اَلْمُلُوكِ ٱلثَّانِي 23
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَأَرْسَلَ ٱلْمَلِكُ، فَجَمَعُوا إِلَيْهِ كُلَّ شُيُوخِ يَهُوذَا وَأُورُشَلِيمَ.
1กษัตริย์ส่งคนไป และพวกเขารวบรวมผู้ใหญ่ทั้งหมดของยูดาห์ และเยรูซาเล็มมาหาเขา
2وَصَعِدَ ٱلْمَلِكُ إِلَى بَيْتِ ٱلرَّبِّ وَجَمِيعُ رِجَالِ يَهُوذَا وَكُلُّ سُكَّانِ أُورُشَلِيمَ مَعَهُ، وَٱلْكَهَنَةُ وَٱلْأَنْبِيَاءُ وَكُلُّ ٱلشَّعْبِ مِنَ ٱلصَّغِيرِ إِلَى ٱلْكَبِيرِ، وَقَرَأَ فِي آذَانِهِمْ كُلَّ كَلَامِ سِفْرِ ٱلشَّرِيعَةِ ٱلَّذِي وُجِدَ فِي بَيْتِ ٱلرَّبِّ.
2กษัตริย์ขึ้นไปยังพระนิเวศของพระยาห์เวห์พร้อมกับชายทั้งหมดของยูดาห์ และชาวเยรูซาเล็มทั้งหมด ปุโรหิต ผู้เผยพระวจนะ และประชาชนทั้งหมดตั้งแต่ผู้น้อยถึงผู้ใหญ่ เขาอ่านถ้อยคำทั้งหมดในหนังสือพันธสัญญาที่พบในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ให้พวกเขาฟัง
3وَوَقَفَ ٱلْمَلِكُ عَلَى ٱلْمِنْبَرِ وَقَطَعَ عَهْدًا أَمَامَ ٱلرَّبِّ لِلذَّهَابِ وَرَاءَ ٱلرَّبِّ، وَلِحِفْظِ وَصَايَاهُ وَشَهَادَاتِهِ وَفَرَائِضِهِ بِكُلِّ ٱلْقَلْبِ وَكُلِّ ٱلنَّفْسِ، لِإِقَامَةِ كَلَامِ هَذَا ٱلْعَهْدِ ٱلْمَكْتُوبِ فِي هَذَا ٱلسِّفْرِ. وَوَقَفَ جَمِيعُ ٱلشَّعْبِ عِنْدَ ٱلْعَهْدِ.
3กษัตริย์ยืนข้างเสา และทำพันธสัญญาต่อหน้าพระยาห์เวห์ว่าจะดำเนินตามพระยาห์เวห์ และรักษาพระบัญชา ข้อกำหนด และกฎเกณฑ์ของพระองค์ด้วยสุดใจและสุดจิตเพื่อทำให้ถ้อยคำของพันธสัญญานี้ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือนี้มีผล และประชาชนทั้งหมดก็รับพันธสัญญานั้น
4وَأَمَرَ ٱلْمَلِكُ حِلْقِيَّا ٱلْكَاهِنَ ٱلْعَظِيمَ، وَكَهَنَةَ ٱلْفِرْقَةِ ٱلثَّانِيَةِ، وَحُرَّاسَ ٱلْبَابِ أَنْ يُخْرِجُوا مِنْ هَيْكَلِ ٱلرَّبِّ جَمِيعَ ٱلْآنِيَةِ ٱلْمَصْنُوعَةِ لِلْبَعْلِ وَلِلسَّارِيَةِ وَلِكُلِّ أَجْنَادِ ٱلسَّمَاءِ، وَأَحْرَقَهَا خَارِجَ أُورُشَلِيمَ فِي حُقُولِ قَدْرُونَ، وَحَمَلَ رَمَادَهَا إِلَى بَيْتِ إِيلَ.
