صَمُوئِيلَ ٱلثَّانِي 19
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1فَأُخْبِرَ يُوآبُ: «هُوَذَا ٱلْمَلِكُ يَبْكِي وَيَنُوحُ عَلَى أَبْشَالُومَ».
1มีคนบอกโยอาบว่า “กษัตริย์ร้องไห้ไว้ทุกข์ให้อับซาโลม”
2فَصَارَتِ ٱلْغَلَبَةُ فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ مَنَاحَةً عِنْدَ جَمِيعِ ٱلشَّعْبِ، لِأَنَّ ٱلشَّعْبَ سَمِعُوا فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ مَنْ يَقُولُ إِنَّ ٱلْمَلِكَ قَدْ تَأَسَّفَ عَلَى ٱبْنِهِ.
2วันนั้นชัยชนะกลับกลายเป็นความโศกเศร้าของผู้คนทั้งหมด เพราะพวกเขาได้ยินว่า “กษัตริย์เสียใจเรื่องลูกชาย”
3وَتَسَلَّلَ ٱلشَّعْبُ فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ لِلدُّخُولِ إِلَى ٱلْمَدِينَةِ كَمَا يَتَسَلَّلُ ٱلْقَوْمُ ٱلْخَجِلُونَ عِنْدَمَا يَهْرُبُونَ فِي ٱلْقِتَالِ.
3วันนั้นผู้คนแอบเข้าเมืองราวกับคนที่หนีศึกกลับมาอย่างอับอาย
4وَسَتَرَ ٱلْمَلِكُ وَجْهَهُ وَصَرَخَ ٱلْمَلكُ بِصَوْتٍ عَظِيمٍ: «يَا ٱبْنِي أَبْشَالُومُ، يَا أَبْشَالُومُ ٱبْنِي، يَا ٱبْنِي!».
4กษัตริย์ปิดหน้าและร้องเสียงดังว่า “อับซาโลมลูกพ่อ! อับซาโลม ลูกพ่อ ลูกพ่อ!”
5فَدَخَلَ يُوآبُ إِلَى ٱلْمَلِكِ إِلَى ٱلْبَيْتِ وَقَالَ: «قَدْ أَخْزَيْتَ ٱلْيَوْمَ وُجُوهَ جَمِيعِ عَبِيدِكَ، مُنْقِذِي نَفْسِكَ ٱلْيَوْمَ وَأَنْفُسِ بَنِيكَ وَبَنَاتِكَ وَأَنْفُسِ نِسَائِكَ وَأَنْفُسِ سَرَارِيِّكَ،
5โยอาบเข้าไปหากษัตริย์ในบ้านแล้วพูดว่า “วันนี้ท่านทำให้คนรับใช้ทุกคนที่ช่วยชีวิตท่าน ชีวิตบุตรชายบุตรสาว ภรรยาและนางสนมของท่าน ต้องอับอาย
6بِمَحَبَّتِكَ لِمُبْغِضِيكَ وَبُغْضِكَ لِمُحِبِّيكَ، لِأَنَّكَ أَظْهَرْتَ ٱلْيَوْمَ أَنَّهُ لَيْسَ لَكَ رُؤَسَاءُ وَلَا عَبِيدٌ، لِأَنِّي عَلِمْتُ ٱلْيَوْمَ أَنَّهُ لَوْ كَانَ أَبْشَالُومُ حَيًّا وَكُلُّنَا ٱلْيَوْمَ مَوْتَى، لَحَسُنَ حِينَئِذٍ ٱلْأَمْرُ فِي عَيْنَيْكَ.
6เพราะท่านรักคนที่เกลียดท่าน และเกลียดคนที่รักท่าน วันนี้ท่านแสดงชัดว่าบรรดาผู้นำกับคนรับใช้ไม่มีความหมายสำหรับท่าน ข้าเห็นแล้วว่า ถ้าอับซาโลมยังมีชีวิต และวันนี้พวกเราทุกคนตาย ท่านคงพอใจ
7فَٱلْآنَ قُمْ وَٱخْرُجْ وَطَيِّبْ قُلُوبَ عَبِيدِكَ، لِأَنِّي قَدْ أَقْسَمْتُ بِٱلرَّبِّ إِنَّهُ إِنْ لَمْ تَخْرُجْ لَا يَبِيتُ أَحَدٌ مَعَكَ هَذِهِ ٱللَّيْلَةَ، وَيَكُونُ ذَلِكَ أَشَرَّ عَلَيْكَ مِنْ كُلِّ شَرٍّ أَصَابَكَ مُنْذُ صِبَاكَ إِلَى ٱلْآنَ».
