เอ​เส​เคี​ยล​
Chapter 33
Freedom Bible (Thai)
vs Old Persian Versio…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

เอ​เส​เคี​ยล​ 33

Freedom Bible (Thai)
Old Persian Version (ترجمه قدیم)
1พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
1و کلام خداوند بر من نازل شده، گفت:
2“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​พูด​กับ​ชนชาติ​เดียว​กับ​เจ้า​ว่า​ ‘เมื่อ​เรา​นำ​ดาบ​มา​เหนือ​แผ่น​ดิน​หนึ่ง​ แล้ว​ประชาชน​ใน​แผ่น​ดิน​เลือก​ชาย​คน​หนึ่ง​จาก​พวก​ตน​ให้​เป็น​ยาม​เฝ้า​
2«ای پسر انسان پسران قوم خود راخطاب کرده، به ایشان بگو: اگر من شمشیری برزمینی آورم و اهل آن زمین کسی را از میان خودگرفته، او را به جهت خود به دیده بانی تعیین کنند،
3ถ้า​เขา​เห็น​ดาบ​กำลัง​มา​เหนือ​แผ่น​ดิน​ แล้ว​เป่า​แตร​เตือน​ประชาชน​
3و او شمشیر را بیند که بر آن زمین می‌آید وکرنارا نواخته، آن قوم را متنبه سازد،
4คน​ใด​ได้ยิน​เสียง​แตร​แต่​ไม่​รับ​ฟัง​คำ​เตือน​ เมื่อ​ดาบ​มา​เอา​ชีวิต​เขา​ เลือด​ของ​เขา​จะ​ตก​บน​ศีรษะ​ของ​เขา​เอง​
4و اگر کسی صدای کرنا را شنیده، متنبه نشود، آنگاه شمشیرآمده، او را گرفتار خواهد ساخت و خونش برگردنش خواهد بود.
5เขา​ได้ยิน​เสียง​แตร​แต่​ไม่​รับคำ​เตือน​ เลือด​จึง​ตก​บน​ตัว​เขา​เอง​ แต่​ถ้า​เขา​รับคำ​เตือน​ เขา​ย่อม​รักษา​ชีวิต​ของ​ตน​ไว้​ได้​
5چونکه صدای کرنا را شنیدو متنبه نگردید، خون او بر خودش خواهد بود واگر متنبه می‌شد جان خود را می‌رهانید.
6แต่​ถ้า​ยาม​เห็น​ดาบ​มา​แล้ว​ไม่​เป่า​แตร​ ประชาชน​จึง​ไม่​ได้​รับคำ​เตือน​ และ​ดาบ​มา​ฆ่า​คน​ใด​ใน​หมู่​พวก​เขา​ คน​นั้น​ถูก​ฆ่า​เพราะ​ความ​ผิด​ของ​ตน​ แต่​เรา​จะ​ถือว่า​ยาม​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบ​ต่อ​เลือด​ของ​เขา​’
6و اگردیده بان شمشیر را بیند که می‌آید و کرنا راننواخته قوم را متنبه نسازد و شمشیر آمده، کسی را از میان ایشان گرفتار سازد، آن شخص در گناه خود گرفتار شده است، اما خون او را از دست دیده بان خواهم طلبید.
7“ส่วน​เจ้า​ มนุษย์​เอ๋ย​ เรา​แต่ง​ตั้ง​เจ้า​เป็น​ยาม​เฝ้า​ชน​อิสราเอล​ เพราะ​ฉะนั้น​เมื่อ​เจ้า​ได้ยิน​ถ้อยคำ​จาก​ปาก​เรา​ จง​เตือน​พวก​เขา​แทน​เรา​
7و من تو را‌ای پسر انسان برای خاندان اسرائیل به دیده بانی تعیین نموده‌ام تا کلام را از دهانم شنیده، ایشان را از جانب من متنبه سازی.
