حِزْقِيَال

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 3
Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

حِزْقِيَال 3

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1فَقَالَ لِي: «يَا ٱبْنَ آدَمَ، كُلْ مَا تَجِدُهُ. كُلْ هَذَا ٱلدَّرْجَ، وَٱذْهَبْ كَلِّمْ بَيْتَ إِسْرَائِيلَ».
1พระองค์​ตรัส​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า​ “มนุษย์​เอ๋ย​ กิน​สิ่ง​ที่​อยู่​ตรง​หน้า​เจ้า​ กิน​ม้วน​หนังสือ​นี้​ แล้วไป​พูด​กับ​ชน​อิสราเอล​”
2فَفَتَحْتُ فَمِي فَأَطْعَمَنِي ذَلِكَ ٱلدَّرْجَ.
2ข้าพเจ้า​จึง​อ้า​ปาก​ และ​พระองค์​ทรง​ให้​ข้าพเจ้า​กิน​ม้วน​หนังสือ​นั้น​
3وَقَالَ لِي: «يَا ٱبْنَ آدَمَ، أَطْعِمْ بَطْنَكَ وَٱمْلَأْ جَوْفَكَ مِنْ هَذَا ٱلدَّرْجِ ٱلَّذِي أَنَا مُعْطِيكَهُ». فَأَكَلْتُهُ فَصَارَ فِي فَمِي كَٱلْعَسَلِ حَلَاوَةً.
3พระองค์​ตรัส​ว่า​ “มนุษย์​เอ๋ย​ จง​กิน​ม้วน​หนังสือ​ที่​เรา​ให้​เจ้า​นี้​ จง​กิน​ให้​เต็ม​ท้อง​เต็ม​ไส้​” ข้าพเจ้า​จึง​กิน​ และ​มัน​หวาน​เหมือน​น้ำ​ผึ้ง​ใน​ปาก​
4فَقَالَ لِي: «يَا ٱبْنَ آدَمَ، ٱذْهَبِ ٱمْضِ إِلَى بَيْتِ إِسْرَائِيلَ وَكَلِّمْهُمْ بِكَلَامِي.
4แล้ว​พระองค์​ตรัส​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า​ “มนุษย์​เอ๋ย​ จง​ไป​หา​ชน​อิสราเอล​และ​พูด​ถ้อยคำ​ของ​เรา​แก่​พวก​เขา​
5لِأَنَّكَ غَيْرُ مُرْسَلٍ إِلَى شَعْبٍ غَامِضِ ٱللُّغَةِ وَثَقِيلِ ٱللِّسَانِ، بَلْ إِلَى بَيْتِ إِسْرَائِيلَ.
5เพราะ​เรา​ไม่​ได้​ส่ง​เจ้า​ไป​หา​ชน​ที่​พูด​ภาษา​ต่าง​ชาติ​ที่​เข้าใจ​ยาก​ แต่​ส่ง​ไป​หา​ชน​อิสราเอล​
6لَا إِلَى شُعُوبٍ كَثِيرَةٍ غَامِضَةِ ٱللُّغَةِ وَثَقِيلَةِ ٱللِّسَانِ لَسْتَ تَفْهَمُ كَلَامَهُمْ. فَلَوْ أَرْسَلْتُكَ إِلَى هَؤُلَاءِ لَسَمِعُوا لَكَ.
6ไม่​ได้​ส่ง​เจ้า​ไป​หา​ชน​หลาย​ชาติ​ที่​พูด​ภาษา​ต่าง​ชาติ​ที่​เจ้า​ไม่​เข้าใจ​ ถ้า​เรา​ส่ง​เจ้า​ไป​หา​คน​เหล่า​นั้น​ พวก​เขา​คง​ฟัง​เจ้า​
7لَكِنَّ بَيْتَ إِسْرَائِيلَ لَا يَشَاءُ أَنْ يَسْمَعَ لَكَ، لِأَنَّهُمْ لَا يَشَاؤُونَ أَنْ يَسْمَعُوا لِي. لِأَنَّ كُلَّ بَيْتِ إِسْرَائِيلَ صِلَابُ ٱلْجِبَاهِ وَقُسَاةُ ٱلْقُلُوبِ.