7บัดนี้ลุกขึ้นออกไปพูดปลอบคนของท่านเถิด ข้าสาบานต่อพระยาห์เวห์ว่า ถ้าท่านไม่ออกไป คืนนี้จะไม่มีใครอยู่กับท่านเลย และเรื่องนั้นจะเลวร้ายยิ่งกว่าภัยทุกอย่างที่ท่านประสบมาตั้งแต่หนุ่มจนถึงบัดนี้”
8فَقَامَ ٱلْمَلِكُ وَجَلَسَ فِي ٱلْبَابِ. فَأَخْبَرُوا جَمِيعَ ٱلشَّعْبِ قَائِلِينَ: «هُوَذَا ٱلْمَلِكُ جَالِسٌ فِي ٱلْبَابِ». فَأَتَى جَمِيعُ ٱلشَّعْبِ أَمَامَ ٱلْمَلِكِ. وَأَمَّا إِسْرَائِيلُ فَهَرَبُوا كُلُّ وَاحِدٍ إِلَى خَيْمَتِهِ.
8กษัตริย์จึงลุกขึ้นไปนั่งที่ประตูเมือง มีคนบอกทุกคนว่า “กษัตริย์นั่งอยู่ที่ประตูเมืองแล้ว” คนทั้งหมดจึงมาเข้าเฝ้า ส่วนชาวอิสราเอลต่างหนีกลับกระโจมของตน
9وَكَانَ جَمِيعُ ٱلشَّعْبِ فِي خِصَامٍ فِي جَمِيعِ أَسْبَاطِ إِسْرَائِيلَ قَائِلِينَ: «إِنَّ ٱلْمَلِكَ قَدْ أَنْقَذَنَا مِنْ يَدِ أَعْدَائِنَا وَهُوَ نَجَّانَا مِنْ يَدِ ٱلْفِلِسْطِينِيِّينَ، وَٱلْآنَ قَدْ هَرَبَ مِنَ ٱلْأَرْضِ لِأَجْلِ أَبْشَالُومَ
9ผู้คนจากทุกชนเผ่าของอิสราเอลโต้เถียงกันว่า “กษัตริย์เคยช่วยเราจากศัตรูและชาวฟีลิสเตีย บัดนี้ท่านหนีอับซาโลมออกจากแผ่นดิน
10وَأَبْشَالُومُ ٱلَّذِي مَسَحْنَاهُ عَلَيْنَا قَدْ مَاتَ فِي ٱلْحَرْبِ. فَٱلْآنَ لِمَاذَا أَنْتُمْ سَاكِتُونَ عَنْ إِرْجَاعِ ٱلْمَلِكِ؟»
10ส่วนอับซาโลมที่เราเจิมให้เป็นกษัตริย์เหนือเรา ก็ตายในสนามรบแล้ว ทำไมพวกเจ้าจึงไม่พูดเรื่องรับกษัตริย์กลับมา?”
11وَأَرْسَلَ ٱلْمَلِكُ دَاوُدُ إِلَى صَادُوقَ وَأَبِيَاثَارَ ٱلْكَاهِنَيْنِ قَائِلًا: «كَلِّمَا شُيُوخَ يَهُوذَا قَائِلَيْنِ: لِمَاذَا تَكُونُونَ آخِرِينَ فِي إِرْجَاعِ ٱلْمَلِكِ إِلَى بَيْتِهِ، وَقَدْ أَتَى كَلَامُ جَمِيعِ إِسْرَائِيلَ إِلَى ٱلْمَلِكِ فِي بَيْتِهِ؟
11กษัตริย์ดาวิดส่งคำถึงศาโดกกับอาบียาธาร์ปุโรหิตว่า “ไปบอกบรรดาผู้ใหญ่ของยูดาห์ว่า ‘ทำไมพวกท่านเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะรับกษัตริย์กลับบ้าน ทั้งที่คำพูดของอิสราเอลทั้งหมดเรื่องรับท่านกลับมาถึงกษัตริย์แล้ว?
