حِزْقِيَال

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 33
Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

حِزْقِيَال 33

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَكَانَ إِلَيَّ كَلَامُ ٱلرَّبِّ قَائِلًا:
1พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
2«يَا ٱبْنَ آدَمَ، كَلِّمْ بَنِي شَعْبِكَ وقُلْ لَهُمْ: إِذَا جَلَبْتُ ٱلسَّيْفَ عَلَى أَرْضٍ، فَإِنْ أَخَذَ شَعْبُ ٱلْأَرْضِ رَجُلًا مِنْ بَيْنِهِمْ وَجَعَلُوهُ رَقِيبًا لَهُمْ،
2“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​พูด​กับ​ชนชาติ​เดียว​กับ​เจ้า​ว่า​ ‘เมื่อ​เรา​นำ​ดาบ​มา​เหนือ​แผ่น​ดิน​หนึ่ง​ แล้ว​ประชาชน​ใน​แผ่น​ดิน​เลือก​ชาย​คน​หนึ่ง​จาก​พวก​ตน​ให้​เป็น​ยาม​เฝ้า​
3فَإِذَا رَأَى ٱلسَّيْفَ مُقْبِلًا عَلَى ٱلْأَرْضِ نَفَخَ فِي ٱلْبُوقِ وَحَذَّرَ ٱلشَّعْبَ،
3ถ้า​เขา​เห็น​ดาบ​กำลัง​มา​เหนือ​แผ่น​ดิน​ แล้ว​เป่า​แตร​เตือน​ประชาชน​
4وَسَمِعَ ٱلسَّامِعُ صَوْتَ ٱلْبُوقِ وَلَمْ يَتَحَذَّرْ، فَجَاءَ ٱلسَّيْفُ وَأَخَذَهُ، فَدَمُهُ يَكُونُ عَلَى رَأْسِهِ.
4คน​ใด​ได้ยิน​เสียง​แตร​แต่​ไม่​รับ​ฟัง​คำ​เตือน​ เมื่อ​ดาบ​มา​เอา​ชีวิต​เขา​ เลือด​ของ​เขา​จะ​ตก​บน​ศีรษะ​ของ​เขา​เอง​
5سَمِعَ صَوْتَ ٱلْبُوقِ وَلَمْ يَتَحَذَّرْ، فَدَمُهُ يَكُونُ عَلَى نَفْسِهِ. لَوْ تَحَذَّرَ لَخَلَّصَ نَفْسَهُ.
5เขา​ได้ยิน​เสียง​แตร​แต่​ไม่​รับคำ​เตือน​ เลือด​จึง​ตก​บน​ตัว​เขา​เอง​ แต่​ถ้า​เขา​รับคำ​เตือน​ เขา​ย่อม​รักษา​ชีวิต​ของ​ตน​ไว้​ได้​
6فَإِنْ رَأَى ٱلرَّقِيبُ ٱلسَّيْفَ مُقْبِلًا وَلَمْ يَنْفُخْ فِي ٱلْبُوقِ وَلَمْ يَتَحَذَّرِ ٱلشَّعْبُ، فَجَاءَ ٱلسَّيْفُ وَأَخَذَ نَفْسًا مِنْهُمْ، فَهُوَ قَدْ أُخِذَ بِذَنْبِهِ، أَمَّا دَمُهُ فَمِنْ يَدِ ٱلرَّقِيبِ أَطْلُبُهُ.
6แต่​ถ้า​ยาม​เห็น​ดาบ​มา​แล้ว​ไม่​เป่า​แตร​ ประชาชน​จึง​ไม่​ได้​รับคำ​เตือน​ และ​ดาบ​มา​ฆ่า​คน​ใด​ใน​หมู่​พวก​เขา​ คน​นั้น​ถูก​ฆ่า​เพราะ​ความ​ผิด​ของ​ตน​ แต่​เรา​จะ​ถือว่า​ยาม​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบ​ต่อ​เลือด​ของ​เขา​’
7«وَأَنْتَ يَا ٱبْنَ آدَمَ، فَقَدْ جَعَلْتُكَ رَقِيبًا لِبَيْتِ إِسْرَائِيلَ، فَتَسْمَعُ ٱلْكَلَامَ مِنْ فَمِي، وَتُحَذِّرُهُمْ مِنْ قِبَلِي.
