إِرْمِيَا

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 23
Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

إِرْمِيَا 23

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1«وَيْلٌ لِلرُّعَاةِ ٱلَّذِينَ يُهْلِكُونَ وَيُبَدِّدُونَ غَنَمَ رَعِيَّتِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
1“วิบัติ​จง​เกิด​แก่​ผู้​เลี้ยง​ที่​ทำลาย​และ​กระจาย​แกะ​ใน​ทุ่ง​ของ​เรา!” พระยาห์เวห์​กล่าว
2لِذَلِكَ هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ إِلَهُ إِسْرَائِيلَ عَنِ ٱلرُّعَاةِ ٱلَّذِينَ يَرْعَوْنَ شَعْبِي: أَنْتُمْ بَدَّدْتُمْ غَنَمِي وَطَرَدْتُمُوهَا وَلَمْ تَتَعَهَّدُوهَا. هَأَنَذَا أُعَاقِبُكُمْ عَلَى شَرِّ أَعْمَالِكُمْ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
2เพราะ​ฉะนั้น พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​กล่าว​โทษ​ผู้​เลี้ยง​ที่​เลี้ยง​ดู​ชนชาติ​ของ​เรา​ว่า “พวกเจ้า​ทำให้​ฝูง​แกะ​ของ​เรา​กระจัดกระจาย ขับ​ไล่​พวก​เขา​ไป และ​ไม่​ได้​ดูแล​พวก​เขา จง​ฟัง เรา​จะ​มา​ลงโทษ​ความ​ชั่ว​ที่​พวกเจ้า​ทำ” พระยาห์เวห์​กล่าว
3وَأَنَا أَجْمَعُ بَقِيَّةَ غَنَمِي مِنْ جَمِيعِ ٱلْأَرَاضِي ٱلَّتِي طَرَدْتُهَا إِلَيْهَا، وَأَرُدُّهَا إِلَى مَرَابِضِهَا فَتُثْمِرُ وَتَكْثُرُ.
3“เรา​จะ​รวบรวม​ฝูง​แกะ​ของ​เรา​ที่​เหลือ​อยู่​จาก​ทุก​แผ่นดิน​ที่​เรา​ขับ​ไล่​ไป พาก​ลับ​เข้า​คอก พวก​เขา​จะ​มี​ลูก​และ​เพิ่ม​จำนวน
4وَأُقِيمُ عَلَيْهَا رُعَاةً يَرْعَوْنَهَا فَلَا تَخَافُ بَعْدُ وَلَا تَرْتَعِدُ وَلَا تُفْقَدُ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
4เรา​จะ​ตั้ง​ผู้​เลี้ยง​ไว้​เหนือ​พวก​เขา​เพื่อ​เลี้ยง​ดู จะ​ไม่​กลัว​หรือ​หวาดหวั่น​อีก จะ​ไม่มี​ใคร​ขาด​หาย” พระยาห์เวห์​กล่าว
5«هَا أَيَّامٌ تَأْتِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَأُقِيمُ لِدَاوُدَ غُصْنَ بِرٍّ، فَيَمْلِكُ مَلِكٌ وَيَنْجَحُ، وَيُجْرِي حَقًّا وَعَدْلًا فِي ٱلْأَرْضِ.
5“จง​ฟัง วัน​เวลา​จะ​มา​ถึง” พระยาห์เวห์​กล่าว “เมื่อ​เรา​จะ​ทำให้​กิ่ง​ที่​เที่ยง​ธรรม​เกิด​ขึ้น​แก่​ดาวิด เขา​จะ​ครอง​ราชย์​เป็น​กษัตริย์​และ​ดำเนิน​การ​อย่าง​มี​ปัญญา จะ​ให้​ความยุติธรรม​และ​ความเที่ยงธรรม​ใน​แผ่นดิน
6فِي أَيَّامِهِ يُخَلَّصُ يَهُوذَا، وَيَسْكُنُ إِسْرَائِيلُ آمِنًا، وَهَذَا هُوَ ٱسْمُهُ ٱلَّذِي يَدْعُونَهُ بِهِ: ٱلرَّبُّ بِرُّنَا.