12أَنْتُمْ إِخْوَتِي. أَنْتُمْ عَظْمِي وَلَحْمِي. فَلِمَاذَا تَكُونُونَ آخِرِينَ فِي إِرْجَاعِ ٱلْمَلِكِ؟
12พวกท่านเป็นพี่น้อง เป็นเลือดเนื้อเดียวกับข้า ทำไมจึงเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะรับกษัตริย์กลับมา?’
13وَتَقُولَانِ لِعَمَاسَا: أَمَا أَنْتَ عَظْمِي وَلَحْمِي؟ هَكَذَا يَفْعَلُ بِيَ ٱللهُ وَهَكَذَا يَزِيدُ، إِنْ كُنْتَ لَا تَصِيرُ رَئِيسَ جَيْشٍ عِنْدِي كُلَّ ٱلْأَيَّامِ بَدَلَ يُوآبَ».
13แล้วจงบอกอามาสาว่า ‘เจ้าเป็นเลือดเนื้อเดียวกับข้ามิใช่หรือ? ขอให้พระเจ้าลงโทษข้า และเพิ่มโทษให้หนักยิ่งขึ้น หากเจ้าจะไม่ได้เป็นผู้บัญชาการกองทัพของข้าแทนโยอาบตลอดไป’”
14فَٱسْتَمَالَ بِقُلُوبِ جَمِيعِ رِجَالِ يَهُوذَا كَرَجُلٍ وَاحِدٍ، فَأَرْسَلُوا إِلَى ٱلْمَلِكِ قَائِلِينَ: «ٱرْجِعْ أَنْتَ وَجَمِيعُ عَبِيدِكَ».
14ดาวิดโน้มน้าวใจชาวยูดาห์ทั้งหมดให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว พวกเขาจึงส่งคำถึงกษัตริย์ว่า “ขอท่านกับคนรับใช้ทั้งหมดกลับมา”
15فَرَجَعَ ٱلْمَلِكُ وَأَتَى إِلَى ٱلْأُرْدُنِّ، وَأَتَى يَهُوذَا إِلَى ٱلْجِلْجَالِ سَائِرًا لِمُلَاقَاةِ ٱلْمَلِكِ لِيُعَبِّرَ ٱلْمَلِكَ ٱلْأُرْدُنَّ.
15กษัตริย์จึงกลับมาถึงแม่น้ำจอร์แดน ชาวยูดาห์มาที่กิลกาลเพื่อต้อนรับและพากษัตริย์ข้ามแม่น้ำ
16فَبَادَرَ شِمْعِي بْنُ جِيْرَا ٱلْبَنْيَامِينِيُّ ٱلَّذِي مِنْ بَحُورِيمَ وَنَزَلَ مَعَ رِجَالِ يَهُوذَا لِلِقَاءِ ٱلْمَلِكِ دَاوُدَ،
16ชิเมอี บุตรของเกรา ชาวเบนยามินจากบาฮูริมรีบลงมาพร้อมชาวยูดาห์เพื่อต้อนรับกษัตริย์ดาวิด
17وَمَعَهُ أَلْفُ رَجُلٍ مِنْ بَنْيَامِينَ، وَصِيبَا غُلَامُ بَيْتِ شَاوُلَ وَبَنُوهُ ٱلْخَمْسَةَ عَشَرَ وَعَبِيدُهُ ٱلْعِشْرُونَ مَعَهُ، فَخَاضُوا ٱلْأُرْدُنَّ أَمَامَ ٱلْمَلِكِ.