8เมื่อ​เรา​บอก​คน​ชั่ว​ว่า​ ‘คน​ชั่ว​เอ๋ย​ เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่​’ แต่​เจ้า​ไม่​พูด​เตือน​ให้​เขา​หัน​จาก​ทาง​ของ​ตน​ คน​ชั่ว​นั้น​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​ของ​ตน​ แต่​เรา​จะ​ถือว่า​เจ้า​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบ​ต่อ​เลือด​ของ​เขา​
8حینی که من به مرد شریر گویم: ای مرد شریر البته خواهی مرد! اگر تو سخن نگویی تاآن مرد شریر را از طریقش متنبه سازی، آنگاه آن مرد شریر در گناه خود خواهد مرد، اما خون او رااز دست تو خواهم طلبید.
9แต่​ถ้า​เจ้า​เตือน​คน​ชั่ว​ให้​หัน​จาก​ทาง​ของ​ตน​ แล้ว​เขา​ไม่​ยอม​หัน​ เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​ของ​ตน​ ส่วน​เจ้า​ได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​ตน​ไว้​แล้ว​
9اما اگر تو آن مردشریر را از طریقش متنبه سازی تا از آن بازگشت نماید و او از طریق خود بازگشت نکند، آنگاه اودر گناه خود خواهد مرد، اما تو جان خود رارستگار ساخته‌ای.
10“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​บอก​ชน​อิสราเอล​ว่า​ ‘พวก​เจ้า​พูด​ว่า​ “การ​ล่วง​ละเมิด​และ​บาป​ของ​เรา​หนัก​อยู่​บน​ตัว​เรา​ เรา​กำลัง​ซูบ​โทรม​เพราะ​มัน​ แล้ว​เรา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​อย่างไร​?”’
10پس تو‌ای پسر انسان به خاندان اسرائیل بگو: شما بدین مضمون می‌گویید: چونکه عصیان و گناهان ما بر گردن مااست و به‌سبب آنها کاهیده شده‌ایم، پس چگونه زنده خواهیم ماند؟
11จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ว่า​ “เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​ไม่​พอใจ​ใน​การ​ตาย​ของ​คน​ชั่ว​ แต่​พอใจ​ให้​คน​ชั่ว​หัน​จาก​ทาง​ของ​ตน​แล้ว​มี​ชีวิต​ จง​หัน​กลับ​! จง​หัน​จาก​ทาง​ชั่ว​ของ​พวก​เจ้า​! ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ ทำไม​พวก​เจ้า​จึง​จะ​ตาย​?”’
11«به ایشان بگو: خداوند یهوه می‌فرماید: به حیات خودم قسم که من از مردن مرد شریرخوش نیستم بلکه (خوش هستم ) که شریر ازطریق خود بازگشت نموده، زنده ماند. ای خاندان اسرائیل بازگشت نمایید! از طریق های بد خویش بازگشت نمایید زیرا چرا بمیرید؟
12“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​บอก​ชนชาติ​เดียว​กับ​เจ้า​ว่า​ ‘ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​คน​ชอบ​ธรรม​จะ​ช่วย​เขา​ไม่​ได้​ใน​วัน​ที่​เขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง​ ส่วน​ความ​ชั่ว​ของ​คน​ชั่ว​จะ​ไม่​ทำให้​เขา​ล้ม​ใน​วัน​ที่​เขา​หัน​จาก​ความ​ชั่ว​ และ​คน​ชอบ​ธรรม​ก็​ไม่​อาจ​อาศัย​ความ​ชอบ​ธรรม​เดิม​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​ใน​วัน​ที่​เขา​ทำบาป​
12و تو‌ای پسرانسان به پسران قوم خود بگو: عدالت مرد عادل در روزی که مرتکب گناه شود، او را نخواهدرهانید. و شرارت مرد شریر در روزی که او ازشرارت خود بازگشت نماید، باعث هلاکت وی نخواهد شد. و مرد عادل در روزی که گناه ورزد، به عدالت خود زنده نتواند ماند.
