إِنْجِيلُ لُوقَا 7
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَلَمَّا أَكْمَلَ أَقْوَالَهُ كُلَّهَا فِي مَسَامِعِ ٱلشَّعْبِ دَخَلَ كَفْرَنَاحُومَ.
1เมื่อพระองค์กล่าวเรื่องทั้งหมดให้ประชาชนฟังจบแล้ว ก็เข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม
2وَكَانَ عَبْدٌ لِقَائِدِ مِئَةٍ، مَرِيضًا مُشْرِفًا عَلَى ٱلْمَوْتِ، وَكَانَ عَزِيزًا عِنْدَهُ.
2นายร้อยคนหนึ่งมีผู้รับใช้ซึ่งเขารักมาก กำลังป่วยหนักใกล้จะตาย
3فَلَمَّا سَمِعَ عَنْ يَسُوعَ، أَرْسَلَ إِلَيْهِ شُيُوخَ ٱلْيَهُودِ يَسْأَلُهُ أَنْ يَأْتِيَ وَيَشْفِيَ عَبْدَهُ.
3เมื่อนายร้อยได้ยินเรื่องพระเยซู เขาจึงส่งผู้อาวุโสชาวยิวบางคนไปหาพระองค์ เพื่อขอให้พระองค์มาช่วยชีวิตผู้รับใช้ของเขา
4فَلَمَّا جَاءُوا إِلَى يَسُوعَ طَلَبُوا إِلَيْهِ بِٱجْتِهَادٍ قَائِلِينَ: «إِنَّهُ مُسْتَحِقٌّ أَنْ يُفْعَلَ لَهُ هَذَا،
4เมื่อพวกเขามาถึงพระเยซู ก็วิงวอนพระองค์อย่างจริงจังว่า “ชายคนนี้สมควรที่ท่านจะช่วยเขา
5لِأَنَّهُ يُحِبُّ أُمَّتَنَا، وَهُوَ بَنَى لَنَا ٱلْمَجْمَعَ».
5เพราะเขารักชนชาติของเรา และเป็นผู้สร้างธรรมศาลาให้เรา”
6فَذَهَبَ يَسُوعُ مَعَهُمْ. وَإِذْ كَانَ غَيْرَ بَعِيدٍ عَنِ ٱلْبَيْتِ، أَرْسَلَ إِلَيْهِ قَائِدُ ٱلْمِئَةِ أَصْدِقَاءَ يَقُولُ لَهُ: «يَا سَيِّدُ، لَا تَتْعَبْ. لِأَنِّي لَسْتُ مُسْتَحِقًّا أَنْ تَدْخُلَ تَحْتَ سَقْفِي.
6พระเยซูจึงไปกับพวกเขา เมื่อพระองค์อยู่ไม่ไกลจากบ้าน นายร้อยก็ส่งเพื่อนมาบอกพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า อย่าลำบากเลย เพราะข้าพเจ้าไม่คู่ควรที่ท่านจะเข้ามาใต้หลังคาบ้านของข้าพเจ้า
7لِذَلِكَ لَمْ أَحْسِبْ نَفْسِي أَهْلًا أَنْ آتِيَ إِلَيْكَ. لَكِنْ قُلْ كَلِمَةً فَيَبْرَأَ غُلَامِي.
7เพราะเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงไม่คิดว่าตัวเองคู่ควรแม้แต่จะมาหาท่าน แต่ขอเพียงท่านกล่าวคำเดียว ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าก็จะหาย
8لِأَنِّي أَنَا أَيْضًا إِنْسَانٌ مُرَتَّبٌ تَحْتَ سُلْطَانٍ، لِي جُنْدٌ تَحْتَ يَدِي. وَأَقُولُ لِهَذَا: ٱذْهَبْ! فَيَذْهَبُ، وَلِآخَرَ: ٱئْتِ! فَيَأْتِي، وَلِعَبْدِي: ٱفْعَلْ هَذَا! فَيَفْعَلُ».
