اَلْمُلُوكِ ٱلْأَوَّلُ

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 3

اَلْمُلُوكِ ٱلْأَوَّلُ

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

اَلْمُلُوكِ ٱلْأَوَّلُ 3

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَصَاهَرَ سُلَيْمَانُ فِرْعَوْنَ مَلِكَ مِصْرَ، وَأَخَذَ بِنْتَ فِرْعَوْنَ وَأَتَى بِهَا إِلَى مَدِينَةِ دَاوُدَ إِلَى أَنْ أَكْمَلَ بِنَاءَ بَيْتِهِ وَبَيْتِ ٱلرَّبِّ وَسُورِ أُورُشَلِيمَ حَوَالَيْهَا.
1โซโลมอน​ทำสัญญาไมตรีด้วยการแต่งงานกับราชวงศ์​ของฟาโรห์กษัตริย์​อียิปต์ พระองค์​รับธิดาของฟาโรห์มาอยู่ในนครดาวิด ระหว่างที่ยังสร้างวังของพระองค์ พระวิหาร​ของพระยาห์เวห์ และกำแพงรอบเยรูซาเล็มไม่เสร็จ
2إِلَّا أَنَّ ٱلشَّعْبَ كَانُوا يَذْبَحُونَ فِي ٱلْمُرْتَفَعَاتِ، لِأَنَّهُ لَمْ يُبْنَ بَيْتٌ لِٱسْمِ ٱلرَّبِّ إِلَى تِلْكَ ٱلْأَيَّامِ.
2แต่ประชาชน​ยังถวายเครื่องบูชา​ตามสถานบูชาบนที่สูง เพราะยังไม่ได้สร้างพระวิหาร​สำหรับพระนามของพระยาห์เวห์
3وَأَحَبَّ سُلَيْمَانُ ٱلرَّبَّ سَائِرًا فِي فَرَائِضِ دَاوُدَ أَبِيهِ، إِلَّا أَنَّهُ كَانَ يَذْبَحُ وَيُوقِدُ فِي ٱلْمُرْتَفَعَاتِ.
3โซโลมอน​รักพระยาห์เวห์​และดำเนินตามกฎเกณฑ์ของดาวิด​บิดาของพระองค์ เว้นแต่พระองค์​ยังถวายเครื่องบูชา​และเผาเครื่องหอมตามสถานบูชาบนที่สูง
4وَذَهَبَ ٱلْمَلِكُ إِلَى جِبْعُونَ لِيَذْبَحَ هُنَاكَ، لِأَنَّهَا هِيَ ٱلْمُرْتَفَعَةُ ٱلْعُظْمَى، وَأَصْعَدَ سُلَيْمَانُ أَلْفَ مُحْرَقَةٍ عَلَى ذَلِكَ ٱلْمَذْبَحِ.
4กษัตริย์​เสด็จไปถวายเครื่องบูชา​ที่กิเบโอน เพราะที่นั่นเป็นสถานบูชาบนที่สูงแห่งสำคัญ โซโลมอน​ถวายเครื่องบูชา​เผาทั้งตัวหนึ่งพันตัวบนแท่นบูชานั้น
5فِي جِبْعُونَ تَرَاءَى ٱلرَّبُّ لِسُلَيْمَانَ فِي حُلْمٍ لَيْلًا، وَقَالَ ٱللهُ: «ٱسْأَلْ مَاذَا أُعْطِيكَ».
5ที่กิเบโอน พระยาห์เวห์​ทรงปรากฏแก่โซโลมอน​ในความฝันเวลากลางคืน พระเจ้า​ตรัสว่า “จงขอสิ่งที่เจ้าต้องการให้เรามอบแก่เจ้า”
6فَقَالَ سُلَيْمَانُ: «إِنَّكَ قَدْ فَعَلْتَ مَعَ عَبْدِكَ دَاوُدَ أَبِي رَحْمَةً عَظِيمَةً حَسْبَمَا سَارَ أَمَامَكَ بِأَمَانَةٍ وَبِرٍّ وَٱسْتِقَامَةِ قَلْبٍ مَعَكَ، فَحَفِظْتَ لَهُ هَذِهِ ٱلرَّحْمَةَ ٱلْعَظِيمَةَ وَأَعْطَيْتَهُ ٱبْنًا يَجْلِسُ عَلَى كُرْسِيِّهِ كَهَذَا ٱلْيَوْمِ.