13เมื่อ​เรา​บอก​คน​ชอบ​ธรรม​ว่า​เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ แต่​เขา​วางใจ​ใน​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​ตน​แล้ว​ทำความ​ผิด​ ความ​ชอบ​ธรรม​ทั้งหมด​ที่​เคย​ทำ​จะ​ไม่​ถูก​จดจำ​ เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​ที่​ทำ​
13حینی که به مرد عادل گویم که البته زنده خواهی ماند، اگر اوبه عدالت خود اعتماد نموده، عصیان ورزد، آنگاه عدالتش هرگز به یاد آورده نخواهد شد بلکه درعصیانی که ورزیده است خواهد مرد.
14อีก​ด้าน​หนึ่ง​ เมื่อ​เรา​บอก​คน​ชั่ว​ว่า​ “เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่​” แต่​เขา​หัน​จาก​บาป​และ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​และ​ยุติธรรม​
14وهنگامی که به مرد شریر گویم: البته خواهی مرد! اگر او از گناه خود بازگشت نموده، انصاف و عدالت بجا آورد،
15ถ้า​คน​ชั่ว​คืน​ของ​ประกัน​ คืน​ของ​ที่​ปล้น​มา​ ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ที่​นำ​ไป​สู่​ชีวิต​ และ​ไม่​ทำความ​ผิด​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ เขา​จะ​ไม่​ตาย​
15و اگر آن مرد شریر رهن راپس دهد و آنچه دزدیده بود رد نماید و به فرایض حیات سلوک نموده، مرتکب بی‌انصافی نشود، اوالبته زنده خواهد ماند و نخواهد مرد.
16บาป​ที่​เขา​เคย​ทำ​จะ​ไม่​ถูก​นำ​มา​จดจำ​เอา​โทษ​ เขา​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​และ​ยุติธรรม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​
16تمام گناهی که ورزیده بود بر او به یاد آورده نخواهدشد. چونکه انصاف و عدالت را بجا آورده است، البته زنده خواهد ماند.
17“‘แต่​ชนชาติ​เดียว​กับ​เจ้า​กลับ​พูด​ว่า​ “ทาง​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ไม่​ยุติธรรม​” ทั้ง​ที่ทาง​ของ​พวก​เขา​เอง​ต่าง​หาก​ไม่​ยุติธรรม​
17اما پسران قوم تومی گویند که طریق خداوند موزون نیست، بلکه طریق خود ایشان است که موزون نیست.
18เมื่อ​คน​ชอบ​ธรรม​หัน​จาก​ความ​ชอบ​ธรรม​ไป​ทำความ​ผิด​ เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​นั้น​
18هنگامی که مرد عادل از عدالت خود برگشته، عصیان ورزد، به‌سبب آن خواهد مرد.
19เมื่อ​คน​ชั่ว​หัน​จาก​ความ​ชั่ว​ไป​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​และ​ยุติธรรม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​เพราะ​สิ่ง​นั้น​
19و چون مرد شریر از شرارت خود بازگشت نموده، انصاف و عدالت را بجا آورد به‌سبب آن زنده خواهدماند.
20แต่​พวก​เจ้า​ยัง​พูด​ว่า​ “ทาง​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ไม่​ยุติธรรม​” ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ เรา​จะ​พิพากษา​พวก​เจ้า​แต่ละ​คน​ตาม​ทาง​ของ​ตน​’”
20اما شما می‌گویید که طریق خداوندموزون نیست. ای خاندان اسرائیل من بر هر یکی از شما موافق طریق هایش داوری خواهم نمود.»
21ใน​ปี​ที่​สิบ​สอง​แห่ง​การ​เป็น​เชลย​ของ​เรา​ เดือน​ที่​สิบ​ วัน​ที่​ห้า​ของ​เดือน​ คน​หนึ่ง​ที่​หนี​รอด​จาก​เยรูซาเล็ม​มา​หา​ข้าพเจ้า​และ​บอก​ว่า​ “เมือง​แตก​แล้ว​!”
