إِرْمِيَا

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 33
Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

إِرْمِيَا 33

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1ثُمَّ صَارَتْ كَلِمَةُ ٱلرَّبِّ إِلَى إِرْمِيَا ثَانِيَةً وَهُوَ مَحْبُوسٌ بَعْدُ فِي دَارِ ٱلسِّجْنِ قَائِلَةً:
1คำ​จาก​พระยาห์เวห์​มา​ถึง​เยเรมีย์​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง ขณะ​เขา​ยัง​ถูก​ขัง​ใน​ลาน​ทหาร​ยาม โดย​กล่าว​ว่า
2«هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ صَانِعُهَا، ٱلرَّبُّ مُصَوِّرُهَا لِيُثَبِّتَهَا، يَهْوَهُ ٱسْمُهُ:
2“พระยาห์เวห์​ผู้​ทำ​สิ่ง​นั้น พระยาห์เวห์​ผู้​ก่อ​รูป​เพื่อ​ให้​สิ่ง​นั้น​ตั้ง​มั่น ผู้​มี​นาม​ว่า​พระยาห์เวห์ กล่าว​ดังนี้
3اُدْعُنِي فَأُجِيبَكَ وَأُخْبِرَكَ بِعَظَائِمَ وَعَوَائِصَ لَمْ تَعْرِفْهَا.
3‘จง​ร้อง​เรียก​เรา เรา​จะ​ตอบ​เจ้า และ​ให้​เจ้า​เห็น​สิ่ง​ยิ่ง​ใหญ่​และ​ยาก​ที่​เจ้า​ไม่รู้’
4لِأَنَّهُ هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ إِلَهُ إِسْرَائِيلَ عَنْ بُيُوتِ هَذِهِ ٱلْمَدِينَةِ وَعَنْ بُيُوتِ مُلُوكِ يَهُوذَا ٱلَّتِي هُدِمَتْ لِلْمَتَارِيسِ وَٱلْمَجَانِيقِ:
4เพราะ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล กล่าว​ถึง​บ้าน​ใน​เมือง​นี้​และ​วัง​ของ​กษัตริย์​ยูดาห์ ซึ่ง​ถูก​รื้อ​เพื่อ​ทำ​แนว​ป้องกัน​ลาด​ดิน​และ​ดาบ​ดังนี้
5يَأْتُونَ لِيُحَارِبُوا ٱلْكَلْدَانِيِّينَ وَيَمْلَأُوهَا مِنْ جِيَفِ ٱلنَّاسِ ٱلَّذِينَ ضَرَبْتُهُمْ بِغَضَبِي وَغَيْظِي، وَٱلَّذِينَ سَتَرْتُ وَجْهِي عَنْ هَذِهِ ٱلْمَدِينَةِ لِأَجْلِ كُلِّ شَرِّهِمْ.
5‘ขณะ​ที่​ผู้คน​เข้า​มา​ต่อสู้​กับ​ชาว​เคลเดีย และ​ทำให้​บ้าน​เหล่า​นั้น​เต็ม​ไป​ด้วย​ศพ​คน​ที่​เรา​ฆ่า​ด้วย​โทสะ​และ​ความ​โกรธข​อง​เรา เพราะ​ความ​ชั่ว​ทั้งหมด​ของ​คน​เหล่า​นั้น เรา​จึง​ซ่อน​หน้า​จาก​เมือง​นี้
6هَأَنَذَا أَضَعُ عَلَيْهَا رِفَادَةً وَعِلَاجًا، وَأَشْفِيهِمْ وَأُعْلِنُ لَهُمْ كَثْرَةَ ٱلسَّلَامِ وَٱلْأَمَانَةِ.
6จง​ฟัง เรา​จะ​นำ​สุขภาพ​และ​การ​เยียวยา​มา​สู่​เมือง เรา​จะ​รักษา​พวก​เขา และ​เปิด​เผย​ความสงบสุข​กับ​ความ​จริง​อย่าง​อุดม​แก่​พวก​เขา
7وَأَرُدُّ سَبْيَ يَهُوذَا وَسَبْيَ إِسْرَائِيلَ وَأَبْنِيهِمْ كَٱلْأَوَّلِ.
