اَلْمُلُوكِ ٱلْأَوَّلُ

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 8

اَلْمُلُوكِ ٱلْأَوَّلُ

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

اَلْمُلُوكِ ٱلْأَوَّلُ 8

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1حِينَئِذٍ جَمَعَ سُلَيْمَانُ شُيُوخَ إِسْرَائِيلَ وَكُلَّ رُؤُوسِ ٱلْأَسْبَاطِ، رُؤَسَاءَ ٱلْآبَاءِ مِنْ بَنِي إِسْرَائِيلَ إِلَى ٱلْمَلِكِ سُلَيْمَانَ فِي أُورُشَلِيمَ، لِإِصْعَادِ تَابُوتِ عَهْدِ ٱلرَّبِّ مِنْ مَدِينَةِ دَاوُدَ، هِيَ صِهْيَوْنُ.
1ต่อมาโซโลมอน​ทรงเรียกประชุมผู้อาวุโสของอิสราเอล หัวหน้าเผ่าทุกเผ่า และผู้นำตระกูลของชาวอิสราเอล ให้มาเฝ้ากษัตริย์​โซโลมอน​ที่เยรูซาเล็ม เพื่ออัญเชิญหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์​ขึ้นมาจากนครดาวิด คือศิโยน
2فَٱجْتَمَعَ إِلَى ٱلْمَلِكِ سُلَيْمَانَ جَمِيعُ رِجَالِ إِسْرَائِيلَ فِي ٱلْعِيدِ فِي شَهْرِ أَيْثَانِيمَ، هُوَ ٱلشَّهْرُ ٱلسَّابِعُ.
2ชายอิสราเอล​ทุกคนมาชุมนุมกับกษัตริย์​โซโลมอน​ในเทศกาลที่จัดในเดือนเอธานิม ซึ่งเป็นเดือนที่เจ็ด
3وَجَاءَ جَمِيعُ شُيُوخِ إِسْرَائِيلَ، وَحَمَلَ ٱلْكَهَنَةُ ٱلتَّابُوتَ.
3เมื่อผู้อาวุโสของอิสราเอล​ทุกคนมาถึง เหล่าปุโรหิต​ก็ยกหีบขึ้น
4وَأَصْعَدُوا تَابُوتَ ٱلرَّبِّ وَخَيْمَةَ ٱلِٱجْتِمَاعِ مَعَ جَمِيعِ آنِيَةِ ٱلْقُدْسِ ٱلَّتِي فِي ٱلْخَيْمَةِ، فَأَصْعَدَهَا ٱلْكَهَنَةُ وَٱللَّاوِيُّونَ.
4พวกเขานำหีบของพระยาห์เวห์ เต็นท์แห่งการชุมนุม และเครื่องใช้ศักดิ์สิทธิ์ทุกชิ้นที่อยู่ในเต็นท์ขึ้นมา ปุโรหิต​และชาวเลวีเป็นผู้นำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา
5وَٱلْمَلِكُ سُلَيْمَانُ وَكُلُّ جَمَاعَةِ إِسْرَائِيلَ ٱلْمُجْتَمِعِينَ إِلَيْهِ مَعَهُ أَمَامَ ٱلتَّابُوتِ، كَانُوا يَذْبَحُونَ مِنَ ٱلْغَنَمِ وَٱلْبَقَرِ مَا لَا يُحْصَى وَلَا يُعَدُّ مِنَ ٱلْكَثْرَةِ.
5กษัตริย์​โซโลมอน​กับชาวอิสราเอล​ทั้งหมดที่มาชุมนุมกับพระองค์​อยู่ต่อหน้าหีบ ถวายแกะและวัวเป็นเครื่องบูชา​มากมายจนนับไม่ถ้วน
6وَأَدْخَلَ ٱلْكَهَنَةُ تَابُوتَ عَهْدِ ٱلرَّبِّ إِلَى مَكَانِهِ فِي مِحْرَابِ ٱلْبَيْتِ فِي قُدْسِ ٱلْأَقْدَاسِ، إِلَى تَحْتِ جَنَاحَيِ ٱلْكَرُوبَيْنِ،
6เหล่าปุโรหิต​นำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์​เข้าไปวางในที่ของมัน คือห้องชั้นในของพระวิหาร ห้องบริสุทธิ์ที่สุด ใต้ปีกของเครูบ
7لِأَنَّ ٱلْكَرُوبَيْنِ بَسَطَا أَجْنِحَتَهُمَا عَلَى مَوْضِعِ ٱلتَّابُوتِ، وَظَلَّلَ ٱلْكَرُوبَانِ ٱلتَّابُوتَ وَعِصِيَّهُ مِنْ فَوْقُ.
7เครูบ​กางปีกเหนือที่วางหีบ ปีกของมันคลุมหีบและคานหามจากด้านบน
8وَجَذَبُوا ٱلْعِصِيَّ فَتَرَاءَتْ رُؤُوسُ ٱلْعِصِيِّ مِنَ ٱلْقُدْسِ أَمَامَ ٱلْمِحْرَابِ وَلَمْ تُرَ خَارِجًا، وَهِيَ هُنَاكَ إِلَى هَذَا ٱلْيَوْمِ.
8คานหามยาวจนเห็นปลายคานได้จากสถานที่บริสุทธิ์ซึ่งอยู่หน้าห้องชั้นใน แต่มองไม่เห็นจากภายนอก คานเหล่านั้นยังอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้
9لَمْ يَكُنْ فِي ٱلتَّابُوتِ إِلَّا لَوْحَا ٱلْحَجَرِ ٱللَّذَانِ وَضَعَهُمَا مُوسَى هُنَاكَ فِي حُورِيبَ حِينَ عَاهَدَ ٱلرَّبُّ بَنِي إِسْرَائِيلَ عِنْدَ خُرُوجِهِمْ مِنْ أَرْضِ مِصْرَ.
