إِرْمِيَا 23
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1«وَيْلٌ لِلرُّعَاةِ ٱلَّذِينَ يُهْلِكُونَ وَيُبَدِّدُونَ غَنَمَ رَعِيَّتِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
1“วิบัติจงเกิดแก่ผู้เลี้ยงที่ทำลายและกระจายแกะในทุ่งของเรา!” พระยาห์เวห์กล่าว
2لِذَلِكَ هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ إِلَهُ إِسْرَائِيلَ عَنِ ٱلرُّعَاةِ ٱلَّذِينَ يَرْعَوْنَ شَعْبِي: أَنْتُمْ بَدَّدْتُمْ غَنَمِي وَطَرَدْتُمُوهَا وَلَمْ تَتَعَهَّدُوهَا. هَأَنَذَا أُعَاقِبُكُمْ عَلَى شَرِّ أَعْمَالِكُمْ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
2เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอลกล่าวโทษผู้เลี้ยงที่เลี้ยงดูชนชาติของเราว่า “พวกเจ้าทำให้ฝูงแกะของเรากระจัดกระจาย ขับไล่พวกเขาไป และไม่ได้ดูแลพวกเขา จงฟัง เราจะมาลงโทษความชั่วที่พวกเจ้าทำ” พระยาห์เวห์กล่าว
3وَأَنَا أَجْمَعُ بَقِيَّةَ غَنَمِي مِنْ جَمِيعِ ٱلْأَرَاضِي ٱلَّتِي طَرَدْتُهَا إِلَيْهَا، وَأَرُدُّهَا إِلَى مَرَابِضِهَا فَتُثْمِرُ وَتَكْثُرُ.
3“เราจะรวบรวมฝูงแกะของเราที่เหลืออยู่จากทุกแผ่นดินที่เราขับไล่ไป พากลับเข้าคอก พวกเขาจะมีลูกและเพิ่มจำนวน
4وَأُقِيمُ عَلَيْهَا رُعَاةً يَرْعَوْنَهَا فَلَا تَخَافُ بَعْدُ وَلَا تَرْتَعِدُ وَلَا تُفْقَدُ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
4เราจะตั้งผู้เลี้ยงไว้เหนือพวกเขาเพื่อเลี้ยงดู จะไม่กลัวหรือหวาดหวั่นอีก จะไม่มีใครขาดหาย” พระยาห์เวห์กล่าว
5«هَا أَيَّامٌ تَأْتِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَأُقِيمُ لِدَاوُدَ غُصْنَ بِرٍّ، فَيَمْلِكُ مَلِكٌ وَيَنْجَحُ، وَيُجْرِي حَقًّا وَعَدْلًا فِي ٱلْأَرْضِ.
5“จงฟัง วันเวลาจะมาถึง” พระยาห์เวห์กล่าว “เมื่อเราจะทำให้กิ่งที่เที่ยงธรรมเกิดขึ้นแก่ดาวิด เขาจะครองราชย์เป็นกษัตริย์และดำเนินการอย่างมีปัญญา จะให้ความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมในแผ่นดิน
6فِي أَيَّامِهِ يُخَلَّصُ يَهُوذَا، وَيَسْكُنُ إِسْرَائِيلُ آمِنًا، وَهَذَا هُوَ ٱسْمُهُ ٱلَّذِي يَدْعُونَهُ بِهِ: ٱلرَّبُّ بِرُّنَا.
6ในสมัยของเขา ยูดาห์จะรอด อิสราเอลจะอยู่ปลอดภัย นี่คือชื่อที่จะใช้เรียกเขา พระยาห์เวห์คือความเที่ยงธรรมของพวกเรา
7لِذَلِكَ هَا أَيَّامٌ تَأْتِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَلَا يَقُولُونَ بَعْدُ: حَيٌّ هُوَ ٱلرَّبُّ ٱلَّذِي أَصْعَدَ بَنِي إِسْرَائِيلَ مِنْ أَرْضِ مِصْرَ،
7“เพราะฉะนั้น จงฟัง วันเวลาจะมาถึง” พระยาห์เวห์กล่าว “เมื่อจะไม่มีใครพูดอีกว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้พาลูกหลานอิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์มีชีวิตอยู่แน่ฉันใด’
8بَلْ: حَيٌّ هُوَ ٱلرَّبُّ ٱلَّذِي أَصْعَدَ وَأَتَى بِنَسْلِ بَيْتِ إِسْرَائِيلَ مِنْ أَرْضِ ٱلشِّمَالِ وَمِنْ جَمِيعِ ٱلْأَرَاضِي ٱلَّتِي طَرَدْتُهُمْ إِلَيْهَا فَيَسْكُنُونَ فِي أَرْضِهِمْ».