7แต่​ชน​อิสราเอล​จะ​ไม่​ฟัง​เจ้า​ เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ยอม​ฟัง​เรา​ ชน​อิสราเอล​ทั้ง​ปวง​ดื้อ​ด้าน​ และ​ใจแข็ง​
8هَأَنَذَا قَدْ جَعَلْتُ وَجْهَكَ صُلْبًا مِثْلَ وُجُوهِهِمْ، وَجَبْهَتَكَ صُلْبَةً مِثْلَ جِبَاهِهِمْ،
8เรา​ทำให้​ใบหน้า​ของ​เจ้า​แข็งกร้าว​พอ​เผชิญ​หน้า​พวก​เขา​แล้ว​ และ​ทำให้​หน้า​ผาก​ของ​เจ้า​แข็ง​พอ​รับ​กับ​หน้า​ผาก​ของ​พวก​เขา​
9قَدْ جَعَلْتُ جَبْهَتَكَ كَٱلْمَاسِ أَصْلَبَ مِنَ ٱلصَّوَّانِ، فَلَا تَخَفْهُمْ وَلَا تَرْتَعِبْ مِنْ وُجُوهِهِمْ لِأَنَّهُمْ بَيْتٌ مُتَمَرِّدٌ».
9เรา​ทำให้​หน้า​ผาก​ของ​เจ้า​เหมือน​เพชร​ แข็ง​ยิ่ง​กว่า​หินเหล็กไฟ​ อย่า​กลัว​พวก​เขา​ อย่า​หวั่น​ต่อ​สีหน้า​ของ​พวก​เขา​ แม้​พวก​เขา​จะ​เป็น​ชน​กบฏ​”
10وَقَالَ لِي: «يَا ٱبْنَ آدَمَ، كُلُّ ٱلْكَلَامِ ٱلَّذِي أُكَلِّمُكَ بِهِ، أَوْعِهِ فِي قَلْبِكَ وَٱسْمَعْهُ بِأُذُنَيْكَ.
10พระองค์​ตรัส​กับ​ข้าพเจ้า​อีก​ว่า​ “มนุษย์​เอ๋ย​ จง​รับ​ถ้อยคำ​ทั้งหมด​ที่​เรา​พูด​กับ​เจ้า​ไว้​ใน​ใจ​และ​ฟัง​ด้วย​หู​ของ​เจ้า​
11وَٱمْضِ ٱذْهَبْ إِلَى ٱلْمَسْبِيِّينَ، إِلَى بَنِي شَعْبِكَ، وَكَلِّمْهُمْ وَقُلْ لَهُمْ: هَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ، إِنْ سَمِعُوا وَإِنِ ٱمْتَنَعُوا».
11จง​ไป​หา​พวก​เชลย​ซึ่ง​เป็น​ชนชาติ​เดียว​กับ​เจ้า​ พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​’ ไม่​ว่า​พวก​เขา​จะ​ฟัง​หรือ​ปฏิเสธ​”
12ثُمَّ حَمَلَنِي رُوحٌ، فَسَمِعْتُ خَلْفِي صَوْتَ رَعْدٍ عَظِيمٍ: «مُبَارَكٌ مَجْدُ ٱلرَّبِّ مِنْ مَكَانِهِ».
