صَمُوئِيلَ ٱلثَّانِي

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 18

صَمُوئِيلَ ٱلثَّانِي

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

صَمُوئِيلَ ٱلثَّانِي 18

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَأَحْصَى دَاوُدُ ٱلشَّعْبَ ٱلَّذِي مَعَهُ، وَجَعَلَ عَلَيْهِمْ رُؤَسَاءَ أُلُوفٍ وَرُؤَسَاءَ مِئَاتٍ.
1ดาวิด​นับ​จำนวน​คน​ที่​อยู่​กับ​ท่าน​และ​ตั้ง​ผู้​บังคับ​บัญชา​กองพัน​กับ​กองร้อย
2وَأَرْسَلَ دَاوُدُ ٱلشَّعْبَ ثُلْثًا بِيَدِ يُوآبَ، وَثُلْثًا بِيَدِ أَبِيشَايَ ٱبْنِ صَرُويَةَ أَخِي يُوآبَ، وَثُلْثًا بِيَدِ إِتَّايَ ٱلْجَتِّيِّ. وَقَالَ ٱلْمَلِكُ لِلشَّعْبِ: «إِنِّي أَنَا أَيْضًا أَخْرُجُ مَعَكُمْ».
2ท่าน​แบ่ง​ทหาร​ออก​เป็น​สาม​ส่วน ส่วน​หนึ่ง​อยู่​ใต้​บังคับ​บัญชา​โยอาบ ส่วน​หนึ่ง​อยู่​ใต้​บังคับ​บัญชา​อาบีชัย​บุตร​นาง​เศรุยาห์​น้อง​ชาย​โยอาบ และ​อีก​ส่วน​หนึ่ง​อยู่​ใต้​บังคับ​บัญชา​อิททัย​ชาว​กัท กษัตริย์​บอก​ทหาร​ว่า “ข้า​จะ​ออก​ไป​รบ​กับ​พวก​เจ้า​ด้วย”
3فَقَالَ ٱلشَّعْبُ: «لَا تَخْرُجْ، لِأَنَّنَا إِذَا هَرَبْنَا لَا يُبَالُونَ بِنَا، وَإِذَا مَاتَ نِصْفُنَا لَا يُبَالُونَ بِنَا. وَٱلْآنَ أَنْتَ كَعَشْرَةِ آلَافٍ مِنَّا. وَٱلْآنَ ٱلْأَصْلَحُ أَنْ تَكُونَ لَنَا نَجْدَةً مِنَ ٱلْمَدِينَةِ».
3แต่​ทหาร​ทูล​ว่า “ท่าน​อย่า​ออก​ไป​เลย ถ้า​พวก​เรา​หนี ศัตรู​จะ​ไม่​สนใจ​พวก​เรา ต่อ​ให้​พวก​เรา​ตาย​ไป​ครึ่ง​หนึ่ง พวก​เขา​ก็​ไม่​สนใจ แต่​ท่าน​มี​ค่า​เท่ากับ​พวก​เรา​หนึ่ง​หมื่น​คน ท่าน​อยู่​ใน​เมือง​พร้อม​จะ​ช่วย​พวกเรา​ดีกว่า”
4فَقَالَ لَهُمُ ٱلْمَلِكُ: «مَا يَحْسُنُ فِي أَعْيُنِكُمْ أَفْعَلُهُ». فَوَقَفَ ٱلْمَلِكُ بِجَانِبِ ٱلْبَابِ وَخَرَجَ جَمِيعُ ٱلشَّعْبِ مِئَاتٍ وَأُلُوفًا.
4กษัตริย์​ตอบ​ว่า “ข้า​จะ​ทำ​ตาม​ที่​พวก​เจ้า​เห็น​ว่า​ดี” ท่าน​ยืน​ข้าง​ประตู​เมือง ขณะ​ทหาร​ออก​ไป​เป็น​กองร้อย​และ​กองพัน
5وَأَوْصَى ٱلْمَلِكُ يُوآبَ وَأَبِيشَايَ وَإِتَّايَ قَائِلًا: «تَرَفَّقُوا لِي بِٱلْفَتَى أَبْشَالُومَ». وَسَمِعَ جَمِيعُ ٱلشَّعْبِ حِينَ أَوْصَى ٱلْمَلِكُ جَمِيعَ ٱلرُّؤَسَاءِ بِأَبْشَالُومَ.
