إِرْمِيَا

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 9
Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1يَا لَيْتَ رَأْسِي مَاءٌ، وَعَيْنَيَّ يَنْبُوعُ دُمُوعٍ، فَأَبْكِيَ نَهَارًا وَلَيْلًا قَتْلَى بِنْتِ شَعْبِي.
1โอ้ หาก​ศีรษะ​ข้าพเจ้า​เป็น​น้ำ และ​ตา​เป็น​น้ำพุ​แห่ง​น้ำตา! ข้าพเจ้า​จะ​ได้​ร้องไห้​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน ให้​ผู้​ถูก​ฆ่า​ของ​ธิดา​แห่ง​ชนชาติ​ของ​ข้าพเจ้า!
2يَا لَيْتَ لِي فِي ٱلْبَرِّيَّةِ مَبِيتَ مُسَافِرِينَ، فَأَتْرُكَ شَعْبِي وَأَنْطَلِقَ مِنْ عِنْدِهِمْ، لِأَنَّهُمْ جَمِيعًا زُنَاةٌ، جَمَاعَةُ خَائِنِينَ.
2โอ้ หาก​ข้าพเจ้า​มี​ที่พัก​ของ​คน​เดิน​ทาง อยู่​ใน​ถิ่นกันดาร! จะ​ได้​ทิ้ง​ชนชาติ​ของ​ข้าพเจ้า แล้ว​จาก​พวก​เขา​ไป! เพราะ​พวก​เขา​ล้วน​มีชู้ เป็น​ชุมนุม​คน​ทรยศ
3«يَمُدُّونَ أَلْسِنَتَهُمْ كَقِسِيِّهِمْ لِلْكَذِبِ. لَا لِلْحَقِّ قَوُوا فِي ٱلْأَرْضِ. لِأَنَّهُمْ خَرَجُوا مِنْ شَرٍّ إِلَى شَرٍّ، وَإِيَّايَ لَمْ يَعْرِفُوا، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
3“ลิ้น​ของ​พวก​เขา​เหมือน​คัน​ธนู ที่​พวก​เขา​ง้าง​ไว้​เพื่อ​กล่าว​คำ​โกหก พวก​เขา​มี​กำลัง​ใน​แผ่นดิน แต่​ไม่​ได้​มี​กำลัง​เพื่อ​ความ​จริง เพราะ​ทำ​ชั่ว​แล้ว​ทำ​ชั่ว​อีก และ​ไม่รู้​จัก​เรา” พระยาห์เวห์​กล่าว
4اِحْتَرِزُوا كُلُّ وَاحِدٍ مِنْ صَاحِبِهِ، وَعَلَى كُلِّ أَخٍ لَا تَتَّكِلُوا، لِأَنَّ كُلَّ أَخٍ يَعْقِبُ عَقِبًا، وَكُلَّ صَاحِبٍ يَسْعَى فِي ٱلْوِشَايَةِ.
4“ทุก​คน​จง​ระวัง​เพื่อน​บ้าน อย่า​ไว้ใจ​พี่​น้อง​คน​ใด เพราะ​พี่​น้อง​ทุก​คน​จะ​เบียด​คน​อื่น​ออก​แล้ว​เข้า​แทนที่​อย่าง​แน่นอน เพื่อน​บ้าน​ทุก​คน​เที่ยว​ใส่​ร้าย
5وَيَخْتِلُ ٱلْإِنْسَانُ صَاحِبَهُ وَلَا يَتَكَلَّمُونَ بِٱلْحَقِّ. عَلَّمُوا أَلْسِنَتَهُمُ ٱلتَّكَلُّمَ بِٱلْكَذِبِ، وَتَعِبُوا فِي ٱلِٱفْتِرَاءِ.
5เพื่อน​ต่าง​หลอก​กัน ไม่​พูด​ความ​จริง พวก​เขา​ฝึก​ลิ้น​ให้​พูด​โกหก ทำ​ผิด​จน​เหน็ดเหนื่อย
6مَسْكَنُكَ فِي وَسْطِ ٱلْمَكْرِ. بِٱلْمَكْرِ أَبَوْا أَنْ يَعْرِفُونِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
6เจ้า​อยู่​ท่ามกลาง​การ​หลอก​ลวง เพราะ​การ​หลอก​ลวง พวก​เขา​ไม่​ยอม​รู้จัก​เรา” พระยาห์เวห์​กล่าว
7«لِذَلِكَ هَكَذَا قَالَ رَبُّ ٱلْجُنُودِ: هَأَنَذَا أُنَقِّيهِمْ وَأَمْتَحِنُهُمْ. لِأَنِّي مَاذَا أَعْمَلُ مِنْ أَجْلِ بِنْتِ شَعْبِي؟
7เพราะ​ฉะนั้น พระยาห์เวห์​แห่งกองทัพ​กล่าว​ว่า “จง​ฟัง เรา​จะ​หลอม​และ​ทดสอบ​พวก​เขา จะ​ให้​เรา​ทำ​อย่างไร​กับ​ธิดา​แห่ง​ชนชาติ​ของ​เรา?