4กษัตริย์สั่งฮิลคียาห์มหาปุโรหิต ปุโรหิตลำดับรอง และบรรดาผู้เฝ้าประตูให้นำภาชนะทั้งหมดที่ทำขึ้นสำหรับบาอัล สำหรับอาเชราห์ และสำหรับดวงดาวทั้งท้องฟ้าออกจากพระนิเวศของพระยาห์เวห์ เขาเผาสิ่งเหล่านั้นนอกเยรูซาเล็มในทุ่งริมลำธารขิดโรน และนำเถ้าถ่านไปยังเบธเอล
5وَلَاشَى كَهَنَةَ ٱلْأَصْنَامِ ٱلَّذِينَ جَعَلَهُمْ مُلُوكُ يَهُوذَا لِيُوقِدُوا عَلَى ٱلْمُرْتَفَعَاتِ فِي مُدُنِ يَهُوذَا وَمَا يُحِيطُ بِأُورُشَلِيمَ، وَٱلَّذِينَ يُوقِدُونَ: لِلْبَعْلِ، لِلشَّمْسِ، وَٱلْقَمَرِ، وَٱلْمَنَازِلِ، وَلِكُلِّ أَجْنَادِ ٱلسَّمَاءِ.
5เขาปลดปุโรหิตที่รับใช้รูปเคารพซึ่งบรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์ได้แต่งตั้งให้เผาเครื่องหอมในสถานบูชาบนที่สูงในเมืองต่างๆของยูดาห์ และในบริเวณรอบเยรูซาเล็ม รวมทั้งผู้ที่เผาเครื่องหอมถวายบาอัล ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ และดวงดาวทั้งท้องฟ้า
6وَأَخْرَجَ ٱلسَّارِيَةَ مِنْ بَيْتِ ٱلرَّبِّ خَارِجَ أُورُشَلِيمَ إِلَى وَادِي قَدْرُونَ وَأَحْرَقَهَا فِي وَادِي قَدْرُونَ، وَدَقَّهَا إِلَى أَنْ صَارَتْ غُبَارًا، وَذَرَّى ٱلْغُبَارَ عَلَى قُبُورِ عَامَّةِ ٱلشَّعْبِ.
6เขานำอาเชราห์ออกจากพระนิเวศของพระยาห์เวห์ไปนอกเยรูซาเล็มถึงลำธารขิดโรน แล้วเผาที่ลำธารขิดโรน บดจนเป็นผง และโปรยผงนั้นบนหลุมศพของสามัญชน
7وَهَدَمَ بُيُوتَ ٱلْمَأْبُونِينَ ٱلَّتِي عِنْدَ بَيْتِ ٱلرَّبِّ حَيْثُ كَانَتِ ٱلنِّسَاءُ يَنْسِجْنَ بُيُوتًا لِلسَّارِيَةِ.
7เขารื้อบ้านของโสเภณีชายประจำสถานบูชาที่อยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ซึ่งเป็นที่ที่บรรดาหญิงทอผ้าแขวนสำหรับอาเชราห์
8وَجَاءَ بِجَمِيعِ ٱلْكَهَنَةِ مِنْ مُدُنِ يَهُوذَا، وَنَجَّسَ ٱلْمُرْتَفَعَاتِ حَيْثُ كَانَ ٱلْكَهَنَةُ يُوقِدُونَ، مِنْ جَبْعَ إِلَى بِئْرِ سَبْعٍ، وَهَدَمَ مُرْتَفَعَاتِ ٱلْأَبْوَابِ ٱلَّتِي عِنْدَ مَدْخَلِ بَابِ يَشُوعَ رَئِيسِ ٱلْمَدِينَةِ ٱلَّتِي عَنِ ٱلْيَسَارِ فِي بَابِ ٱلْمَدِينَةِ.