5กษัตริย์​สั่ง​โยอาบ อาบีชัย และ​อิททัย​ว่า “เห็น​แก่​ข้า จง​ปฏิบัติ​ต่อ​อับซาโลม​ชายหนุ่ม​อย่าง​อ่อน​โยน” ทหาร​ทุก​คน​ได้ยิน​ตอน​กษัตริย์​สั่ง​ผู้​บังคับ​บัญชา​ทั้งหมด​เรื่อง​อับซาโลม
6وَخَرَجَ ٱلشَّعْبُ إِلَى ٱلْحَقْلِ لِلِقَاءِ إِسْرَائِيلَ. وَكَانَ ٱلْقِتَالُ فِي وَعْرِ أَفْرَايِمَ،
6ทหาร​ออก​ไป​สู้​กับ​อิสราเอล​ใน​ทุ่ง การ​รบ​เกิด​ขึ้น​ใน​ป่า​เอฟราอิม
7فَٱنْكَسَرَ هُنَاكَ شَعْبُ إِسْرَائِيلَ أَمَامَ عَبِيدِ دَاوُدَ، وَكَانَتْ هُنَاكَ مَقْتَلَةٌ عَظِيمَةٌ فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ. قُتِلَ عِشْرُونَ أَلْفًا.
7คน​อิสราเอล​พ่าย​แพ้​ต่อ​คน​ของ​ดาวิด วัน​นั้น​มี​คน​ถูก​ฆ่า​จำนวน​มาก​ถึง​สอง​หมื่น​คน
8وَكَانَ ٱلْقِتَالُ هُنَاكَ مُنْتَشِرًا عَلَى وَجْهِ كُلِّ ٱلْأَرْضِ، وَزَادَ ٱلَّذِينَ أَكَلَهُمُ ٱلْوَعْرُ مِنَ ٱلشَّعْبِ عَلَى ٱلَّذِينَ أَكَلَهُمُ ٱلسَّيْفُ فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ.
8การ​รบ​กระจาย​ไป​ทั่ว​แผ่น​ดิน​บริเวณ​นั้น วัน​นั้น​ป่า​กลืน​กิน​ผู้คน​มากกว่า​ดาบ​เสีย​อีก
9وَصَادَفَ أَبْشَالُومُ عَبِيدَ دَاوُدَ، وَكَانَ أَبْشَالُومُ رَاكِبًا عَلَى بَغْلٍ، فَدَخَلَ ٱلْبَغْلُ تَحْتَ أَغْصَانِ ٱلْبُطْمَةِ ٱلْعَظِيمَةِ ٱلْمُلْتَفَّةِ، فَتَعَلَّقَ رَأْسُهُ بِٱلْبُطْمَةِ وَعُلِّقَ بَيْنَ ٱلسَّمَاءِ وَٱلْأَرْضِ، وَٱلْبَغْلُ ٱلَّذِي تَحْتَهُ مَرَّ.
9อับซาโลม​บังเอิญ​พบ​คน​ของ​ดาวิด ขณะ​เขา​ขี่​ล่อ ล่อ​วิ่ง​ลอด​กิ่ง​หนา​ทึบ​ของ​ต้น​โอ๊ก​ใหญ่ ศีรษะ​ของ​อับซาโลม​ติด​อยู่​กับ​ต้น​โอ๊ก ตัว​เขา​จึง​ห้อย​อยู่​ระหว่าง​ฟ้า​กับ​ดิน ส่วน​ล่อ​วิ่ง​เลย​ไป
10فَرَآهُ رَجُلٌ وَأَخْبَرَ يُوآبَ وَقَالَ: «إِنِّي قَدْ رَأَيْتُ أَبْشَالُومَ مُعَلَّقًا بِٱلْبُطْمَةِ».
10ชาย​คน​หนึ่ง​เห็น​เข้า​จึง​บอก​โยอาบ​ว่า “ข้า​เห็น​อับซาโลม​ห้อย​อยู่​กับ​ต้น​โอ๊ก”
11فَقَالَ يُوآبُ لِلرَّجُلِ ٱلَّذِي أَخْبَرَهُ: «إِنَّكَ قَدْ رَأَيْتَهُ، فَلِمَاذَا لَمْ تَضْرِبْهُ هُنَاكَ إِلَى ٱلْأَرْضِ؟ وَعَلَيَّ أَنْ أُعْطِيَكَ عَشْرَةَ مِنَ ٱلْفِضَّةِ وَمِنْطَقَةً».