6ใน​สมัย​ของ​เขา ยูดาห์​จะ​รอด อิสราเอล​จะ​อยู่​ปลอดภัย นี่​คือ​ชื่อ​ที่​จะ​ใช้​เรียก​เขา พระยาห์เวห์​คือ​ความเที่ยงธรรม​ของ​พวกเรา
7لِذَلِكَ هَا أَيَّامٌ تَأْتِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَلَا يَقُولُونَ بَعْدُ: حَيٌّ هُوَ ٱلرَّبُّ ٱلَّذِي أَصْعَدَ بَنِي إِسْرَائِيلَ مِنْ أَرْضِ مِصْرَ،
7“เพราะ​ฉะนั้น จง​ฟัง วัน​เวลา​จะ​มา​ถึง” พระยาห์เวห์​กล่าว “เมื่อ​จะ​ไม่มี​ใคร​พูด​อีก​ว่า ‘พระยาห์เวห์​ผู้​พา​ลูก​หลาน​อิสราเอล​ออก​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด’
8بَلْ: حَيٌّ هُوَ ٱلرَّبُّ ٱلَّذِي أَصْعَدَ وَأَتَى بِنَسْلِ بَيْتِ إِسْرَائِيلَ مِنْ أَرْضِ ٱلشِّمَالِ وَمِنْ جَمِيعِ ٱلْأَرَاضِي ٱلَّتِي طَرَدْتُهُمْ إِلَيْهَا فَيَسْكُنُونَ فِي أَرْضِهِمْ».
8แต่​จะ​พูด​ว่า ‘พระยาห์เวห์​ผู้​พา​และ​นำ​เชื้อ​สาย​ชน​อิสราเอล​ออก​จาก​แผ่นดิน​ทาง​เหนือ และ​จาก​ทุก​แผ่นดิน​ที่​เรา​เคย​ขับ​ไล่​ไป​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด’ แล้ว​พวก​เขา​จะ​อาศัย​ใน​แผ่นดิน​ของ​ตน”
9فِي ٱلْأَنْبِيَاءِ: اِنْسَحَقَ قَلْبِي فِي وَسَطِي. ٱرْتَخَتْ كُلُّ عِظَامِي. صِرْتُ كَإِنْسَانٍ سَكْرَانَ وَمِثْلَ رَجُلٍ غَلَبَتْهُ ٱلْخَمْرُ، مِنْ أَجْلِ ٱلرَّبِّ وَمِنْ أَجْلِ كَلَامِ قُدْسِهِ.
9เรื่อง​ผู้เผยพระวจนะ ใจ​ข้าพเจ้า​แตก​สลาย กระดูก​ทุก​ชิ้น​สั่น ข้าพเจ้า​เหมือน​คน​เมา เหมือน​คน​ที่​เหล้า​องุ่น​เอาชนะ เพราะ​พระยาห์เวห์ และ​เพราะ​ถ้อยคำ​บริสุทธิ์​ของ​พระองค์
10لِأَنَّ ٱلْأَرْضَ ٱمْتَلَأَتْ مِنَ ٱلْفَاسِقِينَ. لِأَنَّهُ مِنْ أَجْلِ ٱللَّعْنِ نَاحَتِ ٱلْأَرْضُ. جَفَّتْ مَرَاعِي ٱلْبَرِّيَّةِ، وَصَارَ سَعْيُهُمْ لِلشَّرِّ، وَجَبَرُوتُهُمْ لِلْبَاطِلِ.