21و در روز پنجم ماه دهم از سال دوازدهم اسیری ما واقع شد که کسی‌که از اورشلیم فرارکرده بود نزد من آمده، خبر داد که شهر تسخیرشده است.
22เย็น​ก่อน​ที่​ผู้​หลบ​หนี​จะ​มา​ถึง​ พระหัตถ์​ของ​พระ​ยาห์เวห์​อยู่​เหนือ​ข้าพเจ้า​ และ​พระองค์​ทรง​เปิด​ปาก​ข้าพเจ้า​ก่อน​ที่​ชาย​คน​นั้น​จะ​มา​ถึง​ใน​ตอน​เช้า​ ปาก​ของ​ข้าพเจ้า​จึง​เปิด​ และ​ข้าพเจ้า​ไม่​เป็น​ใบ้​อีก​
22و در وقت شام قبل از رسیدن آن فراری دست خداوند بر من آمده، دهان مراگشود. پس چون او در وقت صبح نزد من رسید، دهانم گشوده شد و دیگر گنگ نبودم.
23พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
23و کلام خداوند بر من نازل شده، گفت:
24“มนุษย์​เอ๋ย​ คน​ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​ซาก​เมือง​ใน​แผ่น​ดิน​อิสราเอล​พูด​ว่า​ ‘อับ​รา​ฮัม​มี​เพียง​คน​เดียว​ ยัง​ได้​รับ​แผ่น​ดิน​เป็น​กรรมสิทธิ์​ แต่​พวก​เรา​มี​ตั้ง​มาก​ แผ่น​ดิน​นี้​ย่อม​ถูก​มอบ​ให้​เรา​เป็น​มรดก​’
24«ای پسر انسان ساکنان این خرابه های زمین اسرائیل می‌گویند: ابراهیم یک نفر بود حینی که وارث این زمین شد وما بسیار هستیم که زمین به ارث به ما داده شده است.
25เพราะ​ฉะนั้น​จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ พวก​เจ้า​กิน​เนื้อ​พร้อม​เลือด​ เงย​หน้า​หวัง​พึ่ง​รูป​เคารพ​ และ​หลั่ง​เลือด​ แล้ว​ยัง​ควร​ได้​ครอบ​ครอง​แผ่น​ดิน​หรือ​?
25بنابراین به ایشان بگو: خداوند یهوه چنین می‌فرماید: (گوشت را) با خونش می‌خورید و چشمان خود را بسوی بتهای خویش برمی افرازید و خون می‌ریزید. پس آیاشما وارث زمین خواهید شد؟
26พวก​เจ้า​พึ่ง​ดาบ​ ทำ​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ และ​แต่ละ​คน​ทำให้​ภรรยา​ของ​เพื่อน​บ้าน​เป็น​มลทิน​ แล้ว​ยัง​ควร​ได้​ครอบ​ครอง​แผ่น​ดิน​หรือ​?’
26«بر شمشیرهای خود تکیه می‌کنید ومرتکب رجاسات شده، هر کدام از شما زن همسایه خود را نجس می‌سازید. پس آیا وارث این زمین خواهید شد؟
27“จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ คน​ที่​อยู่​ตาม​ซาก​เมือง​จะ​ล้ม​ด้วย​ดาบ​ คน​ที่​อยู่​กลาง​ทุ่ง​เรา​จะ​มอบ​ให้​สัตว์​กิน​ และ​คน​ที่​อยู่​ใน​ที่​มั่น​กับ​ถ้ำ​จะ​ตาย​ด้วย​โรค​ระบาด​
27بدینطور به ایشان بگوکه خداوند یهوه چنین می‌فرماید: به حیات خودم قسم البته آنانی که در خرابه‌ها هستند به شمشیرخواهند افتاد. و آنانی که بر روی صحرااند برای خوراک به حیوانات خواهم داد. و آنانی که درقلعه‌ها و مغارهایند از وبا خواهند مرد.