8เพราะข้าพเจ้าเองก็เป็นคนที่อยู่ใต้อำนาจ และมีทหารอยู่ใต้บังคับบัญชา ข้าพเจ้าบอกคนนี้ว่า ‘ไป’ เขาก็ไป บอกอีกคนว่า ‘มา’ เขาก็มา และบอกผู้รับใช้ของข้าพเจ้าว่า ‘ทำสิ่งนี้’ เขาก็ทำ”
9وَلَمَّا سَمِعَ يَسُوعُ هَذَا تَعَجَّبَ مِنْهُ، وَٱلْتَفَتَ إِلَى ٱلْجَمْعِ ٱلَّذِي يَتْبَعُهُ وَقَالَ: «أَقُولُ لَكُمْ: لَمْ أَجِدْ وَلَا فِي إِسْرَائِيلَ إِيمَانًا بِمِقْدَارِ هَذَا!».
9เมื่อพระเยซูได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ ก็ประหลาดใจในตัวเขา แล้วหันมากล่าวกับฝูงชนที่ติดตามพระองค์ว่า “เราบอกพวกคุณ แม้แต่ในอิสราเอล เราก็ยังไม่พบความเชื่อมากถึงเพียงนี้”
10وَرَجَعَ ٱلْمُرْسَلُونَ إِلَى ٱلْبَيْتِ، فَوَجَدُوا ٱلْعَبْدَ ٱلْمَرِيضَ قَدْ صَحَّ.
10เมื่อคนที่ถูกส่งไปกลับถึงบ้าน ก็พบว่าผู้รับใช้ที่เคยป่วยนั้นหายดีแล้ว
11وَفِي ٱلْيَوْمِ ٱلتَّالِي ذَهَبَ إِلَى مَدِينَةٍ تُدْعَى نَايِينَ، وَذَهَبَ مَعَهُ كَثِيرُونَ مِنْ تَلَامِيذِهِ وَجَمْعٌ كَثِيرٌ.
11ไม่นานหลังจากนั้น พระองค์ไปยังเมืองหนึ่งชื่อนาอิน สาวกของพระองค์จำนวนมากและฝูงชนกลุ่มใหญ่ไปกับพระองค์
12فَلَمَّا ٱقْتَرَبَ إِلَى بَابِ ٱلْمَدِينَةِ، إِذَا مَيْتٌ مَحْمُولٌ، ٱبْنٌ وَحِيدٌ لِأُمِّهِ، وَهِيَ أَرْمَلَةٌ وَمَعَهَا جَمْعٌ كَثِيرٌ مِنَ ٱلْمَدِينَةِ.
12เมื่อพระองค์เข้าใกล้ประตูเมือง ก็มีคนหามศพออกมา ผู้ตายเป็นบุตรชายคนเดียว ของมารดา และนางเป็นหญิงม่าย มีชาวเมืองจำนวนมากอยู่กับนาง
13فَلَمَّا رَآهَا ٱلرَّبُّ تَحَنَّنَ عَلَيْهَا، وَقَالَ لَهَا: «لَا تَبْكِي».
13เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเห็นนาง พระองค์ก็สงสารนาง และกล่าวว่า “อย่าร้องไห้”
14ثُمَّ تَقَدَّمَ وَلَمَسَ ٱلنَّعْشَ، فَوَقَفَ ٱلْحَامِلُونَ. فَقَالَ: «أَيُّهَا ٱلشَّابُّ، لَكَ أَقُولُ: قُمْ!».
14พระองค์เข้าไปใกล้ และแตะโลงศพ คนหามก็หยุด แล้วพระองค์กล่าวว่า “ชายหนุ่ม เราบอกท่าน จงลุกขึ้น!”
15فَجَلَسَ ٱلْمَيْتُ وَٱبْتَدَأَ يَتَكَلَّمُ، فَدَفَعَهُ إِلَى أُمِّهِ.