6โซโลมอน​ทูลว่า “พระองค์​ทรงแสดงความเมตตาอันยิ่งใหญ่ต่อดาวิด​บิดาของข้าพระองค์​ผู้รับใช้ของพระองค์ เพราะท่านดำเนินต่อพระพักตร์พระองค์​ด้วยความสัตย์จริง ความชอบธรรม และความซื่อตรงต่อพระองค์​สุดหัวใจ พระองค์​ยังทรงรักษาความเมตตาอันยิ่งใหญ่นี้ต่อท่าน ด้วยการประทานบุตร​ให้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์​ของท่านดังที่เป็นอยู่วันนี้
7وَٱلْآنَ أَيُّهَا ٱلرَّبُّ إِلَهِي، أَنْتَ مَلَّكْتَ عَبْدَكَ مَكَانَ دَاوُدَ أَبِي، وَأَنَا فَتىً صَغِيرٌ لَا أَعْلَمُ ٱلْخُرُوجَ وَٱلدُّخُولَ.
7บัดนี้ ข้าแต่พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของข้าพระองค์ พระองค์​ทรงตั้งข้าพระองค์​ผู้รับใช้ของพระองค์​เป็นกษัตริย์​แทนดาวิด​บิดาของข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์​ยังเป็นเหมือนเด็กเล็ก ไม่รู้ว่าจะทำหน้าที่นำประชาชน​อย่างไร
8وَعَبْدُكَ فِي وَسَطِ شَعْبِكَ ٱلَّذِي ٱخْتَرْتَهُ، شَعْبٌ كَثِيرٌ لَا يُحْصَى وَلَا يُعَدُّ مِنَ ٱلْكَثْرَةِ.
8ข้าพระองค์​ผู้รับใช้ของพระองค์​อยู่ท่ามกลางประชาชน​ที่พระองค์​ทรงเลือก พวกเขามีจำนวนมากจนไม่อาจนับหรือคำนวณได้
9فَأَعْطِ عَبْدَكَ قَلْبًا فَهِيمًا لِأَحْكُمَ عَلَى شَعْبِكَ وَأُمَيِّزَ بَيْنَ ٱلْخَيْرِ وَٱلشَّرِّ، لِأَنَّهُ مَنْ يَقْدِرُ أَنْ يَحْكُمَ عَلَى شَعْبِكَ ٱلْعَظِيمِ هَذَا؟»
9ขอประทานใจที่รู้จักไตร่ตรองแก่ข้าพระองค์​ผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อจะปกครองและตัดสินคดีของประชาชน​ของพระองค์ แยกแยะความดีและความชั่วได้ เพราะใครจะตัดสินคดีให้ประชาชน​มากมายของพระองค์​ได้?”
10فَحَسُنَ ٱلْكَلَامُ فِي عَيْنَيِ ٱلرَّبِّ، لِأَنَّ سُلَيْمَانَ سَأَلَ هَذَا ٱلْأَمْرَ.