7“ส่วน​เจ้า​ มนุษย์​เอ๋ย​ เรา​แต่ง​ตั้ง​เจ้า​เป็น​ยาม​เฝ้า​ชน​อิสราเอล​ เพราะ​ฉะนั้น​เมื่อ​เจ้า​ได้ยิน​ถ้อยคำ​จาก​ปาก​เรา​ จง​เตือน​พวก​เขา​แทน​เรา​
8إِذَا قُلْتُ لِلشِّرِّيرِ: يَا شِرِّيرُ مَوْتًا تَمُوتُ. فَإِنْ لَمْ تَتَكَلَّمْ لِتُحَذِّرَ ٱلشِّرِّيرَ مِنْ طَرِيقِهِ، فَذَلِكَ ٱلشِّرِّيرُ يَمُوتُ بِذَنْبِهِ، أَمَّا دَمُهُ فَمِنْ يَدِكَ أَطْلُبُهُ.
8เมื่อ​เรา​บอก​คน​ชั่ว​ว่า​ ‘คน​ชั่ว​เอ๋ย​ เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่​’ แต่​เจ้า​ไม่​พูด​เตือน​ให้​เขา​หัน​จาก​ทาง​ของ​ตน​ คน​ชั่ว​นั้น​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​ของ​ตน​ แต่​เรา​จะ​ถือว่า​เจ้า​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบ​ต่อ​เลือด​ของ​เขา​
9وَإِنْ حَذَّرْتَ ٱلشِّرِّيرَ مِنْ طَرِيقِهِ لِيَرْجعَ عَنْهُ، وَلَمْ يَرْجِعْ عَنْ طَرِيقِهِ، فَهُوَ يَمُوتُ بِذَنْبِهِ. أَمَّا أَنْتَ فَقَدْ خَلَّصْتَ نَفْسَكَ.
9แต่​ถ้า​เจ้า​เตือน​คน​ชั่ว​ให้​หัน​จาก​ทาง​ของ​ตน​ แล้ว​เขา​ไม่​ยอม​หัน​ เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​ของ​ตน​ ส่วน​เจ้า​ได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​ตน​ไว้​แล้ว​
10وَأَنْتَ يَا ٱبْنَ آدَمَ فَكَلِّمْ بَيْتَ إِسْرَائِيلَ وَقُلْ: أَنْتُمْ تَتَكَلَّمُونَ هَكَذَا قَائِلِينَ: إِنَّ مَعَاصِيَنَا وَخَطَايَانَا عَلَيْنَا، وَبِهَا نَحْنُ فَانُونَ، فَكَيْفَ نَحْيَا؟
10“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​บอก​ชน​อิสราเอล​ว่า​ ‘พวก​เจ้า​พูด​ว่า​ “การ​ล่วง​ละเมิด​และ​บาป​ของ​เรา​หนัก​อยู่​บน​ตัว​เรา​ เรา​กำลัง​ซูบ​โทรม​เพราะ​มัน​ แล้ว​เรา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​อย่างไร​?”’
11قُلْ لَهُمْ: حَيٌّ أَنَا، يَقُولُ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ، إِنِّي لَا أُسَرُّ بِمَوْتِ ٱلشِّرِّيرِ، بَلْ بِأَنْ يَرْجِعَ ٱلشِّرِّيرُ عَنْ طَرِيقِهِ وَيَحْيَا. اِرْجِعُوا، ٱرْجِعُوا عَنْ طُرُقِكُمُ ٱلرَّدِيئَةِ! فَلِمَاذَا تَمُوتُونَ يَابَيْتَ إِسْرَائِيلَ؟
11จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ว่า​ “เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​ไม่​พอใจ​ใน​การ​ตาย​ของ​คน​ชั่ว​ แต่​พอใจ​ให้​คน​ชั่ว​หัน​จาก​ทาง​ของ​ตน​แล้ว​มี​ชีวิต​ จง​หัน​กลับ​! จง​หัน​จาก​ทาง​ชั่ว​ของ​พวก​เจ้า​! ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ ทำไม​พวก​เจ้า​จึง​จะ​ตาย​?”’