8เขานำปุโรหิตทั้งหมดออกจากเมืองต่างๆของยูดาห์ และทำให้สถานบูชาบนที่สูงซึ่งปุโรหิตเคยเผาเครื่องหอมเป็นมลทินตั้งแต่เกบาถึงเบเออร์เชบา เขารื้อสถานบูชาบนที่สูงที่ประตูเมืองซึ่งอยู่ตรงทางเข้าประตูของโยชูวาผู้ปกครองเมืองทางซ้ายมือของผู้ที่เข้าทางประตูเมือง
9إِلَّا أَنَّ كَهَنَةَ ٱلْمُرْتَفَعَاتِ لَمْ يَصْعَدُوا إِلَى مَذْبَحِ ٱلرَّبِّ فِي أُورُشَلِيمَ بَلْ أَكَلُوا فَطِيرًا بَيْنَ إِخْوَتِهِمْ.
9อย่างไรก็ตามปุโรหิตของสถานบูชาบนที่สูงไม่ได้ขึ้นไปยังแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ในเยรูซาเล็ม แต่พวกเขากินขนมปังไร้เชื้อท่ามกลางพี่น้องของตน
10وَنَجَّسَ تُوفَةَ ٱلَّتِي فِي وَادِي بَنِي هِنُّومَ لِكَيْ لَا يُعَبِّرَ أَحَدٌ ٱبْنَهُ أَوِ ٱبْنَتَهُ فِي ٱلنَّارِ لِمُولَكَ.
10เขาทำให้โทเฟทซึ่งอยู่ในหุบเขาของลูกหลานฮินโนมเป็นมลทินเพื่อไม่ให้ใครให้บุตรชายหรือบุตรสาวของตนผ่านไฟถวายโมเลค
11وَأَبَادَ ٱلْخَيْلَ ٱلَّتِي أَعْطَاهَا مُلُوكُ يَهُوذَا لِلشَّمْسِ عِنْدَ مَدْخَلِ بَيْتِ ٱلرَّبِّ عِنْدَ مُخْدَعِ نَثْنَمْلَكَ ٱلْخَصِيِّ ٱلَّذِي فِي ٱلْأَرْوِقَةِ، وَمَرْكَبَاتُ ٱلشَّمْسِ أَحْرَقَهَا بِٱلنَّارِ.
11เขาเอาม้าที่บรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์ได้ถวายแด่ดวงอาทิตย์ออกไปจากทางเข้าพระนิเวศของพระยาห์เวห์ข้างห้องของนาธันเมเลคเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งอยู่ในลาน แล้วเขาเผารถศึกของดวงอาทิตย์ด้วยไฟ
12وَٱلْمَذَابِحُ ٱلَّتِي عَلَى سَطْحِ عُلِّيَّةِ آحَازَ ٱلَّتِي عَمِلَهَا مُلُوكُ يَهُوذَا، وَٱلْمَذَابِحُ ٱلَّتِي عَمِلَهَا مَنَسَّى فِي دَارَيْ بَيْتِ ٱلرَّبِّ، هَدَمَهَا ٱلْمَلِكُ، وَرَكَضَ مِنْ هُنَاكَ وَذَرَّى غُبَارَهَا فِي وَادِي قَدْرُونَ.
12กษัตริย์รื้อแท่นบูชาที่อยู่บนหลังคาห้องชั้นบนของอาหัสซึ่งบรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์ได้สร้าง และแท่นบูชาที่มนัสเสห์ได้สร้างในลานทั้งสองแห่งพระนิเวศของพระยาห์เวห์ เขาทุบแท่นเหล่านั้นจนแตกที่นั่น และทิ้งผงเหล่านั้นลงในลำธารขิดโรน
13وَٱلْمُرْتَفَعَاتُ ٱلَّتِي قُبَالَةَ أُورُشَلِيمَ، ٱلَّتِي عَنْ يَمِينِ جَبَلِ ٱلْهَلَاكِ، ٱلَّتِي بَنَاهَا سُلَيْمَانُ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ لِعَشْتُورَثَ رَجَاسَةِ ٱلصِّيدُونِيِّينَ، وَلِكَمُوشَ رَجَاسَةِ ٱلْمُوآبِيِّينَ، وَلِمَلْكُومَ كَرَاهَةِ بَنِي عَمُّونَ، نَجَّسَهَا ٱلْمَلِكُ.
