2 ซามูเอล
Chapter 19
Freedom Bible (Thai)
vs Smith–Van Dyck Ara…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

2 ซามูเอล 19

Freedom Bible (Thai)
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
1มี​คน​บอก​โยอาบ​ว่า “กษัตริย์​ร้องไห้​ไว้​ทุกข์​ให้​อับซาโลม”
1فَأُخْبِرَ يُوآبُ: «هُوَذَا ٱلْمَلِكُ يَبْكِي وَيَنُوحُ عَلَى أَبْشَالُومَ».
2วัน​นั้น​ชัยชนะ​กลับ​กลาย​เป็น​ความ​โศก​เศร้า​ของ​ผู้คน​ทั้งหมด เพราะ​พวก​เขา​ได้ยิน​ว่า “กษัตริย์​เสียใจ​เรื่อง​ลูกชาย”
2فَصَارَتِ ٱلْغَلَبَةُ فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ مَنَاحَةً عِنْدَ جَمِيعِ ٱلشَّعْبِ، لِأَنَّ ٱلشَّعْبَ سَمِعُوا فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ مَنْ يَقُولُ إِنَّ ٱلْمَلِكَ قَدْ تَأَسَّفَ عَلَى ٱبْنِهِ.
3วัน​นั้น​ผู้คน​แอบ​เข้า​เมืองราวกับ​คน​ที่​หนีศึก​กลับ​มา​อย่าง​อับอาย
3وَتَسَلَّلَ ٱلشَّعْبُ فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ لِلدُّخُولِ إِلَى ٱلْمَدِينَةِ كَمَا يَتَسَلَّلُ ٱلْقَوْمُ ٱلْخَجِلُونَ عِنْدَمَا يَهْرُبُونَ فِي ٱلْقِتَالِ.
4กษัตริย์​ปิด​หน้า​และ​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “อับซาโลม​ลูก​พ่อ! อับซาโลม ลูก​พ่อ ลูก​พ่อ!”
4وَسَتَرَ ٱلْمَلِكُ وَجْهَهُ وَصَرَخَ ٱلْمَلكُ بِصَوْتٍ عَظِيمٍ: «يَا ٱبْنِي أَبْشَالُومُ، يَا أَبْشَالُومُ ٱبْنِي، يَا ٱبْنِي!».
5โยอาบ​เข้าไป​หา​กษัตริย์​ใน​บ้าน​แล้ว​พูด​ว่า “วัน​นี้​ท่าน​ทำให้​คนรับใช้​ทุก​คน​ที่​ช่วย​ชีวิต​ท่าน ชีวิต​บุตร​ชาย​บุตร​สาว ภรรยา​และ​นาง​สนม​ของ​ท่าน ต้อง​อับอาย
5فَدَخَلَ يُوآبُ إِلَى ٱلْمَلِكِ إِلَى ٱلْبَيْتِ وَقَالَ: «قَدْ أَخْزَيْتَ ٱلْيَوْمَ وُجُوهَ جَمِيعِ عَبِيدِكَ، مُنْقِذِي نَفْسِكَ ٱلْيَوْمَ وَأَنْفُسِ بَنِيكَ وَبَنَاتِكَ وَأَنْفُسِ نِسَائِكَ وَأَنْفُسِ سَرَارِيِّكَ،
6เพราะ​ท่าน​รัก​คน​ที่​เกลียด​ท่าน และ​เกลียด​คน​ที่รัก​ท่าน วัน​นี้​ท่าน​แสดง​ชัด​ว่า​บรรดา​ผู้นำ​กับ​คนรับใช้​ไม่มี​ความ​หมาย​สำหรับ​ท่าน ข้า​เห็น​แล้ว​ว่า ถ้า​อับซาโลม​ยัง​มี​ชีวิต และ​วัน​นี้​พวกเรา​ทุก​คน​ตาย ท่าน​คง​พอใจ
6بِمَحَبَّتِكَ لِمُبْغِضِيكَ وَبُغْضِكَ لِمُحِبِّيكَ، لِأَنَّكَ أَظْهَرْتَ ٱلْيَوْمَ أَنَّهُ لَيْسَ لَكَ رُؤَسَاءُ وَلَا عَبِيدٌ، لِأَنِّي عَلِمْتُ ٱلْيَوْمَ أَنَّهُ لَوْ كَانَ أَبْشَالُومُ حَيًّا وَكُلُّنَا ٱلْيَوْمَ مَوْتَى، لَحَسُنَ حِينَئِذٍ ٱلْأَمْرُ فِي عَيْنَيْكَ.