11โยอาบ​ถาม​ชาย​ที่มา​บอก​ว่า “เจ้า​เห็น​แล้ว ทำไม​ไม่​ตี​เขา​ให้​ล้ม​ลง​ตรง​นั้น? ข้า​จะ​ให้เงิน​สิบ​ชิ้น​กับ​เข็มขัด​แก่​เจ้า”
12فَقَالَ ٱلرَّجُلُ لِيُوآبَ: «فَلَوْ وُزِنَ فِي يَدِي أَلْفٌ مِنَ ٱلْفِضَّةِ لَمَا كُنْتُ أَمُدُّ يَدِي إِلَى ٱبْنِ ٱلْمَلِكِ، لِأَنَّ ٱلْمَلِكَ أَوْصَاكَ فِي آذَانِنَا أَنْتَ وَأَبِيشَايَ وَإِتَّايَ قَائِلًا: ٱحْتَرِزُوا أَيًّا كَانَ مِنْكُمْ عَلَى ٱلْفَتَى أَبْشَالُومَ.
12ชาย​คน​นั้น​ตอบ​โยอาบ​ว่า “ถึง​จะ​มี​คน​ให้เงิน​ข้า​พัน​ชิ้น ข้า​ก็​จะ​ไม่​ลงมือ​กับ​บุตร​ชาย​กษัตริย์ เพราะ​พวก​เรา​ได้ยิน​กษัตริย์​สั่ง​ท่าน อาบีชัย และ​อิททัย​ว่า ‘ระวัง อย่า​ให้​ใคร​แตะ​ต้อง​อับซาโลม​ชายหนุ่ม’
13وَإِلَّا فَكُنْتُ فَعَلْتُ بِنَفْسِي زُورًا، إِذْ لَا يَخْفَى عَنِ ٱلْمَلِكِ شَيْءٌ، وأَنْتَ كُنْتَ وَقَفْتَ ضِدِّي».
13หาก​ข้า​ฆ่า​เขา​อย่าง​ทรยศ ไม่มี​เรื่อง​ใด​ปิดบัง​กษัตริย์​ได้ แล้ว​ท่าน​เอง​ก็​คง​หัน​มา​ต่อ​ต้าน​ข้า”
14فَقَالَ يُوآبُ: «إِنِّي لَا أَصْبِرُ هَكَذَا أَمَامَكَ». فَأَخَذَ ثَلَاثَةَ سِهَامٍ بِيَدِهِ وَنَشَّبَهَا فِي قَلْبِ أَبْشَالُومَ، وَهُوَ بَعْدُ حَيٌّ فِي قَلْبِ ٱلْبُطْمَةِ.
14โยอาบ​ตอบ​ว่า “ข้า​จะ​ไม่​เสีย​เวลา​รอ​เจ้า​อีก” เขา​หยิบ​หลาว​สาม​เล่ม​แทง​เข้าที่​หัวใจ​ของ​อับซาโลม ขณะ​ที่​อับซาโลม​ยัง​มี​ชีวิต​ห้อย​อยู่​กลาง​ต้น​โอ๊ก
15وَأَحَاطَ بِهَا عَشْرَةُ غِلْمَانٍ حَامِلُو سِلَاحِ يُوآبَ، وَضَرَبُوا أَبْشَالُومَ وَأَمَاتُوهُ.
15ชายหนุ่ม​สิบ​คน​ผู้​ถือ​เครื่อง​เกราะ​ให้​โยอาบ​ล้อม​อับซาโลม รุม​โจมตี​และ​ฆ่า​เขา
16وَضَرَبَ يُوآبُ بِٱلْبُوقِ فَرَجَعَ ٱلشَّعْبُ عَنِ ٱتِّبَاعِ إِسْرَائِيلَ، لِأَنَّ يُوآبَ مَنَعَ ٱلشَّعْبَ.
16โยอาบ​เป่า​แตร ทหาร​จึง​หยุด​ไล่​ตาม​อิสราเอล เพราะ​โยอาบ​สั่ง​ให้​หยุด
17وَأَخَذُوا أَبْشَالُومَ وَطَرَحُوهُ فِي ٱلْوَعْرِ فِي ٱلْجُبِّ ٱلْعَظِيمِ، وَأَقَامُوا عَلَيْهِ رُجْمَةً عَظِيمَةً جِدًّا مِنَ ٱلْحِجَارَةِ. وَهَرَبَ كُلُّ إِسْرَائِيلَ، كُلُّ وَاحِدٍ إِلَى خَيْمَتِهِ.