12وَأَنْتَ يَا ٱبْنَ آدَمَ، فَقُلْ لِبَنِي شَعْبِكَ: إِنَّ بِرَّ ٱلْبَارِّ لَا يُنَجِّيهِ فِي يَوْمِ مَعْصِيَتِهِ، وَٱلشِّرِّيرُ لَا يَعْثُرُ بِشَرِّهِ فِي يَوْمِ رُجُوعِهِ عَنْ شَرِّهِ. وَلَا يَسْتَطِيعُ ٱلْبَارُّ أَنْ يَحْيَا بِبِرِّهِ فِي يَوْمِ خَطِيئَتِهِ.
12“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​บอก​ชนชาติ​เดียว​กับ​เจ้า​ว่า​ ‘ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​คน​ชอบ​ธรรม​จะ​ช่วย​เขา​ไม่​ได้​ใน​วัน​ที่​เขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง​ ส่วน​ความ​ชั่ว​ของ​คน​ชั่ว​จะ​ไม่​ทำให้​เขา​ล้ม​ใน​วัน​ที่​เขา​หัน​จาก​ความ​ชั่ว​ และ​คน​ชอบ​ธรรม​ก็​ไม่​อาจ​อาศัย​ความ​ชอบ​ธรรม​เดิม​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​ใน​วัน​ที่​เขา​ทำบาป​
13إِذَا قُلْتُ لِلْبَارِّ: حَيَاةً تَحْيَا. فَٱتَّكَلَ هُوَ عَلَى بِرِّهِ وَأَثِمَ، فَبِرُّهُ كُلُّهُ لَا يُذْكَرُ، بَلْ بِإِثْمِهِ ٱلَّذِي فَعَلَهُ يَمُوتُ.
13เมื่อ​เรา​บอก​คน​ชอบ​ธรรม​ว่า​เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ แต่​เขา​วางใจ​ใน​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​ตน​แล้ว​ทำความ​ผิด​ ความ​ชอบ​ธรรม​ทั้งหมด​ที่​เคย​ทำ​จะ​ไม่​ถูก​จดจำ​ เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​ที่​ทำ​
14وَإِذَا قُلْتُ لِلشِّرِّيرِ: مَوْتًا تَمُوتُ. فَإِنْ رَجَعَ عَنْ خَطِيَّتِهِ وَعَمِلَ بِٱلْعَدْلِ وَٱلْحَقِّ،
14อีก​ด้าน​หนึ่ง​ เมื่อ​เรา​บอก​คน​ชั่ว​ว่า​ “เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่​” แต่​เขา​หัน​จาก​บาป​และ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​และ​ยุติธรรม​
15إِنْ رَدَّ ٱلشِّرِّيرُ ٱلرَّهْنَ وَعَوَّضَ عَنِ ٱلْمُغْتَصَبِ، وَسَلَكَ فِي فَرَائِضِ ٱلْحَيَاةِ بِلَا عَمَلِ إِثْمٍ، فَإِنَّهُ حَيَاةً يَحْيَا. لَا يَمُوتُ.
15ถ้า​คน​ชั่ว​คืน​ของ​ประกัน​ คืน​ของ​ที่​ปล้น​มา​ ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ที่​นำ​ไป​สู่​ชีวิต​ และ​ไม่​ทำความ​ผิด​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ เขา​จะ​ไม่​ตาย​
16كُلُّ خَطِيَّتِهِ ٱلَّتِي أَخْطَأَ بِهَا لَا تُذْكَرُ عَلَيْهِ. عَمِلَ بِٱلْعَدْلِ وَٱلْحَقِّ فَيَحْيَا حَيَاةً.
16บาป​ที่​เขา​เคย​ทำ​จะ​ไม่​ถูก​นำ​มา​จดจำ​เอา​โทษ​ เขา​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​และ​ยุติธรรม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​
17وَأَبْنَاءُ شَعْبِكَ يَقُولُونَ: لَيْسَتْ طَرِيقُ ٱلرَّبِّ مُسْتَوِيَةً. بَلْ هُمْ طَرِيقُهُمْ غَيْرُ مُسْتَوِيَةٍ!