8แต่จะพูดว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้พาและนำเชื้อสายชนอิสราเอลออกจากแผ่นดินทางเหนือ และจากทุกแผ่นดินที่เราเคยขับไล่ไปมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด’ แล้วพวกเขาจะอาศัยในแผ่นดินของตน”
9فِي ٱلْأَنْبِيَاءِ: اِنْسَحَقَ قَلْبِي فِي وَسَطِي. ٱرْتَخَتْ كُلُّ عِظَامِي. صِرْتُ كَإِنْسَانٍ سَكْرَانَ وَمِثْلَ رَجُلٍ غَلَبَتْهُ ٱلْخَمْرُ، مِنْ أَجْلِ ٱلرَّبِّ وَمِنْ أَجْلِ كَلَامِ قُدْسِهِ.
9เรื่องผู้เผยพระวจนะ ใจข้าพเจ้าแตกสลาย กระดูกทุกชิ้นสั่น ข้าพเจ้าเหมือนคนเมา เหมือนคนที่เหล้าองุ่นเอาชนะ เพราะพระยาห์เวห์ และเพราะถ้อยคำบริสุทธิ์ของพระองค์
10لِأَنَّ ٱلْأَرْضَ ٱمْتَلَأَتْ مِنَ ٱلْفَاسِقِينَ. لِأَنَّهُ مِنْ أَجْلِ ٱللَّعْنِ نَاحَتِ ٱلْأَرْضُ. جَفَّتْ مَرَاعِي ٱلْبَرِّيَّةِ، وَصَارَ سَعْيُهُمْ لِلشَّرِّ، وَجَبَرُوتُهُمْ لِلْبَاطِلِ.
10“เพราะแผ่นดินเต็มไปด้วยคนมีชู้ แผ่นดินคร่ำครวญเพราะคำสาป ทุ่งเลี้ยงสัตว์ในถิ่นกันดารแห้งแล้ว วิถีที่พวกเขาดำเนินนั้นชั่วร้าย กำลังของพวกเขาไม่ถูกต้อง
11«لِأَنَّ ٱلْأَنْبِيَاءَ وَٱلْكَهَنَةَ تَنَجَّسُوا جَمِيعًا، بَلْ فِي بَيْتِي وَجَدْتُ شَرَّهُمْ يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
11เพราะทั้งผู้เผยพระวจนะและปุโรหิตไร้ความบริสุทธิ์ จริงทีเดียว ในพระนิเวศของเรา เราก็พบความชั่วของพวกเขา” พระยาห์เวห์กล่าว
12لِذَلِكَ يَكُونُ طَرِيقُهُمْ لَهُمْ كَمَزَالِقَ فِي ظَلَامٍ دَامِسٍ، فَيُطْرَدُونَ وَيَسْقُطُونَ فِيهَا، لِأَنِّي أَجْلِبُ عَلَيْهِمْ شَرًّا سَنَةَ عِقَابِهِمْ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
12“เพราะฉะนั้น ทางของพวกเขาจะเหมือนที่ลื่นในความมืด พวกเขาจะถูกผลักไป แล้วล้มลงที่นั่น เพราะเราจะนำภัยร้ายมาถึงพวกเขา ในปีที่พวกเขาต้องรับโทษ” พระยาห์เวห์กล่าว
13وَقَدْ رَأَيْتُ فِي أَنْبِيَاءِ ٱلسَّامِرَةِ حَمَاقَةً. تَنَبَّأُوا بِٱلْبَعْلِ وَأَضَلُّوا شَعْبِي إِسْرَائِيلَ.