17พวก​เขา​นำ​ศพ​อับซาโลม​โยน​ลง​หลุม​ใหญ่​ใน​ป่า และ​กอง​หิน​ทับ​ไว้​สูง​มาก ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ต่าง​หนี​กลับ​กระโจม​ของ​ตน
18وَكَانَ أَبْشَالُومُ قَدْ أَخَذَ وَأَقَامَ لِنَفْسِهِ وَهُوَ حَيٌّ ٱلنُّصْبَ ٱلَّذِي فِي وَادِي ٱلْمَلِكِ، لِأَنَّهُ قَالَ: «لَيْسَ لِيَ ٱبْنٌ لِأَجْلِ تَذْكِيرِ ٱسْمِي». وَدَعَا ٱلنُّصْبَ بِٱسْمِهِ، وَهُوَ يُدْعَى «يَدَ أَبْشَالُومَ» إِلَى هَذَا ٱلْيَوْمِ.
18ครั้ง​ยัง​มี​ชีวิต อับซาโลม​ตั้ง​เสา​หิน​ของ​ตน​ไว้​ใน​หุบเขา​กษัตริย์ เพราะ​เขา​คิด​ว่า “ข้า​ไม่มี​บุตร​ชาย​ที่​จะ​สืบ​ชื่อ​ของ​ข้า” เขา​ตั้ง​ชื่อ​เสา​หิน​ตาม​ชื่อ​ตนเอง ผู้คน​เรียก​เสา​นั้น​ว่า​อนุสรณ์​อับซาโลม​จนถึง​ทุก​วัน​นี้
19وَقَالَ أَخِيمَعَصُ بْنُ صَادُوقَ: «دَعْنِي أَجْرِ فَأُبَشِّرَ ٱلْمَلِكَ، لِأَنَّ ٱللهَ قَدِ ٱنْتَقَمَ لَهُ مِنْ أَعْدَائِهِ».
19อาหิมาอัส บุตร​ของ​ศาโดก พูด​ว่า “ขอ​ให้​ข้า​วิ่ง​ไป​ทูล​ข่าว​กษัตริย์​ว่า​พระยาห์เวห์​ทรง​แก้​แค้น​ศัตรู​ให้​ท่าน​แล้ว”
20فَقَالَ لَهُ يُوآبُ: «مَا أَنْتَ صَاحِبُ بِشَارَةٍ فِي هَذَا ٱلْيَوْمِ. فِي يَوْمٍ آخَرَ تُبَشِّرُ، وَهَذَا ٱلْيَوْمَ لَا تُبَشِّرُ مِنْ أَجْلِ أَنَّ ٱبْنَ ٱلْمَلِكِ قَدْ مَاتَ».
20โยอาบ​บอก​เขา​ว่า “วัน​นี้​เจ้า​อย่า​เป็น​ผู้นำ​ข่าว​ไป​บอก ไว้​วัน​อื่น​ค่อย​นำ​ข่าว วัน​นี้​อย่า​ไป เพราะ​บุตร​ชาย​กษัตริย์​ตาย​แล้ว”
21وَقَالَ يُوآبُ لِكُوشِي: «ٱذْهَبْ وَأَخْبِرِ ٱلْمَلِكَ بِمَا رَأَيْتَ». فَسَجَدَ كُوشِي لِيُوآبَ وَرَكَضَ.
21โยอาบ​สั่ง​ชาย​ชาว​คูช​คน​หนึ่ง​ว่า “ไป​ทูล​กษัตริย์​ตาม​ที่​เจ้า​เห็น!” ชาย​ชาว​คูช​ก้ม​คำนับ​โยอาบ​แล้ว​วิ่ง​ไป
22وَعَادَ أَيْضًا أَخِيمَعَصُ بْنُ صَادُوقَ فَقَالَ لِيُوآبَ: «مَهْمَا كَانَ، فَدَعْنِي أَجْرِ أَنَا أَيْضًا وَرَاءَ كُوشِي». فَقَالَ يُوآبُ: «لِمَاذَا تَجْرِي أَنْتَ يَا ٱبْنِي، وَلَيْسَ لَكَ بِشَارَةٌ تُجَازَى؟»
22อาหิมาอัส บุตร​ของ​ศาโดก รบเร้า​โยอาบ​อีก​ว่า “ไม่​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น ขอ​ให้​ข้า​วิ่ง​ตาม​ชาย​ชาว​คูช​ไป​ด้วย” โยอาบ​ตอบ​ว่า “ลูก​เอ๋ย เจ้า​จะ​วิ่ง​ไป​ทำไม ใน​เมื่อ​เจ้า​จะ​ไม่​ได้​รางวัล​จาก​ข่าว​นี้?”
