اَلْمُلُوكِ ٱلْأَوَّلُ 2
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Translation
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَلَمَّا قَرُبَتْ أَيَّامُ وَفَاةِ دَاوُدَ أَوْصَى سُلَيْمَانَ ٱبْنَهُ قَائِلًا:
1เมื่อดาวิดใกล้จะสิ้นชีวิต พระองค์ทรงสั่งโซโลมอนบุตรของตนว่า
2«أَنَا ذَاهِبٌ فِي طَرِيقِ ٱلْأَرْضِ كُلِّهَا، فَتَشَدَّدْ وَكُنْ رَجُلًا.
2“พ่อกำลังจะจากโลกนี้ไปเหมือนมนุษย์ทุกคน เพราะฉะนั้นจงเข้มแข็งและทำตัวให้สมเป็นชาย
3اِحْفَظْ شَعَائِرَ ٱلرَّبِّ إِلَهِكَ، إِذْ تَسِيرُ فِي طُرُقِهِ، وَتَحْفَظُ فَرَائِضَهُ، وَصَايَاهُ وَأَحْكَامَهُ وَشَهَادَاتِهِ، كَمَا هُوَ مَكْتُوبٌ فِي شَرِيعَةِ مُوسَى، لِكَيْ تُفْلِحَ فِي كُلِّ مَا تَفْعَلُ وَحَيْثُمَا تَوَجَّهْتَ.
3จงรักษาคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ดำเนินตามทางของพระองค์ รักษากฎเกณฑ์ พระบัญญัติ ข้อกำหนด และคำพยานของพระองค์ ตามที่เขียนไว้ในธรรมบัญญัติของโมเสส เพื่อเจ้าจะประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ทำและทุกแห่งที่ไป
4لِكَيْ يُقِيمَ ٱلرَّبُّ كَلَامَهُ ٱلَّذِي تَكَلَّمَ بِهِ عَنِّي قَائِلًا: إِذَا حَفِظَ بَنُوكَ طَرِيقَهُمْ وَسَلَكُوا أَمَامِي بِٱلْأَمَانَةِ مِنْ كُلِّ قُلُوبِهِمْ وَكُلِّ أَنْفُسِهِمْ، قَالَ لَا يُعْدَمُ لَكَ رَجُلٌ عَنْ كُرْسِيِّ إِسْرَائِيلَ.
4แล้วพระยาห์เวห์จะทรงทำตามพระดำรัสที่ตรัสเกี่ยวกับพ่อว่า ‘ถ้าบุตรหลานของเจ้าระมัดระวังทางที่ตนดำเนิน และดำเนินต่อหน้าเราด้วยความสัตย์จริงสุดจิตสุดใจ เจ้าจะไม่ขาดผู้สืบเชื้อสายนั่งบนบัลลังก์อิสราเอล’
5وَأَنْتَ أَيْضًا تَعْلَمُ مَا فَعَلَ بِي يُوآبُ ٱبْنُ صَرُويَةَ، مَا فَعَلَ لِرَئِيسَيْ جُيُوشِ إِسْرَائِيلَ: ٱبْنَيْرَ بْنِ نَيْرَ وَعَمَاسَا بْنِ يَثْرٍ، إِذْ قَتَلَهُمَا وَسَفَكَ دَمَ ٱلْحَرْبِ فِي ٱلصُّلْحِ، وَجَعَلَ دَمَ ٱلْحَرْبِ فِي مِنْطَقَتِهِ ٱلَّتِي عَلَى حَقَوَيْهِ وَفِي نَعْلَيْهِ ٱللَّتَيْنِ بِرِجْلَيْهِ.