10“เพราะ​แผ่นดิน​เต็ม​ไป​ด้วย​คน​มีชู้ แผ่นดิน​คร่ำครวญ​เพราะ​คำ​สาป ทุ่ง​เลี้ยง​สัตว์​ใน​ถิ่นกันดาร​แห้ง​แล้ว วิถี​ที่​พวก​เขา​ดำเนิน​นั้น​ชั่ว​ร้าย กำลัง​ของ​พวก​เขา​ไม่​ถูก​ต้อง
11«لِأَنَّ ٱلْأَنْبِيَاءَ وَٱلْكَهَنَةَ تَنَجَّسُوا جَمِيعًا، بَلْ فِي بَيْتِي وَجَدْتُ شَرَّهُمْ يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
11เพราะ​ทั้ง​ผู้เผยพระวจนะ​และ​ปุโรหิต​ไร้​ความ​บริสุทธิ์ จริง​ที​เดียว ใน​พระนิเวศ​ของ​เรา เรา​ก็​พบ​ความ​ชั่ว​ของ​พวก​เขา” พระยาห์เวห์​กล่าว
12لِذَلِكَ يَكُونُ طَرِيقُهُمْ لَهُمْ كَمَزَالِقَ فِي ظَلَامٍ دَامِسٍ، فَيُطْرَدُونَ وَيَسْقُطُونَ فِيهَا، لِأَنِّي أَجْلِبُ عَلَيْهِمْ شَرًّا سَنَةَ عِقَابِهِمْ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
12“เพราะ​ฉะนั้น ทาง​ของ​พวก​เขา​จะ​เหมือน​ที่​ลื่น​ใน​ความ​มืด พวก​เขา​จะ​ถูก​ผลัก​ไป แล้ว​ล้ม​ลง​ที่​นั่น เพราะ​เรา​จะ​นำ​ภัย​ร้าย​มา​ถึง​พวก​เขา ใน​ปี​ที่​พวก​เขา​ต้อง​รับ​โทษ” พระยาห์เวห์​กล่าว
13وَقَدْ رَأَيْتُ فِي أَنْبِيَاءِ ٱلسَّامِرَةِ حَمَاقَةً. تَنَبَّأُوا بِٱلْبَعْلِ وَأَضَلُّوا شَعْبِي إِسْرَائِيلَ.
13“เรา​เห็น​ความ​เขลา​ของ​ผู้เผยพระวจนะ​ใน​สะ​มา​เรีย พวก​เขา​พยากรณ์​ใน​นาม​เทพ​บาอัล ทำให้​อิสราเอล ชนชาติ​ของ​เรา​หลง​ผิด
14وَفِي أَنْبِيَاءِ أُورُشَلِيمَ رَأَيْتُ مَا يُقْشَعَرُّ مِنْهُ. يَفْسِقُونَ وَيَسْلُكُونَ بِٱلْكَذِبِ، وَيُشَدِّدُونَ أَيَادِيَ فَاعِلِي ٱلشَّرِّ حَتَّى لَا يَرْجِعُوا ٱلْوَاحِدُ عَنْ شَرِّهِ. صَارُوا لِي كُلُّهُمْ كَسَدُومَ، وَسُكَّانُهَا كَعَمُورَةَ.
14ใน​หมู่​ผู้เผยพระวจนะ​ของ​เยรูซาเล็ม เรา​ก็​เห็น​เรื่อง​น่า​สยดสยอง พวก​เขา​มีชู้​และ​ดำเนิน​ชีวิต​ด้วย​คำ​โกหก เสริม​กำลัง​ให้​คน​ทำ​ชั่ว จน​ไม่มี​ใคร​หัน​กลับ​จาก​ความ​ชั่ว สำหรับ​เรา พวก​เขา​ทั้งหมด​กลาย​เป็น​เหมือน​โสโดม ชาว​เมือง​ก็​เหมือน​โกโมราห์”
15لِذَلِكَ هَكَذَا قَالَ رَبُّ ٱلْجُنُودِ عَنِ ٱلْأَنْبِيَاءِ: هَأَنَذَا أُطْعِمُهُمْ أَفْسَنْتِينًا وَأَسْقِيهِمْ مَاءَ ٱلْعَلْقَمِ، لِأَنَّهُ مِنْ عِنْدِ أَنْبِيَاءِ أُورُشَلِيمَ خَرَجَ نِفَاقٌ فِي كُلِّ ٱلْأَرْضِ.
15เพราะ​ฉะนั้น พระยาห์เวห์​แห่งกองทัพ​กล่าว​ถึง​ผู้เผยพระวจนะ​ว่า “จง​ฟัง เรา​จะ​ให้​พวก​เขา​กิน​วอร์มวูด และ​ดื่ม​น้ำ​พิษ เพราะ​การ​ไม่​ยำเกรง​พระเจ้า​แพร่​จาก​ผู้เผยพระวจนะ​ใน​เยรูซาเล็ม​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน”
16هَكَذَا قَالَ رَبُّ ٱلْجُنُودِ: لَا تَسْمَعُوا لِكَلَامِ ٱلْأَنْبِيَاءِ ٱلَّذِينَ يَتَنَبَّأُونَ لَكُمْ، فَإِنَّهُمْ يَجْعَلُونَكُمْ بَاطِلًا. يَتَكَلَّمُونَ بِرُؤْيَا قَلْبِهِمْ لَا عَنْ فَمِ ٱلرَّبِّ.