10องค์พระผู้เป็นเจ้า​พอพระทัยที่โซโลมอน​ทูลขอสิ่งนี้
11فَقَالَ لَهُ ٱللهُ: «مِنْ أَجْلِ أَنَّكَ قَدْ سَأَلْتَ هَذَا ٱلْأَمْرَ، وَلَمْ تَسْأَلْ لِنَفْسِكَ أَيَّامًا كَثِيرَةً وَلَا سَأَلْتَ لِنَفْسِكَ غِنًى، وَلَا سَأَلْتَ أَنْفُسَ أَعْدَائِكَ، بَلْ سَأَلْتَ لِنَفْسِكَ تَمْيِيزًا لِتَفْهَمَ ٱلْحُكْمَ،
11พระเจ้า​ตรัสกับพระองค์​ว่า “เพราะเจ้าขอสิ่งนี้ ไม่ได้ขอให้ตนเองอายุยืนหรือร่ำรวย ไม่ได้ขอให้ศัตรูของเจ้าต้องตาย แต่ขอความเข้าใจเพื่อแยกแยะว่าอะไรยุติธรรม
12هُوَذَا قَدْ فَعَلْتُ حَسَبَ كَلَامِكَ. هُوَذَا أَعْطَيْتُكَ قَلْبًا حَكِيمًا وَمُمَيِّزًا حَتَّى إِنَّهُ لَمْ يَكُنْ مِثْلُكَ قَبْلَكَ وَلَا يَقُومُ بَعْدَكَ نَظِيرُكَ.
12เราจึงทำตามที่เจ้าขอ เรามอบใจที่มีปัญญาและความเข้าใจแก่เจ้า จนไม่เคยมีใครเหมือนเจ้ามาก่อน และจะไม่มีใครเหมือนเจ้าในภายหลัง
13وَقَدْ أَعْطَيْتُكَ أَيْضًا مَا لَمْ تَسْأَلْهُ، غِنًى وَكَرَامَةً حَتَّى إِنَّهُ لَا يَكُونُ رَجُلٌ مِثْلَكَ فِي ٱلْمُلُوكِ كُلَّ أَيَّامِكَ.
13นอกจากนี้ เรายังให้สิ่งที่เจ้าไม่ได้ขอด้วย คือทรัพย์สมบัติและเกียรติยศ ตลอดชีวิตของเจ้าจะไม่มีกษัตริย์​องค์ใดเสมอเจ้า
14فَإِنْ سَلَكْتَ فِي طَرِيقِي وَحَفِظْتَ فَرَائِضِي وَوَصَايَايَ، كَمَا سَلَكَ دَاوُدُ أَبُوكَ، فَإِنِّي أُطِيلُ أَيَّامَكَ».
14ถ้าเจ้าดำเนินตามทางของเรา รักษากฎเกณฑ์และพระบัญญัติของเราอย่างดาวิด​บิดาของเจ้าทำ เราจะให้เจ้ามีอายุยืน”
15فَٱسْتَيْقَظَ سُلَيْمَانُ وَإِذَا هُوَ حُلْمٌ. وَجَاءَ إِلَى أُورُشَلِيمَ وَوَقَفَ أَمَامَ تَابُوتِ عَهْدِ ٱلرَّبِّ وَأَصْعَدَ مُحْرَقَاتٍ وَقَرَّبَ ذَبَائِحَ سَلَامَةٍ، وَعَمِلَ وَلِيمَةً لِكُلِّ عَبِيدِهِ.
15โซโลมอน​ตื่นขึ้นและรู้ว่าเป็นความฝัน พระองค์​จึงเสด็จไปเยรูซาเล็ม ยืนต่อหน้าหีบพันธสัญญา​ของพระยาห์เวห์ ถวายเครื่องบูชา​เผาทั้งตัวและเครื่องบูชา​สันติสุข แล้วจัดงานเลี้ยงให้ข้ารับใช้ทั้งหมด
16حِينَئِذٍ أَتَتِ ٱمْرَأَتَانِ زَانِيَتَانِ إِلَى ٱلْمَلِكِ وَوَقَفَتَا بَيْنَ يَدَيْهِ.
16ต่อมาหญิงโสเภณีสองคนมาเข้าเฝ้ากษัตริย์
17فَقَالَتِ ٱلْمَرْأَةُ ٱلْوَاحِدَةُ: «ٱسْتَمِعْ يَاسَيِّدِي. إِنِّي أَنَا وَهَذِهِ ٱلْمَرْأَةُ سَاكِنَتَانِ فِي بَيْتٍ وَاحِدٍ، وَقَدْ وَلَدْتُ مَعَهَا فِي ٱلْبَيْتِ.