12แล้ว​พระ​วิญญาณ​ยก​ข้าพเจ้า​ขึ้น​ ข้าพเจ้า​ได้ยิน​เสียง​กึกก้อง​ดัง​มา​จาก​ข้าง​หลัง​ว่า​ “ขอ​ให้​ความ​รุ่งโรจน์​ของ​พระ​ยาห์เวห์​เป็น​ที่​สรรเสริญ​ ณ ที่​ประทับ​ของ​พระองค์​”
13وَصَوْتَ أَجْنِحَةِ ٱلْحَيَوَانَاتِ ٱلْمُتَلَاصِقَةِ ٱلْوَاحِدُ بِأَخِيهِ وَصَوْتَ ٱلْبَكَرَاتِ مَعَهَا وَصَوْتَ رَعْدٍ عَظِيمٍ.
13ข้าพเจ้า​ได้ยิน​เสียง​ปีก​ของ​สิ่ง​มี​ชีวิต​กระทบ​กัน​ และ​เสียง​ล้อ​ข้าง​ ๆ พวก​มัน​ เป็น​เสียง​กึกก้อง​อย่าง​ยิ่ง​
14فَحَمَلَنِي ٱلرُّوحُ وَأَخَذَنِي، فَذَهَبْتُ مُرًّا فِي حَرَارَةِ رُوحِي، وَيَدُ ٱلرَّبِّ كَانَتْ شَدِيدَةً عَلَيَّ.
14พระ​วิญญาณ​ยก​ข้าพเจ้า​ขึ้น​และ​นำ​ข้าพเจ้า​ไป​ ข้าพเจ้า​ไป​ด้วย​ความ​ขมขื่น​และ​ใจร้อน​รุ่ม​ ขณะ​ที่​พระหัตถ์​ของ​พระ​ยาห์เวห์​กด​หนัก​อยู่​เหนือ​ข้าพเจ้า​
15فَجِئْتُ إِلَى ٱلْمَسْبِيِّينَ عِنْدَ تَلِّ أَبِيبَ، ٱلسَّاكِنِينَ عْنْدَ نَهْرِ خَابُورَ. وَحَيْثُ سَكَنُوا هُنَاكَ سَكَنْتُ سَبْعَةَ أَيَّامٍ مُتَحَيِّرًا فِي وَسْطِهِمْ.
15ข้าพเจ้า​มา​ถึง​พวก​เชลย​ที่​เท​ล​อา​บีบ​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ริม​แม่​น้ำ​เค​บาร์​ ไป​ถึงที่​พัก​อาศัย​ของ​พวก​เขา​ และ​นั่ง​อยู่​ท่ามกลาง​พวก​เขา​ด้วย​ความ​ตก​ตะลึง​เป็น​เวลา​เจ็ด​วัน​
16وَكَانَ عِنْدَ تَمَامِ ٱلسَّبْعَةِ ٱلْأَيَّامِ أَنَّ كَلِمَةَ ٱلرَّبِّ صَارَتْ إِلَيَّ قَائِلَةً:
16เมื่อ​ครบ​เจ็ด​วัน​ พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
17«يَا ٱبْنَ آدَمَ، قَدْ جَعَلْتُكَ رَقِيبًا لِبَيْتِ إِسْرَائِيلَ. فَٱسْمَعِ ٱلْكَلِمَةَ مِنْ فَمِي وَأَنْذِرْهُمْ مِنْ قِبَلِي.
17“มนุษย์​เอ๋ย​ เรา​แต่ง​ตั้ง​เจ้า​เป็น​ยาม​เฝ้า​ชน​อิสราเอล​ เพราะ​ฉะนั้น​เมื่อ​เจ้า​ได้ยิน​ถ้อยคำ​จาก​ปาก​เรา​ จง​เตือน​พวก​เขา​แทน​เรา​
18إِذَا قُلْتُ لِلشِّرِّيرِ: مَوْتًا تَمُوتُ، وَمَا أَنْذَرْتَهُ أَنْتَ وَلَا تَكَلَّمْتَ إِنْذَارًا لِلشِّرِّيرِ مِنْ طَرِيقِهِ ٱلرَّدِيئَةِ لِإِحْيَائِهِ، فَذَلِكَ ٱلشِّرِّيرُ يَمُوتُ بِإِثْمِهِ، أَمَّا دَمُهُ فَمِنْ يَدِكَ أَطْلُبُهُ.