13“เราเห็นความเขลาของผู้เผยพระวจนะในสะมาเรีย พวกเขาพยากรณ์ในนามเทพบาอัล ทำให้อิสราเอล ชนชาติของเราหลงผิด
14وَفِي أَنْبِيَاءِ أُورُشَلِيمَ رَأَيْتُ مَا يُقْشَعَرُّ مِنْهُ. يَفْسِقُونَ وَيَسْلُكُونَ بِٱلْكَذِبِ، وَيُشَدِّدُونَ أَيَادِيَ فَاعِلِي ٱلشَّرِّ حَتَّى لَا يَرْجِعُوا ٱلْوَاحِدُ عَنْ شَرِّهِ. صَارُوا لِي كُلُّهُمْ كَسَدُومَ، وَسُكَّانُهَا كَعَمُورَةَ.
14ในหมู่ผู้เผยพระวจนะของเยรูซาเล็ม เราก็เห็นเรื่องน่าสยดสยอง พวกเขามีชู้และดำเนินชีวิตด้วยคำโกหก เสริมกำลังให้คนทำชั่ว จนไม่มีใครหันกลับจากความชั่ว สำหรับเรา พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นเหมือนโสโดม ชาวเมืองก็เหมือนโกโมราห์”
15لِذَلِكَ هَكَذَا قَالَ رَبُّ ٱلْجُنُودِ عَنِ ٱلْأَنْبِيَاءِ: هَأَنَذَا أُطْعِمُهُمْ أَفْسَنْتِينًا وَأَسْقِيهِمْ مَاءَ ٱلْعَلْقَمِ، لِأَنَّهُ مِنْ عِنْدِ أَنْبِيَاءِ أُورُشَلِيمَ خَرَجَ نِفَاقٌ فِي كُلِّ ٱلْأَرْضِ.
15เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์แห่งกองทัพกล่าวถึงผู้เผยพระวจนะว่า “จงฟัง เราจะให้พวกเขากินวอร์มวูด และดื่มน้ำพิษ เพราะการไม่ยำเกรงพระเจ้าแพร่จากผู้เผยพระวจนะในเยรูซาเล็มไปทั่วแผ่นดิน”
16هَكَذَا قَالَ رَبُّ ٱلْجُنُودِ: لَا تَسْمَعُوا لِكَلَامِ ٱلْأَنْبِيَاءِ ٱلَّذِينَ يَتَنَبَّأُونَ لَكُمْ، فَإِنَّهُمْ يَجْعَلُونَكُمْ بَاطِلًا. يَتَكَلَّمُونَ بِرُؤْيَا قَلْبِهِمْ لَا عَنْ فَمِ ٱلرَّبِّ.
16พระยาห์เวห์แห่งกองทัพกล่าวว่า “อย่าฟังถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะที่พยากรณ์ให้พวกเจ้าฟัง พวกเขาสอนสิ่งไร้ค่า พูดนิมิตจากใจของตน ไม่ใช่จากปากของพระยาห์เวห์
17قَائِلِينَ قَوْلًا لِمُحْتَقِرِيَّ: قَالَ ٱلرَّبُّ: يَكُونُ لَكُمْ سَلَامٌ! وَيَقُولُونَ لِكُلِّ مَنْ يَسِيرُ فِي عِنَادِ قَلْبِهِ: لَا يَأْتِي عَلَيْكُمْ شَرٌّ.
17พวกเขาพูดกับคนที่ดูหมิ่นเราอยู่เรื่อย ๆ ว่า ‘พระยาห์เวห์กล่าวว่า “พวกเจ้าจะมีความสงบสุข”’ และบอกทุกคนที่ทำตามความดื้อรั้นของใจตนว่า ‘ภัยร้ายจะไม่มาถึงพวกเจ้า’
18لِأَنَّهُ مَنْ وَقَفَ فِي مَجْلِسِ ٱلرَّبِّ وَرَأَى وَسَمِعَ كَلِمَتَهُ؟ مَنْ أَصْغَى لِكَلِمَتِهِ وَسَمِعَ؟».
18ใครเคยยืนในที่ประชุมของพระยาห์เวห์ จนเห็นและได้ยินคำของพระองค์? ใครใส่ใจถ้อยคำของเราและฟัง?
19هَا زَوْبَعَةُ ٱلرَّبِّ. غَيْظٌ يَخْرُجُ، وَنَوْءٌ هَائِجٌ. عَلَى رُؤُوسِ ٱلْأَشْرَارِ يَثُورُ.