17หญิงคนหนึ่งทูลว่า “เจ้านายของข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​กับหญิงคนนี้อาศัยในบ้านเดียวกัน ข้าพเจ้า​คลอดลูกขณะที่นางอยู่ในบ้าน
18وَفِي ٱلْيَوْمِ ٱلثَّالِثِ بَعْدَ وِلَادَتِي وَلَدَتْ هَذِهِ ٱلْمَرْأَةُ أَيْضًا، وَكُنَّا مَعًا، وَلَمْ يَكُنْ مَعَنَا غَرِيبٌ فِي ٱلْبَيْتِ غَيْرَنَا نَحْنُ كِلْتَيْنَا فِي ٱلْبَيْتِ.
18หลังข้าพเจ้า​คลอดได้สามวัน นางก็คลอดลูกด้วย เราอยู่ด้วยกัน ในบ้านไม่มีคนอื่นนอกจากเราสองคน
19فَمَاتَ ٱبْنُ هَذِهِ فِي ٱللَّيْلِ، لِأَنَّهَا ٱضْطَجَعَتْ عَلَيْهِ.
19คืนหนึ่งลูกของนางตาย เพราะนางนอนทับเขา
20فَقَامَتْ فِي وَسَطِ ٱللَّيْلِ وَأَخَذَتِ ٱبْنِي مِنْ جَانِبِي وَأَمَتُكَ نَائِمَةٌ، وَأَضْجَعَتْهُ فِي حِضْنِهَا، وَأَضْجَعَتِ ٱبْنَهَا ٱلْمَيْتَ فِي حِضْنِي.
20กลางดึกนางลุกขึ้นเอาลูกชายของข้าพเจ้า​ที่นอนอยู่ข้างตัวไป ขณะที่ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้ของพระองค์​หลับอยู่ นางเอาลูกข้าพเจ้า​ไปไว้ในอ้อมอกของตน แล้วเอาลูกที่ตายแล้วของนางมาไว้ในอ้อมอกข้าพเจ้า
21فَلَمَّا قُمْتُ صَبَاحًا لِأُرَضِّعَ ٱبْنِي، إِذَا هُوَ مَيْتٌ. وَلَمَّا تَأَمَّلْتُ فِيهِ فِي ٱلصَّبَاحِ، إِذَا هُوَ لَيْسَ ٱبْنِيَ ٱلَّذِي وَلَدْتُهُ».
21เมื่อข้าพเจ้า​ตื่นมาให้นมลูกในตอนเช้า ก็เห็นว่าเด็กตายแล้ว แต่พอพิจารณาดูอีกที ก็รู้ว่าไม่ใช่ลูกที่ข้าพเจ้า​คลอด”
22وَكَانَتِ ٱلْمَرْأَةُ ٱلْأُخْرَى تَقُولُ: «كَلَّا، بَلِ ٱبْنِيَ ٱلْحَيُّ وَٱبْنُكِ ٱلْمَيْتُ». وَهَذِهِ تَقُولُ: «لَا، بَلِ ٱبْنُكِ ٱلْمَيْتُ وَٱبْنِيَ ٱلْحَيُّ». وَتَكَلَّمَتَا أَمَامَ ٱلْمَلِكِ.
22หญิงอีกคนพูดว่า “ไม่จริง! คนที่ยังมีชีวิตเป็นลูกของข้า คนที่ตายเป็นลูกของเจ้า” หญิงคนแรกตอบว่า “ไม่จริง! คนที่ตายเป็นลูกของเจ้า คนที่ยังมีชีวิตเป็นลูกของข้า” ทั้งสองโต้เถียงกันต่อหน้ากษัตริย์
23فَقَالَ ٱلْمَلِكُ: «هَذِهِ تَقُولُ: هَذَا ٱبْنِيَ ٱلْحَيُّ وَٱبْنُكِ ٱلْمَيْتُ، وَتِلْكَ تَقُولُ: لَا، بَلِ ٱبْنُكِ ٱلْمَيْتُ وَٱبْنِيَ ٱلْحَيُّ».