9ภายในหีบไม่มีสิ่งใดนอกจากแผ่นศิลาสองแผ่นที่โมเสสใส่ไว้ ณ โฮเรบ เมื่อพระยาห์เวห์​ทรงทำพันธสัญญากับชาวอิสราเอล​ในคราวที่พวกเขาออกจากอียิปต์
10وَكَانَ لَمَّا خَرَجَ ٱلْكَهَنَةُ مِنَ ٱلْقُدْسِ أَنَّ ٱلسَّحَابَ مَلَأَ بَيْتَ ٱلرَّبِّ،
10เมื่อปุโรหิต​ออกมาจากสถานที่บริสุทธิ์ เมฆก็เต็มพระวิหาร​ของพระยาห์เวห์
11وَلَمْ يَسْتَطِعِ ٱلْكَهَنَةُ أَنْ يَقِفُوا لِلْخِدْمَةِ بِسَبَبِ ٱلسَّحَابِ، لِأَنَّ مَجْدَ ٱلرَّبِّ مَلَأَ بَيْتَ ٱلرَّبِّ.
11จนเหล่าปุโรหิต​ยืนปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เพราะเมฆนั้น เนื่องจากพระสิริของพระยาห์เวห์​เต็มพระวิหาร
12حِينَئِذٍ تَكَلَّمَ سُلَيْمَانُ: «قَالَ ٱلرَّبُّ إِنَّهُ يَسْكُنُ فِي ٱلضَّبَابِ.
12แล้วโซโลมอน​ตรัสว่า “พระยาห์เวห์​ตรัสว่าจะทรงประทับในความมืดทึบ
13إِنِّي قَدْ بَنَيْتُ لَكَ بَيْتَ سُكْنَى، مَكَانًا لِسُكْنَاكَ إِلَى ٱلْأَبَدِ».
13ข้าพระองค์​สร้างพระวิหาร​เป็นที่ประทับถวายพระองค์​แล้ว เป็นสถานที่ให้พระองค์​ประทับตลอดไป”
14وَحَوَّلَ ٱلْمَلِكُ وَجْهَهُ وَبَارَكَ كُلَّ جُمْهُورِ إِسْرَائِيلَ، وَكُلُّ جُمْهُورِ إِسْرَائِيلَ وَاقِفٌ.
14กษัตริย์​ทรงหันมาให้พรที่ประชุมชาวอิสราเอล​ทั้งหมด ขณะนั้นทุกคนยืนอยู่
15وَقَالَ: «مُبَارَكٌ ٱلرَّبُّ إِلَهُ إِسْرَائِيلَ ٱلَّذِي تَكَلَّمَ بِفَمِهِ إِلَى دَاوُدَ أَبِي وَأَكْمَلَ بِيَدِهِ قَائِلًا:
15พระองค์​ตรัสว่า “ขอสรรเสริญพระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล ผู้ตรัสกับดาวิดบิดาของพวกท่านด้วยพระโอษฐ์ และทรงทำให้สำเร็จด้วยพระหัตถ์ของพระองค์​ว่า
16مُنْذُ يَوْمَ أَخْرَجْتُ شَعْبِي إِسْرَائِيلَ مِنْ مِصْرَ لَمْ أَخْتَرْ مَدِينَةً مِنْ جَمِيعِ أَسْبَاطِ إِسْرَائِيلَ لِبِنَاءِ بَيْتٍ لِيَكُونَ ٱسْمِي هُنَاكَ، بَلِ إِنَّمَا ٱخْتَرْتُ دَاوُدَ لِيَكُونَ عَلَى شَعْبِي إِسْرَائِيلَ.
16‘ตั้งแต่วันที่เรานำประชาชน​อิสราเอล​ของเราออกจากอียิปต์ เราไม่เคยเลือกเมืองใดจากเผ่าต่าง ๆ ของอิสราเอล​เพื่อสร้างพระวิหาร​ให้พระนามของเราอยู่ที่นั่น แต่เราเลือกดาวิดให้ปกครองประชาชน​อิสราเอล​ของเรา’
17وَكَانَ فِي قَلْبِ دَاوُدَ أَبِي أَنْ يَبْنِيَ بَيْتًا لِٱسْمِ ٱلرَّبِّ إِلَهِ إِسْرَائِيلَ.
17“ดาวิดบิดาของข้าเคยตั้งใจสร้างพระวิหาร​ถวายแด่พระนามของพระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล
18فَقَالَ ٱلرَّبُّ لِدَاوُدَ أَبِي: مِنْ أَجْلِ أَنَّهُ كَانَ فِي قَلْبِكَ أَنْ تَبْنِيَ بَيْتًا لِٱسْمِي، قَدْ أَحْسَنْتَ بِكَوْنِهِ فِي قَلْبِكَ.
18แต่พระยาห์เวห์​ตรัสกับดาวิดบิดาของข้าว่า ‘การที่เจ้าตั้งใจสร้างพระวิหาร​ถวายแด่พระนามของเรานั้นเป็นเรื่องดี
19إِلَّا إِنَّكَ أَنْتَ لَا تَبْنِي ٱلْبَيْتَ، بَلِ ٱبْنُكَ ٱلْخَارِجُ مِنْ صُلْبِكَ هُوَ يَبْنِي ٱلْبَيْتَ لِٱسْمِي.