15คนที่ตายแล้วก็ลุกขึ้นนั่ง และเริ่มพูด พระองค์จึงมอบเขาคืนให้มารดา
16فَأَخَذَ ٱلْجَمِيعَ خَوْفٌ، وَمَجَّدُوا ٱللهَ قَائِلِينَ: «قَدْ قَامَ فِينَا نَبِيٌّ عَظِيمٌ، وَٱفْتَقَدَ ٱللهُ شَعْبَهُ».
16ทุกคนเต็มไปด้วยความยำเกรง และยกย่องพระเจ้า โดยกล่าวว่า “ผู้เผยพระวจนะผู้ยิ่งใหญ่ได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางพวกเรา!” และ “พระเจ้าได้มาเยี่ยมเยียนประชาชนของพระองค์!”
17وَخَرَجَ هَذَا ٱلْخَبَرُ عَنْهُ فِي كُلِّ ٱلْيَهُودِيَّةِ وَفِي جَمِيعِ ٱلْكُورَةِ ٱلْمُحِيطَةِ.
17ข่าวเรื่องพระองค์แพร่ไปทั่วแคว้นยูเดียและบริเวณโดยรอบทั้งหมด
18فَأَخْبَرَ يُوحَنَّا تَلَامِيذُهُ بِهَذَا كُلِّهِ.
18สาวกของยอห์นเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้เขาฟัง
19فَدَعَا يُوحَنَّا ٱثْنَيْنِ مِنْ تَلَامِيذِهِ، وَأَرْسَلَ إِلَى يَسُوعَ قَائِلًا: «أَنْتَ هُوَ ٱلْآتِي أَمْ نَنْتَظِرُ آخَرَ؟».
19ยอห์นจึงเรียกสาวกสองคนมา และส่งพวกเขาไปหาพระเยซู เพื่อถามว่า “ท่านคือผู้ที่จะมา หรือพวกเราควรมองหาคนอื่น?”
20فَلَمَّا جَاءَ إِلَيْهِ ٱلرَّجُلَانِ قَالَا: «يُوحَنَّا ٱلْمَعْمَدَانُ قَدْ أَرْسَلَنَا إِلَيْكَ قَائِلًا: أَنْتَ هُوَ ٱلْآتِي أَمْ نَنْتَظِرُ آخَرَ؟».
20เมื่อชายสองคนนั้นมาถึงพระองค์ ก็กล่าวว่า “ยอห์นผู้ทำพิธีบัพติศมาส่งพวกเรามาถามท่านว่า ‘ท่านคือผู้ที่จะมา หรือพวกเราควรมองหาคนอื่น?’”
21وَفِي تِلْكَ ٱلسَّاعَةِ شَفَى كَثِيرِينَ مِنْ أَمْرَاضٍ وَأَدْوَاءٍ وَأَرْوَاحٍ شِرِّيرَةٍ، وَوَهَبَ ٱلْبَصَرَ لِعُمْيَانٍ كَثِيرِينَ.
21ในเวลานั้น พระองค์รักษาคนจำนวนมากจากโรคต่าง ๆ ความเจ็บป่วยร้ายแรง และวิญญาณชั่ว และทำให้คนตาบอดจำนวนมากมองเห็น
22فَأَجَابَ يَسُوعُ وَقَالَ لَهُماَ: «ٱذْهَبَا وَأَخْبِرَا يُوحَنَّا بِمَا رَأَيْتُمَا وَسَمِعْتُمَا: إِنَّ ٱلْعُمْيَ يُبْصِرُونَ، وَٱلْعُرْجَ يَمْشُونَ، وَٱلْبُرْصَ يُطَهَّرُونَ،وَٱلصُّمَّ يَسْمَعُونَ، وَٱلْمَوْتَى يَقُومُونَ، وَٱلْمَسَاكِينَ يُبَشَّرُونَ.