8لِسَانُهُمْ سَهْمٌ قَتَّالٌ يَتَكَلَّمُ بِٱلْغِشِّ. بِفَمِهِ يُكَلِّمُ صَاحِبَهُ بِسَلَامٍ، وَفِي قَلْبِهِ يَضَعُ لَهُ كَمِينًا.
8ลิ้น​ของ​พวก​เขา​เป็น​ลูก​ธนู​มรณะ พูด​แต่​หลอก​ลวง ปาก​พูด​ดี​กับ​เพื่อน​บ้าน แต่​ใน​ใจ​คอย​ซุ่ม​โจมตี​เขา
9أَفَمَا أُعَاقِبُهُمْ عَلَى هَذِهِ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ؟ أَمْ لَا تَنْتَقِمُ نَفْسِي مِنْ أُمَّةٍ كَهَذِهِ؟».
9เรา​ไม่​ควร​ลงโทษ​พวก​เขา​เพราะ​เรื่อง​เหล่า​นี้​หรือ?” พระยาห์เวห์​กล่าว “เรา​ไม่​ควร​แก้​แค้น​ชนชาติ​อย่าง​นี้​หรือ?
10عَلَى ٱلْجِبَالِ أَرْفَعُ بُكَاءً وَمَرْثَاةً، وَعَلَى مَرَاعِي ٱلْبَرِّيَّةِ نَدْبًا، لِأَنَّهَا ٱحْتَرَقَتْ، فَلَا إِنْسَانَ عَابِرٌ وَلَا يُسْمَعُ صَوْتُ ٱلْمَاشِيَةِ. مِنْ طَيْرِ ٱلسَّمَاوَاتِ إِلَى ٱلْبَهَائِمِ هَرَبَتْ مَضَتْ.
10เรา​จะ​ร้องไห้​ร่ำไห้​ให้​ภูเขา และ​คร่ำครวญ​ให้​ทุ่ง​เลี้ยง​สัตว์​ใน​ถิ่นกันดาร เพราะ​ถูก​เผา​จน​ไม่มี​ใคร​เดิน​ผ่าน ไม่มี​ใคร​ได้ยิน​เสียง​ฝูง​สัตว์ ทั้ง​นก​ใน​ท้องฟ้า​และ​สัตว์​ต่าง​หนี​ไป ไม่​อยู่​แล้ว
11«وَأَجْعَلُ أُورُشَلِيمَ رُجَمًا وَمَأْوَى بَنَاتِ آوَى، وَمُدُنَ يَهُوذَا أَجْعَلُهَا خَرَابًا بِلَا سَاكِنٍ».
11“เรา​จะ​ทำให้​เยรูซาเล็ม​เป็นก​อง​ซาก เป็น​ที่​อยู่​ของ​หมาจิ้งจอก จะ​ทำให้​เมือง​ต่าง ๆ ของ​ยูดาห์​รกร้าง ไม่มี​ใคร​อาศัย​อยู่”
12مَنْ هُوَ ٱلْإِنْسَانُ ٱلْحَكِيمُ ٱلَّذِي يَفْهَمُ هَذِهِ، وَٱلَّذِي كَلَّمَهُ فَمُ ٱلرَّبِّ، فَيُخْبِرَ بِهَا؟ لِمَاذَا بَادَتِ ٱلْأَرْضُ وَٱحْتَرَقَتْ كَبَرِّيَّةٍ بِلَا عَابِرٍ؟
12ใคร​ฉลาด​พอ​จะ​เข้าใจ​เรื่อง​นี้? ใคร​ได้​รับ​ถ้อยคำ​จาก​ปาก​ของ​พระยาห์เวห์​จน​ประกาศ​ได้? ทำไม​แผ่นดิน​จึง​พินาศ ถูก​เผา​จน​เหมือน​ถิ่นกันดาร ไม่มี​ใคร​เดิน​ผ่าน?
13فَقَالَ ٱلرَّبُّ: «عَلَى تَرْكِهِمْ شَرِيعَتِي ٱلَّتِي جَعَلْتُهَا أَمَامَهُمْ، وَلَمْ يَسْمَعُوا لِصَوْتِي وَلَمْ يَسْلُكُوا بِهَا.