7บัดนี้​ลุก​ขึ้น​ออก​ไป​พูด​ปลอบ​คน​ของ​ท่าน​เถิด ข้า​สาบาน​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า ถ้า​ท่าน​ไม่​ออก​ไป คืน​นี้​จะ​ไม่มี​ใคร​อยู่​กับ​ท่าน​เลย และ​เรื่อง​นั้น​จะ​เลว​ร้าย​ยิ่ง​กว่า​ภัย​ทุก​อย่าง​ที่​ท่าน​ประสบ​มา​ตั้งแต่​หนุ่ม​จนถึง​บัดนี้”
7فَٱلْآنَ قُمْ وَٱخْرُجْ وَطَيِّبْ قُلُوبَ عَبِيدِكَ، لِأَنِّي قَدْ أَقْسَمْتُ بِٱلرَّبِّ إِنَّهُ إِنْ لَمْ تَخْرُجْ لَا يَبِيتُ أَحَدٌ مَعَكَ هَذِهِ ٱللَّيْلَةَ، وَيَكُونُ ذَلِكَ أَشَرَّ عَلَيْكَ مِنْ كُلِّ شَرٍّ أَصَابَكَ مُنْذُ صِبَاكَ إِلَى ٱلْآنَ».
8กษัตริย์​จึง​ลุก​ขึ้น​ไป​นั่ง​ที่​ประตู​เมือง มี​คน​บอก​ทุก​คน​ว่า “กษัตริย์​นั่ง​อยู่​ที่​ประตู​เมือง​แล้ว” คน​ทั้งหมด​จึง​มา​เข้า​เฝ้า ส่วน​ชาว​อิสราเอล​ต่าง​หนี​กลับ​กระโจม​ของ​ตน
8فَقَامَ ٱلْمَلِكُ وَجَلَسَ فِي ٱلْبَابِ. فَأَخْبَرُوا جَمِيعَ ٱلشَّعْبِ قَائِلِينَ: «هُوَذَا ٱلْمَلِكُ جَالِسٌ فِي ٱلْبَابِ». فَأَتَى جَمِيعُ ٱلشَّعْبِ أَمَامَ ٱلْمَلِكِ. وَأَمَّا إِسْرَائِيلُ فَهَرَبُوا كُلُّ وَاحِدٍ إِلَى خَيْمَتِهِ.
9ผู้คน​จาก​ทุก​ชน​เผ่า​ของ​อิสราเอล​โต้​เถียง​กัน​ว่า “กษัตริย์​เคย​ช่วย​เรา​จาก​ศัตรู​และ​ชาว​ฟีลิสเตีย บัดนี้​ท่าน​หนี​อับซาโลม​ออก​จาก​แผ่น​ดิน
9وَكَانَ جَمِيعُ ٱلشَّعْبِ فِي خِصَامٍ فِي جَمِيعِ أَسْبَاطِ إِسْرَائِيلَ قَائِلِينَ: «إِنَّ ٱلْمَلِكَ قَدْ أَنْقَذَنَا مِنْ يَدِ أَعْدَائِنَا وَهُوَ نَجَّانَا مِنْ يَدِ ٱلْفِلِسْطِينِيِّينَ، وَٱلْآنَ قَدْ هَرَبَ مِنَ ٱلْأَرْضِ لِأَجْلِ أَبْشَالُومَ
10ส่วน​อับซาโลม​ที่​เรา​เจิม​ให้​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​เรา ก็​ตาย​ใน​สนามรบ​แล้ว ทำไม​พวก​เจ้า​จึง​ไม่​พูด​เรื่อง​รับ​กษัตริย์​กลับ​มา?”