13กษัตริย์ทำให้สถานบูชาบนที่สูงที่อยู่หน้าเยรูซาเล็มทางขวามือของภูเขาแห่งความเสื่อมทรามเป็นมลทิน สถานบูชาเหล่านี้ซาโลมอนกษัตริย์แห่งอิสราเอลได้สร้างไว้สำหรับอัชโทเรทสิ่งน่าเกลียดชังของชาวไซดอน สำหรับเคโมชสิ่งน่าเกลียดชังของโมอับ และสำหรับมิลโคมสิ่งน่าเกลียดชังของลูกหลานอัมโมน
14وَكَسَّرَ ٱلتَّمَاثِيلَ وَقَطَّعَ ٱلسَّوَارِيَ وَمَلَأَ مَكَانَهَا مِنْ عِظَامِ ٱلنَّاسِ.
14เขาทุบเสาต่างๆจนแตก โค่นเสาอาเชราห์ และนำกระดูกมนุษย์มาใส่จนเต็มบริเวณเหล่านั้น
15وَكَذَلِكَ ٱلْمَذْبَحُ ٱلَّذِي فِي بَيْتِ إِيلَ فِي ٱلْمُرْتَفَعَةِ ٱلَّتِي عَمِلَهَا يَرُبْعَامُ بْنُ نَبَاطَ ٱلَّذِي جَعَلَ إِسْرَائِيلَ يُخْطِئُ، فَذَانِكَ ٱلْمَذْبَحُ وَٱلْمُرْتَفَعَةُ هَدَمَهُمَا وَأَحْرَقَ ٱلْمُرْتَفَعَةَ وَسَحَقَهَا حَتَّى صَارَتْ غُبَارًا، وَأَحْرَقَ ٱلسَّارِيَةَ.
15ยิ่งกว่านั้นแท่นบูชาที่เบธเอล และสถานบูชาบนที่สูงซึ่งเยโรโบอัมบุตรเนบัทผู้ทำให้อิสราเอลทำบาปได้สร้างไว้ คือทั้งแท่นบูชา และสถานบูชาบนที่สูงนั้น เขารื้อลง เขาเผาสถานบูชาบนที่สูง บดจนเป็นผง และเผาอาเชราห์
16وَٱلْتَفَتَ يُوشِيَّا فَرَأَى ٱلْقُبُورَ ٱلَّتِي هُنَاكَ فِي ٱلْجَبَلِ، فَأَرْسَلَ وَأَخَذَ ٱلْعِظَامَ مِنَ ٱلْقُبُورِ وَأَحْرَقَهَا عَلَى ٱلْمَذْبَحِ، وَنَجَّسَهُ حَسَبَ كَلَامِ ٱلرَّبِّ ٱلَّذِي نَادَى بِهِ رَجُلُ ٱللهِ ٱلَّذِي نَادَى بِهَذَا ٱلْكَلَامِ.
16เมื่อโยสิยาห์หันไป เขาเห็นที่ฝังศพหลายแห่งที่อยู่บนภูเขา จึงส่งคนไปนำกระดูกออกจากที่ฝังศพเหล่านั้นมาเผาบนแท่นบูชา และทำให้แท่นนั้นเป็นมลทินตามพระดำรัสของพระยาห์เวห์ที่คนของพระเจ้าได้ประกาศเรื่องเหล่านี้ไว้
17وَقَالَ: «مَا هَذِهِ ٱلصُّوَّةُ ٱلَّتِي أَرَى؟» فَقَالَ لَهُ رِجَالُ ٱلْمَدِينَةِ: «هِيَ قَبْرُ رَجُلِ ٱللهِ ٱلَّذِي جَاءَ مِنْ يَهُوذَا وَنَادَى بِهَذِهِ ٱلْأُمُورِ ٱلَّتِي عَمِلْتَ عَلَى مَذْبَحِ بَيْتِ إِيلَ».