23قَالَ: «مَهْمَا كَانَ أَجْرِي». فَقَالَ لَهُ: «ٱجْرِ». فَجَرَى أَخِيمَعَصُ فِي طَرِيقِ ٱلْغَوْرِ وَسَبَقَ كُوشِيَ.
23เขา​ตอบ​ว่า “ไม่​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น ข้า​จะ​วิ่ง​ไป” โยอาบ​จึง​บอก​ว่า “วิ่ง​ไป​เถิด” อาหิมาอัส​วิ่ง​ไป​ตาม​ทาง​ที่ราบ​และ​แซง​ชาย​ชาว​คูช
24وَكَانَ دَاوُدُ جَالِسًا بَيْنَ ٱلْبَابَيْنِ، وَطَلَعَ ٱلرَّقِيبُ إِلَى سَطْحِ ٱلْبَابِ إِلَى ٱلسُّورِ وَرَفَعَ عَيْنَيْهِ وَنَظَرَ وَإِذَا بِرَجُلٍ يَجْرِي وَحْدَهُ.
24ดาวิด​นั่ง​อยู่​ระหว่าง​ประตู​เมือง​สอง​ชั้น คน​เฝ้า​ยาม​ขึ้น​ไป​บน​หลังคา​ประตู​ตรง​กำแพง มอง​ออก​ไป​เห็น​ชาย​คน​หนึ่ง​วิ่ง​มา​เพียง​ลำพัง
25فَنَادَى ٱلرَّقِيبُ وَأَخْبَرَ ٱلْمَلِكَ. فَقَالَ ٱلْمَلِكُ: «إِنْ كَانَ وَحْدَهُ فَفِي فَمِهِ بِشَارَةٌ». وَكَانَ يَسْعَى وَيَقْرُبُ.
25เขา​ตะโกน​บอก​กษัตริย์ กษัตริย์​พูด​ว่า “ถ้า​เขา​มา​คน​เดียว คง​มี​ข่าว​มาบ​อก” ชาย​คน​นั้น​วิ่ง​เข้า​มา​ใกล้​เรื่อย ๆ
26ثُمَّ رَأَى ٱلرَّقِيبُ رَجُلًا آخَرَ يَجْرِي، فَنَادَى ٱلرَّقِيبُ ٱلْبَوَّابَ وَقَالَ: «هُوَذَا رَجُلٌ يَجْرِي وَحْدَهُ». فَقَالَ ٱلْمَلِكُ: «وَهَذَا أَيْضًا مُبَشِّرٌ».
26คน​เฝ้า​ยาม​เห็น​ชาย​อีก​คน​วิ่ง​มา จึง​ตะโกน​บอก​คน​เฝ้า​ประตู​ว่า “มี​ชาย​อีก​คน​วิ่ง​มา​คน​เดียว!” กษัตริย์​พูด​ว่า “เขา​ก็​นำ​ข่าว​มา​เหมือน​กัน”
27وَقَالَ ٱلرَّقِيبُ: «إِنِّي أَرَى جَرْيَ ٱلْأَوَّلِ كَجَرْيِ أَخِيمَعَصَ بْنِ صَادُوقَ». فَقَالَ ٱلْمَلِكُ: «هَذَا رَجُلٌ صَالِحٌ وَيَأْتِي بِبِشَارَةٍ صَالِحَةٍ».
27คน​เฝ้า​ยาม​บอก​ว่า “ดู​ท่า​วิ่ง​ของ​คน​แรก​เหมือนอาหิมาอัส บุตร​ของ​ศาโดก” กษัตริย์​พูด​ว่า “เขา​เป็น​คน​ดี คง​นำ​ข่าวดี​มา”
28فَنَادَى أَخِيمَعَصُ وَقَالَ لِلْمَلِكِ: «ٱلسَّلَامُ». وَسَجَدَ لِلْمَلِكِ عَلَى وَجْهِهِ إِلَى ٱلْأَرْضِ. وَقَالَ: «مُبَارَكٌ ٱلرَّبُّ إِلَهُكَ ٱلَّذِي دَفَعَ ٱلْقَوْمَ ٱلَّذِينَ رَفَعُوا أَيْدِيَهُمْ عَلَى سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ».