19ถึงกระนั้นเจ้าจะไม่ได้สร้างพระวิหาร บุตรที่สืบสายเลือดของเจ้าเองจะเป็นผู้สร้างพระวิหาร​ถวายแด่พระนามของเรา’
20وَأَقَامَ ٱلرَّبُّ كَلَامَهُ ٱلَّذِي تَكَلَّمَ بِهِ، وَقَدْ قُمْتُ أَنَا مَكَانَ دَاوُدَ أَبِي وَجَلَسْتُ عَلَى كُرْسِيِّ إِسْرَائِيلَ كَمَا تَكَلَّمَ ٱلرَّبُّ، وَبَنَيْتُ ٱلْبَيْتَ لِٱسْمِ ٱلرَّبِّ إِلَهِ إِسْرَائِيلَ،
20พระยาห์เวห์​ทรงทำตามพระดำรัส​ของพระองค์​แล้ว ข้าได้ขึ้นมาแทนดาวิดบิดาของข้า นั่งบนบัลลังก์​อิสราเอล​ตามที่พระยาห์เวห์​ทรงสัญญา และสร้างพระวิหาร​ถวายแด่พระนามของพระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล
21وَجَعَلْتُ هُنَاكَ مَكَانًا لِلتَّابُوتِ ٱلَّذِي فِيهِ عَهْدُ ٱلرَّبِّ ٱلَّذِي قَطَعَهُ مَعَ آبَائِنَا عِنْدَ إِخْرَاجِهِ إِيَّاهُمْ مِنْ أَرْضِ مِصْرَ».
21ข้าได้จัดที่ไว้สำหรับหีบซึ่งบรรจุพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ ที่พระองค์​ทรงทำกับบรรพบุรุษของเราเมื่อนำพวกเขาออกจากอียิปต์”
22وَوَقَفَ سُلَيْمَانُ أَمَامَ مَذْبَحِ ٱلرَّبِّ تُجَاهَ كُلِّ جَمَاعَةِ إِسْرَائِيلَ، وَبَسَطَ يَدَيْهِ إِلَى ٱلسَّمَاءِ
22โซโลมอน​ทรงยืนต่อหน้าแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ โดยมีที่ประชุมชาวอิสราเอล​ทั้งหมดอยู่ด้วย และชูพระหัตถ์ขึ้นสู่ฟ้า
23وَقَالَ: «أَيُّهَا ٱلرَّبُّ إِلَهُ إِسْرَائِيلَ، لَيْسَ إِلَهٌ مِثْلَكَ فِي ٱلسَّمَاءِ مِنْ فَوْقُ، وَلَا عَلَى ٱلْأَرْضِ مِنْ أَسْفَلُ، حَافِظُ ٱلْعَهْدِ وَٱلرَّحْمَةِ لِعَبِيدِكَ ٱلسَّائِرِينَ أَمَامَكَ بِكُلِّ قُلُوبِهِمْ.
23พระองค์​ทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล ไม่มีพระเจ้า​องค์ใดเหมือนพระองค์ ทั้งในฟ้าเบื้องบนหรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง พระองค์​ทรงรักษาพันธสัญญาและความเมตตาต่อผู้รับใช้ที่ดำเนินต่อพระพักตร์พระองค์​อย่างสุดใจ
24ٱلَّذِي قَدْ حَفِظْتَ لِعَبْدِكَ دَاوُدَ أَبِي مَا كَلَّمْتَهُ بِهِ، فَتَكَلَّمْتَ بِفَمِكَ وَأَكْمَلْتَ بِيَدِكَ كَهَذَا ٱلْيَوْمِ.
24พระองค์​ทรงรักษาสัญญาที่ประทานแก่ดาวิดบิดาของข้าพระองค์​ผู้รับใช้ของพระองค์ พระองค์​ตรัสด้วยพระโอษฐ์และทรงทำให้สำเร็จด้วยพระหัตถ์ ดังที่เห็นในวันนี้
25وَٱلْآنَ أَيُّهَا ٱلرَّبُّ إِلَهُ إِسْرَائِيلَ ٱحْفَظْ لِعَبْدِكَ دَاوُدَ أَبِي مَا كَلَّمْتَهُ بِهِ قَائِلًا: لَا يُعْدَمُ لَكَ أَمَامِي رَجُلٌ يَجْلِسُ عَلَى كُرْسِيِّ إِسْرَائِيلَ، إِنْ كَانَ بَنُوكَ إِنَّماَ يَحْفَظُونَ طُرُقَهُمْ حَتَّى يَسِيرُوا أَمَامِي كَمَا سِرْتَ أَنْتَ أَمَامِي.
25บัดนี้ ข้าแต่พระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล ขอทรงรักษาสัญญาที่ประทานแก่ดาวิดบิดาของข้าพระองค์​ว่า ‘เจ้าจะไม่ขาดผู้สืบเชื้อสายนั่งบนบัลลังก์​อิสราเอล​ต่อหน้าเรา ถ้าบุตรหลานของเจ้าระวังทางที่ตนดำเนิน โดยดำเนินต่อหน้าเราเหมือนที่เจ้าได้ดำเนิน’
26وَٱلْآنَ يَا إِلَهَ إِسْرَائِيلَ فَلْيَتَحَقَّقْ كَلَامُكَ ٱلَّذِي كَلَّمْتَ بِهِ عَبْدَكَ دَاوُدَ أَبِي.
26“บัดนี้ ข้าแต่พระเจ้า​แห่งอิสราเอล ขอให้พระดำรัส​ที่พระองค์​ตรัสกับดาวิดบิดาของข้าพระองค์​ผู้รับใช้ของพระองค์​เป็นจริง
27لِأَنَّهُ هَلْ يَسْكُنُ ٱللهُ حَقًّا عَلَى ٱلْأَرْضِ؟ هُوَذَا ٱلسَّمَاوَاتُ وَسَمَاءُ ٱلسَّمَاوَاتِ لَا تَسَعُكَ، فَكَمْ بِٱلْأَقَلِّ هَذَا ٱلْبَيْتُ ٱلَّذِي بَنَيْتُ؟
27แต่พระเจ้า​จะทรงประทับบนแผ่นดินโลกจริงหรือ? แม้ฟ้าและฟ้าสูงสุดยังรองรับพระองค์​ไม่ได้ แล้วพระวิหาร​ที่ข้าพระองค์​สร้างนี้จะรองรับพระองค์​ได้อย่างไร!