7เรา​จะ​ฟื้นฟู​ความ​เป็น​อยู่​ของ​ยูดาห์​และ​อิสราเอล และ​สร้าง​พวก​เขา​ขึ้น​อย่าง​ครั้ง​แรก
8وَأُطَهِّرُهُمْ مِنْ كُلِّ إِثْمِهِمِ ٱلَّذِي أَخْطَأُوا بِهِ إِلَيَّ، وَأَغْفِرُ كُلَّ ذُنُوبِهِمِ ٱلَّتِي أَخْطَأُوا بِهَا إِلَيَّ، وَٱلَّتِي عَصَوْا بِهَا عَلَيَّ.
8เรา​จะ​ชำระ​พวก​เขา​จาก​ความ​ผิด​ทั้งหมด​ที่​พวก​เขา​ทำบาป​ต่อ​เรา เรา​จะ​ให้​อภัย​ความ​ผิด​ทั้งหมด​ที่​พวก​เขา​ทำบาป​และ​ล่วง​ละเมิด​ต่อ​เรา
9فَتَكُونُ لِيَ ٱسْمَ فَرَحٍ لِلتَّسْبِيحِ وَلِلزِّينَةِ لَدَى كُلِّ أُمَمِ ٱلْأَرْضِ، ٱلَّذِينَ يَسْمَعُونَ بِكُلِّ ٱلْخَيْرِ ٱلَّذِي أَصْنَعُهُ مَعَهُمْ، فَيَخَافُونَ وَيَرْتَعِدُونَ مِنْ أَجْلِ كُلِّ ٱلْخَيْرِ وَمِنْ أَجْلِ كُلِّ ٱلسَّلَامِ ٱلَّذِي أَصْنَعُهُ لَهَا.
9เมือง​นี้​จะ​ทำให้​เรา​มีชื่อ​เสียง​เป็น​ที่​ยินดี ได้​รับคำ​สรรเสริญ​และ​เกียรติ ต่อ​หน้า​ทุก​ชนชาติ​บน​แผ่นดิน ชนชาติ​เหล่า​นั้น​จะ​ได้ยิน​ถึง​สิ่ง​ดี​ทั้งหมด​ที่​เรา​ทำ​แก่​พวก​เขา จะ​กลัว​และ​สั่น​สะท้าน​เพราะ​สิ่ง​ดี​และ​ความสงบสุข​ทั้งหมด​ที่​เรา​มอบ​แก่​เมือง​นี้’”
10هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ: سَيُسْمَعُ بَعْدُ فِي هَذَا ٱلْمَوْضِعِ ٱلَّذِي تَقُولُونَ إِنَّهُ خَرِبٌ بِلَا إِنْسَانٍ وَبِلَا حَيَوَانٍ، فِي مُدُنِ يَهُوذَا، وَفِي شَوَارِعِ أُورُشَلِيمَ ٱلْخَرِبَةِ بِلَا إِنْسَانٍ وَلَا سَاكِنٍ وَلَا بَهِيمَةٍ،
10พระยาห์เวห์​กล่าว​ว่า “ใน​ที่​นี้ ที่​พวกเจ้า​บอก​ว่า ‘รกร้าง ไม่มี​คน​หรือ​สัตว์ ทั้ง​ใน​เมือง​ต่าง ๆ ของ​ยูดาห์​และ​ตาม​ถนน​ใน​เยรูซาเล็ม​ที่​รกร้าง ไม่มี​คน ไม่มี​ผู้​อาศัย และ​ไม่มี​สัตว์’ จะ​ได้ยิน​อีก
11صَوْتُ ٱلطَّرَبِ وَصَوْتُ ٱلْفَرَحِ، صَوْتُ ٱلْعَرِيسِ وَصَوْتُ ٱلْعَرُوسِ، صَوْتُ ٱلْقَائِلِينَ: ٱحْمَدُوا رَبَّ ٱلْجُنُودِ لِأَنَّ ٱلرَّبَّ صَالِحٌ، لِأَنَّ إِلَى ٱلْأَبَدِ رَحْمَتَهُ. صَوْتُ ٱلَّذِينَ يَأْتُونَ بِذَبِيحَةِ ٱلشُّكْرِ إِلَى بَيْتِ ٱلرَّبِّ، لِأَنِّي أَرُدُّ سَبْيَ ٱلْأَرْضِ كَٱلْأَوَّلِ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