28อาหิมาอัส​ตะโกน​ทูล​กษัตริย์​ว่า “ทุก​อย่าง​เรียบร้อย​ดี” เขา​หมอบ​หน้า​ลง​กับ​พื้น​ต่อ​หน้า​กษัตริย์ แล้ว​ทูล​ว่า “สรรเสริญ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน ผู้ทรง​มอบ​คน​ที่​ลุก​ขึ้น​ต่อ​ต้าน​นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์​ไว้​ใน​มือ​ท่าน!”
29فَقَالَ ٱلْمَلِكُ: «أَسَلَامٌ لِلْفَتَى أَبْشَالُومَ؟» فَقَالَ أَخِيمَعَصُ: «قَدْ رَأَيْتُ جُمْهُورًا عَظِيمًا عِنْدَ إِرْسَالِ يُوآبَ عَبْدَ ٱلْمَلِكِ وَعَبْدَكَ، وَلَمْ أَعْلَمْ مَاذَا».
29กษัตริย์​ถาม​ว่า “อับซาโลม​ชายหนุ่ม​ปลอดภัย​หรือ?” อาหิมาอัส​ตอบ​ว่า “ตอน​โยอาบ​ส่ง​ข้า​ผู้​เป็น​คนรับใช้​ของ​ท่าน​มา ข้า​เห็น​ความ​วุ่นวาย​มาก แต่​ไม่รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น”
30فَقَالَ ٱلْمَلِكُ: «دُرْ وَقِفْ هَهُنَا». فَدَارَ وَوَقَفَ.
30กษัตริย์​บอก​ว่า “มา​ยืน​ตรง​นี้​ก่อน” เขา​จึง​มา​ยืน​รอ
31وَإِذَا بِكُوشِي قَدْ أَتَى، وَقَالَ كُوشِي: «لِيُبَشَّرْ سَيِّدِي ٱلْمَلِكُ، لِأَنَّ ٱلرَّبَّ قَدِ ٱنْتَقَمَ لَكَ ٱلْيَوْمَ مِنْ جَمِيعِ ٱلْقَائِمِينَ عَلَيْكَ».
31ชาย​ชาว​คูช​มา​ถึง​แล้ว​ทูล​ว่า “ข้า​มี​ข่าวดี​ให้​นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์ วัน​นี้​พระยาห์เวห์​ทรง​แก้​แค้น​คน​ทั้งหมด​ที่​ลุก​ขึ้น​ต่อ​ต้าน​ท่าน​แล้ว”
32فَقَالَ ٱلْمَلِكُ لِكُوشِي: «أَسَلَامٌ لِلْفَتَى أَبْشَالُومَ؟» فَقَالَ كُوشِي: «لِيَكُنْ كَٱلْفَتَى أَعْدَاءُ سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ وَجَمِيعُ ٱلَّذِينَ قَامُوا عَلَيْكَ لِلشَّرِّ».
32กษัตริย์​ถาม​ชาย​ชาว​คูช​ว่า “อับซาโลม​ชายหนุ่ม​ปลอดภัย​หรือ?” ชาย​ชาว​คูช​ตอบ​ว่า “ขอ​ให้​ศัตรู​ของ​นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์ และ​ทุก​คน​ที่​ลุก​ขึ้น​ทำร้าย​ท่าน​มี​ชะตา​เหมือน​ชายหนุ่ม​คน​นั้น”
33فَٱنْزَعَجَ ٱلْمَلِكُ وَصَعِدَ إِلَى عِلِّيَّةِ ٱلْبَابِ وَكَانَ يَبْكِي وَيَقُولُ هكَذَا وَهُوَ يَتَمَشَّى: «يَا ٱبْنِي أَبْشَالُومُ، يَا ٱبْنِي، يَا ٱبْنِي أَبْشَالُومُ! يَالَيْتَنِي مُتُّ عِوَضًا عَنْكَ! يَا أَبْشَالُومُ ٱبْنِي، يَا ٱبْنِي».
33กษัตริย์​สะเทือน​ใจ​มาก จึง​ขึ้น​ไป​ยัง​ห้อง​เหนือ​ประตู​เมือง​และ​ร้องไห้ ระหว่าง​เดิน​ท่าน​คร่ำครวญ​ว่า “อับซาโลม​ลูก​พ่อ! ลูก​พ่อ อับซาโลม​ลูก​พ่อ! พ่อ​อยาก​ตาย​แทน​เจ้า อับซาโลม​ลูก​พ่อ ลูก​พ่อ!”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.