22พระเยซูตอบพวกเขาว่า “จงกลับไปบอกยอห์นถึงสิ่งที่พวกคุณได้เห็นและได้ยิน คือ คนตาบอดมองเห็น คนง่อยเดินได้ คนเป็นโรคเรื้อนได้รับการชำระให้สะอาด คนหูหนวกได้ยิน คนตายฟื้นขึ้นจากความตาย และมีการประกาศข่าวดีแก่คนยากจน
23وَطُوبَى لِمَنْ لَا يَعْثُرُ فِيَّ».
23คนที่ไม่สะดุดเพราะเราเป็นสุข”
24فَلَمَّا مَضَى رَسُولَا يُوحَنَّا، ٱبْتَدَأَ يَقُولُ لِلْجُمُوعِ عَنْ يُوحَنَّا: «مَاذَا خَرَجْتُمْ إِلَى ٱلْبَرِّيَّةِ لِتَنْظُرُوا؟ أَقَصَبَةً تُحَرِّكُهَا ٱلرِّيحُ؟
24เมื่อผู้ส่งสารของยอห์นจากไปแล้ว พระองค์เริ่มกล่าวกับฝูงชนถึงยอห์นว่า “พวกคุณออกไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อดูอะไร? ต้นอ้อที่ลมพัดไหวหรือ?
25بَلْ مَاذَا خَرَجْتُمْ لِتَنْظُرُوا؟ أَإِنْسَانًا لَابِسًا ثِيَابًا نَاعِمَةً؟ هُوَذَا ٱلَّذِينَ فِي ٱللِّبَاسِ ٱلْفَاخِرِ وَٱلتَّنَعُّمِ هُمْ فِي قُصُورِ ٱلْمُلُوكِ.
25แล้วพวกคุณออกไปดูอะไร? คนที่สวมเสื้อผ้าเนื้อนุ่มหรือ? คนที่แต่งกายหรูหราและใช้ชีวิตสุขสบายนั้นอยู่ในวังของกษัตริย์
26بَلْ مَاذَا خَرَجْتُمْ لِتَنْظُرُوا؟ أَنَبِيًّا؟ نَعَمْ، أَقُولُ لَكُمْ: وَأَفْضَلَ مِنْ نَبِيٍّ!
26แล้วพวกคุณออกไปดูอะไร? ผู้เผยพระวจนะหรือ? ใช่ เราบอกพวกคุณ และเขายิ่งกว่าผู้เผยพระวจนะเสียอีก
27هَذَا هُوَ ٱلَّذِي كُتِبَ عَنْهُ: هَا أَنَا أُرْسِلُ أَمَامَ وَجْهِكَ مَلَاكِي ٱلَّذِي يُهَيِّئُ طَرِيقَكَ قُدَّامَكَ!
27เขาคือผู้ที่มีข้อความเขียนไว้ว่า ‘เราส่งผู้ส่งสารของเราไปต่อหน้าท่าน เขาจะเตรียมทางของท่านไว้ข้างหน้าท่าน’
28لِأَنِّي أَقُولُ لَكُمْ: إِنَّهُ بَيْنَ ٱلْمَوْلُودِينَ مِنَ ٱلنِّسَاءِ لَيْسَ نَبِيٌّ أَعْظَمَ مِنْ يُوحَنَّا ٱلْمَعْمَدَانِ، وَلَكِنَّ ٱلْأَصْغَرَ فِي مَلَكُوتِ ٱللهِ أَعْظَمُ مِنْهُ».
28“เราบอกพวกคุณ ในบรรดาคนที่เกิดจากผู้หญิง ไม่มีผู้เผยพระวจนะคนใดยิ่งใหญ่กว่ายอห์นผู้ทำพิธีบัพติศมา แต่ผู้ที่เล็กน้อยที่สุดในอาณาจักรของพระเจ้าก็ยังยิ่งใหญ่กว่าเขา”
29وَجَمِيعُ ٱلشَّعْبِ إِذْ سَمِعُوا وَٱلْعَشَّارُونَ بَرَّرُوا ٱللهَ مُعْتَمِدِينَ بِمَعْمُودِيَّةِ يُوحَنَّا.