18เมื่อ​เรา​บอก​คน​ชั่ว​ว่า​ ‘เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่​’ แต่​เจ้า​ไม่​เตือน​เขา​ ไม่​พูด​เตือน​ให้​เขา​หัน​จาก​ทาง​ชั่ว​เพื่อ​รักษา​ชีวิต​ คน​ชั่ว​นั้น​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​ของ​ตน​ แต่​เรา​จะ​ถือว่า​เจ้า​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบ​ต่อ​เลือด​ของ​เขา​
19وَإِنْ أَنْذَرْتَ أَنْتَ ٱلشِّرِّيرَ وَلَمْ يَرْجِعْ عَنْ شَرِّهِ وَلَا عَنْ طَرِيقِهِ ٱلرَّدِيئَةِ، فَإِنَّهُ يَمُوتُ بِإِثْمِهِ، أَمَّا أَنْتَ فَقَدْ نَجَّيْتَ نَفْسَكَ.
19แต่​ถ้า​เจ้า​เตือน​คน​ชั่ว​แล้ว​ เขา​ยัง​ไม่​หัน​จาก​ความ​ชั่ว​และ​ทาง​ชั่ว​ของ​ตน​ เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​ของ​ตน​ ส่วน​เจ้า​ได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​ตน​ไว้​แล้ว​
20وَٱلْبَارُّ إِنْ رَجَعَ عَنْ بِرِّهِ وَعَمِلَ إِثْمًا وَجَعَلْتُ مُعْثِرَةً أَمَامَهُ فَإِنَّهُ يَمُوتُ. لِأَنَّكَ لَمْ تُنْذِرْهُ، يَمُوتُ فِي خَطِيَّتِهِ وَلَا يُذْكَرُ بِرُّهُ ٱلَّذِي عَمِلَهُ، أَمَّا دَمُهُ فَمِنْ يَدِكَ أَطْلُبُهُ.
20“อีก​ประการ​หนึ่ง​ ถ้า​คน​ชอบ​ธรรม​หัน​จาก​ความ​ชอบ​ธรรม​ไป​ทำความ​ผิด​ และ​เรา​วาง​สิ่ง​ให้​เขา​สะดุด​ เขา​จะ​ตาย​ ถ้า​เจ้า​ไม่​ได้​เตือน​เขา​ เขา​จะ​ตาย​ใน​บาป​ของ​ตน​ และ​ความ​ชอบ​ธรรม​ที่​เขา​เคย​ทำ​จะ​ไม่​ถูก​จดจำ​ แต่​เรา​จะ​ถือว่า​เจ้า​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบ​ต่อ​เลือด​ของ​เขา​
21وَإِنْ أَنْذَرْتَ أَنْتَ ٱلْبَارَّ مِنْ أَنْ يُخْطِئَ ٱلْبَارُّ، وَهُوَ لَمْ يُخْطِئْ، فَإِنَّهُ حَيَاةً يَحْيَا لِأَنَّهُ أُنْذِرَ، وَأَنْتَ تَكُونُ قَدْ نَجَّيْتَ نَفْسَكَ».
21แต่​ถ้า​เจ้า​เตือน​คน​ชอบ​ธรรม​ไม่​ให้​ทำบาป​ และ​เขา​ไม่​ทำบาป​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ เพราะ​เขา​รับ​ฟัง​คำ​เตือน​ และ​เจ้า​ก็ได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​ตน​ไว้​แล้ว​”
22وَكَانَتْ يَدُ ٱلرَّبِّ عَلَيَّ هُنَاكَ، وَقَالَ لِي: «قُمُ ٱخْرُجْ إِلَى ٱلْبُقْعَةِ وَهُنَاكَ أُكَلِّمُكَ».