13พระยาห์เวห์​กล่าว​ว่า “เพราะ​พวก​เขา​ละทิ้ง​ข้อ​บัญญัติ​ที่​เรา​วาง​ไว้​ต่อ​หน้า ไม่​เชื่อ​ฟัง​เสียง​ของ​เรา ไม่​เดิน​ตาม​ทาง​ของ​เรา
14بَلْ سَلَكُوا وَرَاءَ عِنَادِ قُلُوبِهِمْ وَوَرَاءَ ٱلْبَعْلِيمِ ٱلَّتِي عَلَّمَهُمْ إِيَّاهَا آبَاؤُهُمْ.
14แต่​ทำ​ตาม​ความ​ดื้อ​รั้น​ของ​ใจ​ตน และ​ตาม​เทพ​บาอัล​ทั้ง​หลาย​ตาม​ที่​บรรพบุรุษ​สอน”
15لِذَلِكَ هَكَذَا قَالَ رَبُّ ٱلْجُنُودِ إِلَهُ إِسْرَائِيلَ: هَأَنَذَا أُطْعِمُ هَذَا ٱلشَّعْبَ أَفْسَنْتِينًا وَأَسْقِيهِمْ مَاءَ ٱلْعَلْقَمِ،
15เพราะ​ฉะนั้น พระยาห์เวห์​แห่งกองทัพ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล กล่าว​ว่า “จง​ฟัง เรา​จะ​ให้​ชนชาติ​นี้​กิน​วอร์มวูด​และ​ดื่ม​น้ำ​พิษ
16وَأُبَدِّدُهُمْ فِي أُمَمٍ لَمْ يَعْرِفُوهَا هُمْ وَلَا آبَاؤُهُمْ، وَأُطْلِقُ وَرَاءَهُمُ ٱلسَّيْفَ حَتَّى أُفْنِيَهُمْ.
16เรา​จะ​กระจาย​พวก​เขา​ไป​ใน​หมู่​ชนชาติ​ที่​ทั้ง​พวก​เขา​และ​บรรพบุรุษ​ไม่​เคย​รู้จัก จะ​ส่ง​ดาบ​ตาม​ไป​จน​ทำลาย​พวก​เขา​หมด”
17«هَكَذَا قَالَ رَبُّ ٱلْجُنُودِ: تَأَمَّلُوا وَٱدْعُوا ٱلنَّادِبَاتِ فَيَأْتِينَ، وَأَرْسِلُوا إِلَى ٱلْحَكِيمَاتِ فَيُقْبِلْنَ
17พระยาห์เวห์​แห่งกองทัพ​กล่าว​ว่า “จง​คิด​ให้​ดี เรียก​บรรดา​หญิง​ที่​ร่ำไห้​ให้​มา ส่ง​คน​ไป​เรียก​หญิง​ที่​ชำนาญ​ให้​มา
18وَيُسْرِعْنَ وَيَرْفَعْنَ عَلَيْنَا مَرْثَاةً، فَتَذْرِفَ أَعْيُنُنَا دُمُوعًا وَتَفِيضَ أَجْفَانُنَا مَاءً.
18ให้​พวก​เธอ​รีบ​มา ร่ำไห้​เพื่อ​พวกเรา จน​น้ำตา​ไหล​จาก​ดวงตา​ของ​พวกเรา น้ำ​หลั่ง​จาก​เปลือก​ตา
19لِأَنَّ صَوْتَ رِثَايَةٍ سُمِعَ مِنْ صِهْيَوْنَ: كَيْفَ أُهْلِكْنَا؟ خَزِينَا جِدًّا لِأَنَّنَا تَرَكْنَا ٱلْأَرْضَ، لِأَنَّهُمْ هَدَمُوا مَسَاكِنَنَا».
19เพราะ​ได้ยิน​เสียง​ร่ำไห้​จาก​ศิโยน​ว่า ‘พวกเรา​พินาศ​เพียง​ใด! พวกเรา​อับอาย​อย่าง​ยิ่ง เพราะ​ทิ้ง​แผ่นดิน​ไป เพราะ​พวก​เขา​พัง​ที่​อยู่​ของ​พวกเรา’”
20بَلِ ٱسْمَعْنَ أَيَّتُهَا ٱلنِّسَاءُ كَلِمَةَ ٱلرَّبِّ، وَلْتَقْبَلْ آذَانُكُنَّ كَلِمَةَ فَمِهِ، وَعَلِّمْنَ بَنَاتِكُنَّ ٱلرِّثَايَةَ، وَٱلْمَرْأَةُ صَاحِبَتَهَا ٱلنَّدْبَ!