5“เจ้ารู้อยู่แล้วว่าโยอาบบุตรเศรุยาห์ทำอะไรกับพ่อ เขาฆ่าอับเนอร์บุตรเนอร์และอามาสาบุตรเยเธอร์ ซึ่งเป็นแม่ทัพสองคนของอิสราเอล เขาหลั่งเลือดอย่างในสงครามทั้งที่เป็นยามสงบ และทำให้เลือดนั้นเปื้อนสายคาดเอวและรองเท้าของเขา
6فَٱفْعَلْ حَسَبَ حِكْمَتِكَ وَلَا تَدَعْ شَيْبَتَهُ تَنْحَدِرُ بِسَلَامٍ إِلَى ٱلْهَاوِيَةِ.
6ดังนั้น จงใช้ปัญญาจัดการกับเขา อย่าปล่อยให้เขาแก่ตายและลงไปยังเชโอล อย่างสงบ
7وَٱفْعَلْ مَعْرُوفًا لِبَنِي بَرْزِلَّايِ ٱلْجِلْعَادِيِّ فَيَكُونُوا بَيْنَ ٱلْآكِلِينَ عَلَى مَائِدَتِكَ، لِأَنَّهُمْ هَكَذَا تَقَدَّمُوا إِلَيَّ عِنْدَ هَرَبِي مِنْ وَجْهِ أَبْشَالُومَ أَخِيكَ.
7แต่จงแสดงความเมตตาต่อบุตรทั้งหลายของบาร์ซิลลัยชาวกิเลอาด ให้พวกเขาร่วมกินอาหารที่โต๊ะของเจ้า เพราะพวกเขามาหาพ่อเมื่อพ่อหนีอับซาโลมพี่ชายของเจ้า
8وَهُوَذَا مَعَكَ شِمْعِي بْنُ جِيرَا ٱلْبَنْيَامِينِيُّ مِنْ بَحُورِيمَ، وَهُوَ لَعَنَنِي لَعْنَةً شَدِيدَةً يَوْمَ ٱنْطَلَقْتُ إِلَى مَحَنَايِمَ، وَقَدْ نَزَلَ لِلِقَائِي إِلَى ٱلْأُرْدُنِّ، فَحَلَفْتُ لَهُ بِٱلرَّبِّ قَائِلًا: إِنِّي لَا أُمِيتُكَ بِٱلسَّيْفِ.
8“ชิเมอีบุตรเกราซึ่งเป็นชาวเบนยามินจากบาฮูริมอยู่กับเจ้า เขาสาปแช่งพ่ออย่างรุนแรงในวันที่พ่อไปมาหะนาอิม แต่เขาลงมาพบพ่อที่แม่น้ำจอร์แดน พ่อจึงสาบานต่อเขาโดยอ้างพระยาห์เวห์ว่า ‘เราจะไม่ฆ่าเจ้าด้วยดาบ’
9وَٱلْآنَ فَلَا تُبَرِّرْهُ لِأَنَّكَ أَنْتَ رَجُلٌ حَكِيمٌ، فَٱعْلَمْ مَا تَفْعَلُ بِهِ وَأَحْدِرْ شَيْبَتَهُ بِٱلدَّمِ إِلَى ٱلْهَاوِيَةِ».».
9แต่เจ้าอย่าถือว่าเขาไม่มีความผิด เจ้าเป็นคนมีปัญญาและรู้ว่าควรทำอย่างไรกับเขา จงทำให้เขาลงไปยังเชโอล ในวัยชราด้วยความตายที่นองเลือด”
10وَٱضْطَجَعَ دَاوُدُ مَعَ آبَائِهِ، وَدُفِنَ فِي مَدِينَةِ دَاوُدَ.
10ดาวิดล่วงลับไปอยู่กับบรรพบุรุษ และมีคนนำพระศพไปฝังในนครดาวิด
11وَكَانَ ٱلزَّمَانُ ٱلَّذِي مَلَكَ فِيهِ دَاوُدُ عَلَى إِسْرَائِيلَ أَرْبَعِينَ سَنَةً. فِي حَبْرُونَ مَلَكَ سَبْعَ سِنِينٍ، وَفِي أُورُشَلِيمَ مَلَكَ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ سَنَةً.
