Prediker 9
Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)
Freedom Bible (Thai)
1Dit alles heb ik wèl overwogen, Dit alles doorvorst: Dat wijzen en dwazen met al hun werk In de hand zijn van God. Geen mens weet, of hem liefde wacht of haat; Alles wat voor hem ligt, is ijdel.
1ฉันใส่ใจเรื่องทั้งหมดนี้และพยายามทำความเข้าใจว่า คนชอบธรรม คนมีปัญญา และการงานของพวกเขาอยู่ในมือของพระเจ้า มนุษย์ไม่รู้ว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าจะเป็นความรักหรือความเกลียดชัง ทุกสิ่งยังอยู่เบื้องหน้าพวกเขา
2Ja, allen treft hetzelfde lot: Rechtvaardige of zondaar, goede of kwade; Rein en onrein, of men offers brengt of niet; Braaf en slecht, of men zweert of de eed vermijdt.
2ทุกคนประสบเหตุการณ์เดียวกัน ทั้งคนชอบธรรมและคนชั่ว คนดี คนที่ไม่มีมลทิน และคนมีมลทิน คนที่ถวายเครื่องบูชาและคนที่ไม่ถวาย คนดีก็ไม่ต่างจากคนทำบาป คนที่สาบานก็ไม่ต่างจากคนที่เกรงกลัวการสาบาน
3Dit is juist de ramp bij al wat er onder de zon geschiedt, Dat hetzelfde lot hen allen treft. Daarom is het hart der mensen vol slechtheid, En hun gemoed lichtzinnig, zolang zij leven; Dan volgt de dood.
3นี่เป็นเรื่องเลวร้ายในทุกสิ่งที่ทำกันภายใต้ดวงอาทิตย์ คือทุกคนประสบเหตุการณ์เดียวกัน นอกจากนี้ ใจมนุษย์ยังเต็มไปด้วยความชั่ว และความบ้าคลั่งอยู่ในใจตลอดชีวิต หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปอยู่กับคนตาย
4Toch is er hoop, zolang men tot de levenden hoort; Daarom beter een levende hond dan een dode leeuw.
4ตราบใดที่คนเรายังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีความหวัง เพราะสุนัขที่มีชีวิตอยู่ยังดีกว่าสิงโตที่ตายแล้ว
5De levenden weten tenminste nog, dat zij eens zullen sterven, Maar de doden weten helemaal niets. Voor hen bestaat er geen loon, Want hun aandenken wordt vergeten;
5คนเป็นรู้ว่าตนจะตาย แต่คนตายไม่รู้อะไรเลย พวกเขาไม่มีผลตอบแทนอีก เพราะไม่มีใครจดจำพวกเขาแล้ว
6Ook hun liefde, haat en afgunst zijn reeds lang voorbij. Zij hebben voor eeuwig geen deel meer Aan al wat er onder de zon geschiedt.
6ทั้งความรัก ความเกลียดชัง และความริษยาของพวกเขาสูญสิ้นไปนานแล้ว พวกเขาไม่มีส่วนในสิ่งใดที่ทำกันภายใต้ดวงอาทิตย์อีกต่อไป
7Welaan dan, eet uw brood in vreugde, Drink met opgeruimd hart uw wijn, Wanneer God in uw werk behagen vindt.
7ไปเถิด จงกินขนมปังด้วยความยินดี และดื่มเหล้าองุ่นด้วยใจเบิกบาน เพราะพระเจ้ายอมรับการงานของเจ้าแล้ว
8Laat uw klederen altijd wit zijn, En de balsem nooit op uw hoofd ontbreken;
8จงสวมเสื้อผ้าสีขาวอยู่เสมอ และอย่าให้ขาดการชโลมศีรษะด้วยน้ำมัน
9Geniet van het leven met de vrouw, die gij liefhebt, Al de dagen van uw ijdel bestaan, die Hij u geeft onder de zon. Want dat komt u toe van het leven Voor de moeite, die gij u getroost onder de zon.
9จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับภรรยาผู้เป็นที่รัก ตลอดวันเวลาแห่งชีวิตอันว่างเปล่าที่พระเจ้าให้มาภายใต้ดวงอาทิตย์ ตลอดวันเวลาอันว่างเปล่าของชีวิต เพราะนี่คือส่วนที่เจ้าได้รับในชีวิต และในการงานที่เจ้าตรากตรำภายใต้ดวงอาทิตย์
10Doe al wat uw hand in staat is te doen; Want geen werken of peinzen, Geen kennis of wijsheid is er meer In de onderwereld, waarheen ge gaat. Zevende reeks. Ijdel is het talent.
10สิ่งใดที่มือทำได้ จงทำอย่างเต็มกำลัง เพราะในเชโอล ที่เจ้ากำลังมุ่งไปนั้น ไม่มีงาน แผนการ ความรู้ หรือปัญญา
11Ook dit nog zag ik onder de zon: Evenmin als de wedloop gewonnen wordt door de vlugsten, Of de oorlog door de sterksten, Evenmin ontvangen de wijzen hun brood, De geleerden rijkdom, Of vinden de schranderen gunst. Want alles hangt af van tijd en toeval;
11ฉันหันกลับมาเห็นว่า ภายใต้ดวงอาทิตย์ การแข่งขันไม่ได้เป็นของคนวิ่งเร็วเสมอไป สงครามก็ไม่ได้เป็นของคนแข็งแรง คนมีปัญญาไม่ได้มีอาหารเสมอ คนมีความเข้าใจไม่ได้มั่งคั่งเสมอ และคนมีความชำนาญไม่ได้รับความโปรดปรานเสมอ เพราะทุกคนต่างประสบทั้งจังหวะเวลาและเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
12De mens weet zelfs niet wanneer. Zoals de vis wordt gevangen in de noodlottige fuik, En de vogel gestrikt met het net, Zo wordt de mens door het ongeluk getroffen, Als het onverhoeds hem overvalt.
12มนุษย์ก็ไม่รู้เวลาของตนเอง ปลาติดอวนแห่งหายนะและนกติดบ่วงฉันใด มนุษย์ก็ติดกับในยามเคราะห์ร้ายที่จู่โจมอย่างฉับพลันฉันนั้น
13Ook dit nog zag ik van de wijsheid onder de zon, En het drukte me zwaar:
13ฉันยังเห็นตัวอย่างของปัญญาภายใต้ดวงอาทิตย์ และฉันเห็นว่าปัญญานั้นมีคุณค่ายิ่ง
14Er was eens een kleine stad met slechts weinig mannen; Een machtig koning rukte tegen haar op, Sloot ze in, en richtte grote verschansingen op.
14มีเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง มีผู้คนอยู่เพียงไม่กี่คน กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ยกทัพมาโจมตี ล้อมเมือง และสร้างเครื่องล้อมเมืองขนาดใหญ่ขึ้นโจมตีเมืองนั้น
15Maar er was daar een arme, schrandere man, En deze redde de stad door zijn wijsheid. Toch denkt er geen mens meer aan dien arme.
15ในเมืองนั้นมีชายยากจนผู้มีปัญญา เขาใช้ปัญญากอบกู้เมืองไว้ แต่กลับไม่มีใครจดจำชายยากจนคนนั้น
16Toen dacht ik: Ofschoon wijsheid meer waard is dan kracht, Wordt toch de wijsheid van een arme versmaad, En naar zijn woorden wordt niet geluisterd.
16ฉันจึงกล่าวว่า “ปัญญาดีกว่ากำลัง” ถึงกระนั้น ปัญญาของคนยากจนกลับถูกดูหมิ่น และไม่มีใครฟังถ้อยคำของเขา
17Woorden van wijzen, met kalmte aanhoord, Zijn beter dan geschreeuw van een veldheer tot dwazen.
17ถ้อยคำของคนมีปัญญาที่กล่าวอย่างสงบ น่าฟังยิ่งกว่าเสียงตะโกนของผู้ปกครองท่ามกลางคนโง่
18Wijsheid is meer waard dan wapentuig; Want een enkele domheid bederft veel goeds.
18ปัญญาดีกว่าอาวุธสงคราม แต่คนทำบาปเพียงคนเดียวทำลายสิ่งดีมากมาย
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.