20ถึง​อย่าง​นั้น ผู้​หญิง​ทั้ง​หลาย จง​ฟัง​คำ​ของ​พระยาห์เวห์ ให้​หู​ของ​พวก​ท่าน​รับ​ถ้อยคำ​จาก​ปาก​พระองค์ สอน​ลูกสาว​ของ​พวก​ท่าน​ให้​ร่ำไห้ แต่ละ​คน​จง​สอน​เพื่อน​บ้าน​หญิง​ให้​ร้อง​เพลง​คร่ำครวญ
21لِأَنَّ ٱلْمَوْتَ طَلَعَ إِلَى كُوَانَا، دَخَلَ قُصُورَنَا لِيَقْطَعَ ٱلْأَطْفَالَ مِنْ خَارِجٍ، وَٱلشُّبَّانَ مِنَ ٱلسَّاحَاتِ.
21เพราะ​ความ​ตาย​ปีน​เข้า​มา​ทาง​หน้าต่าง​ของ​พวกเรา เข้า​มา​ใน​วัง​ของ​พวกเรา เพื่อ​พราก​เด็ก ๆ ไป​จาก​ข้าง​นอก และ​พราก​ชาย​หนุ่ม​ไป​จาก​ถนน
22تَكَلَّمَ: «هَكَذَا يَقُولُ ٱلرَّبُّ: وَتَسْقُطُ جُثَّةُ ٱلْإِنْسَانِ كَدِمْنَةٍ عَلَى وَجْهِ ٱلْحَقْلِ، وَكَقَبْضَةٍ وَرَاءَ ٱلْحَاصِدِ وَلَيْسَ مَنْ يَجْمَعُ!
22จง​กล่าว​ว่า “พระยาห์เวห์​กล่าว​ดังนี้ “‘ศพ​คน​จะ​ตกลง​บน​ทุ่ง​โล่ง​เหมือน​มูล​สัตว์ เหมือน​รวง​หนึ่ง​กำ​มือ​ที่​เหลือ​หลัง​คน​เกี่ยว ไม่มี​ใคร​เก็บ’”
23«هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ: لَا يَفْتَخِرَنَّ ٱلْحَكِيمُ بِحِكْمَتِهِ، وَلَا يَفْتَخِرِ ٱلْجَبَّارُ بِجَبَرُوتِهِ، وَلَا يَفْتَخِرِ ٱلْغَنِيُّ بِغِنَاهُ.
23พระยาห์เวห์​กล่าว​ว่า “อย่า​ให้​คน​ฉลาด​โอ้อวด​ปัญญา​ของ​ตน อย่า​ให้​คน​มี​กำลัง​โอ้อวด​กำลัง​ของ​ตน อย่า​ให้​คนรวย​โอ้อวด​ทรัพย์สิน​ของ​ตน
24بَلْ بِهَذَا لِيَفْتَخِرَنَّ ٱلْمُفْتَخِرُ: بِأَنَّهُ يَفْهَمُ وَيَعْرِفُنِي أَنِّي أَنَا ٱلرَّبُّ ٱلصَّانِعُ رَحْمَةً وَقَضَاءً وَعَدْلًا فِي ٱلْأَرْضِ، لِأَنِّي بِهَذِهِ أُسَرُّ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
24แต่​คน​ที่​จะ​โอ้อวด จง​โอ้อวด​เรื่อง​นี้ ว่า​ตน​เข้าใจ​และ​รู้จัก​เรา ว่า​เรา​คือ​พระยาห์เวห์ ผู้​แสดง​ความรักมั่นคง ความยุติธรรม​และ​ความเที่ยงธรรม​ใน​แผ่นดิน เพราะ​เรา​พอใจ​ใน​สิ่ง​เหล่า​นี้” พระยาห์เวห์​กล่าว
25«هَا أَيَّامٌ تَأْتِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَأُعَاقِبُ كُلَّ مَخْتُونٍ وَأَغْلَفَ.
25“จง​ฟัง วัน​เวลา​จะ​มา​ถึง” พระยาห์เวห์​กล่าว “เมื่อ​เรา​จะ​ลงโทษ​ทุก​คน​ที่​เข้า​สุหนัต​เพียง​ร่างกาย
26مِصْرَ وَيَهُوذَا وَأَدُومَ وَبَنِي عَمُّونَ وَمُوآبَ، وَكُلَّ مَقْصُوصِي ٱلشَّعْرِ مُسْتَدِيرًا ٱلسَّاكِنِينَ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ، لِأَنَّ كُلَّ ٱلْأُمَمِ غُلْفٌ، وَكُلَّ بَيْتِ إِسْرَائِيلَ غُلْفُ ٱلْقُلُوبِ».
26คือ​อียิปต์ ยูดาห์ เอโดม ชาว​อัมโมน โมอับ และ​ทุก​คน​ที่​ตัดผม​บริเวณ​ขมับ​ซึ่ง​อยู่​ใน​ถิ่นกันดาร เพราะ​ชนชาติ​ทั้ง​หลาย​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต และ​ชน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต​ในใจ”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.