11ดาวิดครองราชย์เหนืออิสราเอลสี่สิบปี คือที่เฮโบรนเจ็ดปี และที่เยรูซาเล็มสามสิบสามปี
12وَجَلَسَ سُلَيْمَانُ عَلَى كُرْسِيِّ دَاوُدَ أَبِيهِ، وَتَثَبَّتَ مُلْكُهُ جِدًّا.
12โซโลมอนขึ้นนั่งบนบัลลังก์ของดาวิดบิดาของตน และอาณาจักรของพระองค์ก็มั่นคง
13ثُمَّ جَاءَ أَدُونِيَّا ٱبْنُ حَجِّيثَ إِلَى بَثْشَبَعَ أُمِّ سُلَيْمَانَ. فَقَالَتْ: «أَلِلسَّلَامِ جِئْتَ؟» فَقَالَ: «لِلسَّلَامِ».
13ต่อมาอาโดนียาห์บุตรฮักกีทมาหาบัทเชบามารดาของโซโลมอน นางถามว่า “เจ้ามาด้วยเจตนาดีหรือ?” เขาตอบว่า “ข้ามาด้วยเจตนาดี
14ثُمَّ قَالَ: «لِي مَعَكِ كَلِمَةٌ». فَقَالَتْ: «تَكَلَّمْ».
14ข้ามีเรื่องจะพูดกับท่าน” นางบอกว่า “พูดมาเถิด”
15فَقَالَ: «أَنْتِ تَعْلَمِينَ أَنَّ ٱلْمُلْكَ كَانَ لِي، وَقَدْ جَعَلَ جَمِيعُ إِسْرَائِيلَ وُجُوهَهُمْ نَحْوِي لِأَمْلِكَ، فَدَارَ ٱلْمُلْكُ وَصَارَ لِأَخِي لِأَنَّهُ مِنْ قِبَلِ ٱلرَّبِّ صَارَ لَهُ.
15เขาพูดว่า “ท่านก็รู้ว่าเดิมอาณาจักรเป็นของข้า และชาวอิสราเอลทั้งหมดมุ่งหวังให้ข้าครองราชย์ แต่แล้วอาณาจักรกลับตกเป็นของน้องชายข้า เพราะพระยาห์เวห์ทรงกำหนดให้อาณาจักรเป็นของเขา
16وَٱلْآنَ أَسْأَلُكِ سُؤَالًا وَاحِدًا فَلَا تَرُدِّينِي فِيهِ». فَقَالَتْ لَهُ: «تَكَلَّمْ».
16ตอนนี้ข้ามีคำขออย่างหนึ่ง ขอท่านอย่าปฏิเสธ” นางตอบว่า “พูดมาเถิด”
17فَقَالَ: «قُولِي لِسُلَيْمَانَ ٱلْمَلِكِ، لِأَنَّهُ لَا يَرُدُّكِ، أَنْ يُعْطِيَنِي أَبِيشَجَ ٱلشُّونَمِيَّةَ ٱمْرَأَةً».
17เขาพูดว่า “ขอท่านกราบทูลกษัตริย์โซโลมอนให้ยกอาบีชากชาวชูเนมเป็นภรรยาแก่ข้า เพราะพระองค์คงไม่ปฏิเสธท่าน”
18فَقَالَتْ بَثْشَبَعُ: «حَسَنًا. أَنَا أَتَكَلَّمُ عَنْكَ إِلَى ٱلْمَلِكِ».
18บัทเชบาตอบว่า “ได้ ข้าจะพูดกับกษัตริย์แทนเจ้า”
19فَدَخَلَتْ بَثْشَبَعُ إِلَى ٱلْمَلِكِ سُلَيْمَانَ لِتُكَلِّمَهُ عَنْ أَدُونِيَّا. فَقَامَ ٱلْمَلِكُ لِلِقَائِهَا وَسَجَدَ لَهَا وَجَلَسَ عَلَى كُرْسِيِّهِ، وَوَضَعَ كُرْسِيًّا لِأُمِّ ٱلْمَلِكِ فَجَلَسَتْ عَنْ يَمِينِهِ.