22พระหัตถ์​ของ​พระ​ยาห์เวห์​อยู่​เหนือ​ข้าพเจ้า​ที่​นั่น​ และ​พระองค์​ตรัส​ว่า​ “ลุก​ขึ้น​ ไป​ยัง​ที่ราบ​ แล้ว​เรา​จะ​พูด​กับ​เจ้า​ที่​นั่น​”
23فَقُمْتُ وَخَرَجْتُ إِلَى ٱلْبُقْعَةِ، وَإِذَا بِمَجْدِ ٱلرَّبِّ وَاقِفٌ هُنَاكَ كَٱلْمَجْدِ ٱلَّذِي رَأَيْتُهُ عِنْدَ نَهْرِ خَابُورَ، فَخَرَرْتُ عَلَى وَجْهِي.
23ข้าพเจ้า​จึง​ลุก​ขึ้น​ไป​ยัง​ที่ราบ​ และ​เห็น​ความ​รุ่งโรจน์​ของ​พระ​ยาห์เวห์​ตั้ง​อยู่​ที่​นั่น​ เหมือน​ความ​รุ่งโรจน์​ที่​ข้าพเจ้า​เห็น​ริม​แม่​น้ำ​เค​บาร์​ ข้าพเจ้า​จึง​ซบ​หน้า​ลง​
24فَدَخَلَ فِيَّ رُوحٌ وَأَقَامَنِي عَلَى قَدَمَيَّ، ثُمَّ كَلَّمَنِي وَقَالَ لِي: «اِذْهَبْ أَغْلِقْ عَلَى نَفْسِكَ فِي وَسْطِ بَيْتِكَ.
24แล้ว​พระ​วิญญาณ​เข้า​มา​ใน​ข้าพเจ้า​และ​ทำให้​ข้าพเจ้า​ยืน​ขึ้น​ พระองค์​ตรัส​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า​ “จง​เข้าไป​ขัง​ตัว​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​เจ้า​
25وَأَنْتَ يَا ٱبْنَ آدَمَ، فَهَا هُمْ يَضَعُونَ عَلَيْكَ رُبُطًا وَيُقَيِّدُونَكَ بِهَا، فَلَا تَخْرُجُ فِي وَسْطِهِمْ.
25ส่วน​เจ้า​ มนุษย์​เอ๋ย​ พวก​เขา​จะ​เอา​เชือก​มา​มัด​เจ้า​ไว้​ จน​เจ้า​ออก​ไป​อยู่​ท่ามกลาง​พวก​เขา​ไม่​ได้​
26وَأُلْصِقُ لِسَانَكَ بِحَنَكِكَ فَتَبْكَمُ، وَلَا تَكُونُ لَهُمْ رَجُلًا مُوَبِّخًا، لِأَنَّهُمْ بَيْتٌ مُتَمَرِّدٌ.
26เรา​จะ​ทำให้​ลิ้น​ของ​เจ้า​ติด​เพดาน​ปาก​ เจ้า​จะ​เป็น​ใบ้​และ​ตัก​เตือน​พวก​เขา​ไม่​ได้​ เพราะ​พวก​เขา​เป็น​ชน​กบฏ​
27فَإِذَا كَلَّمْتُكَ أَفْتَحُ فَمَكَ فَتَقُولُ لَهُمْ: هَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ: مَنْ يَسْمَعْ فَلْيَسْمَعْ، وَمَنْ يَمْتَنِعْ فَلْيَمْتَنِعْ. لِأَنَّهُمْ بَيْتٌ مُتَمَرِّدٌ».
27แต่​เมื่อ​เรา​พูด​กับ​เจ้า​ เรา​จะ​เปิด​ปาก​ของ​เจ้า​ แล้ว​เจ้า​จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​’ ใคร​จะ​ฟัง​ก็​ให้​ฟัง​ ใคร​จะ​ปฏิเสธ​ก็​ให้​ปฏิเสธ​ เพราะ​พวก​เขา​เป็น​ชน​กบฏ​”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.