17แล้วเขาถามว่า “อนุสรณ์ที่เราเห็นนั่นคืออะไร” คนของเมืองทูลพระองค์ว่า “นั่นคือที่ฝังศพของคนของพระเจ้าผู้ที่มาจากยูดาห์ และประกาศเรื่องเหล่านี้ที่พระองค์ทรงทำต่อแท่นบูชาแห่งเบธเอล”
18فَقَالَ: «دَعُوهُ. لَا يُحَرِّكَنَّ أَحَدٌ عِظَامَهُ». فَتَرَكُوا عِظَامَهُ وَعِظَامَ ٱلنَّبِيِّ ٱلَّذِي جَاءَ مِنَ ٱلسَّامِرَةِ.
18เขาพูดว่า “ปล่อยเขาไว้ อย่าให้ใครย้ายกระดูกของเขา” ดังนั้นพวกเขาจึงปล่อยกระดูกของเขาไว้พร้อมกับกระดูกของผู้เผยพระวจนะที่มาจากสะมาเรีย
19وَكَذَا جَمِيعُ بُيُوتِ ٱلْمُرْتَفَعَاتِ ٱلَّتِي فِي مُدُنِ ٱلسَّامِرَةِ ٱلَّتِي عَمِلَهَا مُلُوكُ إِسْرَائِيلَ لِلْإِغَاظَةِ، أَزَالَهَا يُوشِيَّا، وَعَمِلَ بِهَا حَسَبَ جَمِيعِ ٱلْأَعْمَالِ ٱلَّتِي عَمِلَهَا فِي بَيْتِ إِيلَ.
19โยสิยาห์รื้อวิหารทั้งหมดของสถานบูชาบนที่สูงในเมืองต่างๆของสะมาเรียซึ่งบรรดากษัตริย์แห่งอิสราเอลได้สร้างไว้เพื่อยั่วยุให้พระยาห์เวห์ทรงกริ้ว และเขาทำกับสถานที่เหล่านั้นเหมือนทุกอย่างที่ได้ทำที่เบธเอล
20وَذَبَحَ جَمِيعَ كَهَنَةِ ٱلْمُرْتَفَعَاتِ ٱلَّتِي هُنَاكَ عَلَى ٱلْمَذَابِحِ، وَأَحْرَقَ عِظَامَ ٱلنَّاسِ عَلَيْهَا، ثُمَّ رَجَعَ إِلَى أُورُشَلِيمَ.
20เขาฆ่าปุโรหิตทั้งหมดของสถานบูชาบนที่สูงที่อยู่ที่นั่นบนแท่นบูชา และเผากระดูกมนุษย์บนแท่นเหล่านั้น แล้วเขากลับเยรูซาเล็ม
21وَأَمَرَ ٱلْمَلِكُ جَمِيعَ ٱلشَّعْبِ قَائِلًا: «ٱعْمَلُوا فِصْحًا لِلرَّبِّ إِلَهِكُمْ كَمَا هُوَ مَكْتُوبٌ فِي سِفْرِ ٱلْعَهْدِ هَذَا».
21กษัตริย์สั่งประชาชนทั้งหมดว่า “จงถือเทศกาลปัสกาถวายแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้าตามที่เขียนไว้ในหนังสือพันธสัญญานี้”
22إِنَّهُ لَمْ يُعْمَلْ مِثْلُ هَذَا ٱلْفِصْحِ مُنْذُ أَيَّامِ ٱلْقُضَاةِ ٱلَّذِينَ حَكَمُوا عَلَى إِسْرَائِيلَ، وَلَا فِي كُلِّ أَيَّامِ مُلُوكِ إِسْرَائِيلَ وَمُلُوكِ يَهُوذَا.