19ดูเถิด พายุของพระยาห์เวห์ คือความเดือดดาลของพระองค์ ออกมาแล้ว จริงทีเดียว พายุหมุน! จะปะทุลงบนศีรษะคนชั่ว
20لَا يَرْتَدُّ غَضَبُ ٱلرَّبِّ حَتَّى يُجْرِيَ وَيُقِيمَ مَقَاصِدَ قَلْبِهِ. فِي آخِرِ ٱلْأَيَّامِ تَفْهَمُونَ فَهْمًا.
20ความโกรธของพระยาห์เวห์จะไม่หันกลับจนพระองค์ลงมือ ทำให้สิ่งที่ตั้งใจสำเร็จ ในวันเวลาภายหน้า พวกเจ้าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้
21«لَمْ أُرْسِلِ ٱلْأَنْبِيَاءَ بَلْ هُمْ جَرَوْا. لَمْ أَتَكَلَّمْ مَعَهُمْ بَلْ هُمْ تَنَبَّأُوا.
21เราไม่ได้ส่งผู้เผยพระวจนะเหล่านี้ แต่พวกเขาวิ่งไป เราไม่ได้พูดกับพวกเขา แต่พวกเขาพยากรณ์
22وَلَوْ وَقَفُوا فِي مَجْلِسِي لَأَخْبَرُوا شَعْبِي بِكَلَامِي وَرَدُّوهُمْ عَنْ طَرِيقِهِمِ ٱلرَّدِيءِ وَعَنْ شَرِّ أَعْمَالِهِمْ.
22ถ้าพวกเขายืนในที่ประชุมของเรา ก็คงทำให้ชนชาติของเราได้ยินถ้อยคำของเรา และทำให้หันกลับจากทางชั่ว และการกระทำอันชั่วร้าย
23أَلَعَلِّي إِلَهٌ مِنْ قَرِيبٍ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَلَسْتُ إِلَهًا مِنْ بَعِيدٍ.
23“เราเป็นพระเจ้าที่อยู่ใกล้” พระยาห์เวห์กล่าว “ไม่ใช่พระเจ้าที่อยู่ไกลด้วยหรือ?
24إِذَا ٱخْتَبَأَ إِنْسَانٌ فِي أَمَاكِنَ مُسْتَتِرَةٍ أَفَمَا أَرَاهُ أَنَا، يَقُولُ ٱلرَّبُّ؟ أَمَا أَمْلَأُ أَنَا ٱلسَّمَاوَاتِ وَٱلْأَرْضَ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ؟
24ใครซ่อนตัวในที่ลับ แล้วเราไม่เห็นได้หรือ?” พระยาห์เวห์กล่าว “เราไม่ได้อยู่เต็มฟ้าสวรรค์และแผ่นดินหรือ?” พระยาห์เวห์กล่าว
25قَدْ سَمِعْتُ مَا قَالَهُ ٱلْأَنْبِيَاءُ ٱلَّذِينَ تَنَبَّأُوا بِٱسْمِي بِٱلْكَذِبِ قَائِلِينَ: حَلِمْتُ، حَلِمْتُ.
25“เราได้ยินสิ่งที่ผู้เผยพระวจนะพูดแล้ว พวกเขาพยากรณ์เท็จในนามของเรา พูดว่า ‘ฉันฝัน! ฉันฝัน!’
26حَتَّى مَتَى يُوجَدُ فِي قَلْبِ ٱلْأَنْبِيَاءِ ٱلْمُتَنَبِّئِينَ بِٱلْكَذِبِ؟ بَلْ هُمْ أَنْبِيَاءُ خِدَاعِ قَلْبِهِمِ!
26เรื่องนี้จะอยู่ในใจผู้เผยพระวจนะที่พยากรณ์เท็จอีกนานเท่าใด? พวกเขาพยากรณ์ความหลอกลวงในใจของตน
27ٱلَّذِينَ يُفَكِّرُونَ أَنْ يُنَسُّوا شَعْبِي ٱسْمِي بِأَحْلَامِهِمِ ٱلَّتِي يَقُصُّونَهَا ٱلرَّجُلُ عَلَى صَاحِبِهِ، كَمَا نَسِيَ آبَاؤُهُمُ ٱسْمِي لِأَجْلِ ٱلْبَعْلِ.