17มีชาวเบนยามินหนึ่งพันคนมากับเขา ศิบาคนรับใช้วงศ์วานซาอูลก็มาด้วย พร้อมบุตรชายสิบห้าคนและคนรับใช้ยี่สิบคน พวกเขาข้ามแม่น้ำจอร์แดนต่อหน้ากษัตริย์
18وَعَبَرَ ٱلْقَارِبُ لِتَعْبِيرِ بَيْتِ ٱلْمَلِكِ وَلِعَمَلِ مَا يَحْسُنُ فِي عَيْنَيْهِ. وَسَقَطَ شِمْعِي بْنُ جِيْرَا أَمَامَ ٱلْمَلِكِ عِنْدَمَا عَبَرَ ٱلْأُرْدُنَّ،
18มีเรือข้ามฟากมารับคนในบ้านกษัตริย์ข้ามฝั่ง และทำตามที่กษัตริย์เห็นว่าดี ชิเมอี บุตรของเกราหมอบลงต่อหน้ากษัตริย์เมื่อท่านข้ามแม่น้ำมา
19وَقَالَ لِلْمَلِكِ: «لَا يَحْسِبْ لِي سَيِّدِي إِثْمًا، وَلَا تَذْكُرْ مَا ٱفْتَرَى بِهِ عَبْدُكَ يَوْمَ خُرُوجِ سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ مِنْ أُورُشَلِيمَ، حَتَّى يَضَعَ ٱلْمَلِكُ ذَلِكَ فِي قَلْبِهِ،
19เขาทูลว่า “ขอนายของข้าผู้เป็นกษัตริย์อย่าถือโทษหรือจดจำความผิดที่ผู้รับใช้ทำในวันที่ท่านออกจากเยรูซาเล็ม ขออย่าเก็บเรื่องนั้นไว้ในใจ
20لِأَنَّ عَبْدَكَ يَعْلَمُ أَنِّي قَدْ أَخْطَأْتُ، وَهَأَنَذَا قَدْ جِئْتُ ٱلْيَوْمَ أَوَّلَ كُلِّ بَيْتِ يُوسُفَ، وَنَزَلْتُ لِلِقَاءِ سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ».
20ผู้รับใช้ของท่านรู้ว่าข้าทำบาป วันนี้ข้าจึงเป็นคนแรกจากวงศ์วานโยเซฟที่ลงมาต้อนรับนายของข้าผู้เป็นกษัตริย์”
21فَأَجَابَ أَبِيشَايُ ٱبْنُ صَرُويَةَ وَقَالَ: «أَلَا يُقْتَلُ شِمْعِي لِأَجْلِ هَذَا، لِأَنَّهُ سَبَّ مَسِيحَ ٱلرَّبِّ؟»
21แต่อาบีชัย บุตรนางเศรุยาห์ทูลว่า “ชิเมอีควรถูกประหารมิใช่หรือ เพราะเขาสาปแช่งผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงเจิม?”
22فَقَالَ دَاوُدُ: «مَا لِي وَلَكُمْ يَا بَنِي صَرُويَةَ حَتَّى تَكُونُوا لِيَ ٱلْيَوْمَ مُقَاوِمِينَ؟ آلْيَوْمَ يُقْتَلُ أَحَدٌ فِي إِسْرَائِيلَ؟ أَفَمَا عَلِمْتُ أَنِّي ٱلْيَوْمَ مَلِكٌ عَلَى إِسْرَائِيلَ؟»
22ดาวิดตอบว่า “พวกเจ้าบุตรนางเศรุยาห์ เหตุใดวันนี้จึงมาทำตัวเป็นศัตรูกับข้า? วันนี้ควรมีใครถูกประหารในอิสราเอลหรือ? ข้ารู้อยู่แล้วมิใช่หรือว่าวันนี้ข้าเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล?”
23ثُمَّ قَالَ ٱلْمَلِكُ لِشِمْعِي: «لَا تَمُوتُ». وَحَلَفَ لَهُ ٱلْمَلِكُ.
23กษัตริย์บอกชิเมอีว่า “เจ้าจะไม่ตาย” และสาบานรับรองแก่เขา
24وَنَزَلَ مَفِيبُوشَثُ ٱبْنُ شَاوُلَ لِلِقَاءِ ٱلْمَلِكِ، وَلَمْ يَعْتَنِ بِرِجْلَيْهِ، وَلَا ٱعْتَنَى بِلِحْيَتِهِ، وَلَا غَسَلَ ثِيَابَهُ، مِنَ ٱلْيَوْمِ ٱلَّذِي ذَهَبَ فِيهِ ٱلْمَلِكُ إِلَى ٱلْيَوْمِ ٱلَّذِي أَتَى فِيهِ بِسَلَامٍ.