19บัทเชบาจึงไปหากษัตริย์โซโลมอนเพื่อทูลแทนอาโดนียาห์ กษัตริย์ทรงลุกขึ้นต้อนรับและก้มคำนับนาง แล้วนั่งบนบัลลังก์ พระองค์ทรงให้จัดที่นั่งสำหรับพระมารดา และนางนั่งทางขวามือของพระองค์
20وَقَالَتْ: «إِنَّمَا أَسْأَلُكَ سُؤَالًا وَاحِدًا صَغِيرًا. لَا تَرُدَّنِي». فَقَالَ لَهَا ٱلْمَلِكُ: «ٱسْأَلِي يَا أُمِّي، لِأَنِّي لَا أَرُدُّكِ».
20นางทูลว่า “แม่มีเรื่องเล็กน้อยจะขอ ขอเจ้าอย่าปฏิเสธ” กษัตริย์ตอบว่า “ขอมาเถิดแม่ ลูกจะไม่ปฏิเสธ”
21فَقَالَتْ: «لِتُعْطَ أَبِيشَجُ ٱلشُّونَمِيَّةُ لِأَدُونِيَّا أَخِيكَ ٱمْرَأَةً».
21นางจึงทูลว่า “ขอยกอาบีชากชาวชูเนมเป็นภรรยาแก่อาโดนียาห์พี่ชายของเจ้า”
22فَأَجَابَ ٱلْمَلِكُ سُلَيْمَانُ وَقَالَ لِأُمِّهِ: «وَلِمَاذَا أَنْتِ تَسْأَلِينَ أَبِيشَجَ ٱلشُّونَمِيَّةَ لِأَدُونِيَّا؟ فَٱسْأَلِي لَهُ ٱلْمُلْكَ لِأَنَّهُ أَخِي ٱلْأَكْبَرُ مِنِّي! لَهُ وَلِأَبِيَاثَارَ ٱلْكَاهِنِ وَلِيُوآبَ ٱبْنِ صَرُويَةَ».
22กษัตริย์โซโลมอนตอบพระมารดาว่า “ทำไมแม่จึงขออาบีชากชาวชูเนมให้อาโดนียาห์? ขออาณาจักรให้เขาไปเลยสิ เพราะเขาเป็นพี่ชายของลูก! ขอให้เขา ทั้งอาบียาธาร์ปุโรหิตและโยอาบบุตรเศรุยาห์ด้วย!”
23وَحَلَفَ سُلَيْمَانُ ٱلْمَلِكُ بِٱلرَّبِّ قَائِلًا: «هَكَذَا يَفْعَلُ لِيَ ٱللهُ وَهَكَذَا يَزِيدُ، إِنَّهُ قَدْ تَكَلَّمَ أَدُونِيَّا بِهَذَا ٱلْكَلَامِ ضِدَّ نَفْسِهِ.
23แล้วกษัตริย์โซโลมอนทรงสาบานโดยอ้างพระยาห์เวห์ว่า “ขอพระเจ้าทรงลงโทษเราอย่างหนัก หากคำที่อาโดนียาห์พูดนี้ไม่ได้ทำให้เขาต้องเสียชีวิต
24وَٱلْآنَ حَيٌّ هُوَ ٱلرَّبُّ ٱلَّذِي ثَبَّتَنِي وَأَجْلَسَنِي عَلَى كُرْسِيِّ دَاوُدَ أَبِي، وَٱلَّذِي صَنَعَ لِي بَيْتًا كَمَا تَكَلَّمَ، إِنَّهُ ٱلْيَوْمَ يُقْتَلُ أَدُونِيَّا».