28فَٱلْتَفِتْ إِلَى صَلَاةِ عَبْدِكَ وَإِلَى تَضَرُّعِهِ أَيُّهَا ٱلرَّبُّ إِلَهِي، وَٱسْمَعِ ٱلصُّرَاخَ وَٱلصَّلَاةَ ٱلَّتِي يُصَلِّيهَا عَبْدُكَ أَمَامَكَ ٱلْيَوْمَ.
28ถึงอย่างนั้น ข้าแต่พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของข้าพระองค์ ขอทรงใส่พระทัยคำอธิษฐานและคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ ฟังเสียงร้องและคำอธิษฐานที่ผู้รับใช้ทูลต่อพระองค์​วันนี้
29لِتَكُونَ عَيْنَاكَ مَفْتُوحَتَيْنِ عَلَى هَذَا ٱلْبَيْتِ لَيْلًا وَنَهَارًا، عَلَى ٱلْمَوْضِعِ ٱلَّذِي قُلْتَ: إِنَّ ٱسْمِي يَكُونُ فِيهِ، لِتَسْمَعَ ٱلصَّلَاةَ ٱلَّتِي يُصَلِّيهَا عَبْدُكَ فِي هَذَا ٱلْمَوْضِعِ.
29ขอพระเนตรของพระองค์​เฝ้าดูพระวิหาร​นี้ทั้งกลางวันและกลางคืน คือสถานที่ที่พระองค์​ตรัสว่า ‘พระนามของเราจะอยู่ที่นั่น’ เพื่อฟังคำอธิษฐานที่ผู้รับใช้ทูลโดยหันมายังที่แห่งนี้
30وَٱسْمَعْ تَضَرُّعَ عَبْدِكَ وَشَعْبِكَ إِسْرَائِيلَ ٱلَّذِينَ يُصَلُّونَ فِي هَذَا ٱلْمَوْضِعِ، وَٱسْمَعْ أَنْتَ فِي مَوْضِعِ سُكْنَاكَ فِي ٱلسَّمَاءِ، وَإِذَا سَمِعْتَ فَٱغْفِرْ.
30ขอทรงฟังคำวิงวอนของผู้รับใช้และประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​เมื่อพวกเขาอธิษฐานโดยหันมายังที่แห่งนี้ ขอทรงฟังจากฟ้าซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ และเมื่อทรงฟังแล้วก็โปรดให้อภัย
31إِذَا أَخْطَأَ أَحَدٌ إِلَى صَاحِبِهِ وَوَضَعَ عَلَيْهِ حَلْفًا لِيُحَلِّفَهُ، وَجَاءَ ٱلْحَلْفُ أَمَامَ مَذْبَحِكَ فِي هَذَا ٱلْبَيْتِ،
31“ถ้าคนหนึ่งทำบาปต่อเพื่อนบ้าน แล้วถูกกำหนดให้ต้องสาบาน เขาจึงมาสาบานต่อหน้าแท่นบูชาของพระองค์​ในพระวิหาร​นี้
32فَٱسْمَعْ أَنْتَ فِي ٱلسَّمَاءِ وَٱعْمَلْ وَٱقْضِ بَيْنَ عَبِيدِكَ، إِذْ تَحْكُمُ عَلَى ٱلْمُذْنِبِ فَتَجْعَلُ طَرِيقَهُ عَلَى رَأْسِهِ، وَتُبَرِّرُ ٱلْبَارَّ إِذْ تُعْطِيهِ حَسَبَ بِرِّهِ.
32ขอทรงฟังจากฟ้า ลงมือพิพากษาผู้รับใช้ของพระองค์ ให้คนชั่วรับผลแห่งการกระทำของตนเอง และให้คนชอบธรรมพ้นผิดโดยได้รับตามความชอบธรรมของเขา
33إِذَا ٱنْكَسَرَ شَعْبُكَ إِسْرَائِيلُ أَمَامَ ٱلْعَدُوِّ لِأَنَّهُمْ أَخْطَأُوا إِلَيْكَ، ثُمَّ رَجَعُوا إِلَيْكَ وَٱعْتَرَفُوا بِٱسْمِكَ وَصَلَّوْا وَتَضَرَّعُوا إِلَيْكَ نَحْوَ هَذَا ٱلْبَيْتِ،
33“เมื่อประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​พ่ายแพ้แก่ศัตรูเพราะทำบาปต่อพระองค์ หากพวกเขาหันกลับมาหาพระองค์ ยอมรับพระนามของพระองค์ อธิษฐานและวิงวอนต่อพระองค์​ในพระวิหาร​นี้
34فَٱسْمَعْ أَنْتَ مِنَ ٱلسَّمَاءِ وَٱغْفِرْ خَطِيَّةَ شَعْبِكَ إِسْرَائِيلَ، وَأَرْجِعْهُمْ إِلَى ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِي أَعْطَيْتَهَا لِآبَائِهِمْ.