16พระยาห์เวห์​แห่งกองทัพ​กล่าว​ว่า “อย่า​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​ผู้เผยพระวจนะ​ที่​พยากรณ์​ให้​พวกเจ้า​ฟัง พวก​เขา​สอน​สิ่ง​ไร้​ค่า พูด​นิมิต​จาก​ใจ​ของ​ตน ไม่ใช่​จาก​ปาก​ของ​พระยาห์เวห์
17قَائِلِينَ قَوْلًا لِمُحْتَقِرِيَّ: قَالَ ٱلرَّبُّ: يَكُونُ لَكُمْ سَلَامٌ! وَيَقُولُونَ لِكُلِّ مَنْ يَسِيرُ فِي عِنَادِ قَلْبِهِ: لَا يَأْتِي عَلَيْكُمْ شَرٌّ.
17พวก​เขา​พูด​กับ​คน​ที่​ดู​หมิ่น​เรา​อยู่​เรื่อย ๆ ว่า ‘พระยาห์เวห์​กล่าว​ว่า “พวกเจ้า​จะมี​ความสงบสุข”’ และ​บอก​ทุก​คน​ที่​ทำ​ตาม​ความ​ดื้อ​รั้น​ของ​ใจ​ตน​ว่า ‘ภัย​ร้าย​จะ​ไม่​มา​ถึง​พวกเจ้า’
18لِأَنَّهُ مَنْ وَقَفَ فِي مَجْلِسِ ٱلرَّبِّ وَرَأَى وَسَمِعَ كَلِمَتَهُ؟ مَنْ أَصْغَى لِكَلِمَتِهِ وَسَمِعَ؟».
18ใคร​เคย​ยืน​ใน​ที่​ประชุม​ของ​พระยาห์เวห์ จน​เห็น​และ​ได้ยิน​คำ​ของ​พระองค์? ใคร​ใส่ใจ​ถ้อยคำ​ของ​เรา​และ​ฟัง?
19هَا زَوْبَعَةُ ٱلرَّبِّ. غَيْظٌ يَخْرُجُ، وَنَوْءٌ هَائِجٌ. عَلَى رُؤُوسِ ٱلْأَشْرَارِ يَثُورُ.
19ดูเถิด พายุ​ของ​พระยาห์เวห์ คือ​ความ​เดือดดาล​ของ​พระองค์ ออก​มา​แล้ว จริง​ที​เดียว พายุ​หมุน! จะ​ปะทุ​ลง​บน​ศีรษะ​คน​ชั่ว
20لَا يَرْتَدُّ غَضَبُ ٱلرَّبِّ حَتَّى يُجْرِيَ وَيُقِيمَ مَقَاصِدَ قَلْبِهِ. فِي آخِرِ ٱلْأَيَّامِ تَفْهَمُونَ فَهْمًا.
20ความ​โกรธข​อง​พระยาห์เวห์​จะ​ไม่​หัน​กลับ​จน​พระองค์​ลงมือ ทำให้​สิ่ง​ที่​ตั้งใจ​สำเร็จ ใน​วัน​เวลา​ภาย​หน้า พวกเจ้า​จะ​เข้าใจ​อย่าง​ถ่องแท้
21«لَمْ أُرْسِلِ ٱلْأَنْبِيَاءَ بَلْ هُمْ جَرَوْا. لَمْ أَتَكَلَّمْ مَعَهُمْ بَلْ هُمْ تَنَبَّأُوا.
21เรา​ไม่​ได้​ส่ง​ผู้เผยพระวจนะ​เหล่า​นี้ แต่​พวก​เขา​วิ่ง​ไป เรา​ไม่​ได้​พูด​กับ​พวก​เขา แต่​พวก​เขา​พยากรณ์
22وَلَوْ وَقَفُوا فِي مَجْلِسِي لَأَخْبَرُوا شَعْبِي بِكَلَامِي وَرَدُّوهُمْ عَنْ طَرِيقِهِمِ ٱلرَّدِيءِ وَعَنْ شَرِّ أَعْمَالِهِمْ.