24พระยาห์เวห์ผู้ทรงตั้งเราไว้บนบัลลังก์ของดาวิดบิดาของเรา และทรงสร้างราชวงศ์ให้เราตามที่ทรงสัญญาไว้ทรงมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด วันนี้อาโดนียาห์จะต้องตายแน่ฉันนั้น”
25فَأَرْسَلَ ٱلْمَلِكُ سُلَيْمَانُ بِيَدِ بَنَايَاهُو بْنِ يَهُويَادَاعَ، فَبَطَشَ بِهِ فَمَاتَ.
25กษัตริย์โซโลมอนจึงส่งเบไนยาห์บุตรเยโฮยาดาไป เขาลงมือฆ่าอาโดนียาห์
26وَقَالَ ٱلْمَلِكُ لِأَبِيَاثَارَ ٱلْكَاهِنِ: «ٱذْهَبْ إِلَى عَنَاثُوثَ إِلَى حُقُولِكَ، لِأَنَّكَ مُسْتَوْجِبُ ٱلْمَوْتِ، وَلَسْتُ أَقْتُلُكَ فِي هَذَا ٱلْيَوْمِ، لِأَنَّكَ حَمَلْتَ تَابُوتَ سَيِّدِي ٱلرَّبِّ أَمَامَ دَاوُدَ أَبِي، وَلِأَنَّكَ تَذَلَّلْتَ بِكُلِّ مَا تَذَلَّلَ بِهِ أَبِي».
26กษัตริย์ตรัสกับอาบียาธาร์ปุโรหิตว่า “จงกลับไปยังที่ดินของเจ้าในอานาโธท เจ้ามีโทษสมควรตาย แต่เวลานี้เราจะไม่ฆ่าเจ้า เพราะเจ้าเคยหามหีบขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์อยู่ต่อหน้าดาวิดบิดาของเรา และเจ้าร่วมทุกข์กับบิดาของเราในทุกเรื่องที่ท่านทุกข์”
27وَطَرَدَ سُلَيْمَانُ أَبِيَاثَارَ عَنْ أَنْ يَكُونَ كَاهِنًا لِلرَّبِّ، لِإِتْمَامِ كَلَامِ ٱلرَّبِّ ٱلَّذِي تَكَلَّمَ بِهِ عَلَى بَيْتِ عَالِي فِي شِيلُوهَ.
27โซโลมอนจึงปลดอาบียาธาร์จากตำแหน่งปุโรหิตของพระยาห์เวห์ เป็นการทำให้พระดำรัสของพระยาห์เวห์เรื่องวงศ์วานเอลีที่ชิโลห์สำเร็จ
28فَأَتَى ٱلْخَبَرُ إِلَى يُوآبَ، لِأَنَّ يُوآبَ مَالَ وَرَاءَ أَدُونِيَّا وَلَمْ يَمِلْ وَرَاءَ أَبْشَالُومَ، فَهَرَبَ يُوآبُ إِلَى خَيْمَةِ ٱلرَّبِّ وَتَمَسَّكَ بِقُرُونِ ٱلْمَذْبَحِ.
28เมื่อโยอาบได้ข่าวนี้ เขาซึ่งเคยเข้าฝ่ายอาโดนียาห์แต่ไม่ได้เข้าฝ่ายอับซาโลม ก็หนีไปยังเต็นท์ของพระยาห์เวห์และจับเขาของแท่นบูชาไว้
29فَأُخْبِرَ ٱلْمَلِكُ سُلَيْمَانُ بِأَنَّ يُوآبَ قَدْ هَرَبَ إِلَى خَيْمَةِ ٱلرَّبِّ وَهَا هُوَ بِجَانِبِ ٱلْمَذْبَحِ. فَأَرْسَلَ سُلَيْمَانُ بَنَايَاهُوَ بْنَ يَهُويَادَاعَ قَائِلًا: «ٱذْهَبِ ٱبْطِشْ بِهِ».