23กษัตริย์​ตรัสว่า “คนหนึ่งบอกว่า ‘คนที่ยังมีชีวิตเป็นลูกของข้า คนที่ตายเป็นลูกของเจ้า’ อีกคนบอกว่า ‘ไม่ คนที่ตายเป็นลูกของเจ้า คนที่ยังมีชีวิตเป็นลูกของข้า’”
24فَقَالَ ٱلْمَلِكُ: «اِيتُونِي بِسَيْفٍ». فَأَتَوْا بِسَيْفٍ بَيْنَ يَدَيِ ٱلْمَلِكِ.
24แล้วกษัตริย์​ตรัสว่า “เอาดาบมาให้เรา” พวกเขาจึงนำดาบมาถวาย
25فَقَالَ ٱلْمَلِكُ: «ٱشْطُرُوا ٱلْوَلَدَ ٱلْحَيَّ ٱثْنَيْنِ، وَأَعْطُوا نِصْفًا لِلْوَاحِدَةِ وَنِصْفًا لِلْأُخْرَى».
25กษัตริย์​ตรัสว่า “จงผ่าเด็กที่ยังมีชีวิตเป็นสองส่วน ให้คนละส่วนแก่หญิงทั้งสอง”
26فَتَكَلَّمَتِ ٱلْمَرْأَةُ ٱلَّتِي ٱبْنُهَا ٱلْحَيُّ إِلَى ٱلْمَلِكِ، لِأَنَّ أَحْشَاءَهَا ٱضْطَرَمَتْ عَلَى ٱبْنِهَا، وَقَالَتِ: «ٱسْتَمِعْ يَا سَيِّدِي. أَعْطُوهَا ٱلْوَلَدَ ٱلْحَيَّ وَلَا تُمِيتُوهُ». وَأَمَّا تِلْكَ فَقَالَتْ: «لَا يَكُونُ لِي وَلَا لَكِ. اُشْطُرُوهُ».
26หญิงที่เป็นแม่ของเด็กที่ยังมีชีวิตสงสารลูกของตนจับใจ จึงทูลกษัตริย์​ว่า “เจ้านายของข้าพเจ้า โปรดยกเด็กที่ยังมีชีวิตให้นางเถิด อย่าฆ่าเขาเลย!” แต่อีกคนพูดว่า “เขาจะไม่เป็นของข้าหรือของเจ้า ผ่าเขาเลย”
27فَأَجَابَ ٱلْمَلِكُ وَقَالَ: «أَعْطُوهَا ٱلْوَلَدَ ٱلْحَيَّ وَلَا تُمِيتُوهُ فَإِنَّهَا أُمُّهُ».
27กษัตริย์​จึงตรัสว่า “จงยกเด็กที่ยังมีชีวิตให้หญิงคนแรก อย่าฆ่าเขาเป็นอันขาด นางเป็นแม่ของเด็ก”
28وَلَمَّا سَمِعَ جَمِيعُ إِسْرَائِيلَ بِٱلْحُكْمِ ٱلَّذِي حَكَمَ بِهِ ٱلْمَلِكُ خَافُوا ٱلْمَلِكَ، لِأَنَّهُمْ رَأَوْا حِكْمَةَ ٱللهِ فِيهِ لِإِجْرَاءِ ٱلْحُكْمِ.
28ชาวอิสราเอล​ทั้งหมดได้ยินคำตัดสินของกษัตริย์ ต่างก็ยำเกรงพระองค์ เพราะเห็นว่าปัญญาของพระเจ้า​อยู่ในพระองค์​เพื่อให้ตัดสินคดีอย่างยุติธรรม

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.