22ถ้า​พวก​เขา​ยืน​ใน​ที่​ประชุม​ของ​เรา ก็​คง​ทำให้​ชนชาติ​ของ​เรา​ได้ยิน​ถ้อยคำ​ของ​เรา และ​ทำให้​หัน​กลับ​จาก​ทาง​ชั่ว และ​การก​ระ​ทำ​อัน​ชั่ว​ร้าย
23أَلَعَلِّي إِلَهٌ مِنْ قَرِيبٍ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَلَسْتُ إِلَهًا مِنْ بَعِيدٍ.
23“เรา​เป็น​พระเจ้า​ที่​อยู่​ใกล้” พระยาห์เวห์​กล่าว “ไม่ใช่​พระเจ้า​ที่​อยู่​ไกล​ด้วย​หรือ?
24إِذَا ٱخْتَبَأَ إِنْسَانٌ فِي أَمَاكِنَ مُسْتَتِرَةٍ أَفَمَا أَرَاهُ أَنَا، يَقُولُ ٱلرَّبُّ؟ أَمَا أَمْلَأُ أَنَا ٱلسَّمَاوَاتِ وَٱلْأَرْضَ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ؟
24ใคร​ซ่อน​ตัว​ใน​ที่​ลับ แล้ว​เรา​ไม่​เห็น​ได้​หรือ?” พระยาห์เวห์​กล่าว “เรา​ไม่​ได้​อยู่​เต็ม​ฟ้าสวรรค์​และ​แผ่นดิน​หรือ?” พระยาห์เวห์​กล่าว
25قَدْ سَمِعْتُ مَا قَالَهُ ٱلْأَنْبِيَاءُ ٱلَّذِينَ تَنَبَّأُوا بِٱسْمِي بِٱلْكَذِبِ قَائِلِينَ: حَلِمْتُ، حَلِمْتُ.
25“เรา​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​ผู้เผยพระวจนะ​พูด​แล้ว พวก​เขา​พยากรณ์​เท็จ​ใน​นาม​ของ​เรา พูด​ว่า ‘ฉัน​ฝัน! ฉัน​ฝัน!’
26حَتَّى مَتَى يُوجَدُ فِي قَلْبِ ٱلْأَنْبِيَاءِ ٱلْمُتَنَبِّئِينَ بِٱلْكَذِبِ؟ بَلْ هُمْ أَنْبِيَاءُ خِدَاعِ قَلْبِهِمِ!
26เรื่อง​นี้​จะ​อยู่​ใน​ใจ​ผู้เผยพระวจนะ​ที่​พยากรณ์​เท็จ​อีก​นาน​เท่าใด? พวก​เขา​พยากรณ์​ความ​หลอก​ลวง​ใน​ใจ​ของ​ตน
27ٱلَّذِينَ يُفَكِّرُونَ أَنْ يُنَسُّوا شَعْبِي ٱسْمِي بِأَحْلَامِهِمِ ٱلَّتِي يَقُصُّونَهَا ٱلرَّجُلُ عَلَى صَاحِبِهِ، كَمَا نَسِيَ آبَاؤُهُمُ ٱسْمِي لِأَجْلِ ٱلْبَعْلِ.
27พวก​เขา​คิด​จะ​ให้​ชนชาติ​ของ​เรา​ลืม​นาม​ของ​เรา โดย​ต่าง​คน​เล่า​ความ​ฝัน​ให้​เพื่อน​บ้าน​ฟัง เหมือน​ที่​บรรพบุรุษ​ลืม​นาม​ของ​เรา​เพราะ​เทพ​บาอัล
28اَلنَّبِيُّ ٱلَّذِي مَعَهُ حُلْمٌ فَلْيَقُصَّ حُلْمًا، وَٱلَّذِي مَعَهُ كَلِمَتِي فَلْيَتَكَلَّمْ بِكَلِمَتِي بِٱلْحَقِّ. مَا لِلتِّبْنِ مَعَ ٱلْحِنْطَةِ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
28ผู้เผยพระวจนะ​ที่​มี​ความ​ฝัน​ก็​จง​เล่า​ความ​ฝัน คน​ที่​มี​ถ้อยคำ​ของ​เรา​ก็​จง​พูด​ถ้อยคำ​ของ​เรา​อย่าง​ซื่อตรง ฟาง​เกี่ยว​อะไร​กับข้าว​สาลี?” พระยาห์เวห์​กล่าว
29«أَلَيْسَتْ هَكَذَا كَلِمَتِي كَنَارٍ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَكَمِطْرَقَةٍ تُحَطِّمُ ٱلصَّخْرَ؟
29“ถ้อยคำ​ของ​เรา​ไม่​เหมือน​ไฟ​หรือ?” พระยาห์เวห์​กล่าว “และ​ไม่​เหมือน​ค้อน​ที่​ทุบ​หิน​แตก​หรือ?