29มีคนทูลกษัตริย์โซโลมอนว่า “โยอาบหนีไปยังเต็นท์ของพระยาห์เวห์ ตอนนี้เขาอยู่ข้างแท่นบูชา” โซโลมอนจึงสั่งเบไนยาห์บุตรเยโฮยาดาว่า “ไปฆ่าเขา”
30فَدَخَلَ بَنَايَاهُو إِلَى خَيْمَةِ ٱلرَّبِّ وَقَالَ لَهُ: «هَكَذَا يَقُولُ ٱلْمَلِكُ: ٱخْرُجْ». فَقَالَ: «كَّلَا، وَلَكِنَّنِي هُنَا أَمُوتُ». فَرَدَّ بَنَايَاهُو ٱلْجَوَابَ عَلَى ٱلْمَلِكِ قَائِلًا: «هَكَذَا تَكَلَّمَ يُوآبُ وَهَكَذَا جَاوَبَنِي».
30เบไนยาห์ไปยังเต็นท์ของพระยาห์เวห์และบอกโยอาบว่า “กษัตริย์รับสั่งให้ออกมา!” โยอาบตอบว่า “ไม่ ข้าจะตายที่นี่” เบไนยาห์จึงกลับไปทูลกษัตริย์ว่าโยอาบพูดและตอบเขาอย่างไร
31فَقَالَ لَهُ ٱلْمَلِكُ: «ٱفْعَلْ كَمَا تَكَلَّمَ، وَٱبْطِشْ بِهِ وَٱدْفِنْهُ، وَأَزِلْ عَنِّي وَعَنْ بَيْتِ أَبِي ٱلدَّمَ ٱلزَّكِيَّ ٱلَّذِي سَفَكَهُ يُوآبُ،
31กษัตริย์ตรัสกับเขาว่า “จงทำตามที่เขาพูด ฆ่าเขาแล้วฝังเสีย เพื่อเจ้านำความผิดฐานฆ่าคนโดยไม่มีเหตุของโยอาบออกไปจากเราและราชวงศ์ของบิดาเรา
32فَيَرُدُّ ٱلرَّبُّ دَمَهُ عَلَى رَأْسِهِ، لِأَنَّهُ بَطَشَ بِرَجُلَيْنِ بَرِيئَيْنِ وَخَيْرٍ مِنْهُ وَقَتَلَهُمَا بِٱلسَّيْفِ، وَأَبِي دَاوُدُ لَا يَعْلَمُ، وَهُمَا أَبْنَيْرُ بْنُ نَيْرٍ رَئِيسُ جَيْشِ إِسْرَائِيلَ، وَعَمَاسَا بْنُ يَثَرٍ رَئِيسُ جَيْشِ يَهُوذَا.
32พระยาห์เวห์จะทรงให้ความผิดฐานฆ่าคนกลับมาสนองเขา เพราะเขาลงมือฆ่าชายสองคนที่ชอบธรรมและดีกว่าเขาด้วยดาบ โดยดาวิดบิดาของเราไม่รู้เรื่อง คืออับเนอร์บุตรเนอร์ แม่ทัพอิสราเอล กับอามาสาบุตรเยเธอร์ แม่ทัพยูดาห์
33فَيَرْتَدُّ دَمُهُمَا عَلَى رَأْسِ يُوآبَ وَرَأْسِ نَسْلِهِ إِلَى ٱلْأَبَدِ، وَيَكُونُ لِدَاوُدَ وَنَسْلِهِ وَبَيْتِهِ وَكُرْسِيِّهِ سَلَامٌ إِلَى ٱلْأَبَدِ مِنْ عِنْدِ ٱلرَّبِّ».
33ความผิดฐานฆ่าพวกเขาจึงจะกลับมาสนองโยอาบและลูกหลาน ของเขาตลอดไป แต่ดาวิด ลูกหลาน ราชวงศ์ และบัลลังก์ของท่านจะได้รับสันติสุขจากพระยาห์เวห์ตลอดไป”
34فَصَعِدَ بَنَايَاهُو بْنُ يَهُويَادَاعَ وَبَطَشَ بِهِ وَقَتَلَهُ، فَدُفِنَ فِي بَيْتِهِ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ.