17“‘แต่​ชนชาติ​เดียว​กับ​เจ้า​กลับ​พูด​ว่า​ “ทาง​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ไม่​ยุติธรรม​” ทั้ง​ที่ทาง​ของ​พวก​เขา​เอง​ต่าง​หาก​ไม่​ยุติธรรม​
18عِنْدَ رُجُوعِ ٱلْبَارِّ عَنْ بِرِّهِ وَعِنْدَ عَمَلِهِ إِثْمًا فَإِنَّهُ يَمُوتُ بِهِ.
18เมื่อ​คน​ชอบ​ธรรม​หัน​จาก​ความ​ชอบ​ธรรม​ไป​ทำความ​ผิด​ เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​นั้น​
19وَعِنْدَ رُجُوعِ ٱلشِّرِّيرِ عَنْ شَرِّهِ وَعِنْدَ عَمَلِهِ بِٱلْعَدْلِ وَٱلْحَقِّ، فَإِنَّهُ يَحْيَا بِهِمَا.
19เมื่อ​คน​ชั่ว​หัน​จาก​ความ​ชั่ว​ไป​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​และ​ยุติธรรม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​เพราะ​สิ่ง​นั้น​
20وَأَنْتُمْ تَقُولُونَ: إِنَّ طَرِيقَ ٱلرَّبِّ غَيْرُ مُسْتَوِيَةٍ. إِنِّي أَحْكُمُ عَلَى كُلِّ وَاحِدٍ مِنْكُمْ كَطُرُقِهِ يَا بَيْتَ إِسْرَائِيلَ».
20แต่​พวก​เจ้า​ยัง​พูด​ว่า​ “ทาง​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ไม่​ยุติธรรม​” ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ เรา​จะ​พิพากษา​พวก​เจ้า​แต่ละ​คน​ตาม​ทาง​ของ​ตน​’”
21وَكَانَ فِي ٱلسَّنَةِ ٱلثَّانِيَةِ عَشَرَةَ مِنْ سَبْيِنَا، فِي ٱلشَّهْرِ ٱلْعَاشِرِ، فِي ٱلْخَامِسِ مِنَ ٱلشَّهْرِ، أَنَّهُ جَاءَ إِلَيَّ مُنْفَلِتٌ مِنْ أُورُشَلِيمَ، فَقَالَ: «قَدْ ضُرِبَتِ ٱلْمَدِينَةُ».
21ใน​ปี​ที่​สิบ​สอง​แห่ง​การ​เป็น​เชลย​ของ​เรา​ เดือน​ที่​สิบ​ วัน​ที่​ห้า​ของ​เดือน​ คน​หนึ่ง​ที่​หนี​รอด​จาก​เยรูซาเล็ม​มา​หา​ข้าพเจ้า​และ​บอก​ว่า​ “เมือง​แตก​แล้ว​!”
22وَكَانَتْ يَدُ ٱلرَّبِّ عَلَيَّ مَسَاءً قَبْلَ مَجِيءِ ٱلْمُنْفَلِتِ، وَفَتَحَتْ فَمِي حَتَّى جَاءَ إِلَيَّ صَبَاحًا، فَٱنْفَتَحَ فَمِي وَلَمْ أَكُنْ بَعْدُ أَبْكَمَ.
22เย็น​ก่อน​ที่​ผู้​หลบ​หนี​จะ​มา​ถึง​ พระหัตถ์​ของ​พระ​ยาห์เวห์​อยู่​เหนือ​ข้าพเจ้า​ และ​พระองค์​ทรง​เปิด​ปาก​ข้าพเจ้า​ก่อน​ที่​ชาย​คน​นั้น​จะ​มา​ถึง​ใน​ตอน​เช้า​ ปาก​ของ​ข้าพเจ้า​จึง​เปิด​ และ​ข้าพเจ้า​ไม่​เป็น​ใบ้​อีก​
23فَكَانَ إِلَيَّ كَلَامُ ٱلرَّبِّ قَائِلًا:
23พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
24«يَا ٱبْنَ آدَمَ، إِنَّ ٱلسَّاكِنِينَفيِ هَذِهِ ٱلْخِرَبِ فِي أَرْضِ إِسْرَائِيلَ يَتَكَلَّمُونَ قَائِلِينَ: إِنَّ إِبْرَاهِيمَ كَانَ وَاحِدًا وَقَدْ وَرِثَ ٱلْأَرْضَ، وَنَحْنُ كَثِيرُونَ، لَنَا أُعْطِيَتِ ٱلْأَرْضُ مِيرَاثًا.