10وَأَبْشَالُومُ ٱلَّذِي مَسَحْنَاهُ عَلَيْنَا قَدْ مَاتَ فِي ٱلْحَرْبِ. فَٱلْآنَ لِمَاذَا أَنْتُمْ سَاكِتُونَ عَنْ إِرْجَاعِ ٱلْمَلِكِ؟»
11กษัตริย์​ดาวิด​ส่ง​คำ​ถึง​ศาโดก​กับ​อาบียาธาร์​ปุโรหิต​ว่า “ไป​บอกบรรดา​ผู้ใหญ่​ของ​ยูดาห์​ว่า ‘ทำไม​พวก​ท่าน​เป็นก​ลุ่ม​สุดท้าย​ที่​จะ​รับ​กษัตริย์​กลับ​บ้าน ทั้ง​ที่​คำ​พูด​ของ​อิสราเอล​ทั้งหมด​เรื่อง​รับ​ท่าน​กลับ​มา​ถึง​กษัตริย์​แล้ว?
11وَأَرْسَلَ ٱلْمَلِكُ دَاوُدُ إِلَى صَادُوقَ وَأَبِيَاثَارَ ٱلْكَاهِنَيْنِ قَائِلًا: «كَلِّمَا شُيُوخَ يَهُوذَا قَائِلَيْنِ: لِمَاذَا تَكُونُونَ آخِرِينَ فِي إِرْجَاعِ ٱلْمَلِكِ إِلَى بَيْتِهِ، وَقَدْ أَتَى كَلَامُ جَمِيعِ إِسْرَائِيلَ إِلَى ٱلْمَلِكِ فِي بَيْتِهِ؟
12พวก​ท่าน​เป็น​พี่​น้อง เป็น​เลือด​เนื้อ​เดียว​กับ​ข้า ทำไม​จึง​เป็นก​ลุ่ม​สุดท้าย​ที่​จะ​รับ​กษัตริย์​กลับ​มา?’
12أَنْتُمْ إِخْوَتِي. أَنْتُمْ عَظْمِي وَلَحْمِي. فَلِمَاذَا تَكُونُونَ آخِرِينَ فِي إِرْجَاعِ ٱلْمَلِكِ؟
13แล้ว​จง​บอก​อามาสา​ว่า ‘เจ้า​เป็น​เลือด​เนื้อ​เดียว​กับ​ข้า​มิใช่​หรือ? ขอ​ให้​พระเจ้า​ลงโทษ​ข้า และ​เพิ่ม​โทษ​ให้​หนัก​ยิ่ง​ขึ้น หาก​เจ้า​จะ​ไม่​ได้​เป็น​ผู้​บัญชาการ​กองทัพ​ของ​ข้า​แทน​โยอาบ​ตลอด​ไป’”
13وَتَقُولَانِ لِعَمَاسَا: أَمَا أَنْتَ عَظْمِي وَلَحْمِي؟ هَكَذَا يَفْعَلُ بِيَ ٱللهُ وَهَكَذَا يَزِيدُ، إِنْ كُنْتَ لَا تَصِيرُ رَئِيسَ جَيْشٍ عِنْدِي كُلَّ ٱلْأَيَّامِ بَدَلَ يُوآبَ».
14ดาวิด​โน้ม​น้าว​ใจ​ชาว​ยูดาห์​ทั้งหมด​ให้​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว พวก​เขา​จึง​ส่ง​คำ​ถึง​กษัตริย์​ว่า “ขอ​ท่าน​กับ​คนรับใช้​ทั้งหมด​กลับ​มา”
14فَٱسْتَمَالَ بِقُلُوبِ جَمِيعِ رِجَالِ يَهُوذَا كَرَجُلٍ وَاحِدٍ، فَأَرْسَلُوا إِلَى ٱلْمَلِكِ قَائِلِينَ: «ٱرْجِعْ أَنْتَ وَجَمِيعُ عَبِيدِكَ».
15กษัตริย์​จึง​กลับ​มา​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน ชาว​ยูดาห์​มา​ที่​กิลกาล​เพื่อ​ต้อนรับ​และ​พา​กษัตริย์​ข้าม​แม่น้ำ
15فَرَجَعَ ٱلْمَلِكُ وَأَتَى إِلَى ٱلْأُرْدُنِّ، وَأَتَى يَهُوذَا إِلَى ٱلْجِلْجَالِ سَائِرًا لِمُلَاقَاةِ ٱلْمَلِكِ لِيُعَبِّرَ ٱلْمَلِكَ ٱلْأُرْدُنَّ.