34เบไนยาห์บุตรเยโฮยาดาจึงขึ้นไปฆ่าโยอาบ แล้วมีคนนำศพไปฝังที่บ้านของโยอาบในถิ่นทุรกันดาร
35وَجَعَلَ ٱلْمَلِكُ بَنَايَاهُوَ بْنَ يَهُويَادَاعَ مَكَانَهُ عَلَى ٱلْجَيْشِ، وَجَعَلَ ٱلْمَلِكُ صَادُوقَ ٱلْكَاهِنَ مَكَانَ أَبِيَاثَارَ.
35กษัตริย์แต่งตั้งเบไนยาห์บุตรเยโฮยาดาเป็นแม่ทัพแทนโยอาบ และแต่งตั้งศาโดกปุโรหิตแทนอาบียาธาร์
36ثُمَّ أَرْسَلَ ٱلْمَلِكُ وَدَعَا شِمْعِيَ وَقَالَ لَهُ: «اِبْنِ لِنَفْسِكَ بَيْتًا فِي أُورُشَلِيمَ، وَأَقِمْ هُنَاكَ وَلَا تَخْرُجْ مِنْ هُنَاكَ إِلَى هُنَا أَوْ هُنَالِكَ.
36กษัตริย์ส่งคนไปเรียกชิเมอีมาตรัสว่า “จงสร้างบ้านอยู่ในเยรูซาเล็ม และอย่าออกไปที่อื่น
37فَيَوْمَ تَخْرُجُ وَتَعْبُرُ وَادِيَ قَدْرُونَ، ٱعْلَمَنَّ بِأَنَّكَ مَوْتًا تَمُوتُ، وَيَكُونُ دَمُكَ عَلَى رَأْسِكَ».
37จงรู้ไว้แน่นอนว่าในวันที่เจ้าออกไปข้ามลำธารขิดโรน เจ้าจะต้องตาย ความรับผิดชอบต่อการตายของเจ้าจะตกอยู่กับตัวเจ้าเอง”
38فَقَالَ شِمْعِي لِلْمَلِكِ: «حَسَنٌ ٱلْأَمْرُ. كَمَا تَكَلَّمَ سَيِّدِي ٱلْمَلِكُ كَذَلِكَ يَصْنَعُ عَبْدُكَ». فَأَقَامَ شِمْعِي فِي أُورُشَلِيمَ أَيَّامًا كَثِيرَةً.
38ชิเมอีทูลว่า “พระดำรัสของพระองค์ดีแล้ว ผู้รับใช้จะทำตามที่กษัตริย์เจ้านายของข้าพเจ้าตรัส” ชิเมอีจึงอาศัยอยู่ในเยรูซาเล็มเป็นเวลานาน
39وَفِي نِهَايَةِ ثَلَاثِ سِنِينَ هَرَبَ عَبْدَانِ لِشِمْعِي إِلَى أَخِيشَ بْنِ مَعْكَةَ مَلِكِ جَتَّ، فَأَخْبَرُوا شِمْعِي قَائِلِينَ: «هُوَذَا عَبْدَاكَ فِي جَتَّ».
39สามปีต่อมา ทาสสองคนของชิเมอีหนีไปหาอาคีชบุตรมาอาคาห์ กษัตริย์แห่งกัท มีคนบอกชิเมอีว่า “ทาสของเจ้าอยู่ที่กัท”
40فَقَامَ شِمْعِي وَشَدَّ عَلَى حِمَارِهِ وَذَهَبَ إِلَى جَتَّ إِلَى أَخِيشَ لِيُفَتِّشَ عَلَى عَبْدَيْهِ، فَٱنْطَلَقَ شِمْعِي وَأَتَى بِعَبْدَيْهِ مِنْ جَتَّ.