29เมื่อประชาชนทั้งหมดและพวกคนเก็บภาษีได้ยินเช่นนี้ พวกเขายอมรับว่าพระเจ้ายุติธรรม เพราะพวกเขาได้รับบัพติศมาด้วยบัพติศมาของยอห์น
30وَأَمَّا ٱلْفَرِّيسِيُّونَ وَٱلنَّامُوسِيُّونَ فَرَفَضُوا مَشُورَةَ ٱللهِ مِنْ جِهَةِ أَنْفُسِهِمْ، غَيْرَ مُعْتَمِدِينَ مِنْهُ.
30แต่พวกฟาริสีและพวกผู้เชี่ยวชาญธรรมบัญญัติปฏิเสธแผนการของพระเจ้าสำหรับตน เพราะพวกเขาไม่ยอมรับบัพติศมาจากยอห์น
31ثُمَّ قَالَ ٱلرَّبُّ: «فَبِمَنْ أُشَبِّهُ أُنَاسَ هَذَا ٱلْجِيلِ؟ وَمَاذَا يُشْبِهُونَ؟
31“ถ้าอย่างนั้น เราจะเปรียบคนในยุคนี้กับอะไร? พวกเขาเหมือนอะไร?
32يُشْبِهُونَ أَوْلَادًا جَالِسِينَ فِي ٱلسُّوقِ يُنَادُونَ بَعْضُهُمْ بَعْضًا وَيَقُولُونَ: زَمَّرْنَا لَكُمْ فَلَمْ تَرْقُصُوا. نُحْنَا لَكُمْ فَلَمْ تَبْكُوا.
32พวกเขาเหมือนเด็ก ๆ ที่นั่งอยู่ในตลาด และร้องเรียกหากันว่า ‘พวกเราเป่าปี่ให้พวกคุณ แต่พวกคุณไม่เต้น พวกเราร้องเพลงไว้ทุกข์ แต่พวกคุณไม่ร้องไห้’
33لِأَنَّهُ جَاءَ يُوحَنَّا ٱلْمَعْمَدَانُ لَا يَأْكُلُ خُبْزًا وَلَا يَشْرَبُ خَمْرًا، فَتَقُولُونَ: بِهِ شَيْطَانٌ.
33เพราะยอห์นผู้ทำพิธีบัพติศมามา โดยไม่กินขนมปังและไม่ดื่มเหล้าองุ่น พวกคุณก็พูดว่า ‘เขามีปีศาจ’
34جَاءَ ٱبْنُ ٱلْإِنْسَانِ يَأْكُلُ وَيَشْرَبُ، فَتَقُولُونَ: هُوَذَا إِنْسَانٌ أَكُولٌ وَشِرِّيبُ خَمْرٍ، مُحِبٌّ لِلْعَشَّارِينَ وَٱلْخُطَاةِ.
34บุตรมนุษย์มา ทั้งกินและดื่ม พวกคุณก็พูดว่า ‘คนนี้เป็นคนตะกละและคนขี้เมา เป็นเพื่อนของคนเก็บภาษีและคนบาป!’
35وَٱلْحِكْمَةُ تَبَرَّرَتْ مِنْ جَمِيعِ بَنِيهَا».
35แต่ปัญญาได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องโดยลูกทุกคนของนาง”
36وَسَأَلَهُ وَاحِدٌ مِنَ ٱلْفَرِّيسِيِّينَ أَنْ يَأْكُلَ مَعَهُ، فَدَخَلَ بَيْتَ ٱلْفَرِّيسِيِّ وَٱتَّكَأَ.