30لِذَلِكَ هَأَنَذَا عَلَى ٱلْأَنْبِيَاءِ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، ٱلَّذِينَ يَسْرِقُونَ كَلِمَتِي بَعْضُهُمْ مِنْ بَعْضٍ.
30“เพราะ​ฉะนั้น จง​ฟัง เรา​ต่อ​ต้าน​ผู้เผยพระวจนะ” พระยาห์เวห์​กล่าว “ที่​ต่าง​ขโมย​ถ้อยคำ​ของ​เรา​จาก​เพื่อน​บ้าน
31هَأَنَذَا عَلَى ٱلْأَنْبِيَاءِ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، ٱلَّذِينَ يَأْخُذُونَ لِسَانَهُمْ وَيَقُولُونَ: قَالَ.
31จง​ฟัง เรา​ต่อ​ต้าน​ผู้เผยพระวจนะ” พระยาห์เวห์​กล่าว “ที่​ใช้​ลิ้น​ของ​ตน​แล้ว​พูด​ว่า ‘พระองค์​กล่าว’
32هَأَنَذَا عَلَى ٱلَّذِينَ يَتَنَبَّأُونَ بِأَحْلَامٍ كَاذِبَةٍ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، ٱلَّذِينَ يَقُصُّونَهَا وَيُضِلُّونَ شَعْبِي بِأَكَاذِيبِهِمْ وَمُفَاخَرَاتِهِمْ وَأَنَا لَمْ أُرْسِلْهُمْ وَلَا أَمَرْتُهُمْ. فَلَمْ يُفِيدُوا هَذَا ٱلشَّعْبَ فَائِدَةً، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
32จง​ฟัง เรา​ต่อ​ต้าน​คน​ที่​พยากรณ์​ความ​ฝัน​หลอก​ลวง” พระยาห์เวห์​กล่าว “พวก​เขา​เล่า​ความ​ฝัน ทำให้​ชนชาติ​ของ​เรา​หลง​ผิด​ด้วย​คำ​โกหก​และ​คำ​โอ้อวด​ไร้​ค่า แต่​เรา​ไม่​ได้​ส่ง​หรือ​สั่ง พวก​เขา​ไม่​ช่วย​ชนชาติ​นี้​เลย” พระยาห์เวห์​กล่าว
33«وَإِذَا سَأَلَكَ هَذَا ٱلشَّعْبُ أَوْ نَبِيٌّ أَوْ كَاهِنٌ قَائِلًا: مَا وَحْيُ ٱلرَّبِّ؟ فَقُلْ لَهُمْ: أَيُّ وَحْيٍ؟ إِنِّي أَرْفُضُكُمْ، هُوَ قَوْلُ ٱلرَّبِّ.
33“เมื่อ​ชนชาติ​นี้ ผู้เผยพระวจนะ​หรือ​ปุโรหิต​ถาม​เจ้า​ว่า ‘ข่าวสาร​จาก​พระยาห์เวห์​คือ​อะไร?’ เจ้า​จง​บอก​ว่า ‘“ข่าวสาร​อะไร? เรา​จะ​คัด​ทิ้ง​พวกเจ้า” พระยาห์เวห์​กล่าว’
34فَٱلنَّبِيُّ أَوِ ٱلْكَاهِنُ أَوِ ٱلشَّعْبُ ٱلَّذِي يَقُولُ: وَحْيُ ٱلرَّبِّ، أُعَاقِبُ ذَلِكَ ٱلرَّجُلَ وَبَيْتَهُ.