16ชิเมอี บุตร​ของ​เกรา ชาว​เบนยามิน​จา​กบาฮู​ริม​รีบ​ลง​มา​พร้อม​ชาว​ยูดาห์​เพื่อ​ต้อนรับ​กษัตริย์​ดาวิด
16فَبَادَرَ شِمْعِي بْنُ جِيْرَا ٱلْبَنْيَامِينِيُّ ٱلَّذِي مِنْ بَحُورِيمَ وَنَزَلَ مَعَ رِجَالِ يَهُوذَا لِلِقَاءِ ٱلْمَلِكِ دَاوُدَ،
17มี​ชาว​เบนยามิน​หนึ่ง​พัน​คน​มา​กับ​เขา ศิบา​คนรับใช้​วงศ์​วาน​ซาอูล​ก็​มา​ด้วย พร้อม​บุตร​ชาย​สิบ​ห้า​คน​และ​คนรับใช้​ยี่สิบ​คน พวก​เขา​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ต่อ​หน้า​กษัตริย์
17وَمَعَهُ أَلْفُ رَجُلٍ مِنْ بَنْيَامِينَ، وَصِيبَا غُلَامُ بَيْتِ شَاوُلَ وَبَنُوهُ ٱلْخَمْسَةَ عَشَرَ وَعَبِيدُهُ ٱلْعِشْرُونَ مَعَهُ، فَخَاضُوا ٱلْأُرْدُنَّ أَمَامَ ٱلْمَلِكِ.
18มี​เรือ​ข้าม​ฟาก​มา​รับ​คนใน​บ้าน​กษัตริย์​ข้าม​ฝั่ง และ​ทำ​ตาม​ที่​กษัตริย์​เห็น​ว่า​ดี ชิเมอี บุตร​ของ​เกรา​หมอบ​ลง​ต่อ​หน้า​กษัตริย์​เมื่อ​ท่าน​ข้าม​แม่น้ำ​มา
18وَعَبَرَ ٱلْقَارِبُ لِتَعْبِيرِ بَيْتِ ٱلْمَلِكِ وَلِعَمَلِ مَا يَحْسُنُ فِي عَيْنَيْهِ. وَسَقَطَ شِمْعِي بْنُ جِيْرَا أَمَامَ ٱلْمَلِكِ عِنْدَمَا عَبَرَ ٱلْأُرْدُنَّ،
19เขา​ทูล​ว่า “ขอ​นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์​อย่า​ถือ​โทษ​หรือ​จดจำ​ความ​ผิด​ที่​ผู้รับใช้​ทำ​ใน​วัน​ที่​ท่าน​ออก​จาก​เยรูซาเล็ม ขอ​อย่า​เก็บ​เรื่อง​นั้น​ไว้​ใน​ใจ
19وَقَالَ لِلْمَلِكِ: «لَا يَحْسِبْ لِي سَيِّدِي إِثْمًا، وَلَا تَذْكُرْ مَا ٱفْتَرَى بِهِ عَبْدُكَ يَوْمَ خُرُوجِ سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ مِنْ أُورُشَلِيمَ، حَتَّى يَضَعَ ٱلْمَلِكُ ذَلِكَ فِي قَلْبِهِ،
20ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​รู้​ว่า​ข้า​ทำบาป วัน​นี้​ข้า​จึง​เป็น​คน​แรก​จาก​วงศ์​วาน​โย​เซฟ​ที่​ลง​มา​ต้อนรับ​นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์”
20لِأَنَّ عَبْدَكَ يَعْلَمُ أَنِّي قَدْ أَخْطَأْتُ، وَهَأَنَذَا قَدْ جِئْتُ ٱلْيَوْمَ أَوَّلَ كُلِّ بَيْتِ يُوسُفَ، وَنَزَلْتُ لِلِقَاءِ سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ».
21แต่อาบีชัย บุตร​นาง​เศรุยาห์​ทูล​ว่า “ชิเมอี​ควร​ถูก​ประหาร​มิใช่​หรือ เพราะ​เขา​สาป​แช่ง​ผู้​ที่​พระยาห์เวห์​ทรง​เจิม?”