36ฟาริสีคนหนึ่งเชิญพระองค์ไปรับประทานอาหารด้วย พระองค์จึงเข้าไปในบ้านของฟาริสีคนนั้น และเอนกายที่โต๊ะอาหาร
37وَإِذَا ٱمْرَأَةٌ فِي ٱلْمَدِينَةِ كَانَتْ خَاطِئَةً، إِذْ عَلِمَتْ أَنَّهُ مُتَّكِئٌ فِي بَيْتِ ٱلْفَرِّيسِيِّ، جَاءَتْ بِقَارُورَةِ طِيبٍ،
37มีหญิงคนหนึ่งในเมืองนั้นซึ่งเป็นคนบาป เมื่อนางรู้ว่าพระองค์กำลังเอนกายรับประทานอาหารอยู่ในบ้านของฟาริสี นางก็นำขวดหินอะลาบาสเตอร์บรรจุน้ำมันหอมมา
38وَوَقَفَتْ عِنْدَ قَدَمَيْهِ مِنْ وَرَائِهِ بَاكِيَةً، وَٱبْتَدَأَتْ تَبُلُّ قَدَمَيْهِ بِٱلدُّمُوعِ، وَكَانَتْ تَمْسَحُهُمَا بِشَعْرِ رَأْسِهَا، وَتُقَبِّلُ قَدَمَيْهِ وَتَدْهَنُهُمَا بِٱلطِّيبِ.
38นางยืนร้องไห้อยู่ข้างหลังใกล้เท้าของพระองค์ จนน้ำตาไหลรดเท้าของพระองค์ แล้วใช้ผมของตนเช็ด จูบเท้าของพระองค์ และชโลมด้วยน้ำมันหอม
39فَلَمَّا رَأَى ٱلْفَرِّيسِيُّ ٱلَّذِي دَعَاهُ ذَلِكَ، تَكَلَّمَ فِي نَفْسِهِ قَائِلًا: «لَوْ كَانَ هَذَا نَبِيًّا، لَعَلِمَ مَنْ هَذِهِ ٱلِٱمْرَأَةُ ٱلَّتِي تَلْمِسُهُ وَمَا هِيَ! إِنَّهَا خَاطِئَةٌ».
39เมื่อฟาริสีที่เชิญพระองค์มาเห็นดังนั้น ก็คิดในใจว่า “ถ้าคนนี้เป็นผู้เผยพระวจนะ เขาคงรู้ว่าหญิงที่แตะต้องเขาเป็นใคร และเป็นหญิงเช่นไร คือเป็นคนบาป”
40فَأَجَابَ يَسُوعُ وَقَالَ لَهُ: «يَا سِمْعَانُ، عِنْدِي شَيْءٌ أَقُولُهُ لَكَ». فَقَالَ: «قُلْ، يَا مُعَلِّمُ».
40พระเยซูตอบเขาว่า “ซีโมน เรามีเรื่องจะบอกท่าน” เขาตอบว่า “อาจารย์ เชิญพูดเถิด”
41«كَانَ لِمُدَايِنٍ مَدْيُونَانِ. عَلَى ٱلْوَاحِدِ خَمْسُمِئَةِ دِينَارٍ وَعَلَى ٱلْآخَرِ خَمْسُونَ.
41“เจ้าหนี้คนหนึ่งมีลูกหนี้สองคน คนหนึ่งเป็นหนี้ห้าร้อยเดนาริอุส อีกคนหนึ่งห้าสิบ
42وَإِذْ لَمْ يَكُنْ لَهُمَا مَا يُوفِيَانِ سَامَحَهُمَا جَمِيعًا. فَقُلْ: أَيُّهُمَا يَكُونُ أَكْثَرَ حُبًّا لَهُ؟».
42เมื่อทั้งสองไม่มีเงินใช้หนี้ เจ้าหนี้ก็ยกหนี้ให้ทั้งคู่ เพราะฉะนั้น ในสองคนนี้ ใครจะรักเจ้าหนี้มากกว่า?”