34สำหรับ​ผู้เผยพระวจนะ ปุโรหิต​และ​ประชาชน​ที่​พูด​ว่า ‘ข่าวสาร​จาก​พระยาห์เวห์’ เรา​จะ​ลงโทษ​คน​นั้น​และ​ครอบครัว
35هَكَذَا تَقُولُونَ ٱلرَّجُلُ لِصَاحِبِهِ وَٱلرَّجُلُ لِأَخِيهِ: بِمَاذَا أَجَابَ ٱلرَّبُّ؟ وَمَاذَا تَكَلَّمَ بِهِ ٱلرَّبُّ؟
35แต่ละ​คน​จง​ถาม​เพื่อน​บ้าน​และ​พี่​น้อง​ว่า ‘พระยาห์เวห์​ตอบ​ว่า​อะไร?’ และ ‘พระยาห์เวห์​กล่าว​ว่า​อะไร?’
36أَمَّا وَحْيُ ٱلرَّبِّ فَلَا تَذْكُرُوهُ بَعْدُ، لِأَنَّ كَلِمَةَ كُلِّ إِنْسَانٍ تَكُونُ وَحْيَهُ، إِذْ قَدْ حَرَّفْتُمْ كَلَامَ ٱلْإِلَهِ ٱلْحَيِّ رَبِّ ٱلْجُنُودِ إِلَهِنَا.
36พวกเจ้า​จะ​ไม่​กล่าว​ถึง​ข่าวสาร​จาก​พระยาห์เวห์​อีก เพราะ​ถ้อยคำ​ของ​แต่ละ​คน​กลาย​เป็น​ข่าวสาร​ของ​เขา​เอง พวกเจ้า​บิดเบือน​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต ของ​พระยาห์เวห์​แห่งกองทัพ พระเจ้า​ของ​พวกเรา
37هَكَذَا تَقُولُ لِلنَّبِيِّ: بِمَاذَا أَجَابَكَ ٱلرَّبُّ؟ وَمَاذَا تَكَلَّمَ بِهِ ٱلرَّبُّ؟
37เจ้า​จง​ถาม​ผู้เผยพระวจนะ​ว่า ‘พระยาห์เวห์​ตอบ​ท่าน​ว่า​อะไร?’ และ ‘พระยาห์เวห์​กล่าว​ว่า​อะไร?’
38وَإِذَا كُنْتُمْ تَقُولُونَ: وَحْيُ ٱلرَّبِّ، فَلِذَلِكَ هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ: مِنْ أَجْلِ قَوْلِكُمْ هَذِهِ ٱلْكَلِمَةَ: وَحْيُ ٱلرَّبِّ، وَقَدْ أَرْسَلْتُ إِلَيْكُمْ قَائِلًا لَا تَقُولُوا: وَحْيُ ٱلرَّبِّ،
38แต่​พวกเจ้า​พูด​ว่า ‘ข่าวสาร​จาก​พระยาห์เวห์’ พระยาห์เวห์​จึง​กล่าว​ว่า ‘เพราะ​พวกเจ้า​พูด​คำ​นี้ “ข่าวสาร​จาก​พระยาห์เวห์” ทั้ง​ที่​เรา​ส่ง​คน​ไป​บอก​ไม่​ให้​พูด​ว่า “ข่าวสาร​จาก​พระยาห์เวห์”
39لِذَلِكَ هَأَنَذَا أَنْسَاكُمْ نِسْيَانًا، وَأَرْفُضُكُمْ مِنْ أَمَامِ وَجْهِي، أَنْتُمْ وَٱلْمَدِينَةَ ٱلَّتِي أَعْطَيْتُكُمْ وَآبَاءَكُمْ إِيَّاهَا.
39เพราะ​ฉะนั้น จง​ฟัง เรา​จะ​ลืม​พวกเจ้า​จน​หมด จะ​คัด​ทิ้ง​พวกเจ้า​และ​เมือง​ที่​เรา​ให้​พวกเจ้า​กับ​บรรพบุรุษ ให้​พ้น​หน้า​เรา
40وَأَجْعَلُ عَلَيْكُمْ عَارًا أَبَدِيًّا وَخِزْيًا أَبَدِيًّا لَا يُنْسَى».
40เรา​จะ​ทำให้​พวกเจ้า​ถูก​ดู​หมิ่น​ตลอด​ไป อับอาย​ตลอด​กาล ไม่มี​ใคร​ลืม’”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.