34ขอทรงฟังจากฟ้า ให้อภัยบาปของประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ และนำพวกเขากลับสู่ดินแดนที่พระองค์​ประทานแก่บรรพบุรุษ
35«إِذَا أُغْلِقَتِ ٱلسَّمَاءُ وَلَمْ يَكُنْ مَطَرٌ، لِأَنَّهُمْ أَخْطَأُوا إِلَيْكَ، ثُمَّ صَلَّوْا فِي هَذَا ٱلْمَوْضِعِ وَٱعْتَرَفُوا بِٱسْمِكَ، وَرَجَعُوا عَنْ خَطِيَّتِهِمْ لِأَنَّكَ ضَايَقْتَهُمْ،
35“เมื่อท้องฟ้าปิด ไม่มีฝนเพราะพวกเขาทำบาปต่อพระองค์ หากพวกเขาอธิษฐานโดยหันมายังที่แห่งนี้ ยอมรับพระนามของพระองค์ และหันกลับจากบาปเมื่อพระองค์​ทรงทำให้พวกเขาทุกข์ยาก
36فَٱسْمَعْ أَنْتَ مِنَ ٱلسَّمَاءِ وَٱغْفِرْ خَطِيَّةَ عَبِيدِكَ وَشَعْبِكَ إِسْرَائِيلَ، فَتُعَلِّمَهُمُ ٱلطَّرِيقَ ٱلصَّالِحَ ٱلَّذِي يَسْلُكُونَ فِيهِ، وَأَعْطِ مَطَرًا عَلَى أَرْضِكَ ٱلَّتِي أَعْطَيْتَهَا لِشَعْبِكَ مِيرَاثًا.
36ขอทรงฟังจากฟ้า ให้อภัยบาปของผู้รับใช้และประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ สอนพวกเขาให้รู้ทางที่ดีซึ่งควรดำเนิน แล้วส่งฝนลงบนแผ่นดินที่พระองค์​ประทานให้ประชาชน​เป็นมรดก
37إِذَا صَارَ فِي ٱلْأَرْضِ جُوعٌ، إِذَا صَارَ وَبَأٌ، إِذَا صَارَ لَفْحٌ أَوْ يَرَقَانٌ أَوْ جَرَادٌ جَرْدَمٌ، أَوْ إِذَا حَاصَرَهُ عَدُوُّهُ فِي أَرْضِ مُدُنِهِ، فِي كُلِّ ضَرْبَةٍ وَكُلِّ مَرَضٍ،
37“ถ้าเกิดการกันดารอาหารในแผ่นดิน เกิดโรคระบาด พืชเหี่ยวแห้ง โรคราน้ำค้าง ตั๊กแตนหรือหนอนกัดกินพืช หรือศัตรูล้อมเมืองใด ๆ ในดินแดนของพวกเขา ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติหรือโรคใด
38فَكُلُّ صَلَاةٍ وَكُلُّ تَضَرُّعٍ تَكُونُ مِنْ أَيِّ إِنْسَانٍ كَانَ مِنْ كُلِّ شَعْبِكَ إِسْرَائِيلَ، ٱلَّذِينَ يَعْرِفُونَ كُلُّ وَاحِدٍ ضَرْبَةَ قَلْبِهِ، فَيَبْسُطُ يَدَيْهِ نَحْوَ هَذَا ٱلْبَيْتِ،
38เมื่อคนใดคนหนึ่งหรือประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​ทั้งหมด ซึ่งแต่ละคนรู้ความทุกข์ในใจของตน อธิษฐานและวิงวอนโดยชูมือมาทางพระวิหาร​นี้
39فَٱسْمَعْ أَنْتَ مِنَ ٱلسَّمَاءِ مَكَانِ سُكْنَاكَ وَٱغْفِرْ، وَٱعْمَلْ وَأَعْطِ كُلَّ إِنْسَانٍ حَسَبَ كُلِّ طُرُقِهِ كَمَا تَعْرِفُ قَلْبَهُ. لِأَنَّكَ أَنْتَ وَحْدَكَ قَدْ عَرَفْتَ قُلُوبَ كُلِّ بَنِي ٱلْبَشَرِ،
39ขอทรงฟังจากฟ้าซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ ให้อภัย ลงมือช่วย และตอบแทนแต่ละคนตามการกระทำทุกอย่างของเขา พระองค์​ทรงรู้จักใจของเขา เพราะมีเพียงพระองค์​เท่านั้นที่ทรงรู้จักใจของมนุษย์ทุกคน
40لِكَيْ يَخَافُوكَ كُلَّ ٱلْأَيَّامِ ٱلَّتِي يَحْيَوْنَ فِيهَا عَلَى وَجْهِ ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِي أَعْطَيْتَ لِآبَائِنَا.
40เพื่อพวกเขาจะยำเกรงพระองค์​ตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่พระองค์​ประทานแก่บรรพบุรุษของเรา
41وَكَذَلِكَ ٱلْأَجْنَبِيُّ ٱلَّذِي لَيْسَ مِنْ شَعْبِكَ إِسْرَائِيلَ هُوَ، وَجَاءَ مِنْ أَرْضٍ بَعِيدَةٍ مِنْ أَجْلِ ٱسْمِكَ،
41“ส่วนคนต่างชาติซึ่งไม่ใช่ประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ เมื่อเขามาจากแดนไกลเพราะพระนามของพระองค์
42لِأَنَّهُمْ يَسْمَعُونَ بِٱسْمِكَ ٱلْعَظِيمِ وَبِيَدِكَ ٱلْقَوِيَّةِ وَذِرَاعِكَ ٱلْمَمْدُودَةِ، فَمَتَى جَاءَ وَصَلَّى فِي هَذَا ٱلْبَيْتِ،
42เพราะผู้คนจะได้ยินถึงพระนามอันยิ่งใหญ่ พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และพระกรที่เหยียดออกของพระองค์ เมื่อคนต่างชาตินั้นมาอธิษฐานโดยหันมายังพระวิหาร​นี้
43فَٱسْمَعْ أَنْتَ مِنَ ٱلسَّمَاءِ مَكَانِ سُكْنَاكَ، وَٱفْعَلْ حَسَبَ كُلِّ مَا يَدْعُو بِهِ إِلَيْكَ ٱلْأَجْنَبِيُّ، لِكَيْ يَعْلَمَ كُلُّ شُعُوبِ ٱلْأَرْضِ ٱسْمَكَ، فَيَخَافُوكَ كَشَعْبِكَ إِسْرَائِيلَ، وَلِكَيْ يَعْلَمُوا أَنَّهُ قَدْ دُعِيَ ٱسْمُكَ عَلَى هَذَا ٱلْبَيْتِ ٱلَّذِي بَنَيْتُ.