11คือ​เสียง​ยินดี​และ​เสียง​รื่นเริง เสียง​เจ้า​บ่าว​และ​เสียง​เจ้า​สาว เสียง​ของ​ผู้​ที่​กล่าว​ว่า ‘จง​ขอบคุณ​พระยาห์เวห์​แห่งกองทัพ เพราะ​พระยาห์เวห์​ดี ความรักมั่นคง​ของ​พระองค์​ดำรง​อยู่​ตลอด​ไป’ ผู้​ที่​นำ​คำ​ขอบคุณ​เข้า​มา​ใน​พระนิเวศ​ของ​พระยาห์เวห์ เพราะ​เรา​จะ​ฟื้นฟู​ดินแดน​จาก​การ​เป็น​เชลย​ให้​เป็น​เหมือน​ครั้ง​แรก” พระยาห์เวห์​กล่าว
12هَكَذَا قَالَ رَبُّ ٱلْجُنُودِ: سَيَكُونُ بَعْدُ فِي هَذَا ٱلْمَوْضِعِ ٱلْخَرِبِ بِلَا إِنْسَانٍ وَلَا بَهِيمَةٍ وَفِي كُلِّ مُدُنِهِ، مَسْكَنُ ٱلرُّعَاةِ ٱلْمُرْبِضِينَ ٱلْغَنَمَ.
12พระยาห์เวห์​แห่งกองทัพ​กล่าว​ว่า “ใน​ที่​นี้​ที่​รกร้าง ไม่มี​คน​หรือ​สัตว์ และ​ใน​ทุก​เมือง​ของ​ที่​นี่ จะ​มี​ที่​อยู่​ของ​ผู้​เลี้ยง​แกะ​ให้​ฝูง​ของ​ตน​นอน​พัก​อีก
13فِي مُدُنِ ٱلْجَبَلِ وَمُدُنِ ٱلسَّهْلِ وَمُدُنِ ٱلْجَنُوبِ، وَفِي أَرْضِ بِنْيَامِينَ وَحَوَالَيْ أُورُشَلِيمَ، وَفِي مُدُنِ يَهُوذَا، تَمُرُّ أَيْضًا ٱلْغَنَمُ تَحْتَ يَدَيِ ٱلْمُحْصِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
13ใน​เมือง​บน​ภูเขา ใน​เมือง​ที่ราบ ใน​เมือง​ทาง​ใต้ ใน​ดินแดน​เบนยามิน ใน​บริเวณ​รอบ​เยรูซาเล็ม และ​ใน​เมือง​ต่าง ๆ ของ​ยูดาห์ ฝูง​แกะ​จะ​ผ่าน​ใต้​มือ​ผู้​นับ​อีก​ครั้ง” พระยาห์เวห์​กล่าว
14«هَا أَيَّامٌ تَأْتِي، يَقُولُ ٱلرَّبُّ، وَأُقِيمُ ٱلْكَلِمَةَ ٱلصَّالِحَةَ ٱلَّتِي تَكَلَّمْتُ بِهَا إِلَى بَيْتِ إِسْرَائِيلَ وَإِلَى بَيْتِ يَهُوذَا.
14“จง​ฟัง วัน​เวลา​นั้น​กำลัง​มา​ถึง” พระยาห์เวห์​กล่าว “เรา​จะ​ทำให้​คำ​สัญญา​ดี​ที่​เรา​กล่าว​ถึง​พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล​และ​พงศ์​พันธุ์​ยูดาห์​เป็น​จริง
15فِي تِلْكَ ٱلْأَيَّامِ وَفِي ذَلِكَ ٱلزَّمَانِ أُنْبِتُ لِدَاوُدَ غُصْنَ ٱلْبِرِّ، فَيُجْرِي عَدْلًا وَبِرًّا فِي ٱلْأَرْضِ.