24“มนุษย์​เอ๋ย​ คน​ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​ซาก​เมือง​ใน​แผ่น​ดิน​อิสราเอล​พูด​ว่า​ ‘อับ​รา​ฮัม​มี​เพียง​คน​เดียว​ ยัง​ได้​รับ​แผ่น​ดิน​เป็น​กรรมสิทธิ์​ แต่​พวก​เรา​มี​ตั้ง​มาก​ แผ่น​ดิน​นี้​ย่อม​ถูก​มอบ​ให้​เรา​เป็น​มรดก​’
25لِذَلِكَ قُلْ لَهُمْ: هَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ: تَأْكُلُونَ بِٱلدَّمِ وَتَرْفَعُونَ أَعْيُنَكُمْ إِلَى أَصْنَامِكُمْ وَتَسْفِكُونَ ٱلدَّمَ، أَفَتَرِثُونَ ٱلْأَرْضَ؟
25เพราะ​ฉะนั้น​จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ พวก​เจ้า​กิน​เนื้อ​พร้อม​เลือด​ เงย​หน้า​หวัง​พึ่ง​รูป​เคารพ​ และ​หลั่ง​เลือด​ แล้ว​ยัง​ควร​ได้​ครอบ​ครอง​แผ่น​ดิน​หรือ​?
26وَقَفْتُمْ عَلَى سَيْفِكُمْ، فَعَلْتُمُ ٱلرِّجْسَ، وَكُلٌّ مِنْكُمْ نَجَّسَ ٱمْرَأَةَ صَاحِبِهِ، أَفَتَرِثُونَ ٱلْأَرْضَ؟
26พวก​เจ้า​พึ่ง​ดาบ​ ทำ​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ และ​แต่ละ​คน​ทำให้​ภรรยา​ของ​เพื่อน​บ้าน​เป็น​มลทิน​ แล้ว​ยัง​ควร​ได้​ครอบ​ครอง​แผ่น​ดิน​หรือ​?’
27قُلْ لَهُمْ: هَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ: حَيٌّ أَنَا، إِنَّ ٱلَّذِينَ فِي ٱلْخِرَبِ يَسْقُطُونَ بِٱلسَّيْفِ، وَٱلَّذِي هُوَ عَلَى وَجْهِ ٱلْحَقْلِ أَبْذِلُهُ لِلْوَحْشِ مَأْكَلًا، وَٱلَّذِينَ فِي ٱلْحُصُونِ وَفِي ٱلْمَغَايِرِ يَمُوتُونَ بِٱلْوَبَإِ.
27“จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ คน​ที่​อยู่​ตาม​ซาก​เมือง​จะ​ล้ม​ด้วย​ดาบ​ คน​ที่​อยู่​กลาง​ทุ่ง​เรา​จะ​มอบ​ให้​สัตว์​กิน​ และ​คน​ที่​อยู่​ใน​ที่​มั่น​กับ​ถ้ำ​จะ​ตาย​ด้วย​โรค​ระบาด​
28فَأَجْعَلُ ٱلْأَرْضَ خَرِبَةً مُقْفِرَةً، وَتَبْطُلُ كِبْرِيَاءُ عِزَّتِهَا، وَتَخْرَبُ جِبَالُ إِسْرَائِيلَ بِلَا عَابِرٍ.