43ขอทรงฟังจากฟ้าซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ และทำตามทุกสิ่งที่คนต่างชาติทูลขอ เพื่อชนทุกชาติบนแผ่นดินโลกจะรู้จักพระนามและยำเกรงพระองค์​อย่างประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ และรู้ว่าพระวิหาร​ที่ข้าพระองค์​สร้างนี้ได้ชื่อว่าเป็นของพระองค์
44«إِذَا خَرَجَ شَعْبُكَ لِمُحَارَبَةِ عَدُوِّهِ فِي ٱلطَّرِيقِ ٱلَّذِي تُرْسِلُهُمْ فِيهِ، وَصَلَّوْا إِلَى ٱلرَّبِّ نَحْوَ ٱلْمَدِينَةِ ٱلَّتِي ٱخْتَرْتَهَا وَٱلْبَيْتِ ٱلَّذِي بَنَيْتُهُ لِٱسْمِكَ،
44“หากประชาชน​ของพระองค์​ออกไปรบกับศัตรูตามทางที่พระองค์​ทรงส่งพวกเขาไป และพวกเขาอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์​โดยหันมายังเมืองที่พระองค์​ทรงเลือกและพระวิหาร​ที่ข้าพระองค์​สร้างถวายแด่พระนามของพระองค์
45فَٱسْمَعْ مِنَ ٱلسَّمَاءِ صَلَاتَهُمْ وَتَضَرُّعَهُمْ وَٱقْضِ قَضَاءَهُمْ.
45ขอทรงฟังคำอธิษฐานและคำวิงวอนของพวกเขาจากฟ้า และทรงรักษาความเป็นธรรมให้แก่พวกเขา
46إِذَا أَخْطَأُوا إِلَيْكَ، لِأَنَّهُ لَيْسَ إِنْسَانٌ لَا يُخْطِئُ، وَغَضِبْتَ عَلَيْهِمْ وَدَفَعْتَهُمْ أَمَامَ ٱلْعَدُوِّ وَسَبَاهُمْ، سَابُوهُمْ إِلَى أَرْضِ ٱلْعَدُوِّ، بَعِيدَةً أَوْ قَرِيبَةً،
46หากพวกเขาทำบาปต่อพระองค์ เพราะไม่มีมนุษย์คนใดไม่ทำบาป แล้วพระองค์​ทรงกริ้วและมอบพวกเขาให้ศัตรูจนถูกกวาดต้อนเป็นเชลยไปยังดินแดนของศัตรู ไม่ว่าไกลหรือใกล้
47فَإِذَا رَدُّوا إِلَى قُلُوبِهِمْ فِي ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِي يُسْبَوْنَ إِلَيْهَا وَرَجَعُوا وَتَضَرَّعُوا إِلَيْكَ فِي أَرْضِ سَبْيِهِمْ قَائِلِينَ: قَدْ أَخْطَأْنَا وَعَوَّجْنَا وَأَذْنَبْنَا.
47แต่ถ้าในดินแดนที่ถูกกวาดต้อนไปนั้น พวกเขาสำนึกผิด หันกลับมา และวิงวอนต่อพระองค์​ในดินแดนของผู้จับพวกเขาไป โดยพูดว่า ‘พวกเราได้ทำบาป ทำผิด และประพฤติชั่ว’
48وَرَجَعُوا إِلَيْكَ مِنْ كُلِّ قُلُوبِهِمْ وَمِنْ كُلِّ أَنْفُسِهِمْ فِي أَرْضِ أَعْدَائِهِمْ ٱلَّذِينَ سَبَوْهُمْ، وَصَلَّوْا إِلَيْكَ نَحْوَ أَرْضِهِمْ ٱلَّتِي أَعْطَيْتَ لِآبَائِهِمْ، نَحْوَ ٱلْمَدِينَةِ ٱلَّتِي ٱخْتَرْتَ وَٱلْبَيْتِ ٱلَّذِي بَنَيْتُ لِٱسْمِكَ،
48ถ้าพวกเขาหันกลับมาหาพระองค์​ด้วยสุดใจสุดจิตในดินแดนของศัตรูที่กวาดต้อนพวกเขาไป และอธิษฐานต่อพระองค์​โดยหันมายังดินแดนที่พระองค์​ประทานแก่บรรพบุรุษ เมืองที่พระองค์​ทรงเลือก และพระวิหาร​ที่ข้าพระองค์​สร้างถวายแด่พระนามของพระองค์
49فَٱسْمَعْ فِي ٱلسَّمَاءِ مَكَانِ سُكْنَاكَ صَلَاتَهُمْ وَتَضَرُّعَهُمْ وَٱقْضِ قَضَاءَهُمْ،
49ขอทรงฟังคำอธิษฐานและคำวิงวอนของพวกเขาจากฟ้าซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ และทรงรักษาความเป็นธรรมให้แก่พวกเขา
50وَٱغْفِرْ لِشَعْبِكَ مَا أَخْطَأُوا بِهِ إِلَيْكَ، وَجَمِيعَ ذُنُوبِهِمِ ٱلَّتِي أَذْنَبُوا بِهَا إِلَيْكَ، وَأَعْطِهِمْ رَحْمَةً أَمَامَ ٱلَّذِينَ سَبَوْهُمْ فَيَرْحَمُوهُمْ،
50ขอทรงให้อภัยประชาชน​ของพระองค์​ที่ทำบาปต่อพระองค์ และให้อภัยการละเมิดทุกอย่างของพวกเขา ขอทรงให้ผู้ที่กวาดต้อนพวกเขาไปเกิดความเมตตาต่อพวกเขา
51لِأَنَّهُمْ شَعْبُكَ وَمِيرَاثُكَ ٱلَّذِينَ أَخْرَجْتَ مِنْ مِصْرَ، مِنْ وَسَطِ كُورِ ٱلْحَدِيدِ.