21فَأَجَابَ أَبِيشَايُ ٱبْنُ صَرُويَةَ وَقَالَ: «أَلَا يُقْتَلُ شِمْعِي لِأَجْلِ هَذَا، لِأَنَّهُ سَبَّ مَسِيحَ ٱلرَّبِّ؟»
22ดาวิด​ตอบ​ว่า “พวกเจ้า​บุตร​นาง​เศรุยาห์ เหตุใด​วัน​นี้​จึง​มาทำ​ตัว​เป็น​ศัตรู​กับ​ข้า? วัน​นี้​ควร​มี​ใคร​ถูก​ประหาร​ใน​อิสราเอล​หรือ? ข้า​รู้​อยู่​แล้ว​มิใช่​หรือ​ว่า​วัน​นี้​ข้า​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล?”
22فَقَالَ دَاوُدُ: «مَا لِي وَلَكُمْ يَا بَنِي صَرُويَةَ حَتَّى تَكُونُوا لِيَ ٱلْيَوْمَ مُقَاوِمِينَ؟ آلْيَوْمَ يُقْتَلُ أَحَدٌ فِي إِسْرَائِيلَ؟ أَفَمَا عَلِمْتُ أَنِّي ٱلْيَوْمَ مَلِكٌ عَلَى إِسْرَائِيلَ؟»
23กษัตริย์​บอก​ชิเมอี​ว่า “เจ้า​จะ​ไม่​ตาย” และ​สาบาน​รับรอง​แก่​เขา
23ثُمَّ قَالَ ٱلْمَلِكُ لِشِمْعِي: «لَا تَمُوتُ». وَحَلَفَ لَهُ ٱلْمَلِكُ.
24เมฟีโบเชท​ลูก​หลาน​ของ​ซาอูล​ลง​มา​พบ​กษัตริย์ ตั้งแต่​วัน​ที่​กษัตริย์​จาก​ไป​จน​วัน​ที่​กลับ​มา​โดย​สันติ เขา​ไม่​ได้​ดูแล​เท้า ไม่​เล็ม​เครา และ​ไม่​ซัก​เสื้อผ้า
24وَنَزَلَ مَفِيبُوشَثُ ٱبْنُ شَاوُلَ لِلِقَاءِ ٱلْمَلِكِ، وَلَمْ يَعْتَنِ بِرِجْلَيْهِ، وَلَا ٱعْتَنَى بِلِحْيَتِهِ، وَلَا غَسَلَ ثِيَابَهُ، مِنَ ٱلْيَوْمِ ٱلَّذِي ذَهَبَ فِيهِ ٱلْمَلِكُ إِلَى ٱلْيَوْمِ ٱلَّذِي أَتَى فِيهِ بِسَلَامٍ.
25เมื่อ​เขา​มา​ถึง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์ กษัตริย์​ถาม​ว่า “เมฟีโบเชท ทำไม​เจ้า​ไม่​ไป​กับ​ข้า?”
25فَلَمَّا جَاءَ إِلَى أُورُشَلِيمَ لِلِقَاءِ ٱلْمَلِكِ، قَالَ لَهُ ٱلْمَلِكُ: «لِمَاذَا لَمْ تَذْهَبْ مَعِي يَامَفِيبُوشَثُ؟»
26เขา​ตอบ​ว่า “นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์ คนรับใช้​ของ​ข้า​หลอก​ข้า เพราะ​ข้า​พูด​ว่า ‘ข้า​จะ​ผูก​อาน​ลา​ไว้​ขี่​ไป​กับ​กษัตริย์’ เพราะ​ข้า​ขา​พิการ
26فَقَالَ: «يَا سَيِّدِي ٱلْمَلِكُ إِنَّ عَبْدِي قَدْ خَدَعَنِي، لِأَنَّ عَبْدَكَ قَالَ: أَشُدُّ لِنَفْسِيَ ٱلْحِمَارَ فَأَرْكَبُ عَلَيْهِ وَأَذْهَبُ مَعَ ٱلْمَلِكِ، لِأَنَّ عَبْدَكَ أَعْرَجُ.