24เมฟีโบเชทลูกหลานของซาอูลลงมาพบกษัตริย์ ตั้งแต่วันที่กษัตริย์จากไปจนวันที่กลับมาโดยสันติ เขาไม่ได้ดูแลเท้า ไม่เล็มเครา และไม่ซักเสื้อผ้า
25فَلَمَّا جَاءَ إِلَى أُورُشَلِيمَ لِلِقَاءِ ٱلْمَلِكِ، قَالَ لَهُ ٱلْمَلِكُ: «لِمَاذَا لَمْ تَذْهَبْ مَعِي يَامَفِيبُوشَثُ؟»
25เมื่อเขามาถึงเยรูซาเล็มเพื่อเข้าเฝ้ากษัตริย์ กษัตริย์ถามว่า “เมฟีโบเชท ทำไมเจ้าไม่ไปกับข้า?”
26فَقَالَ: «يَا سَيِّدِي ٱلْمَلِكُ إِنَّ عَبْدِي قَدْ خَدَعَنِي، لِأَنَّ عَبْدَكَ قَالَ: أَشُدُّ لِنَفْسِيَ ٱلْحِمَارَ فَأَرْكَبُ عَلَيْهِ وَأَذْهَبُ مَعَ ٱلْمَلِكِ، لِأَنَّ عَبْدَكَ أَعْرَجُ.
26เขาตอบว่า “นายของข้าผู้เป็นกษัตริย์ คนรับใช้ของข้าหลอกข้า เพราะข้าพูดว่า ‘ข้าจะผูกอานลาไว้ขี่ไปกับกษัตริย์’ เพราะข้าขาพิการ
27وَوَشَى بِعَبْدِكَ إِلَى سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ، وَسَيِّدِي ٱلْمَلِكُ كَمَلَاكِ ٱللهِ. فَٱفْعَلْ مَا يَحْسُنُ فِي عَيْنَيْكَ.
27แต่เขากลับใส่ร้ายข้าต่อนายของข้าผู้เป็นกษัตริย์ ท่านเป็นเหมือนทูตสวรรค์ของพระเจ้า โปรดทำตามที่ท่านเห็นว่าดี
28لِأَنَّ كُلَّ بَيْتِ أَبِي لَمْ يَكُنْ إِلَا أُنَاسًا مَوْتَى لِسَيِّدِي ٱلْمَلِكِ، وَقَدْ جَعَلْتَ عَبْدَكَ بَيْنَ ٱلْآكِلِينَ عَلَى مَائِدَتِكَ. فَأَيُّ حَقٍّ لِي بَعْدُ حَتَّى أَصْرُخَ أَيْضًا إِلَى ٱلْمَلِكِ؟»
28วงศ์วานของพ่อข้าทั้งหมดก็ไม่ต่างจากคนตายต่อหน้าท่าน แต่ท่านกลับให้ผู้รับใช้ของท่านร่วมโต๊ะอาหาร ข้ามีสิทธิ์อะไรจะร้องขอกษัตริย์อีก?”
29فَقَالَ لَهُ ٱلْمَلِكُ: «لِمَاذَا تَتَكَلَّمُ بَعْدُ بِأُمُورِكَ؟ قَدْ قُلْتُ إِنَّكَ أَنْتَ وَصِيبَا تَقْسِمَانِ ٱلْحَقْلَ».
29กษัตริย์ตอบเขาว่า “จะพูดเรื่องของเจ้าอีกทำไม? ข้าตัดสินแล้วว่าเจ้ากับศิบาแบ่งที่ดินกัน”
30فَقَالَ مَفِيبُوشَثُ لِلْمَلِكِ: «فَلْيَأْخُذِ ٱلْكُلَّ أَيْضًا بَعْدَ أَنْ جَاءَ سَيِّدِي ٱلْمَلِكُ بِسَلَامٍ إِلَى بَيْتِهِ».
30เมฟีโบเชททูลว่า “ให้เขาเอาไปทั้งหมดก็ได้ เพราะนายของข้าผู้เป็นกษัตริย์กลับถึงบ้านของท่านโดยสันติแล้ว”
31وَنَزَلَ بَرْزِلَّايُ ٱلْجِلْعَادِيُّ مِنْ رُوجَلِيمَ وَعَبَرَ ٱلْأُرْدُنَّ مَعَ ٱلْمَلِكِ لِيُشَيِّعَهُ عِنْدَ ٱلْأُرْدُنِّ.