51เพราะพวกเขาเป็นประชาชน​และมรดกของพระองค์ ที่พระองค์​นำออกจากอียิปต์ ออกจากเตาหลอมเหล็ก
52لِتَكُونَ عَيْنَاكَ مَفْتُوحَتَيْنِ نَحْوَ تَضَرُّعِ عَبْدِكَ وَتَضَرُّعِ شَعْبِكَ إِسْرَائِيلَ، فَتُصْغِيَ إِلَيْهِمْ فِي كُلِّ مَا يَدْعُونَكَ،
52ขอพระเนตรของพระองค์​เฝ้าดูคำวิงวอนของผู้รับใช้และประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ และทรงฟังทุกครั้งที่พวกเขาร้องทูล
53لِأَنَّكَ أَنْتَ أَفْرَزْتَهُمْ لَكَ مِيرَاثًا مِنْ جَمِيعِ شُعُوبِ ٱلْأَرْضِ، كَمَا تَكَلَّمْتَ عَنْ يَدِ مُوسَى عَبْدِكَ عِنْدَ إِخْرَاجِكَ آبَاءَنَا مِنْ مِصْرَ يَاسَيِّدِي ٱلرَّبَّ».
53เพราะพระองค์​ทรงแยกพวกเขาออกจากชนทุกชาติบนแผ่นดินโลกให้เป็นมรดกของพระองค์ ตามที่ตรัสผ่านโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อนำบรรพบุรุษของเราออกจากอียิปต์ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์”
54وَكَانَ لَمَّا ٱنْتَهَى سُلَيْمَانُ مِنَ ٱلصَّلَاةِ إِلَى ٱلرَّبِّ بِكُلِّ هَذِهِ ٱلصَّلَاةِ وَٱلتَّضَرُّعِ، أَنَّهُ نَهَضَ مِنْ أَمَامِ مَذْبَحِ ٱلرَّبِّ، مِنَ ٱلْجُثُوِّ عَلَى رُكْبَتَيْهِ، وَيَدَاهُ مَبْسُوطَتَانِ نَحْوَ ٱلسَّمَاءِ،
54เมื่อโซโลมอน​อธิษฐานและวิงวอนต่อพระยาห์เวห์​จนจบ พระองค์​ทรงลุกขึ้นจากท่าคุกเข่ากางพระหัตถ์สู่ฟ้าต่อหน้าแท่นบูชาของพระยาห์เวห์
55وَوَقَفَ وَبَارَكَ كُلَّ جَمَاعَةِ إِسْرَائِيلَ بِصَوْتٍ عَالٍ قَائِلًا:
55พระองค์​ยืนขึ้นและให้พรที่ประชุมชาวอิสราเอล​ทั้งหมดด้วยเสียงดังว่า
56«مُبَارَكٌ ٱلرَّبُّ ٱلَّذِي أَعْطَى رَاحَةً لِشَعْبِهِ إِسْرَائِيلَ حَسَبَ كُلِّ مَا تَكَلَّمَ بِهِ، وَلَمْ تَسْقُطْ كَلِمَةٌ وَاحِدَةٌ مِنْ كُلِّ كَلَامِهِ ٱلصَّالِحِ ٱلَّذِي تَكَلَّمَ بِهِ عَنْ يَدِ مُوسَى عَبْدِهِ.
56“ขอสรรเสริญพระยาห์เวห์ ผู้ประทานความสงบแก่ประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​ตามที่ทรงสัญญาไว้ พระสัญญาอันดีทุกคำที่ตรัสผ่านโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์​สำเร็จทั้งหมด ไม่มีคำใดล้มเหลว
57لِيَكُنِ ٱلرَّبُّ إِلَهُنَا مَعَنَا كَمَا كَانَ مَعَ آبَائِنَا فَلَا يَتْرُكَنَا وَلَا يَرْفُضَنَا.
57ขอพระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเราทรงอยู่กับเราเหมือนที่ทรงอยู่กับบรรพบุรุษของเรา ขออย่าทรงจากไปหรือทอดทิ้งเรา
58لِيَمِيلَ بِقُلُوبِنَا إِلَيْهِ لِكَيْ نَسِيرَ فِي جَمِيعِ طُرُقِهِ وَنَحْفَظَ وَصَايَاهُ وَفَرَائِضَهُ وَأَحْكَامَهُ ٱلَّتِي أَوْصَى بِهَا آبَاءَنَا.
58ขอทรงทำให้ใจของเราหันมาหาพระองค์ เพื่อดำเนินตามทางทุกอย่างของพระองค์ และรักษาพระบัญญัติ กฎเกณฑ์ และข้อกำหนดที่พระองค์​ทรงสั่งบรรพบุรุษของเรา
59وَلِيَكُنْ كَلَامِي هَذَا ٱلَّذِي تَضَرَّعْتُ بِهِ أَمَامَ ٱلرَّبِّ قَرِيبًا مِنَ ٱلرَّبِّ إِلَهِنَا نَهَارًا وَلَيْلًا، لِيَقْضِيَ قَضَاءَ عَبْدِهِ وَقَضَاءَ شَعْبِهِ إِسْرَائِيلَ، أَمْرَ كُلِّ يَوْمٍ فِي يَوْمِهِ.