27แต่​เขา​กลับ​ใส่​ร้าย​ข้า​ต่อ​นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์ ท่าน​เป็น​เหมือน​ทูต​สวรรค์​ของ​พระเจ้า โปรด​ทำ​ตาม​ที่​ท่าน​เห็น​ว่า​ดี
27وَوَشَى بِعَبْدِكَ إِلَى سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ، وَسَيِّدِي ٱلْمَلِكُ كَمَلَاكِ ٱللهِ. فَٱفْعَلْ مَا يَحْسُنُ فِي عَيْنَيْكَ.
28วงศ์วาน​ของ​พ่อ​ข้า​ทั้งหมด​ก็​ไม่​ต่าง​จาก​คน​ตาย​ต่อหน้า​ท่าน แต่​ท่าน​กลับ​ให้​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​ร่วม​โต๊ะ​อาหาร ข้า​มี​สิทธิ์​อะไร​จะ​ร้องขอ​กษัตริย์​อีก?”
28لِأَنَّ كُلَّ بَيْتِ أَبِي لَمْ يَكُنْ إِلَا أُنَاسًا مَوْتَى لِسَيِّدِي ٱلْمَلِكِ، وَقَدْ جَعَلْتَ عَبْدَكَ بَيْنَ ٱلْآكِلِينَ عَلَى مَائِدَتِكَ. فَأَيُّ حَقٍّ لِي بَعْدُ حَتَّى أَصْرُخَ أَيْضًا إِلَى ٱلْمَلِكِ؟»
29กษัตริย์​ตอบ​เขา​ว่า “จะ​พูด​เรื่อง​ของ​เจ้า​อีก​ทำไม? ข้า​ตัดสิน​แล้ว​ว่า​เจ้า​กับ​ศิบา​แบ่ง​ที่ดิน​กัน”
29فَقَالَ لَهُ ٱلْمَلِكُ: «لِمَاذَا تَتَكَلَّمُ بَعْدُ بِأُمُورِكَ؟ قَدْ قُلْتُ إِنَّكَ أَنْتَ وَصِيبَا تَقْسِمَانِ ٱلْحَقْلَ».
30เมฟีโบเชท​ทูล​ว่า “ให้​เขา​เอา​ไป​ทั้งหมด​ก็ได้ เพราะ​นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์​กลับ​ถึง​บ้าน​ของ​ท่าน​โดย​สันติ​แล้ว”
30فَقَالَ مَفِيبُوشَثُ لِلْمَلِكِ: «فَلْيَأْخُذِ ٱلْكُلَّ أَيْضًا بَعْدَ أَنْ جَاءَ سَيِّدِي ٱلْمَلِكُ بِسَلَامٍ إِلَى بَيْتِهِ».
31บารซิลลัย​ชาว​กิเลอาด​ลง​มา​จาก​โร​เก​ลิม และ​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป​กับ​กษัตริย์​เพื่อ​ส่ง​ท่าน​ข้าม​ฝั่ง
31وَنَزَلَ بَرْزِلَّايُ ٱلْجِلْعَادِيُّ مِنْ رُوجَلِيمَ وَعَبَرَ ٱلْأُرْدُنَّ مَعَ ٱلْمَلِكِ لِيُشَيِّعَهُ عِنْدَ ٱلْأُرْدُنِّ.
32บารซิลลัย​ชรา​มาก อายุ​แปด​สิบ​ปี เขา​เคย​จัดหา​อาหาร​ให้​กษัตริย์​ตอน​พัก​ที่​มาหะนาอิม เพราะ​เขา​เป็น​คน​มี​ฐานะ​มาก
32وَكَانَ بَرْزِلَّايُ قَدْ شَاخَ جِدًّا. كَانَ ٱبْنَ ثَمَانِينَ سَنَةً. وَهُوَ عَالَ ٱلْمَلِكَ عِنْدَ إِقَامَتِهِ فِي مَحَنَايِمَ لِأَنَّهُ كَانَ رَجُلًا عَظِيمًا جِدًّا.
33กษัตริย์​บอก​บารซิลลัย​ว่า “ข้าม​ไป​กับ​ข้า​เถิด ข้า​จะ​เลี้ยง​ดู​เจ้า​ที่​เยรูซาเล็ม”
33فَقَالَ ٱلْمَلِكُ لِبَرْزِلَّايَ: «ٱعْبُرْ أَنْتَ مَعِي وَأَنَا أَعُولُكَ مَعِي فِي أُورُشَلِيمَ».