27พวกเขาคิดจะให้ชนชาติของเราลืมนามของเรา โดยต่างคนเล่าความฝันให้เพื่อนบ้านฟัง เหมือนที่บรรพบุรุษลืมนามของเราเพราะเทพบาอัล
28اَلنَّبِيُّ ٱلَّذِي مَعَهُ حُلْمٌ فَلْيَقُصَّ حُلْمًا، وَٱلَّذِي مَعَهُ كَلِمَتِي فَلْيَتَكَلَّمْ بِكَلِمَتِي بِٱلْحَقِّ. مَا لِلتِّبْنِ مَعَ ٱلْحِنْطَةِ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
28ผู้เผยพระวจนะที่มีความฝันก็จงเล่าความฝัน คนที่มีถ้อยคำของเราก็จงพูดถ้อยคำของเราอย่างซื่อตรง ฟางเกี่ยวอะไรกับข้าวสาลี?” พระยาห์เวห์กล่าว
29«أَلَيْسَتْ هَكَذَا كَلِمَتِي كَنَارٍ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَكَمِطْرَقَةٍ تُحَطِّمُ ٱلصَّخْرَ؟
29“ถ้อยคำของเราไม่เหมือนไฟหรือ?” พระยาห์เวห์กล่าว “และไม่เหมือนค้อนที่ทุบหินแตกหรือ?
30لِذَلِكَ هَأَنَذَا عَلَى ٱلْأَنْبِيَاءِ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، ٱلَّذِينَ يَسْرِقُونَ كَلِمَتِي بَعْضُهُمْ مِنْ بَعْضٍ.
30“เพราะฉะนั้น จงฟัง เราต่อต้านผู้เผยพระวจนะ” พระยาห์เวห์กล่าว “ที่ต่างขโมยถ้อยคำของเราจากเพื่อนบ้าน
31هَأَنَذَا عَلَى ٱلْأَنْبِيَاءِ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، ٱلَّذِينَ يَأْخُذُونَ لِسَانَهُمْ وَيَقُولُونَ: قَالَ.
31จงฟัง เราต่อต้านผู้เผยพระวจนะ” พระยาห์เวห์กล่าว “ที่ใช้ลิ้นของตนแล้วพูดว่า ‘พระองค์กล่าว’
32هَأَنَذَا عَلَى ٱلَّذِينَ يَتَنَبَّأُونَ بِأَحْلَامٍ كَاذِبَةٍ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، ٱلَّذِينَ يَقُصُّونَهَا وَيُضِلُّونَ شَعْبِي بِأَكَاذِيبِهِمْ وَمُفَاخَرَاتِهِمْ وَأَنَا لَمْ أُرْسِلْهُمْ وَلَا أَمَرْتُهُمْ. فَلَمْ يُفِيدُوا هَذَا ٱلشَّعْبَ فَائِدَةً، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
32จงฟัง เราต่อต้านคนที่พยากรณ์ความฝันหลอกลวง” พระยาห์เวห์กล่าว “พวกเขาเล่าความฝัน ทำให้ชนชาติของเราหลงผิดด้วยคำโกหกและคำโอ้อวดไร้ค่า แต่เราไม่ได้ส่งหรือสั่ง พวกเขาไม่ช่วยชนชาตินี้เลย” พระยาห์เวห์กล่าว
33«وَإِذَا سَأَلَكَ هَذَا ٱلشَّعْبُ أَوْ نَبِيٌّ أَوْ كَاهِنٌ قَائِلًا: مَا وَحْيُ ٱلرَّبِّ؟ فَقُلْ لَهُمْ: أَيُّ وَحْيٍ؟ إِنِّي أَرْفُضُكُمْ، هُوَ قَوْلُ ٱلرَّبِّ.
33“เมื่อชนชาตินี้ ผู้เผยพระวจนะหรือปุโรหิตถามเจ้าว่า ‘ข่าวสารจากพระยาห์เวห์คืออะไร?’ เจ้าจงบอกว่า ‘“ข่าวสารอะไร? เราจะคัดทิ้งพวกเจ้า” พระยาห์เวห์กล่าว’
34فَٱلنَّبِيُّ أَوِ ٱلْكَاهِنُ أَوِ ٱلشَّعْبُ ٱلَّذِي يَقُولُ: وَحْيُ ٱلرَّبِّ، أُعَاقِبُ ذَلِكَ ٱلرَّجُلَ وَبَيْتَهُ.