31บารซิลลัยชาวกิเลอาดลงมาจากโรเกลิม และข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปกับกษัตริย์เพื่อส่งท่านข้ามฝั่ง
32وَكَانَ بَرْزِلَّايُ قَدْ شَاخَ جِدًّا. كَانَ ٱبْنَ ثَمَانِينَ سَنَةً. وَهُوَ عَالَ ٱلْمَلِكَ عِنْدَ إِقَامَتِهِ فِي مَحَنَايِمَ لِأَنَّهُ كَانَ رَجُلًا عَظِيمًا جِدًّا.
32บารซิลลัยชรามาก อายุแปดสิบปี เขาเคยจัดหาอาหารให้กษัตริย์ตอนพักที่มาหะนาอิม เพราะเขาเป็นคนมีฐานะมาก
33فَقَالَ ٱلْمَلِكُ لِبَرْزِلَّايَ: «ٱعْبُرْ أَنْتَ مَعِي وَأَنَا أَعُولُكَ مَعِي فِي أُورُشَلِيمَ».
33กษัตริย์บอกบารซิลลัยว่า “ข้ามไปกับข้าเถิด ข้าจะเลี้ยงดูเจ้าที่เยรูซาเล็ม”
34فَقَالَ بَرْزِلَّايُ لِلْمَلِكِ: «كَمْ أَيَّامُ سِنِي حَيَاتِي حَتَّى أَصْعَدَ مَعَ ٱلْمَلِكِ إِلَى أُورُشَلِيمَ؟
34บารซิลลัยตอบว่า “ชีวิตข้าเหลืออีกกี่ปี ถึงจะขึ้นไปเยรูซาเล็มกับกษัตริย์?
35أَنَا ٱلْيَوْمَ ٱبْنُ ثَمَانِينَ سَنَةً. هَلْ أُمَيِّزُ بَيْنَ ٱلطَّيِّبِ وَٱلرَّدِيءِ؟ وَهَلْ يَسْتَطْعِمُ عَبْدُكَ بِمَا آكُلُ وَمَا أَشْرَبُ؟ وَهَلْ أَسْمَعُ أَيْضًا أَصْوَاتَ ٱلْمُغَنِّينَ وَٱلْمُغَنِّيَاتِ؟ فَلِمَاذَا يَكُونُ عَبْدُكَ أَيْضًا ثِقْلًا عَلَى سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ؟
35วันนี้ข้าอายุแปดสิบปีแล้ว ยังแยกแยะดีชั่วได้หรือ? ยังรู้รสอาหารหรือเครื่องดื่มหรือ? ยังได้ยินเสียงชายหญิงร้องเพลงหรือ? ทำไมผู้รับใช้ของท่านจะต้องเป็นภาระแก่นายของข้าผู้เป็นกษัตริย์?
36يَعْبُرُ عَبْدُكَ قَلِيلًا ٱلْأُرْدُنَّ مَعَ ٱلْمَلِكِ. وَلِمَاذَا يُكَافِئُنِي ٱلْمَلِكُ بِهَذِهِ ٱلْمُكَافَأَةِ؟
36ข้าข้ามแม่น้ำไปส่งกษัตริย์อีกนิดเดียว เหตุใดท่านจะต้องตอบแทนมากมาย?
37دَعْ عَبْدَكَ يَرْجِعُ فَأَمُوتَ فِي مَدِينَتِي عِنْدَ قَبْرِ أَبِي وَأُمِّي. وَهُوَذَا عَبْدُكَ كِمْهَامُ يَعْبُرُ مَعَ سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ، فَٱفْعَلْ لَهُ مَا يَحْسُنُ فِي عَيْنَيْكَ».
37ขอให้ข้ากลับไปตายที่เมืองของตน ใกล้หลุมศพพ่อแม่ แต่คิมฮามผู้รับใช้ของท่านอยู่ที่นี่ ให้เขาข้ามไปกับนายของข้าผู้เป็นกษัตริย์เถิด แล้วท่านจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไรก็ได้ตามที่ท่านเห็นว่าดี”
38فَأَجَابَ ٱلْمَلِكُ: «إِنَّ كِمْهَامَ يَعْبُرُ مَعِي فَأَفْعَلُ لَهُ مَا يَحْسُنُ فِي عَيْنَيْكَ، وَكُلُّ مَا تَتَمَنَّاهُ مِنِّي أَفْعَلُهُ لَكَ».