28เรา​จะ​ทำให้​แผ่น​ดิน​ร้าง​เปล่า​และ​น่า​สะ​พรึง​ ความ​หยิ่ง​ใน​กำลัง​ของ​นาง​จะ​สิ้น​สุด​ ภูเขา​แห่ง​อิสราเอล​จะ​ร้าง​จน​ไม่มี​ใคร​ผ่าน​
28و این زمین را ویران و محل دهشت خواهم ساخت وغرور قوتش نابود خواهد شد. و کوههای اسرائیل به حدی ویران خواهد شد که رهگذری نباشد.
29แล้ว​พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ เมื่อ​เรา​ทำให้​แผ่น​ดิน​ร้าง​เปล่า​และ​น่า​สะ​พรึง​ เพราะ​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ทั้งหมด​ที่​พวก​เขา​ทำ​’
29و چون این زمین را به‌سبب همه رجاساتی که ایشان بعمل آورده‌اند ویران و محل دهشت ساخته باشم، آنگاه خواهند دانست که من یهوه هستم.
30“ส่วน​เจ้า​ มนุษย์​เอ๋ย​ ชนชาติ​เดียว​กับ​เจ้า​พูด​ถึง​เจ้า​ตาม​กำแพง​และ​ตาม​ประตู​บ้าน​ ต่าง​คน​ต่าง​บอก​พี่​น้อง​ว่า​ ‘มา​เถอะ​ ไป​ฟัง​กัน​ว่า​พระ​ดำรัส​อะไร​ออก​มา​จาก​พระ​ยาห์เวห์​’
30اما تو‌ای پسر انسان پسران قومت به پهلوی دیوارها و نزد درهای خانه‌ها درباره توسخن می‌گویند. و هر یک به دیگری و هر کس به برادرش خطاب کرده، می‌گوید بیایید و بشنوید! چه کلام است که از جانب خداوند صادرمی شود.
31พวก​เขา​มา​หา​เจ้า​เหมือน​ประชาชน​ทั่วไป​ มา​นั่ง​ตรง​หน้า​เจ้า​เหมือน​เป็น​ประชาชน​ของ​เรา​ ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​เจ้า​แต่​ไม่​ทำ​ตาม​ ปาก​แสดง​ความ​รัก​มากมาย​ แต่​ใจ​ไล่​ตาม​ผล​ประโยชน์​
31و نزد تو می‌آیند بطوری که قوم (من )می آیند. و مانند قوم من پیش تو نشسته، سخنان تو را می‌شنوند، اما آنها را بجا نمی آورند. زیرا که ایشان به دهان خود سخنان شیرین می‌گویند. لیکن دل ایشان در‌پی حرص ایشان می‌رود.
32สำหรับ​พวก​เขา​ เจ้า​เหมือน​เพลง​ไพเราะ​จับใจ​ของ​คน​เสียง​ดี​และ​เล่น​ดนตรี​เก่ง​ พวก​เขา​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​เจ้า​ แต่​ไม่​ทำ​ตาม​
32واینک تو برای ایشان مثل سرود شیرین مطرب خوشنوا و نیک نواز هستی. زیرا که سخنان تو رامی شنوند، اما آنها را بجا نمی آورند.
33“เมื่อ​สิ่ง​นี้​เกิด​ขึ้น​ ซึ่ง​กำลัง​จะ​เกิด​อยู่​แล้ว​ พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า​เคย​มี​ผู้​พยากรณ์​อยู่​ท่ามกลาง​พวก​เขา​”
33و چون این واقع می‌شود و البته واقع خواهد شد، آنگاه خواهند دانست که نبی در میان ایشان بوده است.»

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.