34บารซิลลัย​ตอบ​ว่า “ชีวิต​ข้า​เหลือ​อีก​กี่​ปี ถึง​จะ​ขึ้น​ไป​เยรูซาเล็ม​กับ​กษัตริย์?
34فَقَالَ بَرْزِلَّايُ لِلْمَلِكِ: «كَمْ أَيَّامُ سِنِي حَيَاتِي حَتَّى أَصْعَدَ مَعَ ٱلْمَلِكِ إِلَى أُورُشَلِيمَ؟
35วัน​นี้​ข้า​อายุ​แปด​สิบ​ปี​แล้ว ยัง​แยกแยะ​ดี​ชั่ว​ได้​หรือ? ยัง​รู้​รส​อาหาร​หรือ​เครื่อง​ดื่ม​หรือ? ยัง​ได้ยิน​เสียง​ชาย​หญิง​ร้อง​เพลง​หรือ? ทำไม​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​จะ​ต้อง​เป็น​ภาระ​แก่​นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์?
35أَنَا ٱلْيَوْمَ ٱبْنُ ثَمَانِينَ سَنَةً. هَلْ أُمَيِّزُ بَيْنَ ٱلطَّيِّبِ وَٱلرَّدِيءِ؟ وَهَلْ يَسْتَطْعِمُ عَبْدُكَ بِمَا آكُلُ وَمَا أَشْرَبُ؟ وَهَلْ أَسْمَعُ أَيْضًا أَصْوَاتَ ٱلْمُغَنِّينَ وَٱلْمُغَنِّيَاتِ؟ فَلِمَاذَا يَكُونُ عَبْدُكَ أَيْضًا ثِقْلًا عَلَى سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ؟
36ข้า​ข้าม​แม่น้ำ​ไป​ส่ง​กษัตริย์​อีก​นิด​เดียว เหตุ​ใด​ท่าน​จะ​ต้อง​ตอบแทน​มากมาย?
36يَعْبُرُ عَبْدُكَ قَلِيلًا ٱلْأُرْدُنَّ مَعَ ٱلْمَلِكِ. وَلِمَاذَا يُكَافِئُنِي ٱلْمَلِكُ بِهَذِهِ ٱلْمُكَافَأَةِ؟
37ขอ​ให้​ข้า​กลับ​ไป​ตาย​ที่​เมือง​ของ​ตน ใกล้​หลุม​ศพ​พ่อ​แม่ แต่​คิมฮาม​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​อยู่​ที่​นี่ ให้​เขา​ข้าม​ไป​กับ​นาย​ของ​ข้า​ผู้​เป็น​กษัตริย์​เถิด แล้ว​ท่าน​จะ​ปฏิบัติ​ต่อ​เขา​อย่างไร​ก็ได้​ตาม​ที่​ท่าน​เห็น​ว่า​ดี”
37دَعْ عَبْدَكَ يَرْجِعُ فَأَمُوتَ فِي مَدِينَتِي عِنْدَ قَبْرِ أَبِي وَأُمِّي. وَهُوَذَا عَبْدُكَ كِمْهَامُ يَعْبُرُ مَعَ سَيِّدِي ٱلْمَلِكِ، فَٱفْعَلْ لَهُ مَا يَحْسُنُ فِي عَيْنَيْكَ».
38กษัตริย์​ตอบ​ว่า “คิมฮาม​จะ​ข้าม​ไป​กับ​ข้า ข้า​จะ​ทำ​กับ​เขา​ตาม​ที่​เจ้า​ปรารถนา และ​จะ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​เจ้า​ขอ​จาก​ข้า”
38فَأَجَابَ ٱلْمَلِكُ: «إِنَّ كِمْهَامَ يَعْبُرُ مَعِي فَأَفْعَلُ لَهُ مَا يَحْسُنُ فِي عَيْنَيْكَ، وَكُلُّ مَا تَتَمَنَّاهُ مِنِّي أَفْعَلُهُ لَكَ».