59ขอให้คำวิงวอนที่ข้ากล่าวต่อพระยาห์เวห์​นี้อยู่เบื้องพระพักตร์พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเราทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อพระองค์​จะทรงรักษาความเป็นธรรมให้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์​และประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​ตามความจำเป็นในแต่ละวัน
60لِيَعْلَمَ كُلُّ شُعُوبِ ٱلْأَرْضِ أَنَّ ٱلرَّبَّ هُوَ ٱللهُ وَلَيْسَ آخَرُ.
60เพื่อชนทุกชาติบนแผ่นดินโลกจะรู้ว่าพระยาห์เวห์​คือพระเจ้า ไม่มีพระเจ้า​อื่นอีก
61فَلْيَكُنْ قَلْبُكُمْ كَامِلًا لَدَى ٱلرَّبِّ إِلَهِنَا إِذْ تَسِيرُونَ فِي فَرَائِضِهِ وَتَحْفَظُونَ وَصَايَاهُ كَهَذَا ٱلْيَوْمِ».
61“ดังนั้นจงมีใจภักดีต่อพระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเราอย่างเต็มเปี่ยม ดำเนินตามกฎเกณฑ์และรักษาพระบัญญัติของพระองค์​เหมือนที่ทำในวันนี้”
62ثُمَّ إِنَّ ٱلْمَلِكَ وَجَمِيعَ إِسْرَائِيلَ مَعَهُ ذَبَحُوا ذَبَائِحَ أَمَامَ ٱلرَّبِّ،
62กษัตริย์​และชาวอิสราเอล​ทั้งหมดที่อยู่กับพระองค์​ถวายเครื่องบูชา​ต่อพระยาห์เวห์
63وَذَبَحَ سُلَيْمَانُ ذَبَائِحَ ٱلسَّلَامَةِ ٱلَّتِي ذَبَحَهَا لِلرَّبِّ: مِنَ ٱلْبَقَرِ ٱثْنَيْنِ وَعِشْرِينَ أَلْفًا، وَمِنَ ٱلْغَنَمِ مِئَةَ أَلْفٍ وَعِشْرِينَ أَلْفًا، فَدَشَّنَ ٱلْمَلِكُ وَجَمِيعُ بَنِي إِسْرَائِيلَ بَيْتَ ٱلرَّبِّ.
63โซโลมอน​ถวายวัวสองหมื่นสองพันตัวและแกะหนึ่งแสนสองหมื่นตัวเป็นเครื่องบูชา​สันติสุขแด่พระยาห์เวห์ กษัตริย์​และชาวอิสราเอล​ทั้งหมดจึงถวายพระวิหาร​ของพระยาห์เวห์​ให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
64فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ قَدَّسَ ٱلْمَلِكُ وَسَطَ ٱلدَّارِ ٱلَّتِي أَمَامَ بَيْتِ ٱلرَّبِّ، لِأَنَّهُ قَرَّبَ هُنَاكَ ٱلْمُحْرَقَاتِ وَٱلتَّقْدِمَاتِ وَشَحْمَ ذَبَائِحِ ٱلسَّلَامَةِ، لِأَنَّ مَذْبَحَ ٱلنُّحَاسِ ٱلَّذِي أَمَامَ ٱلرَّبِّ كَانَ صَغِيرًا عَنْ أَنْ يَسَعَ ٱلْمُحْرَقَاتِ وَٱلتَّقْدِمَاتِ وَشَحْمَ ذَبَائِحِ ٱلسَّلَامَةِ.
64ในวันนั้นกษัตริย์​ทรงทำให้บริเวณกลางลานหน้าพระวิหาร​ของพระยาห์เวห์​เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระองค์​ถวายเครื่องบูชา​เผาทั้งตัว เครื่องธัญบูชา และไขมันของเครื่องบูชา​สันติสุขที่นั่น เนื่องจากแท่นบูชาทองสัมฤทธิ์​ต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์​เล็กเกินกว่าจะรองรับเครื่องบูชา​เหล่านั้น
65وَعَيَّدَ سُلَيْمَانُ ٱلْعِيدَ فِي ذَلِكَ ٱلْوَقْتِ وَجَمِيعُ إِسْرَائِيلَ مَعَهُ، جُمْهُورٌ كَبِيرٌ مِنْ مَدْخَلِ حَمَاةَ إِلَى وَادِي مِصْرَ، أَمَامَ ٱلرَّبِّ إِلَهِنَا سَبْعَةَ أَيَّامٍ وَسَبْعَةَ أَيَّامٍ، أَرْبَعَةَ عَشَرَ يَوْمًا.
65ครั้งนั้นโซโลมอน​และชาวอิสราเอล​ทั้งหมดซึ่งเป็นที่ประชุมใหญ่ ตั้งแต่ทางเข้าเมืองฮามัทจนถึงลำธารอียิปต์ จัดเทศกาลต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเราเจ็ดวันและอีกเจ็ดวัน รวมเป็นสิบสี่วัน
66وَفِي ٱلْيَوْمِ ٱلثَّامِنِ صَرَفَ ٱلشَّعْبَ، فَبَارَكُوا ٱلْمَلِكَ وَذَهَبُوا إِلَى خِيَمِهِمْ فَرِحِينَ وَطَيِّبِي ٱلْقُلُوبِ، لِأَجْلِ كُلِّ ٱلْخَيْرِ ٱلَّذِي عَمِلَ ٱلرَّبُّ لِدَاوُدَ عَبْدِهِ وَلِإِسْرَائِيلَ شَعْبِهِ.
66ในวันที่แปดพระองค์​ส่งประชาชน​กลับ พวกเขาถวายพรแก่กษัตริย์​แล้วกลับไปยังเต็นท์ของตนด้วยความยินดีและเบิกบานใจ เพราะความดีทุกอย่างที่พระยาห์เวห์​ทรงทำต่อดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์​และต่อประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.