28เรา​จะ​ทำให้​แผ่น​ดิน​ร้าง​เปล่า​และ​น่า​สะ​พรึง​ ความ​หยิ่ง​ใน​กำลัง​ของ​นาง​จะ​สิ้น​สุด​ ภูเขา​แห่ง​อิสราเอล​จะ​ร้าง​จน​ไม่มี​ใคร​ผ่าน​
29فَيَعْلَمُونَ أَنِّي أَنَا ٱلرَّبُّ حِينَ أَجْعَلُ ٱلْأَرْضَ خَرِبَةً مُقْفِرَةً عَلَى كُلِّ رَجَاسَاتِهِمِ ٱلَّتِي فَعَلُوهَا.
29แล้ว​พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ เมื่อ​เรา​ทำให้​แผ่น​ดิน​ร้าง​เปล่า​และ​น่า​สะ​พรึง​ เพราะ​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ทั้งหมด​ที่​พวก​เขา​ทำ​’
30«وَأَنْتَ يَا ٱبْنَ آدَمَ، فَإِنَّ بَنِي شَعْبِكَ يَتَكَلَّمُونَ عَلَيْكَ بِجَانِبِ ٱلْجُدْرَانِ، وَفِي أَبْوَابِ ٱلْبُيُوتِ، وَيَتَكَلَّمُ ٱلْوَاحِدُ مَعَ ٱلْآخَرِ، ٱلرَّجُلُ مَعَ أَخِيهِ قَائِلِينَ: هَلُمَّ ٱسْمَعُوا مَا هُوَ ٱلْكَلَامُ ٱلْخَارِجُ مِنْ عِنْدِ ٱلرَّبِّ!
30“ส่วน​เจ้า​ มนุษย์​เอ๋ย​ ชนชาติ​เดียว​กับ​เจ้า​พูด​ถึง​เจ้า​ตาม​กำแพง​และ​ตาม​ประตู​บ้าน​ ต่าง​คน​ต่าง​บอก​พี่​น้อง​ว่า​ ‘มา​เถอะ​ ไป​ฟัง​กัน​ว่า​พระ​ดำรัส​อะไร​ออก​มา​จาก​พระ​ยาห์เวห์​’
31وَيَأْتُونَ إِلَيْكَ كَمَا يَأْتِي ٱلشَّعْبُ، وَيَجْلِسُونَ أَمَامَكَ كَشَعْبِي، وَيَسْمَعُونَ كَلَامَكَ وَلَا يَعْمَلُونَ بِهِ، لِأَنَّهُمْ بِأَفْوَاهِهِمْ يُظْهِرُونَ أَشْوَاقًا وَقَلْبُهُمْ ذَاهِبٌ وَرَاءَ كَسْبِهِمْ.
31พวก​เขา​มา​หา​เจ้า​เหมือน​ประชาชน​ทั่วไป​ มา​นั่ง​ตรง​หน้า​เจ้า​เหมือน​เป็น​ประชาชน​ของ​เรา​ ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​เจ้า​แต่​ไม่​ทำ​ตาม​ ปาก​แสดง​ความ​รัก​มากมาย​ แต่​ใจ​ไล่​ตาม​ผล​ประโยชน์​
32وَهَا أَنْتَ لَهُمْ كَشِعْرِ أَشْوَاقٍ لِجَمِيلِ ٱلصَّوْتِ يُحْسِنُ ٱلْعَزْفَ، فَيَسْمَعُونَ كَلَامَكَ وَلَا يَعْمَلُونَ بِهِ.
32สำหรับ​พวก​เขา​ เจ้า​เหมือน​เพลง​ไพเราะ​จับใจ​ของ​คน​เสียง​ดี​และ​เล่น​ดนตรี​เก่ง​ พวก​เขา​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​เจ้า​ แต่​ไม่​ทำ​ตาม​
33وَإِذَا جَاءَ هَذَا، لِأَنَّهُ يَأْتِي، فَيَعْلَمُونَ أَنَّ نَبِيًّا كَانَ فِي وَسْطِهِمْ».
33“เมื่อ​สิ่ง​นี้​เกิด​ขึ้น​ ซึ่ง​กำลัง​จะ​เกิด​อยู่​แล้ว​ พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า​เคย​มี​ผู้​พยากรณ์​อยู่​ท่ามกลาง​พวก​เขา​”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.