต่อคนที่ทำดีต่อพวกคุณ จะมีอะไรน่ายกย่อง? เพราะแม้แต่คนบาปก็ทำอย่างเดียวกัน
34وَإِنْ أَقْرَضْتُمُ ٱلَّذِينَ تَرْجُونَ أَنْ تَسْتَرِدُّوا مِنْهُمْ، فَأَيُّ فَضْلٍ لَكُمْ؟ فَإِنَّ ٱلْخُطَاةَ أَيْضًا يُقْرِضُونَ ٱلْخُطَاةَ لِكَيْ يَسْتَرِدُّوا مِنْهُمُ ٱلْمِثْلَ.
34ถ้าพวกคุณให้ยืมเฉพาะแก่คนที่พวกคุณหวังว่าจะได้คืน จะมีอะไรน่ายกย่อง? แม้แต่คนบาปก็ให้คนบาปยืม เพื่อจะได้คืนเท่าเดิม
35بَلْ أَحِبُّوا أَعْدَاءَكُمْ، وَأَحْسِنُوا وَأَقْرِضُوا وَأَنْتُمْ لَا تَرْجُونَ شَيْئًا، فَيَكُونَ أَجْرُكُمْ عَظِيمًا وَتَكُونُوا بَنِي ٱلْعَلِيِّ، فَإِنَّهُ مُنْعِمٌ عَلَى غَيْرِ ٱلشَّاكِرِينَ وَٱلْأَشْرَارِ.
35แต่จงรักศัตรูของพวกคุณ จงทำดี และจงให้ยืมโดยไม่หวังสิ่งใดคืน แล้วรางวัลของพวกคุณจะยิ่งใหญ่ และพวกคุณจะเป็นบุตรขององค์ผู้สูงสุด เพราะพระองค์มีความกรุณาต่อคนอกตัญญูและคนชั่ว
36فَكُونُوا رُحَمَاءَ كَمَا أَنَّ أَبَاكُمْ أَيْضًا رَحِيمٌ.
36“ดังนั้น จงมีเมตตา เหมือนอย่างที่พระบิดาของพวกคุณมีเมตตา
37«وَلَا تَدِينُوا فَلَا تُدَانُوا. لَا تَقْضُوا عَلَى أَحَدٍ فَلَا يُقْضَى عَلَيْكُمْ. اِغْفِرُوا يُغْفَرْ لَكُمْ.
37อย่าพิพากษา แล้วพวกคุณจะไม่ถูกพิพากษา อย่าตัดสินลงโทษ แล้วพวกคุณจะไม่ถูกตัดสินลงโทษ จงปล่อยให้เป็นอิสระ แล้วพวกคุณจะได้รับการปล่อยให้เป็นอิสระ
38أَعْطُوا تُعْطَوْا، كَيْلًا جَيِّدًا مُلَبَّدًا مَهْزُوزًا فَائِضًا يُعْطُونَ فِي أَحْضَانِكُمْ. لِأَنَّهُ بِنَفْسِ ٱلْكَيْلِ ٱلَّذِي بِهِ تَكِيلُونَ يُكَالُ لَكُمْ».
38“จงให้ แล้วพวกคุณจะได้รับเต็มมาตรา ทั้งกดลง เขย่าให้แน่น และตวงจนล้น เพราะพวกคุณใช้มาตราใดตวง ก็จะใช้มาตรานั้นตวงคืนให้พวกคุณ”
39وَضَرَبَ لَهُمْ مَثَلًا: «هَلْ يَقْدِرُ أَعْمَى أَنْ يَقُودَ أَعْمَى؟ أَمَا يَسْقُطُ ٱلِٱثْنَانِ فِي حُفْرَةٍ؟
39พระองค์กล่าวอุปมาแก่พวกเขาว่า “คนตาบอดจะนำทางคนตาบอดได้หรือ? ทั้งคู่จะไม่ตกลงในหลุมหรือ?
40لَيْسَ ٱلتِّلْمِيذُ أَفْضَلَ مِنْ مُعَلِّمِهِ، بَلْ كُلُّ مَنْ صَارَ كَامِلًا يَكُونُ مِثْلَ مُعَلِّمِهِ.
40สาวกไม่อยู่เหนืออาจารย์ แต่เมื่อทุกคนได้รับการฝึกอย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะเป็นเหมือนอาจารย์ของตน
41لِمَاذَا تَنْظُرُ ٱلْقَذَى ٱلَّذِي فِي عَيْنِ أَخِيكَ، وَأَمَّا ٱلْخَشَبَةُ ٱلَّتِي فِي عَيْنِكَ فَلَا تَفْطَنُ لَهَا؟
41ทำไมท่านมองเห็นเศษฟางในตาของพี่น้องของท่าน แต่กลับไม่สังเกตคานที่อยู่ในตาของตนเอง?
42أَوْ كَيْفَ تَقْدِرُ أَنْ تَقُولَ لِأَخِيكَ: يَا أَخِي، دَعْنِي أُخْرِجِ ٱلْقَذَى ٱلَّذِي فِي عَيْنِكَ، وَأَنْتَ لَا تَنْظُرُ ٱلْخَشَبَةَ ٱلَّتِي فِي عَيْنِكَ؟ يَا مُرَائِي! أَخْرِجْ أَوَّلًا ٱلْخَشَبَةَ مِنْ عَيْنِكَ، وَحِينَئِذٍ تُبْصِرُ جَيِّدًا أَنْ تُخْرِجَ ٱلْقَذَى ٱلَّذِي فِي عَيْنِ أَخِيكَ.