34สำหรับผู้เผยพระวจนะ ปุโรหิตและประชาชนที่พูดว่า ‘ข่าวสารจากพระยาห์เวห์’ เราจะลงโทษคนนั้นและครอบครัว
35هَكَذَا تَقُولُونَ ٱلرَّجُلُ لِصَاحِبِهِ وَٱلرَّجُلُ لِأَخِيهِ: بِمَاذَا أَجَابَ ٱلرَّبُّ؟ وَمَاذَا تَكَلَّمَ بِهِ ٱلرَّبُّ؟
35แต่ละคนจงถามเพื่อนบ้านและพี่น้องว่า ‘พระยาห์เวห์ตอบว่าอะไร?’ และ ‘พระยาห์เวห์กล่าวว่าอะไร?’
36أَمَّا وَحْيُ ٱلرَّبِّ فَلَا تَذْكُرُوهُ بَعْدُ، لِأَنَّ كَلِمَةَ كُلِّ إِنْسَانٍ تَكُونُ وَحْيَهُ، إِذْ قَدْ حَرَّفْتُمْ كَلَامَ ٱلْإِلَهِ ٱلْحَيِّ رَبِّ ٱلْجُنُودِ إِلَهِنَا.
36พวกเจ้าจะไม่กล่าวถึงข่าวสารจากพระยาห์เวห์อีก เพราะถ้อยคำของแต่ละคนกลายเป็นข่าวสารของเขาเอง พวกเจ้าบิดเบือนถ้อยคำของพระเจ้าผู้มีชีวิต ของพระยาห์เวห์แห่งกองทัพ พระเจ้าของพวกเรา
37هَكَذَا تَقُولُ لِلنَّبِيِّ: بِمَاذَا أَجَابَكَ ٱلرَّبُّ؟ وَمَاذَا تَكَلَّمَ بِهِ ٱلرَّبُّ؟
37เจ้าจงถามผู้เผยพระวจนะว่า ‘พระยาห์เวห์ตอบท่านว่าอะไร?’ และ ‘พระยาห์เวห์กล่าวว่าอะไร?’
38وَإِذَا كُنْتُمْ تَقُولُونَ: وَحْيُ ٱلرَّبِّ، فَلِذَلِكَ هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ: مِنْ أَجْلِ قَوْلِكُمْ هَذِهِ ٱلْكَلِمَةَ: وَحْيُ ٱلرَّبِّ، وَقَدْ أَرْسَلْتُ إِلَيْكُمْ قَائِلًا لَا تَقُولُوا: وَحْيُ ٱلرَّبِّ،
38แต่พวกเจ้าพูดว่า ‘ข่าวสารจากพระยาห์เวห์’ พระยาห์เวห์จึงกล่าวว่า ‘เพราะพวกเจ้าพูดคำนี้ “ข่าวสารจากพระยาห์เวห์” ทั้งที่เราส่งคนไปบอกไม่ให้พูดว่า “ข่าวสารจากพระยาห์เวห์”
39لِذَلِكَ هَأَنَذَا أَنْسَاكُمْ نِسْيَانًا، وَأَرْفُضُكُمْ مِنْ أَمَامِ وَجْهِي، أَنْتُمْ وَٱلْمَدِينَةَ ٱلَّتِي أَعْطَيْتُكُمْ وَآبَاءَكُمْ إِيَّاهَا.
39เพราะฉะนั้น จงฟัง เราจะลืมพวกเจ้าจนหมด จะคัดทิ้งพวกเจ้าและเมืองที่เราให้พวกเจ้ากับบรรพบุรุษ ให้พ้นหน้าเรา
40وَأَجْعَلُ عَلَيْكُمْ عَارًا أَبَدِيًّا وَخِزْيًا أَبَدِيًّا لَا يُنْسَى».
40เราจะทำให้พวกเจ้าถูกดูหมิ่นตลอดไป อับอายตลอดกาล ไม่มีใครลืม’”
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.