39ผู้คน​ทั้งหมด​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน กษัตริย์​ก็​ข้าม​ไป​ด้วย ท่านจูบ​และ​ให้พร​บารซิลลัย แล้ว​บารซิลลัย​กลับ​ถิ่น​ของ​ตน
39فَعَبَرَ جَمِيعُ ٱلشَّعْبِ ٱلْأُرْدُنَّ، وَٱلْمَلِكُ عَبَرَ. وَقَبَّلَ ٱلْمَلِكُ بَرْزِلَّايَ وَبَارَكَهُ، فَرَجَعَ إِلَى مَكَانِهِ.
40กษัตริย์​ข้าม​ไป​กิลกาล​โดย​มี​คิมฮาม​ไป​ด้วย ชาว​ยูดาห์​ทั้งหมด​กับ​ชาว​อิสราเอล​ครึ่ง​หนึ่ง​เป็น​ผู้​พา​กษัตริย์​ข้าม
40وَعَبَرَ ٱلْمَلِكُ إِلَى ٱلْجِلْجَالِ، وَعَبَرَ كِمْهَامُ مَعَهُ، وَكُلُّ شَعْبِ يَهُوذَا عَبَّرُوا ٱلْمَلِكَ، وَكَذَلِكَ نِصْفُ شَعْبِ إِسْرَائِيلَ.
41ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​มา​ถาม​กษัตริย์​ว่า “ทำไม​พี่​น้อง​ชาว​ยูดาห์​ของ​เรา​จึง​ชิง​พา​ท่าน​ไป พา​กษัตริย์ คนใน​บ้าน และ​คน​ของ​ดาวิด​ทั้งหมด​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน?”
41وَإِذَا بِجَمِيعِ رِجَالِ إِسْرَائِيلَ جَاءُونَ إِلَى ٱلْمَلِكِ، وَقَالُوا لِلْمَلِكِ: «لِمَاذَا سَرِقَكَ إِخْوَتُنَا رِجَالُ يَهُوذَا وَعَبَرُوا ٱلْأُرْدُنَّ بِٱلْمَلِكِ وَبَيْتِهِ وَكُلِّ رِجَالِ دَاوُدَ مَعَهُ؟».
42ชาว​ยูดาห์​ตอบ​ชาว​อิสราเอล​ว่า “เพราะ​กษัตริย์​เป็น​ญาติ​ใกล้​ชิด​ของ​เรา พวก​เจ้า​จะ​โกรธ​ทำไม? เรา​ได้​กิน​อาหาร​จาก​กษัตริย์​หรือ​ได้​รับ​ของ​ขวัญ​อะไร​จาก​ท่าน​หรือ?”
42فَأَجَابَ كُلُّ رِجَالِ يَهُوذَا رِجَالَ إِسْرَائِيلَ: «لِأَنَّ ٱلْمَلِكَ قَرِيبٌ إِلَيَّ، وَلِمَاذَا تَغْتَاظُ مِنْ هَذَا ٱلْأَمْرِ؟ هَلْ أَكَلْنَا شَيْئًا مِنَ ٱلْمَلِكِ أَوْ وَهَبَنَا هِبَةً؟»
43ชาว​อิสราเอล​ตอบ​ชาว​ยูดาห์​ว่า “เรา​มี​ส่วน​ใน​กษัตริย์​สิบ​ส่วน เรา​จึง​มี​สิทธิ์​ใน​ดาวิด​มากกว่า​พวก​เจ้า ทำไม​พวก​เจ้า​ดู​หมิ่น​เรา ไม่​ถาม​ความ​เห็น​เรา​ก่อน​เรื่อง​รับ​กษัตริย์​ของ​เรา​กลับ​มา?” ชาว​ยูดาห์​ตอบโต้​ด้วย​ถ้อยคำ​รุนแรง​กว่า​ชาว​อิสราเอล
43فَأَجَابَ رِجَالُ إِسْرَائِيلَ رِجَالَ يَهُوذَا وَقَالُوا: «لِي عَشْرَةُ أَسْهُمٍ فِي ٱلْمَلِكِ، وَأَنَا أَحَقُّ مِنْكَ بِدَاوُدَ، فَلِمَاذَا ٱسْتَخْفَفْتَ بِي وَلَمْ يَكُنْ كَلَامِي أَوَّلًا فِي إِرْجَاعِ مَلِكِي؟» وَكَانَ كَلَامُ رِجَالِ يَهُوذَا أَقْسَى مِنْ كَلَامِ رِجَالِ إِسْرَائِيلَ.

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.