38กษัตริย์ตอบว่า “คิมฮามจะข้ามไปกับข้า ข้าจะทำกับเขาตามที่เจ้าปรารถนา และจะทำทุกสิ่งที่เจ้าขอจากข้า”
39فَعَبَرَ جَمِيعُ ٱلشَّعْبِ ٱلْأُرْدُنَّ، وَٱلْمَلِكُ عَبَرَ. وَقَبَّلَ ٱلْمَلِكُ بَرْزِلَّايَ وَبَارَكَهُ، فَرَجَعَ إِلَى مَكَانِهِ.
39ผู้คนทั้งหมดข้ามแม่น้ำจอร์แดน กษัตริย์ก็ข้ามไปด้วย ท่านจูบและให้พรบารซิลลัย แล้วบารซิลลัยกลับถิ่นของตน
40وَعَبَرَ ٱلْمَلِكُ إِلَى ٱلْجِلْجَالِ، وَعَبَرَ كِمْهَامُ مَعَهُ، وَكُلُّ شَعْبِ يَهُوذَا عَبَّرُوا ٱلْمَلِكَ، وَكَذَلِكَ نِصْفُ شَعْبِ إِسْرَائِيلَ.
40กษัตริย์ข้ามไปกิลกาลโดยมีคิมฮามไปด้วย ชาวยูดาห์ทั้งหมดกับชาวอิสราเอลครึ่งหนึ่งเป็นผู้พากษัตริย์ข้าม
41وَإِذَا بِجَمِيعِ رِجَالِ إِسْرَائِيلَ جَاءُونَ إِلَى ٱلْمَلِكِ، وَقَالُوا لِلْمَلِكِ: «لِمَاذَا سَرِقَكَ إِخْوَتُنَا رِجَالُ يَهُوذَا وَعَبَرُوا ٱلْأُرْدُنَّ بِٱلْمَلِكِ وَبَيْتِهِ وَكُلِّ رِجَالِ دَاوُدَ مَعَهُ؟».
41ชาวอิสราเอลทั้งหมดมาถามกษัตริย์ว่า “ทำไมพี่น้องชาวยูดาห์ของเราจึงชิงพาท่านไป พากษัตริย์ คนในบ้าน และคนของดาวิดทั้งหมดข้ามแม่น้ำจอร์แดน?”
42فَأَجَابَ كُلُّ رِجَالِ يَهُوذَا رِجَالَ إِسْرَائِيلَ: «لِأَنَّ ٱلْمَلِكَ قَرِيبٌ إِلَيَّ، وَلِمَاذَا تَغْتَاظُ مِنْ هَذَا ٱلْأَمْرِ؟ هَلْ أَكَلْنَا شَيْئًا مِنَ ٱلْمَلِكِ أَوْ وَهَبَنَا هِبَةً؟»
42ชาวยูดาห์ตอบชาวอิสราเอลว่า “เพราะกษัตริย์เป็นญาติใกล้ชิดของเรา พวกเจ้าจะโกรธทำไม? เราได้กินอาหารจากกษัตริย์หรือได้รับของขวัญอะไรจากท่านหรือ?”
43فَأَجَابَ رِجَالُ إِسْرَائِيلَ رِجَالَ يَهُوذَا وَقَالُوا: «لِي عَشْرَةُ أَسْهُمٍ فِي ٱلْمَلِكِ، وَأَنَا أَحَقُّ مِنْكَ بِدَاوُدَ، فَلِمَاذَا ٱسْتَخْفَفْتَ بِي وَلَمْ يَكُنْ كَلَامِي أَوَّلًا فِي إِرْجَاعِ مَلِكِي؟» وَكَانَ كَلَامُ رِجَالِ يَهُوذَا أَقْسَى مِنْ كَلَامِ رِجَالِ إِسْرَائِيلَ.
43ชาวอิสราเอลตอบชาวยูดาห์ว่า “เรามีส่วนในกษัตริย์สิบส่วน เราจึงมีสิทธิ์ในดาวิดมากกว่าพวกเจ้า ทำไมพวกเจ้าดูหมิ่นเรา ไม่ถามความเห็นเราก่อนเรื่องรับกษัตริย์ของเรากลับมา?” ชาวยูดาห์ตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรงกว่าชาวอิสราเอล
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.