15“ใน​วัน​เหล่า​นั้น​และ​ใน​เวลา​นั้น เรา​จะ​ให้​กิ่ง​ที่​เที่ยง​ธรรม​งอก​ขึ้น​แก่​ดาวิด เขา​จะ​นำ​ความยุติธรรม​และ​ความเที่ยงธรรม​มา​ใช้​ใน​ดินแดน
16فِي تِلْكَ ٱلْأَيَّامِ يَخْلُصُ يَهُوذَا، وَتَسْكُنُ أُورُشَلِيمُ آمِنَةً، وَهَذَا مَا تَتَسَمَّى بِهِ: ٱلرَّبُّ بِرُّنَا.
16ใน​วัน​เวลา​นั้น​ยูดาห์​จะ​ได้​รับ​การ​ช่วย​ให้​รอด และ​เยรูซาเล็ม​จะ​อยู่​อย่าง​ปลอดภัย นี่​คือ​นาม​ที่​จะ​ใช้​เรียก​เธอ พระยาห์เวห์​คือ​ความเที่ยงธรรม​ของ​พวกเรา”
17لِأَنَّهُ هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ: لَا يَنْقَطِعُ لِدَاوُدَ إِنْسَانٌ يَجْلِسُ عَلَى كُرْسِيِّ بَيْتِ إِسْرَائِيلَ،
17เพราะ​พระยาห์เวห์​กล่าว​ว่า “ดาวิด​จะ​ไม่​ขาด​คน​มา​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล​เลย
18وَلَا يَنْقَطِعُ لِلْكَهَنَةِ ٱللَّاوِيِّينَ إِنْسَانٌ مِنْ أَمَامِي يُصْعِدُ مُحْرَقَةً، وَيُحْرِقُ تَقْدِمَةً، وَيُهَيِّيءُ ذَبِيحَةً كُلَّ ٱلْأَيَّامِ».
18ปุโรหิต​ชาวเล​วี​จะ​ไม่​ขาด​คน​อยู่​ต่อ​หน้า​เรา​เพื่อ​ถวาย​เครื่องบูชา​เผา เผา​เครื่องบูชา​ธัญพืช และ​ถวาย​เครื่องบูชา​ต่อ​เนื่อง​ไป”
19ثُمَّ صَارَتْ كَلِمَةُ ٱلرَّبِّ إِلَى إِرْمِيَا قَائِلَةً:
19คำ​จาก​พระยาห์เวห์​มา​ถึง​เยเรมีย์​ว่า
20«هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ: إِنْ نَقَضْتُمْ عَهْدِي مَعَ ٱلنَّهَارِ، وَعَهْدِي مَعَ ٱللَّيْلِ حَتَّى لَا يَكُونَ نَهَارٌ وَلَا لَيْلٌ فِي وَقْتِهِمَا،
20“พระยาห์เวห์​กล่าว​ดังนี้ ‘หาก​พวกเจ้า​ทำลาย​พันธสัญญา​ของ​เรา​เกี่ยว​กับ​กลาง​วัน และ​พันธสัญญา​ของ​เรา​เกี่ยว​กับ​กลาง​คืน​ได้ จน​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน​ไม่​มา​ตาม​เวลา
21فَإِنَّ عَهْدِي أَيْضًا مَعَ دَاوُدَ عَبْدِي يُنْقَضُ، فَلَا يَكُونُ لَهُ ٱبْنٌ مَالِكًا عَلَى كُرْسِيِّهِ، وَمَعَ ٱللَّاوِيِّينَ ٱلْكَهَنَةِ خَادِمِيَّ.