42หรือท่านจะพูดกับพี่น้องของท่านได้อย่างไรว่า ‘พี่น้องเอ๋ย ให้ฉันเขี่ยเศษฟางออกจากตาของท่านเถิด’ ทั้งที่ท่านเองไม่เห็นคานในตาของตน? คนหน้าซื่อใจคด! จงเอาคานออกจากตาของตนเองก่อน แล้วท่านจะมองเห็นชัดพอที่จะเขี่ยเศษฟางออกจากตาของพี่น้องได้
43«لِأَنَّهُ مَا مِنْ شَجَرَةٍ جَيِّدَةٍ تُثْمِرُ ثَمَرًا رَدِيًّا، وَلَا شَجَرَةٍ رَدِيَّةٍ تُثْمِرُ ثَمَرًا جَيِّدًا.
43“เพราะต้นไม้ดีย่อมไม่ออกผลเลว และต้นไม้เลวก็ย่อมไม่ออกผลดี
44لِأَنَّ كُلَّ شَجَرَةٍ تُعْرَفُ مِنْ ثَمَرِهَا. فَإِنَّهُمْ لَا يَجْتَنُونَ مِنَ ٱلشَّوْكِ تِينًا، وَلَا يَقْطِفُونَ مِنَ ٱلْعُلَّيْقِ عِنَبًا.
44ต้นไม้แต่ละต้นรู้จักได้จากผลของมัน เพราะคนไม่เก็บผลมะเดื่อจากต้นหนาม และไม่เก็บองุ่นจากพุ่มหนาม
45اَلْإِنْسَانُ ٱلصَّالِحُ مِنْ كَنْزِ قَلْبِهِ ٱلصَّالِحِ يُخْرِجُ ٱلصَّلَاحَ، وَٱلْإِنْسَانُ ٱلشِّرِّيرُ مِنْ كَنْزِ قَلْبِهِ ٱلشِّرِّيرِ يُخْرِجُ ٱلشَّرَّ. فَإِنَّهُ مِنْ فَضْلَةِ ٱلْقَلْبِ يَتَكَلَّمُ فَمُهُ.
45คนดีนำสิ่งดีออกมาจากขุมทรัพย์ดีในใจ ส่วนคนชั่วนำสิ่งชั่วออกมาจากขุมทรัพย์ชั่วในใจ เพราะปากพูดออกมาจากสิ่งที่เต็มล้นอยู่ในใจ
46«وَلِمَاذَا تَدْعُونَنِي: يَارَبُّ، يَارَبُّ، وَأَنْتُمْ لَا تَفْعَلُونَ مَا أَقُولُهُ؟
46“ทำไมพวกคุณจึงเรียกเราว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า’ แต่ไม่ทำตามสิ่งที่เราบอก?
47كُلُّ مَنْ يَأْتِي إِلَيَّ وَيَسْمَعُ كَلَامِي وَيَعْمَلُ بِهِ أُرِيكُمْ مَنْ يُشْبِهُ.
47ทุกคนที่มาหาเรา ฟังคำของเรา และทำตาม เราจะบอกให้พวกคุณรู้ว่าเขาเหมือนใคร
48يُشْبِهُ إِنْسَانًا بَنَى بَيْتًا، وَحَفَرَ وَعَمَّقَ وَوَضَعَ ٱلْأَسَاسَ عَلَى ٱلصَّخْرِ. فَلَمَّا حَدَثَ سَيْلٌ صَدَمَ ٱلنَّهْرُ ذَلِكَ ٱلْبَيْتَ، فَلَمْ يَقْدِرْ أَنْ يُزَعْزِعَهُ، لِأَنَّهُ كَانَ مُؤَسَّسًا عَلَى ٱلصَّخْرِ.
48เขาเหมือนคนสร้างบ้าน ซึ่งขุดลึกลงไป แล้ววางรากฐานบนศิลา เมื่อเกิดน้ำท่วม กระแสน้ำก็ซัดกระแทกบ้านนั้น แต่ทำให้บ้านสั่นคลอนไม่ได้ เพราะบ้านนั้นตั้งอยู่บนศิลา
49وَأَمَّا ٱلَّذِي يَسْمَعُ وَلَا يَعْمَلُ، فَيُشْبِهُ إِنْسَانًا بَنَى بَيْتَهُ عَلَى ٱلْأَرْضِ مِنْ دُونِ أَسَاسٍ، فَصَدَمَهُ ٱلنَّهْرُ فَسَقَطَ حَالًا، وَكَانَ خَرَابُ ذَلِكَ ٱلْبَيْتِ عَظِيمًا!».
49แต่คนที่ฟังแล้วไม่ทำตาม ก็เหมือนคนที่สร้างบ้านบนพื้นดินโดยไม่มีรากฐาน เมื่อกระแสน้ำซัดกระแทก บ้านนั้นก็พังลงทันที และบ้านนั้นก็พังเสียหายอย่างย่อยยับ”
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.