43فَأَجَابَ سِمْعَانُ وَقَالَ: «أَظُنُّ ٱلَّذِي سَامَحَهُ بِٱلْأَكْثَرِ». فَقَالَ لَهُ: «بِٱلصَّوَابِ حَكَمْتَ».
43ซีโมนตอบว่า “ข้าพเจ้าคิดว่า คนที่เขายกหนี้ให้มากกว่า” พระองค์กล่าวกับเขาว่า “ท่านตัดสินถูกต้อง”
44ثُمَّ ٱلْتَفَتَ إِلَى ٱلْمَرْأَةِ وَقَالَ لِسِمْعَانَ: «أَتَنْظُرُ هَذِهِ ٱلْمَرْأَةَ؟ إِنِّي دَخَلْتُ بَيْتَكَ، وَمَاءً لِأَجْلِ رِجْلَيَّ لَمْ تُعْطِ. وَأَمَّا هِيَ فَقَدْ غَسَلَتْ رِجْلَيَّ بِٱلدُّمُوعِ وَمَسَحَتْهُمَا بِشَعْرِ رَأْسِهَا.
44แล้วพระองค์หันไปทางหญิงนั้น และกล่าวกับซีโมนว่า “ท่านเห็นหญิงคนนี้ไหม? เราเข้ามาในบ้านของท่าน ท่านไม่ได้ให้น้ำล้างเท้าเรา แต่นางทำให้เท้าของเราเปียกด้วยน้ำตา และเช็ดด้วยผมของนาง
45قُبْلَةً لَمْ تُقَبِّلْنِي، وَأَمَّا هِيَ فَمُنْذُ دَخَلْتُ لَمْ تَكُفَّ عَنْ تَقْبِيلِ رِجْلَيَّ.
45ท่านไม่ได้จูบต้อนรับเรา แต่ตั้งแต่เราเข้ามา นางไม่หยุดจูบเท้าของเรา
46بِزَيْتٍ لَمْ تَدْهُنْ رَأْسِي، وَأَمَّا هِيَ فَقَدْ دَهَنَتْ بِٱلطِّيبِ رِجْلَيَّ.
46ท่านไม่ได้ชโลมศีรษะของเราด้วยน้ำมัน แต่นางชโลมเท้าของเราด้วยน้ำมันหอม
47مِنْ أَجْلِ ذَلِكَ أَقُولُ لَكَ: قَدْ غُفِرَتْ خَطَايَاهَا ٱلْكَثِيرَةُ، لِأَنَّهَا أَحَبَّتْ كَثِيرًا. وَٱلَّذِي يُغْفَرُ لَهُ قَلِيلٌ يُحِبُّ قَلِيلًا».
47เพราะฉะนั้น เราบอกท่าน บาปมากมายของนางได้รับการยกโทษ เพราะนางรักมาก แต่คนที่ได้รับการยกโทษน้อย ก็รักน้อย”
48ثُمَّ قَالَ لَهَا: «مَغْفُورَةٌ لَكِ خَطَايَاكِ».
48พระองค์กล่าวกับหญิงนั้นว่า “บาปของท่านได้รับการยกโทษแล้ว”
49فَٱبْتَدَأَ ٱلْمُتَّكِئُونَ مَعَهُ يَقُولُونَ فِي أَنْفُسِهِمْ: «مَنْ هَذَا ٱلَّذِي يَغْفِرُ خَطَايَا أَيْضًا؟».
49คนที่ร่วมโต๊ะกับพระองค์เริ่มพูดกันในใจว่า “คนนี้เป็นใคร ถึงกับยกโทษบาปได้?”
50فَقَالَ لِلْمَرْأَةِ: «إِيمَانُكِ قَدْ خَلَّصَكِ، اِذْهَبِي بِسَلَامٍ».
50พระองค์กล่าวกับหญิงนั้นว่า “ความเชื่อของท่านช่วยท่านให้รอดแล้ว จงไปอย่างสงบ”
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.