22แน่นอนว่าไม่เคยมีการถือเทศกาลปัสกาเช่นนี้ตั้งแต่สมัยของบรรดาผู้วินิจฉัยที่วินิจฉัยอิสราเอลหรือตลอดสมัยของบรรดากษัตริย์แห่งอิสราเอล และบรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์
23وَلَكِنْ فِي ٱلسَّنَةِ ٱلثَّامِنَةَ عَشْرَةَ لِلْمَلِكِ يُوشِيَّا، عُمِلَ هَذَا ٱلْفِصْحُ لِلرَّبِّ فِي أُورُشَلِيمَ.
23แต่ในปีที่สิบแปดแห่งรัชกาลกษัตริย์โยสิยาห์ได้มีการถือเทศกาลปัสกานี้ถวายแด่พระยาห์เวห์ในเยรูซาเล็ม
24وَكَذَلِكَ ٱلسَّحَرَةُ وَٱلْعَرَّافُونَ وَٱلتَّرَافِيمُ وَٱلْأَصْنَامُ وَجَمِيعُ ٱلرَّجَاسَاتِ ٱلَّتِي رُئِيَتْ فِي أَرْضِ يَهُوذَا وَفِي أُورُشَلِيمَ، أَبَادَهَا يُوشِيَّا لِيُقِيمَ كَلَامَ ٱلشَّرِيعَةِ ٱلْمَكْتُوبَ فِي ٱلسِّفْرِ ٱلَّذِي وَجَدَهُ حِلْقِيَّا ٱلْكَاهِنُ فِي بَيْتِ ٱلرَّبِّ.
24ยิ่งกว่านั้นโยสิยาห์กำจัดคนทรงวิญญาณ หมอผี เทราฟิม รูปเคารพ และสิ่งน่าเกลียดชังทั้งหมดที่พบในแผ่นดินยูดาห์ และในเยรูซาเล็ม เพื่อทำให้ถ้อยคำของธรรมบัญญัติซึ่งเขียนไว้ในหนังสือที่ฮิลคียาห์ปุโรหิตพบในพระนิเวศของพระยาห์เวห์มีผล
25وَلَمْ يَكُنْ قَبْلَهُ مَلِكٌ مِثْلُهُ قَدْ رَجَعَ إِلَى ٱلرَّبِّ بِكُلِّ قَلْبِهِ وَكُلِّ نَفْسِهِ وَكُلِّ قُوَّتِهِ حَسَبَ كُلِّ شَرِيعَةِ مُوسَى، وَبَعْدَهُ لَمْ يَقُمْ مِثْلُهُ.
25ก่อนหน้าโยสิยาห์ไม่เคยมีกษัตริย์ใดเหมือนเขา ผู้ซึ่งหันกลับมาหาพระยาห์เวห์ด้วยสุดใจสุดจิตและสุดกำลังตามธรรมบัญญัติทั้งหมดของโมเสส และหลังจากเขาก็ไม่เคยมีผู้ใดเหมือนเขาขึ้นมาอีก
26وَلَكِنَّ ٱلرَّبَّ لَمْ يَرْجِعْ عَنْ حُمُوِّ غَضَبِهِ ٱلْعَظِيمِ، لِأَنَّ غَضَبَهُ حَمِيَ عَلَى يَهُوذَا مِنْ أَجْلِ جَمِيعِ ٱلْإِغَاظَاتِ ٱلَّتِي أَغَاظَهُ إِيَّاهَا مَنَسَّى.
26ถึงอย่างนั้นพระยาห์เวห์ยังไม่ทรงหันจากพระพิโรธอันรุนแรงยิ่งซึ่งลุกโชนต่อยูดาห์ เพราะการยั่วยุทั้งหมดที่มนัสเสห์ได้ยั่วยุพระองค์
27فَقَالَ ٱلرَّبُّ: «إِنِّي أَنْزِعُ يَهُوذَا أَيْضًا مِنْ أَمَامِي كَمَا نَزَعْتُ إِسْرَائِيلَ، وَأَرْفُضُ هَذِهِ ٱلْمَدِينَةَ ٱلَّتِي ٱخْتَرْتُهَا أُورُشَلِيمَ وَٱلْبَيْتَ ٱلَّذِي قُلْتُ يَكُونُ ٱسْمِي فِيهِ».
27พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เราจะกำจัดยูดาห์ออกจากสายตาของเราเช่นเดียวกับที่เราได้กำจัดอิสราเอล และเราจะทอดทิ้งเมืองนี้ซึ่งเราได้เลือก คือเยรูซาเล็ม และพระนิเวศซึ่งเราได้กล่าวถึงว่า ‘นามของเราจะอยู่ที่นั่น’”
28وَبَقِيَّةُ أُمُورِ يُوشِيَّا وَكُلُّ مَا عَمِلَ، أَمَا هِيَ مَكْتُوبَةٌ فِي سِفْرِ أَخْبَارِ ٱلْأَيَّامِ لِمُلُوكِ يَهُوذَا؟
28ส่วนเหตุการณ์อื่นๆในรัชกาลโยสิยาห์ และทุกสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ได้เขียนไว้ในหนังสือพงศาวดารของบรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์หรือ?
29فِي أَيَّامِهِ صَعِدَ فِرْعَوْنُ نَخْوُ مَلِكُ مِصْرَ عَلَى مَلِكِ أَشُّورَ إِلَى نَهْرِ ٱلْفُرَاتِ. فَصَعِدَ ٱلْمَلِكُ يُوشِيَّا لِلِقَائِهِ، فَقَتَلَهُ فِي مَجِدُّو حِينَ رَآهُ.
29ในสมัยของโยสิยาห์ฟาโรห์เนโคกษัตริย์แห่งอียิปต์ยกทัพขึ้นไปต่อสู้กับกษัตริย์แห่งอัสซีเรียที่แม่น้ำยูเฟรติส แล้วกษัตริย์โยสิยาห์ออกไปต่อสู้กับเขา แต่ฟาโรห์เนโคฆ่าเขาที่เมกิดโดเมื่อได้เห็นเขา
30وَأَرْكَبَهُ عَبِيدُهُ مَيْتًا مِنْ مَجِدُّو، وَجَاءُوا بِهِ إِلَى أُورُشَلِيمَ وَدَفَنُوهُ فِي قَبْرِهِ. فَأَخَذَ شَعْبُ ٱلْأَرْضِ يَهُوآحَازَ بْنَ يُوشِيَّا وَمَسَحُوهُ وَمَلَّكُوهُ عِوَضًا عَنْ أَبِيهِ.
30บรรดาผู้รับใช้ของเขานำศพโดยรถศึกจากเมกิดโดมาเยรูซาเล็ม และฝังเขาไว้ในที่ฝังศพของเขาเอง แล้วประชาชนแห่งแผ่นดินนำเยโฮอาหาสบุตรโยสิยาห์มาเจิม และตั้งเขาเป็นกษัตริย์แทนบิดา
31كَانَ يَهُوآحَازُ ٱبْنَ ثَلَاثٍ وَعِشْرِينَ سَنَةً حِينَ مَلَكَ، وَمَلَكَ ثَلَاثَةَ أَشْهُرٍ فِي أُورُشَلِيمَ، وَٱسْمُ أُمِّهِ حَمُوطَلُ بِنْتُ إِرْمِيَا مِنْ لِبْنَةَ.
31เยโฮอาหาสมีอายุยี่สิบสามปีเมื่อเริ่มครองราชย์ และเขาครองราชย์ในเยรูซาเล็มสามเดือน มารดาของเขาชื่อฮามูทัลเป็นบุตรสาวของเยเรมีย์แห่งลิบนาห์
32فَعَمِلَ ٱلشَّرَّ فِي عَيْنَيِ ٱلرَّبِّ حَسَبَ كُلِّ مَا عَمِلَهُ آبَاؤُهُ.
32เขาทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ตามทุกอย่างที่บรรพบุรุษของเขาได้ทำ
33وَأَسَرَهُ فِرْعَوْنُ نَخْوُ فِي رَبْلَةَ فِي أَرْضِ حَمَاةَ لِئَلَّا يَمْلِكَ فِي أُورُشَلِيمَ، وَغَرَّمَ ٱلْأَرْضَ بِمِئَةِ وَزْنَةٍ مِنَ ٱلْفِضَّةِ وَوَزْنَةٍ مِنَ ٱلذَّهَبِ.
33ฟาโรห์เนโคจับเขาใส่โซ่ตรวนที่ริบลาห์ในแผ่นดินฮามัทเพื่อไม่ให้เขาครองราชย์ในเยรูซาเล็ม และกำหนดให้แผ่นดินจ่ายบรรณาการเป็นเงินหนึ่งร้อยตะลันต์ และทองคำหนึ่งตะลันต์
34وَمَلَّكَ فِرْعَوْنُ نَخْوُ أَلِيَاقِيمَ بْنَ يُوشِيَّا عِوَضًا عَنْ يُوشِيَّا أَبِيهِ، وَغَيَّرَ ٱسْمَهُ إِلَى يَهُويَاقِيمَ، وَأَخَذَ يَهُوآحَازَ وَجَاءَ إِلَى مِصْرَ فَمَاتَ هُنَاكَ.
34ฟาโรห์เนโคตั้งเอลียาคิมบุตรโยสิยาห์เป็นกษัตริย์แทนโยสิยาห์บิดาของเขา และเปลี่ยนชื่อเขาเป็นเยโฮยาคิม แต่ฟาโรห์นำเยโฮอาหาสไป และเขาไปถึงอียิปต์ และตายที่นั่น
35وَدَفَعَ يَهُويَاقِيمُ ٱلْفِضَّةَ وَٱلذَّهَبَ لِفِرْعَوْنَ، إِلَّا أَنَّهُ قَوَّمَ ٱلْأَرْضَ لِدَفْعِ ٱلْفِضَّةِ بِأَمْرِ فِرْعَوْنَ. كُلَّ وَاحِدٍ حَسَبَ تَقْوِيمِهِ. فَطَالَبَ شَعْبَ ٱلْأَرْضِ بِٱلْفِضَّةِ وَٱلذَّهَبِ لِيَدْفَعَ لِفِرْعَوْنَ نَخْوٍ.
35เยโฮยาคิมมอบเงิน และทองคำแก่ฟาโรห์ แต่เขาเก็บภาษีจากแผ่นดินเพื่อจ่ายเงินตามคำสั่งของฟาโรห์ เขาเรียกเก็บเงิน และทองคำจากประชาชนแห่งแผ่นดินจากแต่ละคนตามส่วนที่ถูกประเมินเพื่อมอบให้ฟาโรห์เนโค
36كَانَ يَهُويَاقِيمُ ٱبْنَ خَمْسٍ وَعِشْرِينَ سَنَةً حِينَ مَلَكَ، وَمَلَكَ إِحْدَى عَشْرَةَ سَنَةً فِي أُورُشَلِيمَ، وَٱسْمُ أُمِّهِ زَبِيدَةُ بِنْتُ فِدَايَةَ مِنْ رُومَةَ.
36เยโฮยาคิมมีอายุยี่สิบห้าปีเมื่อเริ่มครองราชย์ และเขาครองราชย์ในเยรูซาเล็มสิบเอ็ดปี มารดาของเขาชื่อเศบิดาห์เป็นบุตรสาวของเปดายาห์แห่งรูมาห์
37وَعَمِلَ ٱلشَّرَّ فِي عَيْنَيِ ٱلرَّبِّ حَسَبَ كُلِّ مَا عَمِلَ آبَاؤُهُ.
37เขาทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ตามทุกอย่างที่บรรพบุรุษของเขาได้ทำ
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.