21พันธสัญญา​ของ​เรา​กับ​ดาวิด ผู้รับใช้​ของ​เรา ก็​อาจ​ถูก​ทำลาย​ได้​ด้วย จน​เขา​จะ​ไม่มี​ลูกชาย​ครอง​บัลลังก์​ของ​เขา และ​พันธสัญญา​กับ​ปุโรหิต​ชาวเล​วี ผู้​ปรนนิบัติ​เรา ก็​อาจ​ถูก​ทำลาย​ได้​ด้วย
22كَمَا أَنَّ جُنْدَ ٱلسَّمَاوَاتِ لَا يُعَدُّ، وَرَمْلَ ٱلْبَحْرِ لَا يُحْصَى، هَكَذَا أُكَثِّرُ نَسْلَ دَاوُدَ عَبْدِي وَٱللَّاوِيِّينَ خَادِمِيَّ».
22กองทัพ​บน​ท้องฟ้า​นับ​ไม่​ได้ และ​ทราย​ใน​ทะเล​วัด​ไม่​ได้​อย่างไร เรา​จะ​เพิ่ม​จำนวน​ลูก​หลาน​ของ​ดาวิด ผู้รับใช้​ของ​เรา และ​ชาวเล​วี​ผู้​ปรนนิบัติ​เรา​อย่าง​นั้น’”
23ثُمَّ صَارَتْ كَلِمَةُ ٱلرَّبِّ إِلَى إِرْمِيَا قَائِلَةً:
23คำ​จาก​พระยาห์เวห์​มา​ถึง​เยเรมีย์​ว่า
24«أَمَا تَرَى مَا تَكَلَّمَ بِهِ هَذَا ٱلشَّعْبُ قَائِلًا: إِنَّ ٱلْعَشِيرَتَيْنِ ٱللَّتَيْنِ ٱخْتَارَهُمَا ٱلرَّبُّ قَدْ رَفَضَهُمَا. فَقَدِ ٱحْتَقَرُوا شَعْبِي حَتَّى لَا يَكُونُوا بَعْدُ أُمَّةً أَمَامَهُمْ.
24“อย่า​ใส่ใจ​กับ​สิ่ง​ที่​ประชาชน​นี้​พูด​ว่า ‘พระยาห์เวห์​ทอด​ทิ้ง​สอง​ตระกูล​ที่​พระองค์​เลือก​แล้ว​หรือ?’ พวก​เขา​ดู​หมิ่น​ประชาชน​ของ​เรา​อย่าง​นี้ จน​ไม่​ถือว่า​ประชาชน​ของ​เรา​เป็น​ชนชาติ​อีก​ต่อ​ไป​ต่อ​หน้า​พวก​เขา”
25هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ: إِنْ كُنْتُ لَمْ أَجْعَلْ عَهْدِي مَعَ ٱلنَّهَارِ وَٱللَّيْلِ، فَرَائِضَ ٱلسَّمَاوَاتِ وَٱلْأَرْضِ،
25พระยาห์เวห์​กล่าว​ว่า “หาก​พันธสัญญา​ของ​เรา​เกี่ยว​กับ​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน​ล้ม​เหลว หาก​เรา​ไม่​ได้​กำหนด​ระเบียบ​ของ​ฟ้าสวรรค์​และ​แผ่นดิน
26فَإِنِّي أَيْضًا أَرْفُضُ نَسْلَ يَعْقُوبَ وَدَاوُدَ عَبْدِي، فَلَا آخُذُ مِنْ نَسْلِهِ حُكَّامًا لِنَسْلِ إِبْرَاهِيمَ وَإِسْحَاقَ وَيَعْقُوبَ، لِأَنِّي أَرُدُّ سَبْيَهُمْ وَأَرْحَمُهُمْ».
26เมื่อ​นั้น​เรา​ก็​จะ​ทอด​ทิ้ง​ลูก​หลาน​ของ​ยาโคบ​และ​ของ​ดาวิด ผู้รับใช้​ของ​เรา จน​เรา​จะ​ไม่​เลือก​คน​จาก​ลูก​หลาน​ของ​เขา​มาปก​ครอง​ลูก​หลาน​ของ​อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ เพราะ​เรา​จะ​ฟื้นฟู​พวก​เขา​จาก​การ​เป็น​เชลย และ​เมตตา​พวก​เขา”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.