40ชิเมอีจึงลุกขึ้นผูกอานลาและไปหาอาคีชที่กัทเพื่อตามทาสของตน แล้วพาพวกเขากลับมาจากกัท
41فَأُخْبِرَ سُلَيْمَانُ بِأَنَّ شِمْعِي قَدِ ٱنْطَلَقَ مِنْ أُورُشَلِيمَ إِلَى جَتَّ وَرَجَعَ.
41มีคนทูลโซโลมอนว่าชิเมอีออกจากเยรูซาเล็มไปกัทแล้วกลับมา
42فَأَرْسَلَ ٱلْمَلِكُ وَدَعَا شِمْعِيَ وَقَالَ لَهُ: «أَمَا ٱسْتَحْلَفْتُكَ بِٱلرَّبِّ وَأَشْهَدْتُ عَلَيْكَ قَائِلًا: إِنَّكَ يَوْمَ تَخْرُجُ وَتَذْهَبُ إِلَى هُنَا وَهُنَالِكَ، ٱعْلَمَنَّ بِأَنَّكَ مَوْتًا تَمُوتُ؟ فَقُلْتَ لِي: حَسَنٌ ٱلْأَمْرُ. قَدْ سَمِعْتُ.
42กษัตริย์จึงส่งคนไปเรียกชิเมอีมาตรัสว่า “เราไม่ได้ให้เจ้าสาบานโดยอ้างพระยาห์เวห์และเตือนเจ้าหรือว่า ‘จงรู้ไว้แน่นอนว่าในวันที่เจ้าออกไปที่อื่น เจ้าจะต้องตาย’? เจ้าตอบเราว่า ‘คำที่ข้าได้ยินนั้นดีแล้ว’
43فَلِمَاذَا لَمْ تَحْفَظْ يَمِينَ ٱلرَّبِّ وَٱلْوَصِيَّةَ ٱلَّتِي أَوْصَيْتُكَ بِهَا؟».
43แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่รักษาคำสาบานต่อพระยาห์เวห์และคำสั่งที่เราให้ไว้?”
44ثُمَّ قَالَ ٱلْمَلِكُ لِشِمْعِي: «أَنْتَ عَرَفْتَ كُلَّ ٱلشَّرِّ ٱلَّذِي عَلِمَهُ قَلْبُكَ ٱلَّذِي فَعَلْتَهُ لِدَاوُدَ أَبِي، فَلِيَرُدَّ ٱلرَّبُّ شَرَّكَ عَلَى رَأْسِكَ.
44กษัตริย์ตรัสต่อชิเมอีว่า “เจ้ารู้อยู่แก่ใจว่าตนทำชั่วต่อดาวิดบิดาของเรามากเพียงใด พระยาห์เวห์จึงจะทรงให้ความชั่วนั้นกลับมาสนองเจ้า
45وَٱلْمَلِكُ سُلَيْمَانُ يُبَارَكُ، وَكُرْسِيُّ دَاوُدَ يَكُونُ ثَابِتًا أَمَامَ ٱلرَّبِّ إِلَى ٱلْأَبَدِ».
45แต่กษัตริย์โซโลมอนจะได้รับพระพร และบัลลังก์ของดาวิดจะตั้งมั่นอยู่ต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์ตลอดไป”
46وَأَمَرَ ٱلْمَلِكُ بَنَايَاهُوَ بْنَ يَهُويَادَاعَ، فَخَرَجَ وَبَطَشَ بِهِ فَمَاتَ. وَتَثَبَّتَ ٱلْمُلْكُ بِيَدِ سُلَيْمَانَ.
46กษัตริย์จึงสั่งเบไนยาห์บุตรเยโฮยาดา เขาออกไปฆ่าชิเมอี อาณาจักรก็ตั้งมั่นอยู่ในมือของโซโลมอน
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.